สนมรักของเจิ้นวันวันคิดแต่จะหาตังค์ [จบ]

    เล่มที่ 2 บทที่ 45 เขาต้องพิษ

             นางเป็นหมอ สามารถช่วยรักษาโรคช่วยชีวิตคนไม่ใช่หรือ ฮึถ้าเกิดมีคนตายขึ้นมาเจ้าจะทำอย่างไร

             หวังซื่อใจดำอำมหิต วางแผนการชั่วร้ายเอาไว้ทุกอย่าง

             ไม่กี่วันต่อมาขณะที่ชาวบ้านเกือบลืมเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ไปแล้วหวังซื่อก็ไปบ้านของหลี่ฟู่กุ้ยอีกครั้ง

             แม้ผู้อื่นจะลืมได้ แต่หลี่ฟู่กุ้ยกลับยากจะลืมลง

             เขาเป็นคนโลภในทรัพย์สินเงินทองยิ่งกว่าหวังซื่อจึงมีการเตรียมการป้องกันไว้ก่อนล่วงหน้าหลังกวาดมองไปในฝูงชนที่มารอรับยาเพียงปราดเดียวก็เห็นหวังซื่อซึ่งกำลังทำท่าทางลับๆ ล่อๆ 

             “ไฉนเจ้ามาอีกแล้วเล่า ยังคิดจะมาขอส่วนแบ่งจากข้าอยู่อีกใช่หรือไม่”หลี่ฟู่กุ้ยเอ่ยพลางใช้สายตาเฉียบคมมองหวังซื่อที่ต่ออยู่ท้ายแถว

             หวังซื่อถูกจับตามองจากรอบด้านอย่างเลี่ยงไม่ได้จึงทำหน้าหนาฉวยโอกาสเบียดขึ้นไปข้างหน้า

             “ใช่ที่ไหนกันเล่า ข้าแค่รู้สึกไม่สบายท้อง อยากให้ท่านช่วยจัดยามาให้กินเท่านั้นเอง”สีหน้าและคำพูดของหวังซื่อครานี้แตกต่างจากครั้งก่อนโดยสิ้นเชิงนางยิ้มประหม่าเล็กน้อย พูดจาดียิ่ง

             “ท้องเสียรึ” หลี่ฟู่กุ้ยหรี่ตามองนางอีกคราก่อนเอ่ยถาม

             มีเงินมาให้ถึงที่ เขาย่อมไม่ไล่คนไปอยู่แล้ว

             “ใช่สิ ท่านช่วยดูหน่อยว่ามีอะไรที่พอจะช่วยให้มันหยุดได้บ้าง” ขณะพูดจิตใจของหวังซื่อกลับไม่อยู่กับเนื้อตัวสายตาคอยชำเลืองสมุนไพรหลายอย่างที่วางแผ่หลาอยู่บนโต๊ะ คล้ายตั้งใจคล้ายไม่ตั้งใจอยู่ในขณะเดียวกัน 

             “อันนี้ง่ายๆ รอก่อนแล้วกัน” เขายังคงเป็นหมออยู่ท้องเสียใช้แค่สมุนไพรง่ายๆ ไม่กี่ชนิดก็พอแล้ว

             เขาหมุนตัวหันหลังให้หวังซื่อไปที่ตู้ยา แล้วหยิบไปชั่งน้ำหนักในปริมาณที่เหมาะสมเขาไม่มีฝีมืออย่างหมิงเป่าจูที่หยิบปุ๊บก็ได้น้ำหนักพอดีเป๊ะ 

             หวังซื่อเห็นหลี่ฟู่กุ้ยหันหลังไป ก็ขยับเท้าเล็กน้อยใช้ความใหญ่ของร่างกายบดบังสายตาคนที่อยู่ด้านหลัง

             แล้วรีบหยิบสมุนไพรจากในนั้นมาหนึ่งกำมือวางลงไปในกองสมุนไพรที่อยู่ข้างๆ นาง ไม่รู้หรอกว่าอะไรเป็นอะไร คิดแค่ว่าจะก่อความวุ่นวายให้เกิดปัญหาขึ้นเท่านั้น

