
ตอนที่97 เนื้ออสูรมังกรทองขั้นเทพ
พระนางเจ้าเฟยลืมไปสิ้นว่ากรงขังน้ำแข็งเหล่านี้ ถูกสร้างด้วยค่ายกลพลังน้ำแข็งของพวกอสูรวารีหิมะ นางรู้สึกเจ็บปวดไปทั้งร่างกายล้มฟุบลง แล้วค่อยๆ พยุงกายขึ้นอีกครั้งน้ำตาไหลริน
"จิงโจวเจ้ารู้หรือไม่ว่าท่านอาหญิงผู้นี้คิดถึงเจ้าเป็นห่วงเจ้าเพียงใด อาหญิงภาวนาทุกค่ำคืนให้เจ้าปลอดภัย.."
เสียงพระนางเจ้าเฟยกล่าวอย่างลืมตัว กริชเพชรยืนตัวแข็งทื่อพูดอะไรไม่ออก นางกล่าวกับเขาแบบสาวคนรักพูดกับแฟนหนุ่มของตนไม่มีผิด
"ท่านแม่สำรวมหน่อย..เจอหลานชายก็ดีแล้วพูดซะหวานจ๋อยเชียว.."
องค์หญิงเจ้าเฟิงพูดขึ้นพร้อมกับขยับตัวไปด้านหน้ากรงของมารดา
"อัมมม! ....แหม..ท่านแม่ลูกหายไปเป็นเดือนพบหน้ากันไม่ทักลูกสาวสักคำ แต่กลับไปทักหลานชาย...มันน่าน้อยใจนักนะ...คิกคิก! "
หญิงสาวหัวเราะคิกๆ ขึ้นมาอย่างรู้ทันแกล้งพูดทำเป็นน้อยใจผู้เป็นมารดา
"ก็เจ้ามาทีหลังข้าไม่ทันเห็น..ข้าก็ทักหลานจิงโจวก่อนสิ..เจ้าอย่ามาอำแม่แบบนี้.."
สาวใหญ่พูดอย่างเขินๆ กลบเกลื่อนแบบเนียนๆไป
"ท่านอาหญิงข้าก็เป็นห่วงและคิดถึงท่านเช่ยังไม่ทันกัน..รู้ว่าท่านอยู่ในอันตรายข้าจึงรีบมาช่วยท่าน "
คำตอบของชายหนุ่มทำให้ พระนางเจ้าเฟย แก้มแดงเขินไป เหมือนความเจ็บปวดที่นางโดน พลังน้ำแข็งกระแทกเมื่อสักครู่มันหดหายไปสิ้น หัวใจหญิงสาวพองโตเมื่อเห็นกริชเพชรปรากฏตัวขึ้น
"ท่านแม่ท่านเป็นยังไงบ้าง? ลูกเป็นห่วงท่านยิ่งนัก.."
กริชเพชรพูดพร้อมกับหันไปมองฮองเฮาฝ่ายขวาที่นอนตะแคงลุกไม่ขึ้น
"ท่านแม่เป็นอะไรหรือทำไม? ดูซีดเซียวอ่อนระโหยโรยแรงเช่นนี้.."
กริชเพชรกล่าวด้วยน้ำตาคลอนึกสงสารนาง
"ก็พระนางลีหงษ์นะสิ..มันนำแม่เจ้าไปเฆี่ยนตีทุกวันตั้งแต่มันคิดกบฏ"
พระนางเจ้าเฟยพูดพร้อมกับกัดฟันอย่างเดือดดาล เมื่อพูดถึงพฤติกรรมขององค์ฮองเฮาฝ่ายซ้าย
"แค่กๆ ..ลูกโจวเจ้าเป็นเยี่ยงไรบ้าง? แม่เป็นห่วงเจ้ายิ่งนัก เห็นเจ้าเป็นอย่างนี้ แม่รู้สึกสบายขึ้นมากโขเจ้าไม่เป็นไร? แม่ก็ดีใจสุดๆ แล้วลูกรัก.."
หญิงสาวพูดด้วยเสียงสั่น เพราะพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ของนางถูกโจมตีอย่างหนัก จนแทบจะสูญสิ้นพลังหดหายไป จากการทุกข์ทรมานในการลงทัณฑ์ของเมียน้อย
ตูม!! โครม! กราว!!
กริชเพชรรวบรวมพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ เร่งเร้าผสานกับพลังจิตอสูร ต่อยกระแทกกรงทีเดียวระเบิดกระจัดกระจายไปออกไปสิ้นด้วยความโกรธ ที่เห็นฮองเฮาฝ่ายขวาผู้เป็นมารดาได้รับบาดเจ็บ
กริชเพชรทะลึ่งพรวดเข้าไปจนถึงข้างกายนาง เขาใช้ฝ่ามือแตะที่หน้าผาก มารดาล้มฮวบเข้าสู่อ้อมแขนของลูกชายอย่างหมดห่วง และมีความสุขที่เขาปลอดภัย
"ท่านแม่ท่านถูกทรมานหนักเยี่ยงนี้ได้อย่างไร.."
ชายหนุ่มพูดพร้อมกับดึงนางเข้ามากอดไว้ในอกหญิงผู้นี้ แม้ว่าจะเป็นมารดาที่เขาได้รู้จักเพียงไม่กี่วัน แต่นางก็ให้ความรักความอบอุ่นแก่เขาห่วงใยจนกริชเพชรรู้สึกรัก และเทิดทูนนางเป็นมารดาในโลกอสูร
เสียงหัวเราะของหญิงสาวแม้ว่าจะแผ่วเบา แต่มันก็มีแช่มชื่นอยู่ในเสียงนั้น ทำให้กริชเพชรรู้สึกงงนิดๆ
"ระหว่างที่แม่โดนลงทัณฑ์นางผู้หญิงชั่วตัวนั้นปากมันก็พร่ำบ่นด่าถึงเจ้าตลอดเวลา ว่าสวรรค์ส่งเจ้าลงมาเกิดเพื่อลิดรอนอำนาจและแผนการใหญ่ของมัน ที่คิดดำเนินการมาหลายร้อยปีแต่ต้องพังทลายลงเพราะบุตรชายของแม่มีพัฒนาการรวดเร็วจนบุตรของนางทั้งหมดไม่อาจเทียบเท่าได้ จึงชิงตัดไฟก่อนต้นลมแม้ว่ามันจะด่าเจ้าต่างๆ นานา แต่ในคำพูดนั้นกลับทำให้แม่ดีใจ ที่บุตรชายของแม่ช่างเก่งกาจยิ่งนัก ถล่มแม้แต่สำนักใหญ่อย่าง
ตระกูลหลงจนแตกพ่าย เสียหายอาวุธศักดิ์สิทธิ์ไปถึงสองชิ้นเรื่องนี้ถูกกล่าวขานกันไปทั่วนคร จนแม่ผู้เฒ่าชราคนนี้ต่างยินดีจนนอนตายตาหลับแล้ว วันนั้นถ้านางตีแม่ตายแม่ก็ไม่เสียดายชีวิตที่ให้กำเนิดบุตรยอดเยี่ยมอย่างเจ้า จิงโจวลูกรักของแม่..."
เสียงของนางแม้จะอ่อนล้าแต่แฝงด้วยความสุขและยินดี ที่ให้กำเนิดอัจฉริยะอย่างองค์ชายสิบสี่ที่มาเกิดขึ้นเป็นทายาท
"ท่านแม่อย่าพูดอะไรเลย..ข้าจะรักษาท่านแม่ก่อน.."
กริชเพชรนั่งลงเร่งเร้าพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ประกบมือถ่ายทอดพลังเข้าไปรักษาอาการบาดเจ็บ ขององค์ฮองเฮาฝ่ายขวา จนนางมีอาการที่ดีขึ้นเข้าสู่สภาวะปกติ แม้ว่าร่างกายจะอ่อนแออยู่
"ท่านแม่เป็นอย่างไร? บ้าง.."
กริชเพชรลุกขึ้นเอามือเช็ดเหงื่อพร้อมถามองค์ฮองเฮาฝ่ายขวา
"ดีมากเลยลูกรักพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ของแม่คืนมาถึงสามส่วนแล้ว.."
นางลุกขึ้นไปนั่งบนแท่นหินศิลาที่ทุกคน กำลังจ้องมองแม่ลูกรักษาอาการบาดเจ็บกันอยู่
"ท่านพ่อเป็นเยี่ยงไร? บ้าง.."
นางหันไปถามบิดาที่ตอนนี้นั่งมองดูหลานชาย และลูกสาวด้วยจิตใจที่เบิกบาน
"ฮ่าๆ ๆ ..จะเป็นอะไรได้..นอกจากยินดีในเมล็ดพันธุ์ที่ยอดเยี่ยมที่เจ้าให้กำเนิด เขาช่างเป็นบุรุษที่จะต้องยิ่งใหญ่ในวันหน้าอย่างแน่นอนภายในเวลาไม่กี่เดือนเขาสามารถขึ้นเป็นถึงคนครึ่งอสูรระดับห้าได้นี่ไม่ใช่เรื่องธรรมดาเลยเจ้ารู้หรือไม่.."
