17 “ข้าอยากไปดูสัตว์ระดับเซียนเทียนด้วยขอรับ” ในขณะที่ฉีไป๋กำลังที่จะปฏิเสธได้มีเสียงจากด้านหลังลอยมา พร้อมกับฉินโม่ที่เดินขึ้นมาด้านหน้า “ข้าเองก็อยากเห็นเหมือนกันขอรับ” เสียงอีกสองเสียง ดังขึ้นมาจากด้านหลัง
เยว่ชิงเอ๋อเขาได้หันไปมองฉินโม่เยว่ชิงเอ๋อเขาได้หันไปมองฉินโม่ ฉินโม่พยักหน้าให้ นางเข้าใจโดยทันทีคงเป็แผนของฉินโม่ นางจึงพยักหน้าตอบรับ
ด้านฉีไป๋ ตอนนี้เขารู้สึกกดดันมาก ทุกคนตอนนี้อยากจะเข้า ไปในป่าระดับเซียนเทียน เขาจึงหันไปหาเยว่ชิงเอ๋อ “แม่นา...” ข้าก็อย่างไปเ้าค่ะ ข้ายังไม่เคยเห็น อสูรระดับเซียนเทียนเลย” ยังไม่ทันที่ฉีไป๋จะถาม แต่เยว่ชิงเอ๋อก็พูดขึ้นขึ้นมาว่า้าจะไป เขาจึงจำใจที่จะต้อไปอย่างช่วยไม่ได้ “ก็ได้หากพวกเ้าอยากไปต้องฟังคำสั่งข้า เข้าใจไหม “
ขอรับ! เ้าค่ะ ! ทุกคนขานรับด้วยความเข้าใจ
ฉินโม่และหมางกั่วสบตากัน บนใบหน้าของพวกเขาปรากฏรอยยิ้มที่ชั่วร้าย
พวกเขาเดินทางประมาณ สองชั่วยาม ก็เห็น หมีอสูรระดับเซียนเทียนสูงกว่ สี่เมตร ตัวของมันปกคลุมไปด้วยขนสีขาว ที่มือและเท้าของมันเป็ขนสีดำ มีกรงเล็บที่ยาวและแหลมคม มันกำลังกินผึ้งป่าอยู่
ตอนนี้กลุ่มของฉินโม่อยู่ห่างประมาณ สามร้อยเมตร พวกเขาค่อยเข้าไปจนเหลือประมาณร้อยเมตร ฉีไป๋ได้เอ่ยขึ้น”พอแค่นี้แหละ พวกเราไม่สามารถเข้าใกล้ได้มากกว่านี้แล้วมันอันตราย” ทั้งกลุ่มเมื่อได้ยินเช่นนั้น ได้ยินแล้วพยักหน้า พวกเขายืนดูหมีอสูรอยู่ครู่นึง ฉีไป๋ก็ได้เอ่ยขึ้น พวกเรากลับกันได้แล้ว ข้าจะคอยดูหลังให้” เมื่อพวกเขาได้ยินพยักหน้าแล้วหันหลัง จังหวะนั้นเอง
ปัง!
เสียงกระทืบเท้า เป็หลุมประมาณครึ่งเมตรใต้เท้าหมางกั่ว “ศิษย์น้องเ้าทำอะไร “ ฉีไป๋ถามขึ้น ฉีไป๋ยังไม่ทันจะฟังคำตอบเขารู้สึกเย็นหลังวาบ ััได้ถึงบางอย่างที่พุ่งเข้ามา ฉีไป๋ชักดาบขึ้นแล้วเคลือบดาบด้วยปราณเขาหันไปปรากฏมือของหมีอสูรตะพบลงมาที่เขาฉีไป๋ใช้ดาบรับไว้ ได้ทัน แต่เขาถอยหลังมาสีถึงห้าก้าว
“คุณชายฉีเป็อย่างไรบ้าง” เยว่ชิงเอ๋อถามขึ้น ฉีไป๋หันไปพยักหน้า “ ข้าไม่เป็ไร “ ในใจของฉีไป๋คิดว่าตอนนี้เขาจะหนีก็ได้แต่เยว่ชิงเอ๋อไม่สามารถหนีได้ทันแน่ และตอนนี้ยังเป็โอกาสดีที่จะแสดงความสามารถให้เยว่ชิงเอ๋อได้เห็น ลำพังแค่หมีตัวนี้เขาเอาชนะหมีตัวนี้ได้อยู่แล้วแต่อาจจะต้องใช้กำลังมากหน่อย
