ตอนที่ 17 ถูกเกินไปไหม
‘เ้าชายโทมัสและองครักษ์จิม!’ ในเมื่อทั้งสองคน ไม่คิดจะเปิดเผยสถานะของตัวเอง ก็ไม่มีความจำเป็ที่ไลท์จะต้องทำให้มันเอิกเกริก ดีไม่ดีถ้าเขาไปเปิดเผยความลับของโทมัสและจิมโดยไม่ระวัง
เขาต่างหากที่จะกลายเป็คนเดือดร้อน...ฉะนั้นแล้ว สู้เอาหูไปนา เอาตาไปไร่ มองข้ามเื่ของทั้งสองคนไปก็เป็อันจบเื่
“อาหารจานนี้อร่อยมากๆ ครับ”
โทมัสไม่คิดที่จะปิดบัง ถึงความชื่นชอบในอาหารที่พึ่งจะกินไปอย่างออกนอกหน้า
ชายหนุ่มมอบคำชมเชยนี้ให้แก่ พ่อครัวอย่างไลท์ ด้วยความจริงใจ พร้อมกับยอมรับว่าตัวเองนั้นไม่เคยกินอาหารอะไรที่อร่อยแบบนี้มาก่อนเลย โดยในระหว่างนั้นเขาก็ได้หันมาพูดกับคุณตาเกล เพื่อที่จะคุยถึงเื่ที่เข้าใจผิดเมื่อครู่ต่ออีกสักหน่อย
“ถ้าผมจำไม่ผิด เมื่อสักครู่คุณตาเล่าให้ฟังว่า...พ่อครัวท่านนั้น ไม่ได้เป็พ่อครัวของทางร้าน ถ้าอย่างนั้นเป็ไปได้ไหมที่ผมจะเชื้อเชิญให้พ่อครัวท่านนั้น มาทำงานด้วย”
โทมัสแม้จะรู้ว่าการทำเช่นนี้ จะถือเป็การไม่รักษามารยาทกับทางร้าน แต่การบอกถึงเจตนาออกไปตรงๆ เช่นนี้ ยังไงเสียมันก็ดีกว่า ให้เขาแอบไปติดต่อกับพ่อครัวลับหลังเ้าของร้านอยู่แล้ว
คุณตาเกลและคุณยายเฮลีย์ก็อ้ำอึ้งไปเล็กน้อย เพราะไม่รู้จะตอบลูกค้าอย่างโทมัสไปว่าอะไร เพราะถึงแม้ว่าตัวเองจะเป็คนช่วยชีวิตไลท์เอาไว้จากูเาเมื่อหลายวันก่อน
คอยให้ข้าวให้น้ำและหานักบวชมารักษา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสองตายายจะสามารถบ่งการหรือไปกำหนดชีวิตของไลท์ได้
ซึ่งในระหว่างที่สองตายายกำลังอ้ำอึ้งอยู่นั่นเอง ไลท์ที่เป็คนถูกชักชวนก็ได้สอดคำขึ้นมา “ขอบคุณลูกค้าทั้งสองท่านที่ชื่นชอบในรสชาติอาหารของผม แต่ถ้าให้ผมติดตามทั้งสองคนกลับไปตอนนี้ เกรงว่าจะเป็ภาระของพวกคุณเสียเปล่าๆ!” ไลท์ไม่ได้ปฏิเสธคำชักชวนของอีกฝ่ายโดยตรง
แต่ด้วยความหมายของมัน ก็พอจะทำให้โทมัสและจิม เข้าใจในสิ่งที่เขากำลังจะสื่ออยู่ไม่น้อยว่า
‘ตัวเขากำลังปฏิเสธ โดยที่กำลังรักษาหน้าของอีกฝ่าย!!’