ผู้ตรวจการณ์ใหญ่ยกยิ้มอย่างเบิกบาน
"องค์หญิงเจ้าเฟิงท่านยังพอมีเนื้อ สักเล็กน้อยหรือไม่ ข้าจะทำอาหารให้มารดาข้าทาน.."
กริชเพชรหันไปถามองค์หญิงเจ้าเฟิงที่ยืนอยู่ด้านข้าง
"มีสิข้ายังมีเหลืออยู่บ้างมันเป็นเนื้ออสูรมังกรทองขั้นเทพที่พี่หญิงเก็บสะสมไว้นานแล้ว.."
นางพูดพร้อมกับพลิกฝ่ามือขึ้นก็ปรากฏเนื้อสีแดงเข้ม ที่ถูกตัดหั่นไว้อย่างดีหนึ่งกล่องส่งให้ชายหนุ่ม
"โอ้โห.! เนื้อมังกรทอง..ท่านเก็บใส่กล่องเทพเลยเหรอนี่ แสดงว่ามันมีคุณค่ามากๆ เลยใช่ไหมเนี่ย.."
กริชเพชรถามนางด้วยท่าทีตื่นเต้น ขณะเธอยิ้มกริ่มขึ้นที่ริมฝีปาก
"องค์ชายสิบสี่เนื้อนี้มีคุณค่ามากสำหรับข้า พี่หญิงจึงเก็บไว้ในกล่องเทพอย่างดี แต่ถ้าองค์ชายสิบสี่ต้องการมัน ข้าก็ยินดีให้เจ้าปรุงมันเป็นอาหาร เจ้าเริ่มปรุงเนื้อนี้ได้เลย พี่หญิงเอาให้มากหน่อยนะ ทำเผื่อพวกเราทุกคนด้วย ข้าก็อยากกินผัดกะเพราของเจ้าสักจานแล้วล่ะ.."
หญิงสาวกล่าวอย่างยิ้มแย้มเพราะนางรู้ว่าฝีมือการปรุงอาหารของชายหนุ่ม มันสามารถเพิ่มพลังกายอสูรขึ้นได้เป็นร้อยเท่าจากคุณสมบัติดั้งเดิมของเนื้อชิ้นนั้น
ทุกคนต่างมองหน้ากันสบตาอย่างแปลกประหลาดใจ ในคำพูดขององค์หญิงเจ้าเฟิง เนื้อปรุงสุกนี้จะมีประโยชน์อะไร? สำหรับพวกอสูรอย่างพวกเขาแต่ทุกคนก็เงียบกริบ เพราะไม่อยากรบกวนสมาธิของชายหนุ่ม
ที่ตอนนี้เขาเรียกเกล็ดอาวุธเทพออกมาบนฝ่ามือ แล้วขยายมันด้วยพลังบอลดวงจิตแก่นแท้เป็นกระทะร้อนๆ เขาหยิบเนื้อชิ้นหนึ่งที่ติดมันโยนลงไปพลิกข้อมือ หยิบไม้พายที่เขาทำไว้สำหรับผัดอาหารเหมือนตะหลิว
ทุกคนต่างจ้องมองที่ไม้พายดูมันว่ามีพลังแฝงของวิเศษหรือไม่ แต่ทุกคนต้องผิดหวังเหมือนมันเป็นไม้พายธรรมดาเสียเหลือเกิน ชายหนุ่มพลิกข้อมือจับกระเทียมพริกแดงลงไปผัด
ส่งกลิ่นหอมกรุ่น เขาใช้เกลือที่องค์หญิงเจ้าเฟิงให้ครั้งที่แล้วจัดการใส่ เขาเร่งไฟแล้วตามด้วยเห็ดชิเมจิ ส่งกลิ่นหอมกรุ่นชวนน้ำลายสอ
แม้ว่าทุกคนจะรู้ว่าอาหารพวกนี้ จะไม่มีประโยชน์ต่อร่างกายเหมือนเนื้อสด แต่ถ้าองค์ชายสิบสี่ทำให้มารดาและพวกตนกิน ด้วยน้ำใจที่ห่วงใยพวกเขาก็ยินดีกับการกระทำของชายหนุ่ม
หยกหยกมองดูกริชเพชรทำอาหารนาง แสยะยิ้มอย่างเฉยเมย เพราะนางก็รู้อยู่แล้วว่ากฎธรรมชาติเนื้อชั้นดีขั้นเทพขนาดไหน ถ้านำมาปรุงสุกมันเท่ากับลดคุณค่า ลงไปเกือบเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์
แม้ว่ามันจะน่ากินก็แค่ของกินขบเคี้ยวเล่นๆ ระหว่างคุยกันเพลินๆ ในสถานที่สังสรรค์เท่านั้นนางจึงไม่ค่อยใส่ใจนัก เดินไปที่โขดหินแล้วนั่งสมาธิเร้าพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ ปรับสมดุลในร่างกายนำพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ของเหล่าอสูร ที่นางกลืนกินเข้าไปเมื่อขณะสู้รบมา ขับให้บริสุทธิ์ตามวิชาพื้นฐานที่นางได้เรียนรู้ ตั้งแต่ขณะเป็นนักรบ
