“ทำไมไม่เปิดไฟ”
ตกเย็นเมิ่งเซียนกลับมา ท่ามกลางความมืดเธอเห็นแสงไฟจาก
เเล็ปท็อปส่องสะท้อนกับใบหน้าเด็กหนุ่ม เมิ่งเซียนเดินไปเปิดไฟ วางกระเป๋าไว้บนโต๊ะแล้วเดินอ้อมไปด้านหลังโซฟาเพื่อดูว่าเฉินรุ่ยกำลังดูอะไร
“ผมกำลังติดลมน่ะครับ เลยไม่อยากลุกถ้ายังทำตรงนี้ไม่เสร็จ”
เฉินรุ่ยอ่านข่าวแล้วนำข้อมูลสถิติมาทำเป็แดชบอร์ด เพราะ้าเผยแพร่ข้อมูลเหล่านี้ลงบนเพจที่เขาคิดจะเปิด เพื่อให้ข้อมูลง่ายต่อการเข้าถึง
เขาคิดว่าเมื่อมีแอคเค้าท์แล้วจะตั้งเวลาการเผยแพร่ไว้ให้เพจมีความแอคทีฟ และเป็จุดหนึ่งที่จะทำให้คนคลิกเข้ามา สำหรับกลุ่มเป้าหมายคือคนที่สนใจด้านข่าวสารเหมือนกัน เขาสามารถเพิ่มยอดเอนเกจเม้นท์จากคนเหล่านี้ได้ ในยุคที่เต็มไปด้วยข่าวสารหากคนเหล่านี้ได้ข้อมูลที่ย่อยง่ายคงดีไม่น้อย
“ตอนที่เธอบอกใช้คอมเป็ ฉันไม่คิดว่าเธอทำได้ถึงขั้นนี้”
ได้ยินเธอพูดแบบนั้นเฉินรุ่ยก็หันไปยิ้มน้อยๆ ให้เมิ่งเซียน เขาถือว่าเป็คำชม
“อันที่จริงมีหลายอย่างที่ผมสามารถทำได้ เพียงแต่ผมไม่มีใบรับรองความสามารถด้านนั้น”
“นั่นค่อนข้างเป็ปัญหา การแข่งขันเพื่อตำแหน่งงานค่อนข้างสูง หากเธอไม่มีใบรับรองต่อให้มีความสามารถ การตัดสินใจรับเข้าทำงานในตอนแรกไม่อาจมีใครรู้ได้จริงหรอกว่าเธอสามารถทำอะไรได้บ้าง”
“ผมเลยคิดว่าจะใช้โอกาสนี้สร้างโปรไฟล์ให้ตัวเองขึ้นมาครับ”
“นั่นสุดยอดไปเลย เอาล่ะ แต่ตอนนี้เราคงต้องออกไปด้านนอกด้วยกันแล้ว ไม่อย่างนั้นฮ่าวกงคงต้องขึ้นมาตามเราแน่”
เฉินรุ่ยปิดหน้าจอลง แล้วเดินตามเมิ่งเซียนไปสวมรองเท้าผ้าใบคู่เดิม เมิ่งเซียนมองรองเท้าผ้าใบของเขาก่อนจะทำท่าเหมือนว่าจะพูดอะไรขึ้นมา
“ผมไม่อยากได้รองเท้าใหม่หรอกนะครับ” แต่เฉินรุ่ยขัดขึ้นก่อน
“โอเค” เธอตอบ
เมื่อมาถึงห้างสรรพสินค้าเฉินรุ่ยถูกเมิ่งเซียนดึงไปยังโซนขายมือถือทันทีโดยมีฮ่าวกงเดินตาม พอเห็นราคาของรุ่นที่เธออยากซื้อแล้วเฉินรุ่ยก็หน้ามืดอยากจะเป็ลม
“ตกลงว่าผมได้งานแล้วใช่ไหม ถ้าหากว่าซื้อไปแล้ว...” ไม่มีเงินใช้คืนล่ะ เขาต่อคำพูดในใจ
“เเน่นอนว่าเธอได้งานแล้ว พรุ่งนี้เธอไปทดลองงานกับฮ่าวกงได้เลย เป็ตำแหน่งคนขับรถของบริษัท หากผ่านการทดสอบแล้ว เราจะติดต่อเื่ทำใบขับขี่ให้เธอในวันถัดไป ในวันที่ 3 เธอก็สามารถเข้าบริษัทได้แล้ว” เขาหันไปทางฮ่าวกงอีกฝ่ายก็พยักหน้ารับ
