ไปรษณีย์…
“ผมมาใช้โทรศัพท์ครับ” อ้ายเหรินวางเงินสองหยวนให้คนเฝ้าโทรศัพท์
ตู๊ด…ตู๊ดด…ตู๊ดดด
“สวัสดีครับขอสายผู้หมวดหยางเฉินเล่อครับ”
“รอสักครู่” เรียกเฉินเล่อหน่อยมีโทรศัพท์โทรมาหาเขา
“สวัสดีครับผมหยางเฉินเล่อครับ”
“พี่ใหญ่ฉันเอง ฉันจะโทรมาบอกเื่จ้าวเหว่ยตอนนี้เธอทำตัวแปลกยิ่งกว่าเดิมอีก” อ้ายเหรินรีบพูดเพราะค่าโทรศัพท์แพง
“ยังไง”
“เธอไปรับกากถั่วเหลืองมาขายให้ชาวบ้านเป็อาหารวัว แล้วเธอก็เขียนพู่กันเป็ด้วย วันนี้ฉันพาเธอไปเจอคนจ้างงานมา เขาจ้างเธอเขียนตำราเล่มละสองร้อยหยวน”
“เธอเนี่ยนะ”
“ใช่เธอเขียนได้จริงๆ ฉันไม่อยากเขียนจดหมายไปบอกมันน่าใมากเื่นี้ฉันเลยต้องโทรมาเล่าเนี่ยละ แล้วเธอขายกากถั่วเหลืองได้ก็แบ่งเงินให้แม่ด้วยนะบอกว่าช่วยค่าอาหารในบ้าน”
“อืม..ฉันรู้แล้ว แกวางได้แล้วล่ะเปลืองเงิน”
“พี่ดูแลตัวเองด้วยนะ ไม่ต้องห่วงที่บ้านฉันจะดูแลเอง”
อ้ายเหรินวางโทรศัพท์และจ่ายเงินเพิ่มอีกสองหยวน
เฉินเล่อที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะที่วางโทรศัพท์ เขาเดินออกไปนอกห้องก่อนที่จะสลัดหัวไปมาเพื่อไล่ความสับสน เขียนพู่กันงั้นเหรอ
“เธอไม่ใช่หลิวจ้าวเหว่ยตัวจริงแน่ๆ แล้วเธอเป็ใครกัน”
ทางเดินในหมู่บ้าน…
“จะไปหาแม่กับหยวนอันที่บ้านหรือเปล่า”
“ไปซิ ไม่ใช่วันหยุดพ่อนี่ ฉันต้องไปอยู่แล้วล่ะ”
“แกรับงานมาแกคิดว่าแกทำได้จริงๆ เหรอ”
“ไม่ต้องห่วงฉันหรอก ถ้าทำไม่ได้ฉันจะรับมาทำไม”
“แกเป็คนมั่นใจขนาดนี้ั้แ่เมื่อไหร่ ปกติฉันเห็นแกขี้อายมากนะ”
“โธ่พี่..ฉันแต่งงานแล้วไม่ใช่สาวๆ แบบเมื่อก่อนแล้วจะมามัวอายอะไรอีก” จ้าวเหว่ยแก้ตัว
“แล้วเื่เขียนพู่กันทำไมฉันไม่รู้เลย”
“ถ้าพี่รู้ หยวนอันก็ต้องรู้ แล้วสุดท้ายถ้าพ่อรู้ก็จะไปเอาฉันไปขายตัวในสถานบันเทิงพวกคนรวยเหรอ ฉันหน้าตาดีขนาดนี้แล้วยังมีจุดขายการส่งฉันไปหาเงินในที่แบบนั้นมันได้เงินเร็วกว่าการขอครอบครัวตระกูลหยางกลับมาจากเมืองนอกซะอีก”
“ก็จริง..ทำไมเขาถึงทำกับพวกเราแบบนี้นะ ทำกับแม่ของเราไม่พอยังมาทำกับเราสองพี่น้องแบบนี้อีก”
“พี่โชคดีแค่ไหนล่ะที่เกิดมาเป็ผู้ชาย ฉันต่างหากที่เป็คนที่น่ารันทด”
“แต่แกก็ได้แต่งงานกับคนที่แกรักไม่ใช่เหรอ? ”