             คนที่อยู่ด้านหลังมองดูแผ่นหลังกว้างดุจพยัคฆ์รอบเอวใหญ่หนาเหมือนหมีของนางที่ขยับเล็กน้อยทำอะไรบางอย่างอยู่ครู่หนึ่งแต่ขณะที่ชะโงกหน้าเข้าไปดูก็ไม่เห็นนางเคลื่อนไหวอีก จึงมิได้สนใจมากนัก

             หวังซื่อโยนเหรียญทองแดงสองสามเหรียญบนโต๊ะแล้วคว้าห่อยาที่ห่อเสร็จเรียบร้อยเดินออกไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ

             หลี่ฟู่กุ้ยอยากให้นางรีบไปใจจะขาดแม้จะตะขิดตะขวงใจชอบกลแต่ก็ไม่ได้สนใจใดๆ 

             เฉียนซื่อเป็นภรรยาของหัวหน้าหมู่บ้านได้ยินว่าช่วงนี้มีคนมาจัดยากับท่านหมอประจำหมู่บ้านเยอะมากก็ตั้งใจมาดูสถานการณ์โดยเฉพาะ

             เมื่อก่อนชาวบ้านล้มป่วยเจ็บไข้ทีต่างก็ต้องอดทนอดกลั้นด้วยเหตุนี้คนที่ตายไปเพราะทนไม่ไหวก็มีไม่น้อย บัดนี้คนยอมมาหาหมอกันแล้ว พวกเขาสามีภรรยาย่อมจะเบิกบานใจตามไปด้วย

             เพิ่งเข้าประตูมาก็ถูกคนเดินชนไหล่เคราะห์ดีที่จับประตูไว้ทันถึงไม่ล้มลงไป

             “คนที่เดินไปเมื่อครู่นี้คือหวังซื่อภรรยาของหมิงเถี่ยจู้ใช่หรือไม่”เฉียนซื่อถามขึ้นหลังจากประคองตัวได้แล้ว

             “อ้าว ท่านมาได้อย่างไร ใช่แล้ว เป็นนางนั่นแหละ ไม่ผิดหรอก” หลี่ฟู่กุ้ยเห็นเฉียนซื่ออยู่หน้าประตู ก็รีบออกมาต้อนรับอย่างรวดเร็ว

             เมื่อได้ยินคำถามก็เงยหน้ามองออกไปด้านนอกสตรีร่างท้วมที่เดินไปอย่างเร่งร้อนผู้นั้นก็คือหวังซื่อนั่นเอง

             “นางมาทำอะไรหรือ”

             เฉียนซื่อขมวดคิ้ว นึกถึงสีหน้าลนลานของอีกฝ่ายเมื่อครู่ยังมีท่าทีลุกลี้ลุกลนน่าสงสัยอยู่บ้าง

             “มาซื้อยา นางบอกว่าท้องเสียน่ะ” หลี่ฟู่กุ้ยเล่าให้ฟังอย่างละเอียด

             ท้องเสีย? มิน่า ถึงได้ดูรีบร้อนมากถึงเพียงนั้นคงจะไม่ไหวแล้วกระมัง เฉียนซื่อคาดคะเนในใจ ดังนั้นจึงไม่คิดถึงนางอีก

             หวังซื่อทำการสับเปลี่ยนยาสำเร็จก็นั่งกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในบ้านของตนเองอีกสองวันก็น่าจะมีเรื่องสนุกให้ชมแล้ว

             ตลอดสองวันมานี้หวังซื่อดูตื่นเต้นผิดปรกติจะนั่งจะยืนล้วนไม่เป็นสุขแต่ในที่สุดวันนี้นางก็ได้ข่าวว่ามีชาวบ้านมาโวยวายหาเรื่อง ก็ลอบยิ้มด้วยความดีใจรีบออกไปบ้านของหมิงเป่าจูเพื่อดูอีกฝ่ายถูกบีบคั้นให้ต้องยอมจำนน

             “เปิดประตู รีบเปิดประตูเร็ว” มีคนมาเคาะประตูบ้านของหลี่ฟู่กุ้ยตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง

