เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เล่มที่4 ตอนที่ 110 : ชื่นชมภรรยาของฉัน

            อากาศในเมืองจงไห่หนาวเย็นลงเมื่อถึงฤดูใบไม้ร่วงนั่นทำให้หยางเฉินไม่อยากลุกออกไปจากผ้าห่มในตอนเช้า

            ในช่วงครึ่งปีหลังจากที่ฉันกลับมาที่ประเทศนี้คำว่า 'ซุกตัวในผ้าห่ม'กลับเข้ามาในหัวทั้งที่ฉันไม่เคยคาดคิดถึงมันตลอดยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา ฉันตกต่ำลงเสียแล้ว

            หยางเฉินสูดอากาศสดชื่นภายใต้แสงแดดส่องสว่างในยามเช้าพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียงนุ่ม ดมกลิ่นหอมของอาหารเช้าที่ถูกจัดเตรียมไว้ชั้นล่าง ใช่…ช่างเป็นชีวิตที่แสนเรียบง่าย...

            ก๊อกก๊อก

            ประตูถูกห้องถูกเคาะและเสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านนอก

            "คุณชายทานข้าวได้แล้วค่ะเดี๋ยวคุณหนูจะโกรธเอาได้นะคะ หากให้เธอรอที่โรงพยาบาล"

            วันนี้เป็นวันที่หลินรั่วซีจะออกจากโรงพยาบาลซึ่งเป็นเหตุผลที่ป้าหวังขึ้นมาปลุกหยางเฉิน

            หลังจากอาบน้ำเสร็จหยางเฉินใส่เสื้อแขนแสนสั้น และกางเกงขาสั้น และรองเท้ากีฬา เขาไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องเจ็บป่วยเลยแม้แต่น้อย

            หยางเฉินวิ่งลงบันไดไปเพลิดเพลินกับอาหารเช้าแสนอร่อยจากนั้นจึงออกจากบ้านมุ่งหน้าไปโรงพยาบาล และเมื่อหยางเฉินขับรถผ่านร้านดอกไม้เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง นึกถึงคำพูดที่ว่า 'เดินตามหลังผู้ใหญ่หมาไม่กัด'คิดได้ดังนั้นหยางเฉินก็จอดรถพร้อมเดินเข้าไปในร้านดอกไม้ทันที

            หญิงสาวเจ้าของร้านดอกไม้นั้นมีความงดงามในแบบผู้ใหญ่เมื่อเธอเห็นหยางเฉินเดินเข้ามาในร้าน เธอก็กล่าวต้อนรับหยางเฉินอย่างอบอุ่น

            หยางเฉินจำได้ว่าป้าหวังพูดถึงดอกคาร์เนชั่นแต่เขาก็พบว่ามันมีหลายสีเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น สีขาว สีแดง สีเหลือง สีม่วงและแม้กระทั่งสีเขียว!

            คิดอะไรกันอยู่รู้มั้ยว่ากว่าจะโตจนออกดอกต้องใช้เวลาไปเท่าไร?หยางเฉินคิดอย่างเศร้าโศก

            "พ่อหนุ่ม ดอกคาเนชั่นนี้แต่ละสีต่างแทนความหมายไม่เหมือนกัน ให้ฉันอธิบายให้คุณฟังก่อนนะคะ"หญิงสาวแนะนำอย่างชำนาญ

            แต่มีหรือที่หยางเฉินจะอดทนฟัง?เขาโบกมืออย่างมั่นใจ และกล่าวว่า "ไม่จำเป็นครับเอาอย่างละสีก็แล้วกัน นั่นสามารถช่วยผมได้มากทีเดียว!"

            ได้ยินดังนั้นคิ้วของหญิงสาวถึงกับขมวดเป็นเส้นตรงเป็นครั้งแรกที่เธอพบกับคนที่ซื้อดอกไม้เช่นนี้ คิดว่าการเลือกดอกไม้เหมือนสามารถเลือกส่งๆไปได้หรือไง?