กริชเพชรเดินไปที่หินอ่อนก้อนหนึ่งแล้วใช้พลังปลายเล็บของเขา ตัดยอดของปลายหินฉับๆ เหมือนหยวกกล้วย แปรสภาพกลายเป็นจานบางๆ ขนาดพอเหมาะในการใส่อาหาร แล้วใช้ปลายเล็บอสูรของเขา สลักเศษหินศิลาเหล่านั้นเป็นช้อน
ส่งให้ทุกคน พวกเขาต่างตะลึงงันกับฝีมืออันประณีตของชายหนุ่ม รูปทรงของมันเหมือนจานอย่างดีและช้อนส้อม ให้พวกเขาคนละคู่
กริชเพชรก็หิวเหมือนกันดังนั้นจึงตักอาหารจากกระทะเกล็ดอาวุธเทพของเขา ที่ลอยอยู่กลางอากาศเบื้องหน้า
พร้อมกับส่งกระแสพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ ปรับไฟให้ลดลงพออุ่นๆ แล้วตักอาหารส่งให้ทุกคนรับประทาน ไม่เว้นแม้แต่หยกหยก
"ไม่เป็นไรหรอกองค์ชายสิบสี่ข้าไม่กินด้วยหรอกเนื้อพวกนี้ ไม่มีประโยชน์อะไรสำหรับข้า.."
นางกล่าวพร้อมกับยิ้มให้กับเขา
"รับไปกินเถอะเจ้าอยู่ ในอำนาจของข้า..ข้าสั่งอะไรเจ้าก็ทำตาม นี่เป็นกฎของทหารไม่ใช่รึเจ้าเป็นนักรบไม่รู้จักกฏนี้หรือ..."
เสียงของชายหนุ่มเข้มจนหญิงสาวขมวดคิ้วเอื้อมมือไปจับจานศิลา มาใช้ช้อนส้อมตักใส่ปากกินตามใจเขา นางรู้สึกแปลกใจเนื้อนุ่มๆ ที่หอมกรุ่นมีรสเผ็ดนิดๆ มันละลายในปากเพราะเป็นคุณสมบัติ ของเนื้ออสูรมังกรทองขั้นเทพเมื่อปรุงสุกมันช่างนุ่มหวาน เข้าไปในคอของนาง
"อัมมม..อร่อยดีแฮะ"
เมื่อเนื้อนั้นตกถึงกระเพาะพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ของหญิงสาว ก็เร่งเร้ามันย่อยสลายส่งไปเสริมสร้างกายอสูรของตน พลังในกระเพาะมันพุ่งไหลไปตามเส้นเลือดหญิงสาว จนต้องทรุดตัวลงนั่งอย่างลืมตัว
"กรอด!! อ๊าาาา"
เสียงเปี๊ยะๆ ลั่นก้องไปทั่วเส้นประสาทของหยกหยก หญิงสาวหัวทองกัดฟันกรอดพลังกายอสูรของนางเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มันพุ่งปราดไปทั่วร่างเหมือนเสียงฟ้าผ่าฟ้าร้องคะนอง ไปทุกทิศในตัวนาง
นี่มันเข้าสู่วิกฤตการณ์เลื่อนระดับอสูรครึ่งเทพขั้นที่หกชัดๆ หลังจากได้รับประทานเนื้ออสูรมังกรทองขั้นเทพปรุงสุก เพิ่มกายอสูรของนางนั่นเองวิกฤตเลื่อนขั้นของหญิงสาวมันเจ็บแปลบเข้าไปในจิตใจ เหมือนถูกมรสุมทอร์นาโดซัดกระหน่ำร่างของนาง
จนหญิงสาวเหงื่อแตกไหลรินลงบนพื้น หยกหยกต้องเร่งพลังบังคับบอลดวงจิตให้ปกป้องกายของนาง ให้ผ่านวิกฤต การเลื่อนขั้นไปด้วยความยากลำบาก
...............................................................................................................................................................................