ไลท์ชี้ไปที่ขาที่ยังคงหักให้กับโทมัสและจิมได้ดู
“กว่าขาข้างนี้ จะกลับมาหายเป็ปกติ เห็นว่านักชวบที่มารักษาผม บอกเอาไว้ว่าต้องใช้เวลาอีกไม่ต่ำกว่า 1-2 เดือนกว่ามันจะกลับมาเป็ปกติ หากผมติดตามพวกคุณไป กลัวว่าจะเป็ภาระให้กับพวกคุณเปล่าๆ!!”
“เื่ขา ท่านผู้าุโไม่ต้องกังวล หากไปกับพวกเรา...ผู้น้อยสัญญาว่าจะจัดหานักบวชฝีมือดีมาช่วยรักษาให้กับท่านาุโอย่างแน่นอน”
เื่เงิน สำหรับโทมัสและจิม ถือเป็เื่เล็ก ทั้งสองสามารถจัดหานักบวชแห่งแสงมารักษาขาให้กับไลท์ได้เลยทันที หากอีกฝ่ายนั้น้า
ยิ่งการที่ได้เห็นสภาพความเป็อยู่ของผู้าุโอย่างไลท์ต้องเดินกะโผลกกะเผลกด้วยแล้ว...ก็ยิ่งทำให้โทมัสและจิม รู้สึกเ็ปใจแทนเหลือเกิน
‘ถ้าหาก ดินแดนทางเหนือได้ตัว พ่อครัวผู้นี้ไป ดินแดนของพวกเขาคงจะมีความสุขมากกว่านี้แน่ๆ!!’
แต่ในระหว่างที่โทมัสและจิมกำลังเพ้อฝันไปไกล ทางด้านของไลท์ก็ยังคงยืนกรานคำเดิมว่า เขายังคงไม่สนใจในคำชวนของโทมัสและจิม
“เ้าชายใจเย็นๆ ลงก่อน เื่แบบนี้ต้องใช้เวลาในการตัดสินใจ ให้ท่านาุโได้มีเวลาคิดสักหน่อยเถอะ เอาไว้พวกเรากลับมาเชิญในวันพรุ่งนี้จะดีกว่าหรือไม่??!!” จิมเป็คนที่อ่านสถานการณ์ได้อย่างยอดเยี่ยม
เมื่อรู้ว่าบรรยากาศภายในร้านเริ่มตึงเครียด องครักษ์หนุ่มก็ได้รีบแจ้งเตือนเื่นี้ให้กับเ้าชายใจเย็นลงๆ
“อืม ฉันใจร้อนเกินไป”
โทมัสเหมือนจะได้สติ การกระทำของเขาดูจะล้ำเส้นอีกฝ่ายมากเกินไปแล้ว ถ้าขืนยังดื้อดึงต่อไป เกรงว่าผู้าุโอย่างไลท์ คงจะไม่พอใจมากแน่ๆ
“งั้นวันนี้พวกเราสองคนขอตัวลากลับก่อน เอาไว้พรุ่งนี้พวกเราจะกลับมาฟังคำตอบของผู้าุโอีกครั้ง...ผู้น้อยขอลา!” โทมัสไม่ได้รั้งรอหรือเออระเหยอยู่นาน เมื่อพูดจบเขาก็ได้หันหลังเดินออกจากร้านไปในทันที
โดยในระหว่างนั้น จิมที่เป็องครักษ์ก็ได้จัดแจง จ่ายค่าอาหารทั้งสองจานให้กับสองตายาย ซึ่งในทันทีที่ จิม ทราบถึงราคาของอาหารทั้งสองจานที่ได้กินเข้าไป เ้าตัวก็แทบจะอุทานออกมาด้วยความใ
เพราะอาหารมื้อนี้ มีราคาแค่เพียง ‘2เหรียญทองมณีเท่านั้น!!’ หรือ เทียบเท่ากับอาหารจานละ 1 เหรียญทองมณี
“2 เหรียญทองมณี คุณตา คุณยาย...ท่านผู้าุโ พวกท่านไม่ได้คิดราคาผิดใช่ไหม?!” จิมทวนราคาของอาหารซ้ำเพื่อย้ำถึงราคาที่แน่ชัดจากสองตายายและผู้าุโอย่างไลท์
ด้วยรสชาติที่สุดแสนอร่อย จนไม่มีอาหารจานใดในโลกนี้ที่ตนเคยกินมามากมายทั้งในดินแดนทางเหนือ ตลอดจนถึง อาณาจักรลูนาเทีย ก็ไม่มีพ่อครัวคนใดที่จะเทียบมันได้ ทว่ากลับมีราคาแค่เพียง 1 เหรียญทอง
นี้มันไม่สมเหตุสมผลเลยสักนิด...ราคานี้มัน บ้าไปแล้ว จิมเชื่อว่าต่อให้สองตายายจะคิดราคาของอาหารเป็จานละ 500 ไม่สิ...1000 เหรียญทองมณี! ตนเองและเ้าชายโทมัสก็พร้อมยินดีที่จะจ่ายอย่างแน่นอน
แต่ไฉนเลยมันกลับมีราคาเพียงแค่ 1 เหรียญทองมณี!!