“เฮอะ!! แต่เขารักฉันไหมล่ะ ถ้าฉันไม่เปลี่ยนตัวเองโง่งมเหมือนเมื่อก่อนพี่ไม่กลัวฉันตรอมใจตายมั่งเหรอ” จ้าวเหว่ยคิดถึงเ้าของร่างแล้วก็อดโมโหไม่ได้ แม่นะแม่เขียนมาได้ให้โง่งมขนาดนั้นตรอมใจตายเพราะผู้ชายเนี่ยนะ
“แล้วฉันก็จะหย่าด้วยรอเขากลับมารอบนี้ฉันจะคุยกับเขาให้รู้เื่ ที่ฉันทำงานหาเงินเพราะเื่นี้นี่ล่ะพอฉันไปอยู่ที่อื่นแล้วพี่ก็ตามไปอยู่กับฉันได้นะ”
“แกเอาจริงๆ เหรอ? แล้วแม่กับอันหยวนล่ะ”
“ไม่รู้ซิ เขาก็ดีกับพวกเราสองคนจริงๆ แต่ฉันก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะไปกับเราหรือเปล่า เพราะฉันยังจำเื่ตอนนั้นได้อยู่แล้วก่อนที่แม่ของเราจะตาย นี่เป็คำถามที่คาใจฉันมาตลอดแม่แต่งงานกับพ่อด้วยความจำเป็เพราะโดนย่ำยีหรือว่าแม่แอบรักสามีของพี่สาวตัวเอง” สิ่งที่จ้าวเหว่ยพูดมาทั้งหมดคือจิตใต้สำนึกของเธอมันไม่ใช่สิ่งที่เธอคิด คงเพราะมีจิตใต้สำนึกของตัวละครนี้หลงเหลืออยู่ในร่างนี้แน่นอน
“ฉันก็ตอบแกไม่ได้เหมือนกันแกเกลียดที่เขาแย่งพ่อจากแม่แท้ๆ ของเราไปงั้นเหรอ”
“เปล่า ถ้าเขารักพ่อจนยอมทำร้ายพี่สาวตัวเองแบบนั้นเขาก็ต้องรักพ่อมากเลยใช่ไหมล่ะ ถ้าพี่ชวนเขาไปด้วยฉันกลัวพี่จะเสียใจเปล่าๆ ที่เขาไม่ไปด้วย ส่วนเื่ของแม่ของเรากับพ่อและแม่ตอนนี้มันเป็เื่ของผู้ใหญ่แล้วแม่เขาก็ดีกับเรามากๆ ด้วยฉันก็ไม่อยากไปยุ่งกับเื่เฮงซวยในอดีตของพ่อหรอก”
พวกเขาสองพี่น้องเดินข้างกันไปเงียบๆ ไม่มีใครพูดอะไร
ถึงพวกเขาจะมีกันสามคนพี่น้องก็จริง แต่หยวนอันไม่ได้เกิดมาจากแม่เดียวกันกับเขาเหมือนจ้าวเหว่ย เขาก็รักน้องคนสุดท้องนะ แต่เขาจะสนิทกับจ้าวเหว่ยมากกว่าเพราะประสบการณ์วัยเด็กมันเลวร้ายมากเกินไป พวกเขาสองคนต่างกอดคอกันร้องไห้จนผ่านมาได้จนถึงทุกวันนี้
บ้านตระกูลหลิว…
“ว่างๆ ก็กลับมาหาแม่บ่อย ๆ นะ บ้านก็ไม่ได้ห่างกันมากทำเหมือนย้ายออกไปไกลอย่างนั้นล่ะ”
“ถ้าพ่ออยู่ฉันก็คงไม่มาหรอกจ้ะ”
“เอาที่แกสบายใจนั่นล่ะ”
“ฉันมีอะไรจะบอกแม่แต่อยากให้แม่ช่วยปิดเป็ความลับให้หน่อยเท่าที่แม่จะปิดได้”
“ว่ามาซิ”
“ตอนนี้ฉันรับกากถั่วเหลืองมาขายแล้วทางฝั่งตระกูลหยางเขาก็มาช่วยด้วย ถ้าพ่อถามฉันอยากให้แม่บอกว่าเป็การค้าของทางฝั่งนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับฉัน”