“ยินดีด้วย” เขากล่าว
“เอาล่ะ ชั้นชอบรุ่นนี้ เธอชอบสีอะไร” เมิ่งเซียนถามเขา มันแปลว่าเธอได้เลือกสิ่งที่เธอ้าแล้ว เฉินรุ่ยมองราคามันนิ่ง รุ่นนี้แม้คุณภาพการใช้งานจะดีมากแต่ราคาก็สูงมากเช่นกัน
“เงินเดือนผมคือเท่าไหร่ครับ”
“1,300 เหรียญ ไม่รวมค่าล่วงเวลาและการติดตามที่ต้องค้างคืน ถ้าเธอซื้อเครื่องนี้ชั้นจะหักเธอเดือนละ 100 เหรียญจนกว่าเธอจะให้หนี้ครบ ตกลงไหม”
เฉินรุ่ยพยักหน้า เมิ่งเซียนนำบัตรประชาชนเขายื่นให้พนักงานเพื่อเปิดเบอร์และผูกข้อมูลเข้ากับระบบ หลังจากชำระเงินเรียบร้อยเขาหอบถุงของสมนาคุณซึ่งทางร้านแถมให้มากมายออกมา ต่อไปเป็ธนาคาร การเปิดบัญชีนั้นใช้เวลาไม่นานนัก เพียงแค่ยื่นบัตรประชาชนแล้วก็เซ็นเอกสารไม่กี่แผ่นเท่านั้น หลังจากที่ดำเนินการทุกอย่างเรียบร้อยเธอก็พาพวกเขาเข้าร้านอาหารญี่ปุ่น ยื่นเมนูให้เฉินรุ่ยแล้วหันไปสั่งโดยไม่ดูเมนูสักนิด เฉินรุ่ยยื่นเมนูให้ฮ่าวกง อีกฝ่ายปฏิเสธ
“เธอสั่งให้ฉันเเล้ว”
เฉินรุ่ยจึงเลือกอันที่ถูกที่สุดมาหนึ่งอย่าง นั่งอยู่ไม่นานอาหารก็ถูกเสิร์ฟ พวกเขาคุยกันถึงนัดหมายวันพรุ่งนี้สำหรับเฉินรุ่ยที่ต้องติดรถไปกับฮ่าวกง หลังจากทานเสร็จฮ่าวกงก็พาเรามาส่งใต้คอนโด
“ฉันเมมเบอร์ตัวเองลงไปให้เธอแล้ว ถ้าเธอลงทะเบียนการใช้งานในโซเชียลมีเดียก็สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อกันได้ทันที” เมิ่งเซียนพูดขณะอยู่ในลิฟต์
“ขอบคุณมากครับ”
“ไม่ต้องขอบคุณอะไรฉันมากมายหรอก เธอแค่ใช้ชีวิตอย่างที่ควรจะเป็ ให้ฉันเป็ฝ่ายสนับสนุน คิดเสียว่าฉันเป็พี่ของเธอ” นี่มันดีกว่าที่ฝันไว้เสียอีก
“พี่น้องหรือ?” เขาได้สิทธิ์มีพี่น้องด้วยหรือ
“ใช่ พวกเราตอนนี้ก็ถือว่าอยู่ทีมเดียวกันแล้ว ความสำเร็จของเธอส่วนหนึ่งก็ถือว่าเป็ความสำเร็จของพวกพี่เช่นกัน หรือต่อให้ล้มเหลวก็ไม่ต้องกลัว เธอยังมีทีมของเธออยู่”
เฉินรุ่ยเงียบไปเมื่อได้ยินคำพูดของเมิ่งเซียน
“ทีมเรา พี่หมายถึง พี่เมิ่งเซียน ฮ่าวกงและผม”
ได้ยินอีกฝ่ายเรียกตัวเองว่าพี่ เมิ่งเซียนก็อดยิ้มออกมาไม่ได้
“ใช่ นี่คือทีมของเรา”
⚖️
