ศาลเทพสวรรค์ข้าต้องการแต้มบุญ

    ศาลเทพสวรรค์ ตอนที่ 47 : นิข้าพูดอะไรผิดไปงั้นรึ

    ไม่รู้ทำไมปราชญ์บัวมณีในร่างบุรุษเวลานี้คล้ายนางจะพบเจอเรื่องสนุกเข้าเสียแล้ว นางแย้มยิ้มหัวเราะชอบใจนัก


    "สหายฉินช่างเป็นคนซื่อตรงนัก ข้าขอทราบได้หรือไม่ สตรีที่ท่านชอบพอนั้นมีลักษณะเช่นไร"


    ฉินเทียนวางถ้วยชา ทีท่าสงบก่อนกล่าววาจาซื่อตรง หัวใจมันคิดเช่นไร มันก็พูดเช่นนั้น เพราะมันเกรงความฉิบหายจากศาลเทพสวรรค์


    "นางงดงามตระการราวกับนางสวรรค์ ผิวพรรณดั่งแพรพันเนื้อดี นัยน์ตางดงามดุจอัญมณี"


    "งั้นรึ" ปราชญ์บัวมณีพูดพลางเหล่สายตาไปที่ลี่อิ่งสตรีตัวน้อยของนาง นางเห็นลี่อิ่งคล้ายมีสีหน้าแดง กายก็บิดงออย่างประหลาด คล้ายสตรีทำทีท่าเขินอายในคำชมของบุรุษ นางจึงถามต่อ "แล้วนิสัยของนางเล่า"


    "แค่ะ แค่ะๆ" ฉินเทียนคล้ายไอสำลักน้ำชา หากจะให้พูดกล่าวถึงนิสัยของนางมารร้ายผู้นี้ เกรงว่ามันจะหาวิถีพูดกล่าวข้อดียากเหลือเกิน หากแต่เมื่อตัวมันคิดว่าเหล่าสหายตรงหน้ามันต่างเป็นบุรุษเพศ และเรื่องราวของนางมารนอกจากตัวมันก็มิมีใครรู้ การพูดกล่าวความจริงไปคงมิเป็นอะไร ไม่ช้าฉินเทียนก็ถอนหายใจเฮือกหนึ่งก่อนจะพูดกล่าว


    "นางเอาแต่ใจยิ่งนัก นอกจากนั้นยังเป็นผู้ชอบใช้กำลัง แถมยังชอบบีบบังคับผู้อื่นอีก นอกจากนั้นข้ายังรู้สึกว่านางเป็นสตรีขี้โมโหอีกด้วย หากแต่ข้ารู้จักนางเพียงผิวเผิน ทั้งหมดนี้อาจจะมิใช่นิสัยแท้จริงของนางก็ได้ ออ เกือบลืมไป แม้นางจะชอบบังคับผู้คนแต่นางก็ให้ค่าตอบแทนที่คุ้มราคานะ" เมื่อกล่าวจบฉินเทียนก็พยักหน้าเบาๆ มันนึกถึงช่วงเวลาที่อยู่กับนางมารผลึกโลหิตลี่อิ่ง นางเป็นคนเช่นนั้นจริงๆ


    ไม่พูดไม่จาก็ฆ่าคน นอกจากนั้นทั้งๆ ที่ตัวมันช่วยชีวิตนาง นางยังบังคับมันแบกหามนางไปตั้งไกล หากแต่สุดท้ายนางก็ให้ผลประโยชน์มันเช่นกัน ดังนั้นทุกสิ่งอย่างที่ฉินเทียนพูด ล้วนเป็นความจริงในความรู้สึกของตัวมัน


    โดยที่มันไม่รู้เลยว่าตรงข้ามที่นั่งของมันนั้นอยู่ดีๆ สหายลี่หลงก็คล้ายกับกำมือแน่น มองมันด้วยสายตาแปลกประหลาด หากแต่ในครั้งนี้มิใช่สายตาหลุ่มหลง หากแต่เป็นสายตานายทาสที่พร้อมจะทำทัณฑ์ทรมานต่อทาสของมัน