แม่รับปากจะปิดเื่นี้ให้เพราะตามหลักแล้วลูกสาวคนนี้ก็เป็คนของบ้านนั้นไปแล้ว การที่เธอจะไม่บอกสามีก็ไม่ใช่เื่ผิดอะไรแม่ชวนเธอกินข้าวด้วยแต่เธอต้องกลับไปกินข้าวที่บ้านสามี
จ้าวเหว่ยขอตัวกลับบ้านก่อน แล้วย้ำพี่ชายอย่าลืมนัดของเธอกับเขาที่จะไปเอาของด้วยกัน
บ้านตระกูลหยาง…
จ้าวเหว่ยกลับมาถึงบ้านอ้ายเหรินก็กลับมาก่อนแล้วก่อนที่เธอจะบอกว่าแวะไปที่บ้านมา จ้าวเหว่ยเรียกซิงซิงมาหาเธอ
“ซิงซิง แม่ซื้อขนมมาฝากลูกด้วย ชอบไหมครับ” จ้าวเหว่ยเอาขนมออกมาสามกล่อง เธอเอาสองกล่องยื่นให้แก่เขา
“ขอบคุณฮะแม่ แม่ดีที่สุดเลย” ซิงซิงเขาไปกอดจ้าวเหว่ย
ทั้งสามคนที่เหลือเพิ่งเคยเห็นว่าเวลาจ้าวเหว่ยกับซิงซิงอยู่ด้วยกันเป็ยังไงก็ยิ้มกันอย่างพอใจที่จ้าวเหว่ยกับซิงซิงเข้ากันได้ดี
“แม่คะกล่องนี้ฝากไปให้ป้าซูหน่อยนะคะ ถ้าป้าซูไม่ช่วยเราคงขายของไม่ได้ไวขนาดนั้น”
แม่สามีรับกล่องขนมมานึกในใจเด็กคนนี้รู้จักตอบแทนความช่วยเหลือเล็กน้อยของคนอื่นด้วยเป็คนละเอียดอ่อนจริงๆ การที่ได้เธอมาเป็สะใภ้อาจเป็โชคดีของครอบครัวก็ได้
“ตั้งโต๊ะกินข้าวกันเถอะ” พ่อสามีจูงมือซิงซิงเข้าไปในบ้าน
“ฉันอยากคุยกับพ่อแม่เื่ขายกากถั่วเหลืองหน่อยค่ะ”
“ทำไมเหรอ” พ่อสามีมองหน้าเธอ
“ถ้าเราได้กากถั่วเหลืองในปริมาณเยอะกว่านี้ก็คงต้องทำการขายแบบจริงจังฉันทำคนเดียวไม่ไหวหรอกค่ะ พ่อกับแม่ช่วยฉันขายก็ควรได้รับส่วนแบ่งด้วยถึงเราจะเป็ครอบครัวเดียวกันแต่คนทำงานก็ต้องได้เงินนะคะ”
“พ่อกับแม่รับเงินเธอไม่ได้หรอก ถ้าอาเล่อรู้ก็คงไม่ให้พ่อแม่รับไว้อยู่ดี” พ่อสามีทำหน้าลำบากใจ
“ถ้าฉันทำไม่ทันก็ต้องให้คนอื่นมาช่วยฉันก็ต้องให้เงินเขา ฉันเอาเงินให้พ่อแม่ไม่ดีกว่าเหรอคะถือว่าฉันทำเพื่อครอบครัวเราแล้วกันนะคะอย่าปฏิเสธเลย”
“จ้าวเหว่ยพูดถูกแล้วครับ พ่อแม่อย่าคิดมากเลย” อ้ายเหรินที่เห็นจ้าวเหว่ยทำหน้าให้เขาช่วยพูดก็เลยพูดกับพ่อแม่ให้เธออีกเสียง
พ่อแม่สามีได้แต่ต้องยอมรับความหวังดีที่ลูกสะใภ้มอบให้พวกเขาเพราะเธอบอกว่าทำเพื่อครอบครัว
หลังกินข้าวเสร็จแล้ววันนี้อ้ายเหรินเป็คนล้างจานส่วนพ่อกับแม่สามีเข้าห้องไปพักผ่อนแล้วจ้าวเหว่ยมายืนคุยกับเข้าที่ห้องครัว