            แต่ในเมื่อมันเป็นความต้องการของลูกค้าหญิงสาวก็จำต้องปั้นหน้ายิ้มแย้ม พร้อมส่งช่อดอกไม้หลากสีให้หยางเฉิน

            เนื่องจากดอกไม้ผสมกันหลากหลายสีทำให้การคิดเงินนั้นค่อนข้างยุ่งยากดังนั้นหยางเฉินจึงวางแบงก์สีแดงจำนวนหนึ่งไว้บนโต๊ะที่เคาน์เตอร์จากนั้นก็เดินออกจากร้านไปอย่างรวดเร็ว

            เมื่อหญิงสาวร้านดอกไม้นับเงินเธอก็พบว่าเงินที่หยางเฉินให้มานั้นไม่ถึงร้อยหยวนด้วยซ้ำแต่เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมา หยางเฉินก็ขับรถออกไปเสียแล้วนั่นทำให้เธอเกือบเป็นลมล้มพับลงไปเพราะความโกรธ

            เมื่อหยางเฉินมาถึงโรงพยาบาลมันก็เป็นเวลานัดหมายพอดีและเมื่อหยางเฉินเข้าไปในห้อง เขาก็เห็นร่างที่คุ้นเคยซึ่งไม่ได้เห็นมานาน

            "คุณหยางไม่เจอกันนานนะครับ" ซูจื้อหงเอ่ยทักทายอย่างยิ้มแย้มตามปกติในมือของเขามีช่อกล้วยไม้สีขาวสดใส

            ข้างๆ ซูจื้อหงคือเหมาฉิวที่กำลังยืนเกาก้นอยู่ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะยุงหรือเพราะไม่ได้อาบน้ำมาหลายวัน

            หลินรั่วซีสวมเสื้อสีขาวสบายๆนั่งอยู่บนเตียง ด้านข้างของเธอเป็นกระเป๋าเดินทางขนาดเล็ก

            หยางเฉินจ้องมองซูจื้อหงดูเหมือนว่ามันจะชอบหลินรั่วซีเอามากๆ หยางเฉินพูดขึ้นอย่างเบื่อหน่ายว่า "คนอย่างบอสซู ถึงกับส่งดอกไม้ให้กับภรรยาของผม คุณนี่ไว้หน้าผมจริงๆ"

            รอยยิ้มบนใบหน้าของซูจื้อหงแข็งค้างไปในทันทีไว้หน้าอะไรของมัน!? ฉันให้ดอกไม้แก่หลินรั่วซีไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับแกเสียหน่อย!?

            "คุณหยางช่างสุภาพจริงๆเลยนะครับ" ซูจื้อหงเห็นดอกคาร์เนชั่นหลากสีในมือหยางเฉินเขาก็กลั้นหัวเราะไว้ พร้อมกล่าวว่า"ผมสงสัยว่าช่อดอกไม้นี้คืออะไรผมไม่เคยเห็นช่อดอกไม้เช่นนี้มาก่อน"

            หลินรั่วซีแอบมองไปที่ห่อดอกไม้ในมือหยางเฉินด้วยเช่นกันทันใดนั้นเธอก็เลิกคิ้วขึ้น เธอก็อยากรู้เหมือนกันว่าหยางเฉินเอาช่ออะไรมาให้เธอแต่หลังจากที่ได้เห็นกองคาร์เนชั่นอย่างดีถูกจัดซ้อนกันเช่นช่อดอกไม้ป่าเธอก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรเลยทีเดียว

            หยางเฉินไม่ได้สนใจมากนักเขายิ้มและตอบว่า "ความหมาย?ผมสงสัยว่าดอกไม้ของบอสซูเป็นอย่างไร?"