เช้าวันต่อมาไม่ต่างจากเดิมเท่าไหร่ เขาฝันถึงข้อมูลปลีกย่อยบางอย่างในเนื้อเื่กับเสียงพลิกกระดาษก่อนจะตื่นขึ้นมาในเวลาเดิม นี่อาจเป็ภาวะ PTSD แต่เฉินรุ่ยคิดว่ามันไม่ได้รุนแรง แค่ทำให้เขานอนไม่หลับ และถูกฆ่าตายในฝันทุกคืนยามหลับตา เฉินรุ่ยหลับตาลงยกมือนวดขมับ
เขากลัว
ลืมตามองนาฬิกาดิจิตอลในความมืด 4.34 น. เขาหลับไม่ลงอีกแล้ว สุดท้ายจึงนำแล็ปท็อปมาเปิดเพื่อลงสรุปข้อมูลสถิติอัตราการส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าโดยนำข้อมูลมาจากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม จากนั้นก็สวมหูฟัง ฟังข่าวจากมือถือ ก่อนจะลุกไปชงกาแฟให้พี่เมิ่งเซียน เปิดตู้เย็นหาของสด อืม แทบไม่มี สุดท้ายก็เป็ขนมปังปิ้งไส้กรอกทอดกับไข่ดาวธรรมดา จัดโต๊ะเสร็จเรียบร้อยก็ปิดฝาครอบไว้ ดูจากนาฬิกาอีกไม่กี่นาทีอีกฝ่ายคงออกมา
“วันนี้หลังจากทดสอบการขับกับฮ่าวกงเรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวฮ่าวกงจะพาเธอเข้าบริษัทเพื่อติดต่อฝ่ายบุคคล เสร็จเรียบร้อยก็นั่งรอพี่ที่นั่น นี่เธอทำ?”
เมิ่งเซียนพูดขณะเดินออกมาจากห้อง ก่อนจะเห็นว่าอาหารเช้าถูกจัดเตรียมเรียบร้อยและเด็กของเธอก็ดูจะพร้อมแล้ว
“ครับ”
“ทำอาหารเป็ใช่ไหม”
“พอได้ครับ”
เมิ่งเซียนนั่งลงก่อนจะยกกาแฟขึ้นจิบ เธอเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ เธอไม่ได้ทานกาแฟซอง เมื่อวานเฉินรุ่ยน่าจะเห็นวิธีการชงของเธอ แต่เพียงครั้งเดียวก็จำได้ ไม่ให้ประหลาดใจได้อย่างไร
“เื่ที่พักถ้าเธอไม่มีปัญหาเื่ความเป็ส่วนตัวก็อยู่ด้วยกันไปก่อนใน่ทดลองงาน หลังจากนั้นสามารถยื่นเื่ขอที่พักในสวัสดิการพนักงาน ทางบริษัทจะจัดสรรให้ตามลำดับและความเหมาะสม”
“...” เฉินรุ่ยพยักหน้ารับ
“เธอพูดน้อยขนาดนี้มาตลอดเลยเหรอ มีเพื่อนไหม” เฉินรุ่ยส่ายหน้าก่อนจะนึกได้ว่าควรตอบ
“ไม่มีครับ”
เฉินรุ่ยคิดว่าเพราะเขาไม่ค่อยมีบทพูด การจะเรียบเรียงคำพูดออกมาเอง หรือว่าพูดอะไรที่ตนคิดว่าไม่สำคัญออกมามันทำให้รู้สึกประดักประเดิดไม่น้อย มันขัดกับบทบาทที่ถูกวางไว้ แม้ว่าจะพยายามใช้ชีวิตของตนเองนอกบทบาท แต่เอาเข้าจริง เขาไม่อาจทิ้งพื้นฐานตรงนั้นได้
“ไม่เป็ไร ค่อยๆ เรียนรู้ไปแล้วกัน”
หลังจากทานอาหารเสร็จเฉินรุ่ยก็นำจานไปล้าง จากนั้นจึงออกจากห้องพร้อมกัน