    ปราชญ์บัวมณีได้ยินแบบนี้เกือบสำลักน้ำชาแล้ว นางหัวเราะชอบใจ คำพูดทุกสิ่งอย่างของบุรุษตรงหน้านางแทนนิสัยของสตรีตัวน้อยของนาง 7 8 ส่วนเลยทีเดียว


    หากจะมีใครรู้จักสตรีตัวน้อยของนางดี ก็คงเป็นนางที่เลี้ยงดูลี่อิ่งมาตั้งแต่เด็กๆ เนี่ยแหละ


    ไม่รู้ทำไมปราชญ์บัวมณีจึงรู้สึกว่าเรื่องสนุกพึงเริ่มขึ้น นางปรายตามองลี่อิ่งสตรีตัวน้อยของนางอีกครู่หนึ่ง จากนั้นก็กล่าวถามเรื่องราวบางสิ่งกับฉินเทียนต่อ


    "สหายฉินช่างซื่อตรง ถ้าเช่นนั้นจะเป็นการละลาบละล้วงไปหรือไม่หากข้าจะถามต่ออีกสักหน่อยว่า ท่านกับนางในดวงใจนั้นมีวาสนาต่อกันเช่นไร และพบเจอกันแบบไหน"


    ฉินเทียนทำหน้าขบคิดครู่หนึ่งก่อนตอบ "มันคงเป็นวาสนาอย่างหนึ่ง หากแต่เราก็รู้จักกันอย่างผิวเผินนัก ข้าพบเจอนางในยามยาก และก็จากลากันในเวลาไม่นาน"


    "ท่านเคยโดนเนื้อตัว หรือสัมผัสนางไหม"


    ฉินเทียนพยักหน้ารับตัวมันย่อมโกหกมิได้


    ไม่ช้าปราชญ์บัวมณีในร่างบุรุษก็ถามต่อ "แล้วรู้สึกเช่นไร"


    ฉินเทียนถอนหายใจมองบุรุษตรงหน้ามัน พร้อมคิดในใจว่าโชคดีที่นางมารมิได้อยู่ที่ตรงนี้ พร้อมที่ตรงนี้ก็มีแต่สหายบุรุษ การนิทราสตรีเช่นนี้มิใช่นิสัยมันเลย หากแต่วันนี้มันจะมิพูดกล่าวก็มิได้ ศาลเทพสวรรค์เฮงซวยนั้นพร้อมมอบทัณฑ์อำมหิตแก่มัน ดังนั้นมันจำต้องพูดแต่ความจริง แม้มันจะไม่ต้องการพูดก็ตาม


    "เนียนนุ่มมือยิ่งนักสหาย"


    "!!!บุรุษชั่วช้า"


    เมื่อคำว่าบุรุษชั่วช้าดังขึ้นฉินเทียนและสหายเหลียนหลงต่างหันมองไปทางเดียวกัน


    ตัวฉินเทียนมิคิดเลยสหายลี่หลงจะให้ความสำคัญกับคำพูดมันขนาดนี้ นี่มิใช่เพราะว่าบุรุษผู้นี้กำลังหึงห่วงมันหรอกนะ เมื่อคิดถึงตรงนี้ฉินเทียนก็คล้ายสั่นกลัวอย่างประหลาด


    ส่วนสหายเหลียนหลง ไม่รู้ทำไมฉินเทียนรู้สึกว่าบุรุษผู้นี้กำลังมีความสุขนักกับคำพูดคำจาของมัน


    แน่นอนละต่อให้ตัวมันฉินเทียนคิดให้ตายก็มิอาจจะรู้ว่าตรงหน้าของมันคือปราชญ์บัวมณี ส่วนอีกคนก็คือนางมารร้ายลี่อิ่งที่เอ็งกำลังนิทานอยู่ หากแต่วิธีเดียวที่ฉินเทียนจะล่วงรู้ตัวตนของทั้งสองได้ในยามนี้ก็มีแค่สองวิธี หนึ่งใช้เนตรมองอดีต สองสัมผัสตัวพวกนางทั้งสองแล้วใช้เนตรหยั่งรู้ตรวจสอบข้อมูลของพวกนาง