“พวกเ้าถอยไปก่อน” ฉีไป๋กล่าว หลังจากนั้นเขาก็เอาปราณเคลือบดาบอีกครั้ง และพุ่งไปปะทะกับหมี เขาหมายจะฟันไปที่คอของมัน แต่หมีใช่แขนของมันที่ที่เคลือบไปด้วยปราณสีขาว มารับไว้ การปะทะระหว่างดาปราณและแขนของอสูรเกิดขึ้นกว่าสามสิบครั้ง ฉีไป๋เริ่มฟันแขนของมันเข้าบ้าง แต่ด้วยพละกำลังของอสูรที่เหนือกว่า ทำให้การปะทะแต่ละครั้ง ฉีไป๋ได้รับแรงกระแทกอย่างหนัก ตอนนี้แขนของเขาเริ่มชาไปแล้ว เขาตัดสินต้องรีบจบการต่อสู้ให้เร็วที่สุด ถ้ายืดเยื้อต่อไปพลังกายของเขาได้หมดแน่
เมื่อเขาคิดได้เช่นนั้น เขาถอยออกมาประมาณ ยี่สิบเมตร ทั้งคู่ต้องกันอยู่ ฉีไป๋เริ่มรวมปราณอีกครั้ง “วิชาดาบขั้นสูง ตัดวารี “ ทันใดนั้นปราณสีฟ้า คล้ายพระจันทร์เสี้ยว พุ่งไปทางหมีอสูร ทางหมีอสูรเองก็ปล่อยกรงเล็บปราณ ออกมาเมือนกัน
ตู้มม!
ปราณทั้งสองปะทะกัน เกิดหลุมะเิกว่าสิบเมตร ฝุ่นตลบอบอวล ในจังหวะที่พื้นที่เต็มไปได้ฝุ่นและเศษหิน คลื่นดาบสีฟ้าก็พุ่งไปยังตัวหมีอีกครั้ง
ครั้งนี้เ้าหมีไม่ได้ตั้งรับโดยคลื่นดาบไปเต็มลำตัว กระเด็นไปกว่า สี่สิบเมตร มันล้มลงหงายหงายท้อง
ฉีไป๋เห็นเช่นนั้นเขาไม่รอช้ารีบพุ่งเข้าไปก่อนที่มันจะตั้งตังได้ ฉีไป๋ได้ยืนอยู่บนหน้าอกของมัน เขาปักดาบลงไปที่คอของมัน หมีอสูรคำรามด้วยความเ็ป มันกระอักเืออกมา ก่อนที่มันจะสิ้นใจมือขวาของมันได้ตบไปที่ ฉีไป๋ ฉีไป๋ได้เอาแขนซ้ายมารับ เขากระไปกว่าสิบเมตร
จากนั้นหมีอสูรเริ่มชักแล้วพ่นเืสีดำออกมาในที่สุดมันก็แน่นิ่งไป ทางด้านฉีไป๋ที่ถูกตบกระเด็นไปนั้น มีเืไหลออกจากปาก แขนซ้ายหัก เขากลับมาดูหมีอสูร เพื่อความแน่ใจ เมื่อแน่ใจแล้วว่ามันตายแน่ เขาก็นั่งลงอย่างหมดแรง
“ คุณชายฉีไป๋” เสียงเรียกของ เยว่ชิงเอ๋อ นางที่กำลังจะเข้าไปดูฉีไป๋ ก็มีมือ มือนึงจับแขนนางไว้ นางหันมาเห็นเป็ฉินโม่ ฉินโม่ส่ายหน้า แล้วบอกว่า “รอก่อนคุณหนู” เยว่ชิงเอ๋อพยักหน้าเข้าใจ“
ศิษย์พี่ท่านเป็อย่างไรบ้าง!
ปรากฏร่างหมางกั่วที่เดินไปยังฉีไป๋ ฉีไป๋ที่ได้ยิน หันหน้าไปเจอกับหมางกั่วเขาขมวดคิ้ว แล้วเขาก็ลุกขึ้น “ศิษย์น้องเรารีบออกจากที่นี่เถิด เ้ามาช่วยพยุงข้าหน่อย ในขณะที่หมางกั่วเข้าใกล้ ดาบในมือของฉีไป๋ ถูกเคลือบไว้ด้วยแล้วฟันไปที่หมางกั่ว