ฮ่าวกงส่งเมิ่งเซียนที่บริษัทก่อนจะขับรถพาเฉินรุ่ยไปยังสนามทดสอบ เมื่อคนคุยไม่เก่งสองคนมาอยู่ด้วยกันบรรยากาศจึงเต็มไปด้วยความเงียบสนิท แต่เฉินรุ่ยก็โอเคกับมัน
เขาถูกเปลี่ยนให้ลงมาขับ เมื่อลองขับดูจริงๆ แล้ว ร่างกายก็ดูคุ้นเคยกับการควบคุมรถดีมาก มากจนฮ่าวกงแทบไม่ต้องบอกอะไรเลย
“ถ้าเธอสามารถขับได้ขนาดนี้ ฉันว่าเราไปสมัครสอบวันนี้เลย เดี๋ยวฉันพาเธอไปทิ้งไว้ที่นั่น เสร็จเรียบร้อยเธอก็โทรกลับมา” ฮ่าวกงเปลี่ยนแผนหลังจากเฉินรุ่ยขับวนรอบสนามเป็รอบที่ 3 ระหว่างทางไปเขาก็ซื้ออาหารสำหรับมื้อเที่ยงให้เฉินรุ่ย
เพราะแผนเปลี่ยน ่สายและบ่ายวันนี้เฉินรุ่ยจึงใช้เวลาไปกับการอบรมรวมทั้งทำข้อสอบการขับขี่และกฎหมายจราจร จากนั้นก็ทดสอบการขับขี่ในสนามจริงรวมถึงการลงถนน สิ้นสุดการทดสอบเขาก็โทรให้ฮ่าวกงมารับ ข้อมูลการทดสอบการขับขี่ได้ถูกบันทึกลงบนบัตรประจำตัวเขาเรียบร้อยแล้ว
“ถึงบริษัทแล้ว ฝ่ายบุคคลจะสอบถามข้อมูล เธอตอบตามจริงแล้วยื่นบัตรประจำตัวให้เขาเท่านั้น จากนั้นเขาจะทำเื่ขอบัตรพนักงานและยูนิฟอร์มให้” ฮ่าวกงบอกก่อนที่จะถึงบริษัท หลังจากจอดรถเขาก็พาเฉินรุ่ยเข้าลิฟต์พนักงานไปส่งถึงแผนก
ฮ่าวกงรอเฉินรุ่ยไม่นาน เด็กคนนั้นก็ออกมาพร้อมถุงกระดาษมีตราสัญลักษณ์บริษัทอยู่ด้านข้าง เขาพาเฉินรุ่ยเข้าลิฟต์ขึ้นไปชั้นบน เมื่อลิฟต์เปิดออกอีกครั้ง เขาก็พบห้องขนาดใหญ่ที่ผนังเป็กระจก อีกฝั่งของกระจกมีพนักงานกำลังทำงานอย่างกระตือรือร้น บางส่วนก็ปรึกษาหารือด้วยท่าทางคร่ำเคร่ง ฮ่าวกงพาเฉินรุ่ยเลี้ยวไปอีกทาง เป็ห้องประชุมของแผนกเลขาซึ่งวันนี้ไม่ถูกใช้งานโต๊ะถูกจัดวางเป็วงรีจำนวนสิบสองที่นั่ง
“เธอรอในนี้ มีอะไรก็โทรติดต่อมา”
“ครับ”
ประตูถูกปิดลงก่อนความเงียบจะเข้ามาแทนที่ เฉินรุ่ยหันมองไปยังผ้าม่านสีทึบก่อนจะเดินไปเปิดมันออกให้เห็นวิวด้านนอก ผนังทั้งบานเป็กระจก เขานั่งลงกับพื้น สวมหูฟังแล้วเริ่มทำข้อสอบสำหรับเทียบการศึกษา
ฟ้าด้านนอกเปลี่ยนจากสว่างเป็สีส้มอมเทา แสงไฟจากการจราจรบนท้องถนนเหมือนกับแสงดาวบนพื้นดิน ทุกอย่างดำเนินไปโดยที่เฉินรุ่ยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามอง
ประตูถูกเคาะก่อนจะเปิดเข้ามา
“เฉินรุ่ย?”