             หลี่ฟู่กุ้ยเปิดประตูออกมาอย่างงัวเงียยังไม่ทันเห็นหน้าผู้มาอย่างชัดเจนก็ถูกกระชากคอออกไปแล้ว

             “ท่านหมอหลี่ ท่านดูสิ สามีข้ากินยาที่ท่านจัดให้มาสองวันนอกจากโรคจะไม่ดีขึ้น กลับรุนแรงยิ่งกว่าเดิมอีก”

             “นะ...นี่ เป็นไปไม่ได้ ข้าก็จัดยาตามเทียบที่หมิงเป่าจูออกให้ทุกอย่าง”พอเห็นคนถูกหามเข้ามาด้วยเสื่อฟางสีหน้าของหลี่ฟู่กุ้ยก็พลันลนลานตื่นตระหนกไปชั่วขณะ

             “เป็นไปไม่ได้อะไรกัน ตอนนี้คนยังนอนหมดสติอยู่ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นต่อให้หญิงม่ายบุตรกำพร้าอย่างพวกเราต้องกลายเป็นผีก็จะไม่ละเว้นเจ้า” หลี่กุ้ยเฟินร้องไห้พลางตีโพยตีพาย

             “เรื่องนี้เจ้าต้องไปหาหมิงเป่าจู มาหาข้าก็ไร้ประโยชน์ อย่าให้เสียเวลาเร็วเข้า รีบไป”

             เขาลองจับชีพจรของบุรุษผู้นั้นดู ก่อนลนลานชักมือกลับเร่งให้คนห้ามคนป่วยไปบ้านของหมิงเป่าจู

             เมื่อมาถึงที่หมายก็เคาะประตูทันที หมิงเป่าจูเป็นคนความรู้สึกไวแค่เสียงเคาะครั้งแรกนางก็ลุกขึ้นมาแต่งตัวเตรียมออกไปเปิดประตูแล้ว

             “ใครน่ะ” ทว่ายังไม่ทันเปิดประตู หลี่ไหวฺอวี้ก็ออกมาก่อน

             “ไม่รู้สิ เป่าอวี้เล่า” หมิงเป่าจูกลัวว่าเสียงเคาะประตูจะทำให้เป่าอวี้ตกใจตื่นดังนั้นจึงพยายามสวมเสื้อผ้าให้เร็วที่สุดก่อนเปิดประตูออกมา 

             “หลับอยู่” หลี่ไหวฺอวี้เผยรอยยิ้ม 

             เขาเลื่อมใสในความหลับลึกของเป่าอวี้อย่างแท้จริง เพียงหัวถึงหมอน ขนาดฟ้าร้องฝนกระหน่ำก็ยังทำให้เขาตื่นไม่ได้ นับประสาอะไรกับแค่เสียงเคาะประตู

             เมื่อเปิดประตูใหญ่ออก ด้านนอกมีคนมามุงล้อมอยู่เต็มไปหมดด้านล่างของบันไดมีชายหมดสตินอนอยู่บนเสื่อฟาง

             “เกิดอะไรขึ้น นี่คือ...?” หมิงเป่าจูข้ามธรณีประตูออกมาพลางนั่งยองลงตรวจชีพจรให้คนป่วย

             นางจำบุรุษผู้นี้ได้ สองวันก่อนเขาบอกว่าไม่สบายท้อง ทั้งยังอาเจียนอยู่บ่อยๆหลังตรวจชีพจรถึงรู้ว่าเป็นโรคกระเพาะจึงจัดเทียบยาบรรเทาอาการปวดที่มีประสิทธิภาพให้ไป

             หลี่กุ้ยเฟินร้องไห้มาตลอดทางตั้งแต่บ้านของหลี่ฟู่กุ้ยนางสะอึกสะอื้นเล่าอาการของสามีตลอดสองวันมานี้ให้ฟัง

             “แม่หนูเป่าจู เจ้ารีบดูเถอะ ว่าเขาเป็นอะไรกันแน่” หลี่ฟู่กุ้ยเองก็ร้อนใจตามไปด้วย