    หากแต่ฉินเทียนไม่มีวันกระทำเป็นแน่ เพราะสำหรับฉินเทียนแล้วเนตรมองอดีตเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นมันจะไม่ใช้เด็ดขาด เพราะวันเวลาในนั้นช่างยาวนาน บ้างแรมเดือน บ้างแรมปีก็ยังมิได้กลับออกมา เหมือนกับคนที่ถูกบังคับให้ดูหนังไปเรื่อยๆ แม้ว่าจะชอบหรือไม่ชอบก็ตาม และเพราะแบบนี้ทำให้ฉินเทียนจะไม่มีวันใช้เนตรมองอดีตโดยไม่จำเป็น


    ส่วนเนตรหยั่งรู้ มีเงื่อนไขต้องสัมผัสตัว แน่นอนมันไม่สะดวกจะสัมผัสตัวสหายที่มีประวัติใหญ่โตเป็นแน่ แค่ตอนนี้มันก็รักษาอาการตัวเองอย่างเต็มทนพยายามไม่พูดจากให้ระคายหูทั้งสอง เกรงความซวยจะตกแก่ตัวมัน แค่นี้ก็เหนื่อยยากไม่น้อยแล้ว


    ตอนนี้ต้องยอมรับระดับฝึกฝนและฝีมือมันต่ำต้อยจนเกินไป


    ฉินเทียนไอสองสามทีก่อนทำมือทำไม้ กับสหายลี่หลงคล้ายบอกกับนางว่าโปรดใจเย็นๆ สตรีนางนั้นแค่คนรู้จักผิวเผิน


    หากแต่ในไม่ช้าปราชญ์บัวมณีก็กล่าวถามมันต่ออีก


    "งั้นรึ อืมๆ สหายฉินช่างเป็นคนพูดจาตรงไปตรงมากับความรู้สึกในหัวใจยิ่งนัก ข้าเหลียนหลงนับถือ นับถือ"


    ฉินเทียนชูมือคำนับ หากแต่เมื่อมันก็เหล่สายตาไปทางสหายลี่หลงมันเห็นความไม่พอใจในสายตาของสหายผู้นี้อยู่หลายส่วนนัก มันได้แต่ยิ้มแห้งๆ ให้สหายลี่หลง


    "ถ้าเช่นนั้นข้าขอถามสหายฉินต่อได้หรือไม่ เจ้าเคยทำผิดหรือล่วงเกินสตรีที่เจ้าชอบพอนามลี่อิ่งอะไรนั้นรึเปล่า"


    ไม่ช้าฉินเทียนก็คล้ายจะร่างแข็งค้าง พร้อมกับเริ่มรำลึกความหลัง ยามเมื่อมันพบเจอกับนางมาร มีบางสิ่งอย่างที่มันปรารถนาจะเก็บไว้แค่เพียงในใจมันผู้เดียวเสนอมา... ฉินเทียนทำทีไม่ปรารถนาที่จะพูด หากแต่ในไม่ช้ามันก็มิอาจจะไม่พูดได้


    "ได้โปรดสหายฉิน ถือว่าข้าเหลียนหลงขอร้องเจ้าเถอะ"


    ฉินเทียนร้องฉิบหายในใจ ยามนี้ตรงหน้ามันมีสัญญาณเตือนร้องบอก อันหนึ่งคือสัญญาณห้ามโกหก สองคือสัญญาณห้ามปฏิเสธ เซียมซีโชคร้ายมันกำลังทำงานอยู่ ฉินเทียนหยิบชาขึ้นยกซด มันเขินอายนัก ร่างกายคล้ายมีหินหนักทับกาย


    หากแต่มันจะมิเล่าก็มิได้... 'มารดาเอ็งเถอะสหายเหลียนหลงทำไมเอ็งต้องบีบบังคับข้าเช่นนี้ด้วย' ฉินเทียนพูดกล่าวในใจก่อนจะถอนหายใจหนึ่งครั้งและเริ่มพูดกล่าว ทีท่ามันคล้ายจะไม่ปรารถนาพูดกล่าวเรื่องราวนี้นัก


    "ย่อมมี"


    "คืออะไรรึสหายฉิน โปรดช่วยบอกกล่าวเล่าให้ข้าฟังทีเถอะ ถือว่าข้าเหลียนหลงผู้นี้ขอร้องเจ้าก็แล้วกันสหาย"