เพราะไม่เห็นคน น้ำเสียงของเมิ่งเซียนจึงมีแววไม่แน่ใจ ก่อนที่เธอจะเห็นว่าคนที่เธอเรียกหานั้นลุกขึ้นมาจากพื้น
“ไปกันเถอะ ไปซื้อของเข้าบ้านกัน วันนี้ฉันต้องไปซื้อของให้เ้านายอีกด้วย เราอาจแวะไปที่นึงก่อน จากนั้นค่อยกลับบ้าน”
ที่ห้างสรรพสินค้าเขารับหน้าที่เข็นรถเพียงเท่านั้น ออกความเห็นบ้าง พอเลือกเสร็จ ฮ่าวกงก็พาเมิ่งเซียนแวะมาส่งคอนโดอีกแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ระหว่างทางกลับไปยังที่พักเธอ เมิ่งเซียนนำของที่ซื้อมาลงจากรถเพื่อไปจัดการให้เ้านาย ประมาณครึ่งชั่วโมงถัดมาเธอก็กลับลงมาที่รถพร้อมเอกสารจำนวนหนึ่ง
“ให้ตายสิ ที่ไม่อยากเจอหน้าหลังเวลางานก็เพราะแบบนี้แหละ” เธอบ่นเล็กน้อยตอนขึ้นมาบนรถ
ในคืนนั้นเพราะขนมปังที่ฮ่าวกงให้เขาเมื่อตอนกลางวันทำให้เขายกเอาข้อมูลการค้าแป้งและผลิตภัณฑ์พวกอาหารจำพวกแป้งมาย่อยให้ทุกคนในเพจได้อ่าน ลงข้อความที่ไม่เกี่ยวกับเนื้อหาเลยว่า ‘ทานขนมปังครั้งแรก อร่อยมาก’ มีคนกดถูกใจทันที
เพจที่เพิ่งเปิดยอดการติดตามเมื่อวานนั้นอยู่ที่ 0 ตอนนี้แตะหลักหมื่น เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะคลายปม คนทั่วไปไม่น่าสนใจเื่พวกนี้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเื่ที่เกิดขึ้นโดยตัวประกอบราคาถูก แต่ว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ ั้แ่เขาตื่นขึ้นมาอีกครั้งจนถึงวันนี้มีเื่ที่ไม่น่าเกิดขึ้นมากมาย จริงๆ อาจไม่ใช่เื่แปลกอะไรเลย
คิดแบบนั้นโดยที่ไม่เห็นว่า ‘คาร์ล โกลเดนเบิร์ก’ แชร์โพสต์ของเพจเล็กๆ ออกไป คืนนั้นยอดคนกดติดตามเพจก็ทะลุแสนเป็ที่เรียบร้อย
⚖️