            ซูจื้อหงกล่าวอย่างภูมิใจว่า "งดงามและสูงส่งนี้คือสิ่งที่ผมเห็นในตัวรั่วซี ดังนั้นดอกไม้ของผมจึงเป็นดอกกล้วยไม้"

            "ขอบคุณที่ชมภรรยาของผมนะครับ"หยางเฉินจนใจ เน้นคำว่า 'ของผม'จากนั้นกล่าวว่า "เหตุผลที่ว่าทำไมช่อดอกไม้ของผมถึงมีหลายสีก็เพราะว่าผมไม่อาจนิยามของรั่วซีได้ เธอทั้งสวย งดงามสูงส่ง มั่นใจ เซ็กซี่ น่ารักมีคุณธรรม และจิตใจดี... เป็นภรรยาที่ดีเป็นแม่ตัวอย่าง เป็นผู้หญิงอันดับหนึ่งในจีนประจำปีนี้คุณคิดหรือว่าจะสามารถนิยามหลินรั่วซีของผมได้หมด ดังนั้นผมเลยซื้อมันมาทั้งหมด"

            ใครสนกันล่ะแค่ซื้อดอกไม้หลายสี พร้อมกับบอกความหมายมากมาย มันช่างเหมาะเจาะอะไรเช่นนี้หยางเฉินคิดอย่างมีความสุข

            เมื่อถูกชมอย่างมากมายโดยหยางเฉินหลินรั่วซีก็ไม่อาจทำอย่างไรได้ เธอเขินอายออกมาเล็กน้อยผู้หญิงตัวอย่างแห่งปีอะไรกัน!?

            ถ้าซูจื้อหงรู้ว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นเขาคงซื้อกล้วยไม้มาทุกสีเช่นกัน เขาทำได้เพียงฝืนยิ้มและกล่าวว่า "คุณหยางช่างมีความสามารถที่หลากหลายจริงๆ"

            "ขอบคุณที่ชมนะครับคุณซู!ที่จริงผมนั้นเป็นคนต่ำต้อย ถ้าหากไม่มีเรื่องอะไรแล้วเชิญบอสซูวางดอกไม้แล้วออกไปได้แล้วครับ" หยางเฉินทำท่าทางสุภาพและเผยรอยยิ้มที่อบอุ่น

            ใบหน้าซูจื้อหงหมองคล้ำลงทันทีเขาเกือบจะไม่สามารถระงับความโกรธเอาไว้ได้!

            ดีมาก!มันกล้าพูดแบบนี้กับฉันอย่างตรงไปตรงมาทำให้ฉันอัปยศอดสูอย่างหาที่ระบายไม่ได้ ดีมาก!

            ทางด้านเหมาฉิวที่ยืนอยู่ข้างๆมองไปที่เจ้านายของมันด้วยสายตาสงสาร เพื่อไล่ตามผู้หญิงที่แต่งงานแล้วและแม้กระทั่งการทรมานตัวเองเช่นนี้ มันคุ้มค่าแล้วหรือไม่

            "ถ้างั้น...รั่วซีผมวางดอกไม้ไว้ตรงนี้นะครับ แล้วก็ยินดีด้วยที่ได้ออกจากโรงพยาบาล"

            ซูจื้อหงรู้สึกว่าถ้าหากยังอยู่ต่อคงได้บ้าตายแน่ๆ ดังนั้นจึงกล่าวอำลาแล้วเดินออกจากห้องไป

            เมื่อซูจื้อหงออกจากห้องไปแล้วหลินรั่วซีก็เงยหน้าขึ้นพร้อมกล่าวว่า "อย่าทำหยาบคายกับบอสซู เขาไม่ได้ทำอะไร"

            "ไม่ได้ทำอะไร!?"หยางเฉินพูดเสียงดังว่า "มันมาที่นี่เร็วกว่าสามีอย่างผมซะอีกมันรนหาที่ตายเองต่างหาก!?"

