อวี้หลันใช้เวลากว่าสิบวันถึงกล้าที่จะก้าวออกจากห้องของตนมา ลั่ว หยวนหงเมื่อสังเกตเห็นนางเดินออกมาจึงได้กล่าวทักขึ้นอย่างเป็มิตร
“แม่นางหลินวันนี้อากาศดีออกมาชมทิวทัศน์หรือ”
“คุณชายลั่ว” อวี้หลันกล่าวทั้งโค้งคารวะเขาก่อนเอ่ยตอบ
“วันนี้อาการดีจริงๆ เก็บตัวอยู่หลายวันไม่ได้ออกมาขอบคุณที่ท่านให้ความช่วยเหลือ เสียมารยาทจริงๆ”
“แม่นางหลินเกรงใจไปแล้ว” เขาเอ่ยพลางยิ้มออกมา
ฟงอี้ที่เห็นว่าอวี้หลันนั้นยอมเดินออกจากห้องทั้งยืนพูดคุยกับสหายตนได้แล้วก็ยิ้มออกมาอย่างพอใจ ก่อนคิดเดินเข้าไปชักชวนนางเดินเล่นที่ตลาดให้นางได้เบิกบานเสียบ้าง
“อวี้หลันวันนี้อากาศดีไปเดินเล่นที่ตลาดกันดีหรือไม่”
ลั่ว หยวนหงเมื่อเห็นนางลังเลจึงรีบกล่าวเสริมช่วยสหายรักของตน
“นั้นสิที่ตลาดมีของมากมายให้ดูไปเดินดูสักหน่อยคงดี”
“เช่นนั้นคุณชายจะไปด้วยหรือไม่เ้าคะ” อวี้หลันกล่าวถามเขา
“ไม่ดีกว่าบ่ายวันนี้ยังต้องสอนเหล่าบัณฑิตไม่สะดวกพวกเ้าไปกันเถอะ”
เมื่อเขาเอ่ยเช่นนั้นฟงอี้จึงได้จับมือนางเดินออกไป โย่วเผยที่ทำท่าจะเดินตามคุ้มครองทั้งสองลั่ว หยวนหงจึงรั้งไว้
“นี่เ้าจะไปเป็ก้างขวางคอทั้งพวกเขาทั้งสองทำไม”
“แต่ข้าต้องคุ้มครองคุณชายนะขอรับ”
“โย่วเผยเอ่ยโย่วเผยความรักกำลังจะก่อเกิดไม่อยากเห็นคุณชายเ้ามีสุขหรือ” เขาเอ่ยเสร็จก็จะเดินกลับเข้าไปแต่เมื่อเห็นว่าโย่วเผยยังมองตามไม่เลิกจึงได้ดึงแขนเขาเดินตามตนเข้าไป
“มาเถอะน่า”
ฟงอี้ยังคงจับมือของอวี้หลันเดินออกไปตามถนนของตลาดทั้งสองมองข้าวของที่วางขายอย่างละลานตาอย่างสบายใจ ขณะที่ทั้งสองหยุดชมการเล่านิทานข้างถนนอยู่คนของหยาง อู๋เสินก็พบนางเข้าจึงได้รีบส่งข่าวกลับไปให้คุณชายของตนทั้งคอยติดตามนางไปทั่วจนได้รู้ว่านางนั้นอาศัยอยู่ที่ใดและกับใคร
ทั้งสองหลังจากเดินเล่นกันอยู่นานตะวันใกล้ลับขอบฟ้าจึงได้กลับสำนักหย่งเหิงขณะที่เดินเข้าไปก็ได้ยินเสียงเอะอะในจากในครัวทั้งสองมองหน้ากันชั่วครู่แล้วจึงเดินไปดู ก็ได้เห็นว่าลั่ว หยวนหงและโย่วเผยนั้นกำลังช่วยกันทำอาหารทั้งมีท่าทีหยอกล้อกันไปมาอย่างสนุกสนานหัวเราะดังไกลถึงหน้าสำนัก
อวี้หลันยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
“พวกเขาดูไร้กังวลดีจังนะเ้าคะ”
“ลั่ว หยวนหงคนผู้นี้ใช้ชีวิตไปวันๆ สำนักศึกษานี้เพียงดูแลต่อจากบิดาเท่านั้น โย่วเผยเองก็ติดตามข้าตลอดพึ่งเคยเห็นเช่นกัน”
“หากพวกเขานั้นหากมีคนหนึ่งเป็สตรีข้าคงคิดว่าพวกเขากำลังชอบพอกันอยู่” ฟงอี้กอดอกพูดออกมาอย่างขบขัน
“นั้นสินะเ้าคะ พวกเราเองก็อย่าไปกวนพวกเขาเลย” อวี้หลันกล่าวเสร็จจึงได้เดินออกมานั่งยังเรือนรับรองรออาหารของคนทั้งสอง