“2 เหรียญทองมณีจริงๆ จ๊ะ!” คุณยายเฮลีย์ ยืนกรานกับราคาดังกล่าวนี้อย่างหนักแน่น
อันที่จริงแล้ว เธอเองก็ไม่รู้จะประเมินราคาของ ข้าวไข่เจียวฝีมือไลท์ นี้อย่างไรดี เพราะรสชาติและความอร่อยของมัน นั้นเกินกว่าความรู้และความเข้าใจของเธอจะหยั่งถึงได้ ยิ่งผนวกกับความเก่งกาจในการทำครัวของไลท์ด้วยแล้ว ถึงแม้ว่าเธอและสามีจะเป็คนครัวเหมือนกัน แต่ก็รับรู้ได้ว่าความสามารถของเธอและสามีนั้นเทียบกับไลท์ไม่ได้เลย แม้แต่นิดเดียว
ดังนั้นเธอจึงไม่กล้าที่จะประเมินราคาของอาหารฝีมือไลท์โดยพลการ หากแต่ว่า “ปกติแล้ว ร้านแห่งนี้ขายในราคาเท่าไหร่ ก็คิดไปตามนั้นเลยครับ!” สำหรับไลท์ เื่เงินยังไม่ใช่เื่ที่เขาต้องกังวล
เนื่องในตอนนี้ ไลท์ถือว่าเป็หนี้บุญคุณกับสองตายายอยู่จำนวนหนึ่ง ดังนั้นอะไรที่เขาพอจะช่วยเหลือหรือตอบแทนสองตายายได้บ้าง เขาก็ยินดีที่จะทำ
ส่วนเื่ราคาของอาหาร บอกตามตรงเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะตั้งราคาเท่าไหร่ ถึงจะมองว่าราคามันสมเหตุสมผล เพราะอนึ่งค่าวัตถุดิบ เขาก็ล้วนแล้วแต่ใช้ของที่ทางร้านมีอยู่แล้ว สองตายายต่างหากที่ต้องแบกรับต้นทุนค่าวัตถุดิบ การที่จะให้ทั้งสองเป็คนกำหนดราคาจึงถือเป็เื่ที่เหมาะสมแล้ว
สองตายายเมื่อได้ฟังคำอธิบายของชายหนุ่ม ทั้งสองก็ดูจะเข้าใจและเลือกที่จะกำหนดราคาอาหารให้เหมือนกับทางร้านของตนเอง
ร้านแห่งนี้ แต่ไหนแต่ไร ก็ไม่ใช่ร้านที่ขายอาหารแพงอยู่แล้ว เพราะวัตถุดิบก็ล้วนแล้วแต่หาเอาตามป่าเขา มีก็แต่พวกเนื้อสัตว์ที่ส่วนใหญ่แล้วทั้งสองต้องไปรับเอามาจากตลาดภายในหมู่บ้านดาราฉายที่อยู่ใกล้ๆ กับร้านแห่งนี้
ซึ่งบรรดาพ่อค้าในหมู่บ้านก็เจียดขายให้ทั้งสองในราคาถูกเพราะเป็เนื้อสัตว์พวกนี้ มันเป็วัตถุดิบที่ไม่ค่อยดีมากนัก ถ้าเทียบกับเนื้อสัตว์ที่ส่งขายให้กับตามหัวเมืองและหมู่บ้านต่างๆ เป็ต้น
ดังนั้นร้านอาหารของสองตายาย จึงได้ตั้งราคาอาหารเอาไว้ถูกเอามากๆ นั่นเอง!