            หยางเฉินกล่าวพลางเดินไปหยิบดอกไม้ของซูจื้อหงโยนลงถังขยะโดยพลันจากนั้นเดินไปหาหลินรั่วซีอย่างยิ้มแย้ม

            "ยินดีด้วยที่ได้ออกจากโรงพยาบาลเสียทีที่รักของผม"

            วิธีการพูดของเขานั้น'ฟังดูน่าอึดอัดใจเล็กน้อยแต่ด้วยมารยาทที่และการถูกสั่งสอนมาอย่างดีนั้น ทำให้หลินรับดอกไม้มาพร้อมกล่าวว่า

            "ขอบคุณ"

            หยางเฉินหัวเราะออกมาเสียงดังพร้อมกล่าวว่า

            "ไม่จำเป็นต้องขอบคุณผมผมรู้ว่าคุณสับสน แต่อย่าร้องไห้เลย ผมกลัวผู้หญิงร้องไห้ต่อหน้าที่สุด"

            หลินรั่วซีถอนหายใจออกมาผู้ชายคนนี้กลับมาอีกแล้ว ทำไมฉันต้องร้องไห้โดยไม่มีเหตุผลด้วย!?

            หลังจากจัดการเรื่องทุกอย่างแล้วหยางเฉินก็ขับรถกลับบ้านพร้อมกับหลินรั่วซีนี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขานั่งอยู่บนรถกันสองคน หลังจากหลินรั่วซีขับรถเบนท์ลีย์มารับหยางเฉินในคราวก่อน

            หลินรั่วซีนั่งอยู่ในรถและเห็นว่าสภาพภายในรถดูเปลี่ยนไป ทันใดนั้นเธอก็นึกอะไรบางอย่างออกและกล่าวถามอย่างเฉินทันที

            "หยางเฉินรถที่นายขับเป็นรถของฉัน นายไม่รู้สึกละอายใจเลยงั้นเหรอ ?"

            หยางเฉินส่ายหัว "ไม่เลย บอสหลินมีรถตั้งหลายคัน ปล่อยมันโดยไม่ได้ทำอะไรมีแต่จะเสียของเปล่าๆผมกำลังทำให้รถพวกนั้นได้ทำประโยชน์ นั่นเป็นความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งของผมเชียวล่ะ!"

            "ฉันจริงจังนะ"หลินรั่วซีขมวดคิ้วกล่าวว่า "นายเป็นผู้ชายไม่คิดว่าควรทำงานหนักเพื่อซื้อรถและบ้านเป็นของตัวเองมั่งงั้นหรือ?ขับรถของผู้หญิงอย่างนี้ไม่กลัวคนอื่นจะหัวเราะเยาะหรือไง?"

            หลินรั่วซีพยายามกระตุ้นหวังให้หยางเฉินรู้สึกอัปยศในใจ และใช้มันเป็นแรงขับเคลื่อนให้ทำงานหนักขึ้น

            หยางเฉินครุ่นคิดสักพักแล้วพยักหน้าด้วยใบหน้าจริงจังกล่าวว่า "ที่รักคุณคิดว่าผมจะรู้สึกเสียหน้าใช่มั้ยล่ะ เดี๋ยวผมจะใช้มีดตัดโลโก้ BMWออกไปเอง คุณคิดว่ายังไงล่ะ?"

            หลินรั่วซีรู้สึกเหมือนอยากจะหักพวงมาลัยพุ่งลงข้างทางเพื่อฆ่าชายคนนี้ซะเหลือเกิน!

            เธอรู้สึกผิดหวังกับหยางเฉินและแสดงท่าทางเงียบขรึม โดยไม่พูดอะไรอีก

            หยางเฉินรู้ว่าภรรยาของเขาบูดบึ้งกับการขาดความทะเยอทะยานของเขาดังนั้นเขาจึงจดจ่ออยู่กับการขับรถและแกล้งทำไม่รู้ไม่ชี้ การเดินทางกลับบ้านจบลงด้วยความเงียบป้าหวังรออยู่ที่ประตู และเมื่อเธอเห็นทั้งสองออกมาจากรถป้าหวังจึงรีบเข้าไปช่วยหลินรั่วซียกกระเป๋า แล้วกลับเข้าไปเตรียมอาหารกลางวันต่อ

            หลินรั่วซีไม่สนใจหยางเฉินเมื่อเธอเข้าไปในบ้าน เธอก็โทรหาเลขาอู๋เยวี่ย แล้วขึ้นไปทำงานที่ชั้นสองทันที