ขณะที่นั่งอยู่ในเรือนเขาสังเกตได้ว่านางนั้นนั่งมองชาในถ้วยอย่างพินิจจึงคิดเอ่ยถามถึงอนาคตของนาง
“อวี้หลันเ้ายังจะกลับไปที่คฤหาสน์ตระกูลหยางอีกหรือไม่”
“ข้าเองอยู่เมืองหลวงไร้ที่ไป” อวี้หลันกล่าวได้เพียงเท่านั้น ฟงอี้ได้กล่าวแทรกขึ้นอย่างจริงจัง
“เ้าไปอยู่ที่จวนข้าก็ได้หากเ้า้า”
“นั้นสิแม่นางหลินกลับไปที่นั่นสถานการณ์ของเ้าจะเป็อย่างไรก็ไม่รู้ได้ หรือหากเ้าอยากอยู่ที่นี่ต่อก็ย่อมได้” ลั่ว หยวนหงที่เดินเข้ามาพอดีเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางจริงใจทั้งแสนดี ที่ตามหลังมานั้นมีสาวใช้เดินตามยกอาหารเข้ามา
“ข้ายังต้องตามหาบิดาอยู่ที่นี่คงไม่สะดวกนัก อีกอย่างสำนักท่านก็มีสาวใช้อย่างเพียงพอเื่อื่นข้าก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้ข้าไม่อยากรบกวนท่านไปกว่านี้”
“เ้าเกรงใจเกินไปแม่นางหลินเ้าเป็แขกของฟงอี้ก็เท่ากับแขกของข้าเช่นกัน” เขาเอ่ยทั้งยิ้มออกมาอย่างใจดี
อวี้หลันจึงได้เผยยิ้มออกมาอย่างรู้สึกดี ที่แม้นางนั้นมักพบโชคร้ายแต่ผู้คนรอบข้างมักมีไมตรีที่ดีเสมอ
“เื่บิดาเ้าข้าต้องสืบต่อแน่เช่นนั้นไปเป็แขกที่เรือนข้าเถอะ ไม่ต้องเป็สาวใช้อีกแล้ว” ฟงอี้เอ่ยขึ้นมาตรงๆ ทุกสายตาจับจ้องมาที่นาง
“ไว้ข้าจะคิดดูนะเ้าคะ” อวี้หลันที่ยังคิดไม่ตกจึงเอ่ยอย่างปัดไป
หลังจากทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อยทุกคนต่างแยกย้ายกันไป อวี้หลันเมื่อมาถึงห้องของตัวเองก็นั่งเอนกายพิงหน้าต่างสายตามองไปยังท้องนภาสีนิลอันกว้างใหญ่ขบคิดว่านางนั้นควรอยู่ที่ใดแน่
แม้หวาดหวั่นต่อคฤหาสน์ตระกูลหยางกลัวว่าจะทิ้งชีวิตไว้ที่นั่นก่อนได้พบบิดาแต่หยาง อู๋เสินนั้นก็ดีต่อนางมาโดยตลอดหากจากไปอย่างไม่ร่ำลาก็ตัดใจไม่ขาด หากจะเอ่ยบอกเขาถึงเหตุผลก็กลัวว่าสัมพันธ์ของเขากับมารดานั้นจะเป็อย่างไรหรือเขานั้นจะเชื่อนางหรือไม่
หากว่าอยู่กับฟงอี้นั้นจะไปเป็แขกรบกวนเขามากมายขนาดนั้นได้อย่างไร ทั้งเกรงใจทั้งเกรงสายตาคนทำให้ฟงอี้นั้นถูกต่อว่าเหน็บแนม
เช้าวันต่อมาอวี้หลันตื่นขึ้นแต่เช้าไปยืนรออยู่หน้าห้องของฟงอี้ด้วยว่านางนั้นตัดสินใจได้แล้ว ฟงอี้ที่เพิ่งตื่นนอนเพียงเปิดประตูออกอวี้หลันก็ยืนยิ้มให้เขาอย่างร่าเริงตัวเขาเองก็ประหลาดใจยิ่ง
“อวี้หลันเ้ามาทำอะไรที่นี่”
อวี้หลันไม่ได้เอ่ยตอบเพียงมองที่ตัวเขานิ่งตาไม่กะพริบจนหน้าแดงเขาเองสงสัยจึงได้ก้มดูว่าตนเองนั้นผิดปกติตรงไหน เมื่อลงก็เห็นว่าตนนั้นไม่ได้สวมเสื้อท่อนบนก็รีบปิดประตูใส่หน้าอวี้หลันไปอย่างเขินอาย
อวี้หลันเองใบหน้าแดงทั้งเขินอายทั้งชอบใจ