“พี่..ฉันถามตรงๆ เลยนะ ครอบครัวพี่ยังเหลือหนี้อีกเท่าไหร่เหรอ”
“เธอจะถามไปทำไม” เขาหันไปมองหน้าเธอ
“ฉันต้องรู้ไม่ใช่เหรอเพราะฉันเป็พี่สะใภ้พี่นะ” จ้าวเหว่ยเอาคำว่าพี่สะใภ้มาบังคับ
“ที่แบบนี้พูดเต็มปากเลยนะคำว่าพี่สะใภ้เนี่ย บอกไม่ได้หรอกถ้าพี่ใหญ่รู้ว่าฉันบอกเธอเอาฉันตายแน่แล้วถ้าพ่อรู้ฉันก็ตายสองรอบเลยทีนี้” อ้ายเหรินขนหัวลุก
“เรารู้กันสองคนแค่นั้น ฉันสัญญาจะไม่พูดเื่นี้อีกไม่ว่ากับพี่ชายพี่หรือว่ากับพ่อแม่”
อ้ายเหรินคิดสักพักก่อนที่จะพูดออกมา
“ตอนที่พ่อมีคดียืมเงินเพื่อนเพื่อวิ่งเต้นเื่คดีมาหลายพันหยวนเลยล่ะ มีเพื่อนบางคนก็ไม่เอาคืนแต่เธอก็น่าจะรู้พ่อเป็คนรักษาสัจจะมาก ตอนแรกคิดว่าถ้าพวกลุงกับอากลับมาก็คงจะใช้หนี้เงินที่ยืมมาได้แต่สถานการณ์ยังไม่นิ่งพวกนั้นก็ยังไม่กลับมาแล้วก็ติดต่อไม่ได้ พ่อเลยเอาเงินเดือนพี่ใหญ่กับเงินที่หามาได้รวมเป็เงินก้อนค่อยๆ ใช้หนี้เพื่อนจนถึงทุกวันนี้นี่ล่ะ”
“ใกล้หมดแล้วหรือยัง พี่เฉินเล่อเป็ทหารมาหลายปีแล้วนี่ ถ้าเอาเงินเดือนเขาใช้หนี้น่าจะปลดหนี้ไปเยอะแล้วนะ” จ้าวเหว่ยคำนวณในใจ
“ยังไม่ถึงครึ่งเลยด้วยซ้ำ ปีแรกที่ฝึกยังไม่ได้เงินเดือนนะได้แค่เบี้ยเลี้ยงเพิ่งจะได้เงินเดือนแค่สามปีที่ผ่านมานี่ล่ะได้ปีละประมาณห้าร้อยหยวนได้มั้ง มาปีนี้แหละที่ต้องไปทำภารกิจอันตรายบ่อยเลยได้เลื่อนตำแหน่งเงินเดือนเลยได้เยอะกว่าเมื่อก่อน”
“สรุปเลยดีกว่าบ้านพี่เหลือหนี้อีกเท่าไหร่”
“ห้าพันหยวนได้ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันไม่แน่ใจจำนวนหรอก ”
“ทำไมเยอะขนาดนี้ล่ะ”
“พ่อโดนหลอกเื่คดีตอนแรกมีหนี้ตั้งแปดพันหยวน ไม่งั้นฉันจะมารับงานเขียนพู่กันทำไมล่ะ ฉันบอกเธอไว้ตรงนี้เลยนะถ้าเธอคิดเหมือนพ่อเธอว่าพอพวกลุงฉันกลับมาแล้วจะสบายล้มเลิกความคิดซะเถอะ พวกฉันก็ยังไม่รู้เลยว่าเขาจะกลับมาหรือเปล่า”
“ฉันอยากเลิกกับพี่ชายพี่ทุกวัน ฉันจะหวังรอญาติพี่กลับมาเหมือนพ่อได้ยังไงพี่สบายใจเถอะฉันไม่ได้อยากเป็พี่สะใภ้พี่หรอก”
จ้าวเหว่ยได้คำตอบที่อยากรู้แล้วเธอก็เดินออกมา เธอคิดถูกแล้วล่ะที่แบ่งเงินให้พวกเขาด้วยเธอไม่ได้เป็คนดีขนาดช่วยพวกเขาหาเงินปลดหนี้หรอกนะ แต่ถ้าเธอยังอยู่ที่นี่เธอก็จะช่วยเพราะพวกเขาดีกับเธอมากจริง ๆ