    หน้าฉินเทียนดำมืดอีกครั้ง ก่อนที่จำใจต้องพูดเรื่องน่าละอายของตัวเอง


    "ยามนั้นมีครั้งหนึ่งสายฝนพรำข้าอุ้มร่างนางประคองแน่น หากแต่พื้นดินหลังสายฝนนั้นช่างเปียกลื่น ข้าไม่ทันระวังจึงเสียการทรงตัว มือที่ประคองร่างของนางก็คล้ายเลื่อนผิดตำแหน่งไปเล็กน้อยไปจับโดนสะโพกกลมก้นนุ่มนิ่มของนาง... หากแต่ในตอนนั้นข้าก็รีบจัดท่าทาง ให้กลับมาสุภาพโดยเร็ว..." กล่าวจบฉินเทียนก็ถอนหายใจ


    ปราชญ์บัวมณีได้ยินเช่นนี้ก็รีบดึงพัดสะบัดปิดใบหน้า พร้อมหัวเราะ "คิกคิก" อย่างชอบพอ


    หากแต่นางมารลี่อิ่งยามนี้กลับใบหน้าแดงก่ำ พร้อมคิดถึงช่วงเวลานั้น นางมิคิดเลยว่านางจะแอบถูกเอาเปรียบเช่นนี้ ในตอนนั้นด้วยสภาพร่างกายของนาง นางได้เข้าฌานพร้อมตัดการรับรู้ทางร่างกายเหลือเพียงสัมผัสหยั่งรู้อันตรายโดยรอบเท่านั้น ส่วนหนึ่งเพื่อการฟื้นฟูร่างกายและพลังวิญญาณ อีกส่วนต้องยอมรับเพราะนางเชื่อใจบุรุษผู้นั้นอยู่หลายส่วน


    ทำให้นางมิคิดและมิอาจจะรับรู้ถึงมือมารของบุรุษผู้ต่ำช้าได้


    หากแต่เมื่อยามนี้นางรับรู้ นางคล้ายโกรธเกรี้ยวที่ถูกเอาเปรียบมิน้อยเลย


    ปราชญ์บัวมณีที่หัวเราะคิกคัก คล้ายกับรู้ว่ากำลังจะได้ดูเรื่องสนุก นางรีบถามต่อทันที "มีแค่นี้รึสหายฉิน ข้าเหลียนหลงขอร้องเจ้าละหากมีเรื่องอื่นใดอีกโปรดเล่าให้ข้าฟังด้วยเถอะสหาย ข้าเหลียนหลงพร้อมจะตบรางวัลให้เจ้าอย่างงาม"


    ฉินเทียนรอบด่าสหายเหลียนหลงในใจ ไยเอ็งจึงชอบใช้คำว่าขอร้องอยู่เสมอ หากเอ็งมิพูดจาคำนี้ข้าก็พอแกล้งบ้าใบ้ได้บ้าง หากแต่อะไรดลใจปากเอ็งนักนะ ถึงกล่าววาจามีแต่คำว่าขอร้อง ขอร้อง ที่ตัวข้ามิอาจจะปฏิเสธได้ออกมาอยู่ร่ำไป


    และในไม่ช้าขณะที่ฉินเทียนกำลังจะพูด


    !!!เพี๊ยะ


    แก้มของฉินเทียนแดงก่ำ มันโดนสหายลี่หลงตบเข้าให้แล้ว "สหายลี่หลงโปรดใจเย็น" ฉินเทียนรีบกล่าว ตัวมันมิคิดเลยว่าแค่เพียงรู้จักกันไม่กี่วัน สหายลี่หลงจะมีใจให้มันจนหึงห่วงมันได้ถึงขนาดนี้ ฉินเทียนได้แต่รอบร้องฉิบหายในใจเสียงดัง พร้อมร้องตะโกน '!!!ข้ามิได้ชอบบุรุษเพศ'


    "ข้ามิคิดเลยว่าเจ้าจะเป็นบุรุษเยี่ยงนี้ สารเลวต่ำทราม ชั่วช้า ไร้ยางอายที่สุด" สหายลี่หลงกล่าวด่าอย่างไม่เกรงใจผู้ใด


    ฉินเทียนได้แต่ทำหน้าสับสน เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ได้


    ไม่ช้าปราชญ์บัวมณีก็ห้ามทัพ พร้อมพูดกล่าว "ลี่หลงมิใช่ว่าสหายฉิบบาดเจ็บอยู่หรอกรึ เหตุใดเจ้าจึงลงไม้ลงมือ หรือว่าเจ้า... เจ้าชอบพอสหายฉิน..."