“คุณชายฟงผิวเนียนขาวดีจริงๆ” นางหันหลังทั้งกล่าวออกมาเบาๆ แล้วยิ้มกริ่มออกมา
ฟงอี้เองเขินอายจนทำตัวไม่ถูกรีบสวมใส่เสื้อผ้าจนเรียบร้อยแสร้งทำหน้านิ่งเปิดประตูออกมาอีกครั้ง ก็พบว่าอวี้หลันนั้นยังคงยืนยิ้มอยู่คนเดียว
“เ้ายิ้มอะไร”
“เปล่าเ้าค่ะ” นางกล่าวพลางส่ายหน้า
“แล้วเ้ามาทำอะไรที่นี่แต่เช้าเช่นนี้”
“ที่คุณชายถามข้าคิดดีแล้วเ้าค่ะ”
“เช่นนั้น…” เขาเอ่ยหยั่งเชิงให้นางกล่าวออกมาเอง
“ข้าจะไปกับคุณชายเ้าค่ะ ที่คุณชายลั่วกล่าวก็นับว่าถูกถึงขนาดนี้แล้วหากกลับไปไม่รู้ชะตาจะเป็อย่างไร อีกทั้งข้าเองติดเื่ที่ต้องทำให้คุณชายอยู่สามเื่เมื่อท่านคิดออกข้าจะได้ทำให้ แต่ข้าจะไม่อยู่เปล่านะเ้าคะข้าสามารถทำได้หลายอย่างเป็สาวใช้ก็ได้เ้าค่ะหากคุณชาย้า”
ฟงอี้เมื่อได้ฟังก็ยิ้มออกมาอย่างพอใจแม้รู้ว่าที่นางตัดสินใจเช่นนี้เหตุผลหนึ่งของนางคงไม่อยากทำให้หยาง อู๋เสินและมารดาต้องมีปัญหากัน แต่เพียงแค่นางเลือกที่จะพึ่งพาเขาเท่านั้นก็มากพอแล้ว
“ข้าให้เ้าเป็แขกก็อยู่ให้สบายใจ ส่วนเื่ที่ต้องทำข้าคิดออกจะบอกเ้าเอง”
ทั้งสองยืนยิ้มให้กันอย่างพอใจต่อกันฟงอี้พอใจกับการตัดสินใจของนาง อวี้หลันพอใจที่เขานั้นไม่เคยต้องให้นางต้องกังวล
ส่วนหยาง อู๋เสินเมื่อได้ข่าวว่าอวี้หลันนั้นบัดนี้อยู่ที่เมืองซื่อเฉิงสำนักหย่งเหิงก็รีบออกเดินทางทันทีด้วยเกรงว่านางนั้นจะหายไปอีก โดยใช้ข้ออ้างว่าเจรจาการค้าจึงต้องมาด้วยตนเอง
แต่สิ่งหนึ่งที่หยาง อู๋เสินไม่รู้ก็คือเมื่อเขาเดินทางมาอวี้หลันนั้นก็ได้เดินทางกลับไปเสียแล้ว คนทั้งสองคลาดเคลื่อนกันเพียงสองวันเท่านั้น
“คุณชายหยางท่านยังตามหานางอีกหรือ คนของท่านทำกับนางเพียงนั้น” ลั่ว หยวนหงเอ่ยอย่างเหน็บแนมต่อเขา
“อวี้หลันเป็คนของข้าอย่างไรข้าก็ต้องตามหานาง” หยาง อู๋เสินนั้นกล่าวออกมาอย่างมั่นคงแล้วคิดจะเดินจากไปแต่ลั่ว หยวนหงก็ได้กล่าวตามหลังเขาไป
“คนของท่านหรือน่าขันเสียจริง” ลั่ว หยวนหงกล่าวพลางหัวเราะออกมาก่อนกล่าวต่อ
“เช่นนั้นตอนที่นางถูกฮูหยินหยางสั่งให้คนนำไปทิ้งกลางทะเลทรายท่านอยู่ที่ใด ตอนที่นางถูกจับไปอย่างทารุณที่ตลาดค้าทาสท่านอยู่ที่ใด ตอนที่นางโดนแส้เฆี่ยนตีท่านอยู่ที่ใด ตอนที่นางถูกขายแก่พวกแก่ตัณหากลับท่านอยู่ที่ใด ตอนที่จิตใจนาง้าที่พึ่งพิงท่านอยู่ที่ใด”
“คุณชายหยางท่านลองคิดดูให้ดี หากเป็ข้าศรัทธาในตัวนายเช่นท่านคงหายไปสิ้นแล้ว”
คำกล่าวยั่วโทสะปนยุแยงของลั่ว หยวนหงนั้นสร้างความไม่พอใจทั้งกังวลว่านางจะเปลี่ยนไปจริงๆ หยาง อู๋เสินยิ่งฟังเพียงชั่วครู่ก็เดินออกไปด้วยท่าทางไม่แยแสแต่จิตใจนั้นกลับวิตกยิ่ง