             ใช่ว่าเขาเป็นหมอมีคุณธรรมสูงส่งอะไรมากมายแต่กังวลว่าถ้าป้ายโฆษณามีชีวิตอย่างหมิงเป่าจูถูกทำลายต่อไปตนเองก็จะหาเงินไม่ได้อีกแล้ว

             หมิงเป่าจูตรวจอาการโดยไม่ต้องรอให้เขามาบอก

             แต่หญิงผู้นั้นร้องไห้อย่างหนัก เสียงดังจนนางไม่มีสมาธิ

             “นี่ พี่สะใภ้ท่านนี้ ข้าว่าท่านช่วยหุบปากหน่อยได้หรือไม่คิดว่าตนเองร้องเพลงอยู่หรือ ช่างไม่รู้บ้างเลยว่าระคายหูเพียงใด”

             หลี่ไหวฺอวี้ยืนกอดอก อ้าปากพลางหาววอดพิงกรอบประตูด้วยท่วงท่าเอ้อระเหยก่อนยกมือขวาขึ้นมาแคะหู สายตาเผยแววรังเกียจเดียดฉันท์

             หลี่กุ้ยเฟินถูกตวาด เสียงร้องไห้ก็พลันชะงักลงประกอบกับหวาดกลัวสายตาเย็นยะเยือกของหลี่ไหวฺอวี้ จึงค่อยๆ เงียบเสียงลง

             ถูกชายหนุ่มที่ดูทรงเกียรติ ทั้งยังหน้าตาโดดเด่นเอ่ยปากตำหนิเช่นนี้แม้ว่านางจะเป็นสตรีออกเรือนแล้ว ก็ยังรู้สึกกระอักกระอ่วนและอับอายอยู่ไม่น้อย

             ถึงคำพูดของหลี่ไหวฺอวี้จะไร้มารยาทแต่หมิงเป่าจูก็รู้สึกขอบคุณที่เขาช่วยปรับสภาพแวดล้อมให้กับตนเองใหม่

             ในที่สุดรอบด้านก็เงียบสงบ หมิงเป่าจูจึงสามารถรับรู้ถึงการเต้นของชีพจรได้อย่างละเอียด

             “เป็นอย่างไรกันแน่... เจ้าช่วยพูดอะไรบ้างสิ” หลี่กุ้ยเฟินกำลังจะตะเบ็งเสียงแต่พอมองไปที่หลี่ไหวฺอวี้ เห็นเขาไม่มีปฏิกิริยาอะไร ก็เปลี่ยนมากระซิบถามแทน

             ชีพจรพร่อง [1] และสับสนหมิงเป่าจูครุ่นคิดอยู่นานถึงกล่าวว่า “เขาต้องพิษ”

             “ต้องพิษ นี่เจ้าถึงกับวางยาพิษในยาเชียวหรือ” หลี่กุ้ยเฟินโพล่งออกมาโดยไม่ต้องผ่านการไตร่ตรอง

             “ข้ากับเขาไม่มีความแค้นหรือบาดหมางต่อกัน แต่ถึงจะมีข้าก็ไม่โง่พอที่จะใส่ยาพิษในยาที่ตนเองเป็นผู้ออกคำสั่ง”

             หมิงเป่าจูมองหลี่กุ้ยเฟินด้วยเสียหน้าเย็นชา 

             ชาวบ้านที่เฝ้าดูอยู่รอบๆ ต่างฉุกคิดขึ้นมาพวกเขาต่างก็เคยพูดว่าร้ายหมิงเป่าจูไว้มากมาย หลายคนเพิ่งจะได้รับยามาวันสองวันพวกเขาคงไม่กลายเป็นเช่นนี้เหมือนกันกระมัง...

     

             เชิงอรรถ

             [1] ชีพจรพร่องเมื่อสัมผัสทั้งสามระดับ จะรู้สึกว่าไม่มีกำลัง เมื่อสัมผัสเบาจะรู้สึกไม่มีแรงเล็ก แต่พอกดลึกกลับหายไป

    คล้ายกับเรื่องสนมรักของเจิ้นวันวันคิดแต่จะหาตังค์ [จบ] ที่คุณอ่าน

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111