    "ไม่... ข้า... ข้ามิได้ชอบพอมัน"


    "งั้นก็ดีแล้ว พวกเราต่างเป็นบุรุษเพศจะมีเรื่องแบบนั้นได้ยังไง" ปราชญ์บัวมณีจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของลี่อิ่งคล้ายกำลังบอกนางเป็นนัยๆ ว่าแม่ตัวดีนี่เจ้านะกำลังปลอมตัวเป็นบุรุษเพศอยู่นะ เจ้าไม่ใช่ลี่อิ่งนางสตรี เจ้าจะเดือดร้อนกับคำพูดของบุรุษเพศผู้นี้ไปทำไม


    ไม่ช้านางมารลี่อิ่งคล้ายจะเข้าใจ นางทำหน้าแง่งอนอยู่ครู่ก่อนจะสงบใจนั่งลงต่อได้


    ฉินเทียนได้ยิน ได้เห็นเช่นนี้ก็สบายใจ ยิ่งหากคุณชายลี่หลงมันมิใช่เกย์ มิใช่ต้วนยิ่งดีที่สุด


    ไม่ช้าปราชญ์บัวมณีก็พูดกล่าวต่อ


    "สหายฉินเล่าต่อเถอะ ข้ากำลังสนุกเลย เป็นอย่างไรบ้างหลังเจ้าจับก้นนุ่มนิ่มของนางผู้นั้น ได้โปรดเถอะสหายฉินเล่าให้ข้าฟังต่อที"


    ฉินเทียนเหงื่อตก หากแต่มันก็มิอาจจะปฏิเสธได้ มันเหลือบมองสหายลี่หลงครู่หนึ่งพร้อมมือลูบใบหน้าที่บัดนี้เป็นรอยแดงฝ่ามือพร้อมนิ้วทั้งห้า มิคิดเลยคุณชายลี่หลงแม้จะเห็นตัวเล็กๆ เช่นนี้หากแต่มือไม้กับหยาบหนาและหนักมือกับมันเหลือเกิน


    .


    .


    .


    "ยามนั้นข้าขอพูดตรงๆ ครั้งแรกนั้นย่อมเกิดจากความไม่ตั้งใจ หากแต่พอข้ารู้สึกว่า ตัวข้านั้นได้เกิดเป็นบุรุษทั้งทีสัมผัสสตรีเพศเป็นเช่นไรก็ยังมิรู้ ใจข้ายามนั้นก็คล้ายเกิดความเห็นผิด ข้าจึงแกล้งลื่นสะดุดอีกสามสี่ทีเพื่อแกล้งแอบจับแก้มก้นของนางสตรีผู้นั้น"


    และทันทีที่ฉินเทียนกล่าวจบประโยค ก็มีเสียงร้องตะโกนของคุณชายลี่หลงดังขึ้น พร้อมกับ...


    "!!!ไปตายซะ ไอ้ผู้ชายสารเลว ชั่วช้า ฉวยโอกาส" คุณชายลี่หลงหมุนตัวตวัดหลังเตะแบ็คคิกเข้ามุมปากของฉินเทียน


    !!!ตุบบบบ


    ร่างของฉินเทียนหมุนสบัดราวกับลูกข่าง ฟิวๆๆๆๆ ก่อนที่ร่างจะล่วงกระแทกพื้น


    "อั๊ก...." ในครั้งนี้ฉินเทียนคล้ายมิได้โกรธคุณชายลี่หลง


    หากแต่สายตามันจดจ้องมองไปที่คุณชายเหลียนหลง มันปรารถนาเหลือเกินว่า คุณชายท่านนี้จะไม่ถามอะไรมันอีกต่อไป