จิมเมื่อถูกอีกฝ่ายยืนกรานอย่างเสียงแข็งว่าค่าอาหารมีราคา ‘2 เหรียญทองมณี’ อยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า สุดท้ายจิมก็ไม่มีทางเลือกอื่น...นอกจากจ่ายราคานี้ตามที่สองตายายกำหนด ก่อนจะตามกลับไปสมทบกับโทมัสที่ยืนรออยู่นอกร้าน
โทมัสได้ยืนรอจิมอยู่ด้านนอกของร้านอยู่นานสองนาน เ้าชายหนุ่มผู้ปิดบังตัวตนกำลังใช้เวลานี้สงบสติอารมณ์ของตัวเองตามลำพัง พลางจ้องมองไปที่มาร์คัสที่ตนเองเกือบจะมีเื่ด้วย ซึ่งมันได้ยืนอยู่ภายในบ้านไม้หลังหนึ่งที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับทางร้าน กำลังจ้องมองมาจากภายใน
“ทำไมจ่ายเงินชักช้าแบบนี้ เหรียญทองมณีของพวกเรา มีไม่พออย่างนั้นเหรอ...เอาไว้กลับเข้าหมู่บ้านที่อยู่ใกล้ๆ แล้วไปแลกมาเติมกระเป๋าก็แล้วกัน?!”
โทมัสไม่อยากรั้งรออยู่ที่นี้นานนัก เพราะกลัวจะหักห้ามใจไม่ให้เอาเื่มาร์คัส ที่ยืนท้าทายตนเองอยู่ในบ้านของมันไม่ได้
ทันทีที่จิม ตามกลับมาสมทบ โทมัสก็สะบัดชายผ้าคลุมเดินออกจากบริเวณร้านอาหารแห่งนี้ไปไกล จนมองไม่เห็นร้านอาหารแห่งนั้นอีก
จิมที่เฝ้าติดตามจึงได้โอกาสบอกเล่าถึง ราคาของอาหารให้กับเ้าชายได้รับฟัง โดยที่ไม่จำเป็ต้องปิดบังยศศักดิ์อีกต่อไป
“เกินพอเลยด้วยซ้ำ…เ้าชายโทมัสท่านต้องไม่เชื่อข้าแน่ๆ ท่านผู้าุโคิดค่าอาหารพวกเราแค่ 2 เหรียญทองมณีเท่านั้น!!”
“2 เหรียญทองมณี!!”
โทมัสะโออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูใเป็อย่างมาก ชายหนุ่มรีบหันไปหาจิม เพื่อตรวจสอบว่าอีกฝ่ายกำลังหยอกล้อหรือล้อเล่นกับตนเองหรือเปล่า
แต่ด้วยนิสัยของจิม องครักษ์ผู้นี้ไม่เคยพูดโกหกหรือกล้าหาญพอจะหยอกล้อตนเอง
เ้าชายโทมัสจึงได้แต่ยืนแข็งค้างไปกับราคาของอาหารที่ถูกที่สุดในชีวิต แต่ทว่ากลับมีรสชาติที่อร่อยถูกปากของตนมากที่สุด เท่าที่เคยกินมาเลยทีเดียว
“พรุ่งนี้...จะต้องชวนท่านผู้าุโไปกับเราให้ได้!!”
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ
www.facebook.com/writelazy