            ป้าหวังเป็นห่วงหลินรั่วซีเธอพยายามห้ามไม่ให้หลินรั่วซีทำงานหนัก แต่ดูเหมือนหลังจากกลับออกมาจากโรงพยาบาลเธอก็ยังคงทำงานหนักอยู่เช่นเคย

            ป้าหวังทำอาหารต้อนรับหลินรั่วซีอย่างอลังการมันมีปริมาณมากและอร่อยกว่าปกติ อาหารชนิดต่างๆ ล้วนส่งกลิ่นหอมทำให้หยางเฉินกลืนน้ำลายจ้องมองอย่างเหม่อลอย

            "ป้าหวังครับถ้ามีเวลาก็สอนผมทำอาหารบ้างนะครับ ผมชอบอาหารที่ป้าหวังทำที่สุด"หยางเฉินเอ่ยขึ้น

            คำชมย่อมทำให้คนฟังมีความสุขป้าหวังเผยรอยยิ้มกว้างตอบว่า

            "คุณชายชอบมันก็ดีแล้วล่ะค่ะไว้ฉันจะสอนตอนที่คุณชายว่างก็แล้วกัน คนแก่อย่างฉันว่างตลอดอยู่แล้วสามารถสอนคุณเมื่อไรก็ได้"

            หลินรั่วซีเห็นดังนี้แล้วเธอก็คิดว่าชายคนนี้ไม่เพียงไม่เต็มไม่เต็มใจทำงานเขายังต้องการเรียนวิธีการปรุงอาหารเช่นหญิงสาว เธอไม่อาจทำอย่างไรได้ได้แต่ทำสีหน้าไม่พอใจ และความผิดหวังอย่างรุนแรง

            แม้ว่าป้าหวังจะเตรียมอาหารแสนอร่อยมากมายแต่ตอนนี้หลินรั่วซีกำลังอยู่ในอารมณ์บูดบึ้งดังนั้นเธอจึงกินอาหารเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จากนั้นยืนขึ้นเตรียมตัวออกไปข้างนอก

            ป้าหวังเห็นดังนั้นก็สะกิดขาหยางเฉินพร้อมส่งสัญญาณทางสายตาหยางเฉินเข้าใจความหมาย ดังนั้นจึงเอ่ยถามหลินรั่วซีด้วยรอยยิ้ม

            "จะไปไหนหรือ?ถ้าคุณจะไปออฟฟิศ ผมไปส่งคุณเองเป็นไง ผมว่างอยู่ด้วย"

            หลินรั่วซีเหลือบมองหยางเฉินอย่างเย็นชาพลางกล่าวว่า "ไม่จำเป็นฉันไม่ได้ไปออฟฟิศ ฉันขับรถเองได้ นายกินข้าวกับป้าหวังที่นี่ไปเถอะ"

            ขณะกล่าวกับหยางเฉินหลินรั่วซีก็หยิบกุญแจรถและเดินออกจากประตูโดยไม่หันมามองอีกเลย

            ไม่ได้ไปออฟฟิศ?หยางเฉินรู้สึกงุนงง มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เธอออกไปข้างนอกกลางดึก และไม่บอกว่าจะไปไหน แม้ว่าเขาจะเป็นคนขี้สงสัยแต่ก็ไม่ได้ถามออกไป

            เมื่อคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้หยางเฉินรู้สึกว่าความสัมพันธ์ของเขากับหลินรั่วซีได้กลับไปเหมือนตอนที่เขาพบกันครั้งแรกที่ต่างเป็นความสัมพันธ์ตามสัญญาแต่งงานไม่ได้มีความรู้สึกใดๆ ให้กันเขาคิดไปเองว่าช่วงนี้ความสัมพันธ์ของเขาและหลินรั่วซีนั้นดีขึ้นกว่าเดิมและจะยิ่งดีขึ้นเรื่อยๆเมื่อเธอกลับมาบ้าน แต่สถานการณ์กลับกลายเป็นอย่างนี้นั่นทำให้หยางเฉินทำตัวไม่ถูกไปทันที

    คล้ายกับเรื่องเมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์ ที่คุณอ่าน