    ปราชญ์บัวมณีในร่างแปลงบุรุษหัวเราะคิกคัก เอาพัดปิดบังใบหน้า


    ฉากฉากนี้ เกินทน เกินทนจริงๆ นางมิคิดเลยลี่อิ่งสตรีตัวน้อยของนางจะมีสภาพน่าขบขันเช่นนี้ให้นางเห็น


    นอกจากนั้นไอ้บุรุษต่ำต้อยผู้นี้ ดูดูมันพูดกล่าว วาจาแต่ละคำของมันก็ช่างซื่อตรงโง่งมเกินทน กล่าวถามอะไรก็พูดออกมาอย่างไม่มีหลบซ่อน มันเป็นตัวโง่งมหรืออะไร ไยจึงมิรู้จักคิดถึงเพียงนี้ หากแต่ไม่รู้ทำไม ไอ้บุรุษต่ำต้อยผู้นี้ปราชญ์บัวมณีรู้สึกถูกใจมันเหลือเกิน


    ฉินเทียนที่กระอักเลือดออกมายื่นมือไปหาสหายเหลียนหลง ปากของมันกำลังขยับอย่างช้าๆ... เพราะเหมือนว่ากระกรามของมันจะยังไม่กลับเข้าที่ดี "สหายเหลี..ยน.หลง. ได้..โป..รด..อย่..า.ถ..า..ม" หากแต่ฉินเทียนยังมิได้กล่าวจบประโยค


    ปราชญ์บัวมณีก็ถามมันต่อทันทีว่า "สหายฉินได้โปรดบอกข้าที นอกจากเรื่องจับก้นแล้วยังมีสิ่งใดที่เจ้าทำผิดต่อนางสตรีผู้นั้นอีกหรือไม่ สหายฉินได้โปรดบอกข้าทีเถอะ หากวันนี้เจ้ามิพูดบอกข้า ข้าคงนอนมิหลับเป็นแน่สหายฉิน"


    .


    .


    .


    ฉินเทียนหันหน้าไปมองทางคุณชายลี่หลง มันคล้ายหวาดกลัวเหลือเกิน


    คุณชายลี่หลงมองฉินเทียนตัวมันด้วยสายตาอำมหิตนัก หากแต่ในไม่ช้าคุณชายลี่หลงก็กัดฟันพร้อมพูดขึ้น


    "ไอ้สารเลวตัวเลวร้ายของสตรี เจ้าจงพูดบอกสารภาพมาให้หมดมิเช่นนั้น...มิเช่นนั้น"


    "มิเช่นนั้นอะไรหรือสหายลี่หลง"


    "มิเช่นนั้นหากตอนนี้เจ้ามิพูดความจริง ข้าจะฆ่าเจ้าซะ"


    .


    .


    .


    ไม่รู้ทำไมฉินเทียนถึงรู้สึกดำมืดนักในวันนี้ มันรู้สึกในใจว่า หากมันพูดหรือไม่พูดมันก็ตกตายเหมือนกัน หากแต่สุดท้ายแล้วเมื่อมันคิดว่า หากมันไม่พูดนอกจากโดนคุณชายลี่หลงทำร้ายแล้ว ศาลเทพสวรรค์ก็จะรังแกมันอีกด้วย สุดท้ายฉินเทียนก็ได้แต่ถอนหายใจ พร้อมเริ่มเล่าความผิดบาปในใจของมันต่อ


    "วันนั้นคล้ายฝนกำลังจะตกสายลมก็แรงยิ่ง มันพัดซัดใส่ร่างข้าที่กำลังอุ้มสตรีผู้งดงามนางในดวงใจข้า ข้าพบว่าสายลมนั้นช่างเลวร้ายยิ่ง มันพัดพาเสื้อผ้าชุดสตรีของนางจนเสียรูป เสื้อตัวนอกคล้ายร่นไปเผยให้เห็นหัวไหล่นวลเนียนขาวผ่องของนาง นอกจากนั้น..."


    ฉินเทียนมองไปทางคุณชายลี่หลงที่ยามนี้มันคล้ายกำลังเป็นคนโมโหโกธารุนแรงยิ่ง เมื่อคุณชายลี่หลงมันเห็นสายตาของฉินเทียน มันก็กัดปากกล่าววาจา "นอกจากนั้นอะไร..."


    ฉินเทียนหัวเราะเหอๆ เบาๆ ก่อนในไม่ช้า... จะพูดกล่าวต่อ


    "เสื้อขาวตัวในของนางก็ร่นเช่นกันเผยให้เห็นชุดชั้นในสายรัดตู้โตวผืนบางของนาง" ฉินเทียนหัวเราะเหอๆ เบาๆ พร้อมทำสีหน้าจำทนคล้ายๆ คนที่กำลังจะถูกประหารและยอมรับชะตา ก่อนในไม่ช้าจะพูดกล่าวต่อ "ในไม่ช้าฝนก็ตกพรำๆ พอดีชุดชั้นในสายรัดตู้..โตว...พอโดนน้ำเข้า..ก็..ก็..ก็แนบเนื้อ...ข้า...ข้า..ก็...เลย"


    คุณชายลี่หลงเดินมาตรงหน้าฉินเทียนพร้อมสายตาอาฆาตเป็นที่สุด ไม่รู้ทำไมฉินเทียนค่อยๆ เดินถอยหลังและย่อตัวลงอย่างช้าๆ โดยไม่รู้ตัว คุณชายลี่หลงกัดฟันพูดถามต่อมันฉินเทียน หากแต่น้ำเสียงนั้นช่างฟังแลดูอำมหิตนัก "ข้า ข้าก็เลยอะไร..." คุณชายลี่หลงพูดพร้อมถลึงนัยน์ตางดงามของมันใส่ฉินเทียน ที่ตอนนี้หลังของฉินเทียนมันชิดกำแพงพร้อมย่อตัวจนคล้ายนั่งคู้เข่า หากแต่มือไม้ยกขึ้นปิดบังป้องกายคล้ายมุสิกที่กลัวผู้ล่า


    "ข้าก็คล้ายเห็นซาลาเปาลูกงามของนางเข้าหนึ่งลูก แม้จะไม่ชัดเจนนัก หากแต่ยอดปทุมถันก็ขึ้นรูปเบ่งบานงดงาม ทรงซาลาเปาลูกนั้นก็ดูดีเต็มไม้เต็มมืออีกด้วย... เห็นแล้วหิวอยากกินซาลาเปาเลยละ.. เหอๆ" ฉินเทียนยิ้มมันพยายามทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องตลก พยายามตบมุขอย่างสุดฝีมือ หากแต่...


    .


    .


    .


    "!!!บัดซบ ไอ้บุรุษสารเลว ตาาาาาาาาาาาายซะ"


    ไม่ช้าเสียงกรีดร้องของฉินเทียนก็ดังก้องไปทั่วห้อง


    !!!ตุบ!!!ตับ!!!ตุบ!!!ตับ


    คำพูดคำจาของมันมีเพียงเสียงร้องอู้อี้และคำขอร้องให้คุณชายลี่หลงยั้งมือเมตตาแก่มัน...


    .


    .


    .


    ส่วนปราชญ์บัวมณีหรือคุณชายเหลียนหลงยามนี้ร่างล้มทรุดลงกลิ้งพร้อมหัวเราะท้องแข็ง ขำขันเกินบรรยายเพราะไอ้ผู้ชายบัดซบผู้หนึ่ง กี่พันปีแล้วที่นางมิเคยพบเจอเรื่องตลกขำขันมากถึงเพียงนี้ ไยไอ้บุรุษบัดซบนี่มันจึงกล้าตบมุกหิวซาลาเปาตบท้าย มันไม่กลัวตายรึ


    ปราชญ์บัวมณีได้แต่คิดในใจ พร้อมนอนหัวเราะขบขันไม่หยุด ร่างโค้งงอเอามือกุมท้อง


    .


    .


    .


    ไกลออกไป ณ ที่ตั้งศาลเทพสวรรค์ เซียนซุนล้มกลิ้งหัวเราะท้องแข็ง มันมิคิดเลยเจ้าของศาลเทพสวรรค์คนใหม่จะโง่งมถึงขนาดนี้


    คล้ายกับเรื่องศาลเทพสวรรค์ข้าต้องการแต้มบุญ ที่คุณอ่าน