" เงินสดจำนวน 200 ล้าน วิลล่าชานเมืองหนึ่งหลัง คอนโดขนาด 200 ตารางวาที่หูกวงฉานเซ่อ ในเขต C 1 ชุด และหุ้นจำนวน 5% ของกู่กรุ๊ป ตามนี้นะครับ "
ทนายฟงสรุปรายการทรัพย์สินที่ท่านประธานกู่จะโอนถ่ายให้บุตรชายออกมา เมื่อฟังรายการทรัพย์สินที่จะมอบให้บุตรชายคนเล็กที่จะแต่งออก กู่เกาก็อดที่จะเ็ปเสมือนถูกมีดตัดแบ่งชิ้นเนื้อออกจากร่างกายตนเองไม่ได้
" ถูกต้อง "
กู่เกากัดฟัดตอบ ตอบรับและเป็การยืนยันคำพูดของทนายฟง
" งั้นเซ็นตามนี้เลยครับ และคุณชายเล็กเซ็นตรงนี้ครับ "
เอกสารจำนวนสามชุดที่มีรายละเอียดเหมือนกันทุกอย่างระบุถึงการรายการทรัพย์สินและรายละเอียดการถ่ายโอนทรัพย์สินถูกส่งมอบให้กับพ่อลูกตระกูลกู่ได้ลงนามร่วมกัน โดยทนายฟงชี้จุดที่แต่ละคนต้องเซ็นในเอกสาร ก่อนจะรับกลับมาเมื่อสองพ่อลูกลงเซ็นเอกสารเรียบร้อย เพื่อตรวจเช็กความถูกต้องอีกรอบ จากนั้นมอบเอกสารอย่างละชุดให้กับท่านประธานกู่ซึ่งเป็เ้านายและคุณชายเล็ก ส่วนตัวเขาเก็บไว้อีกชุดเพื่อเป็หลักฐานสำรอง เมื่อจบงานทนายฟงขอตัวกลับเพื่อรีบนำเอกสารไปดำเนินการต่อที่สำนักงาน
" จำไว้นะ แม้จะแต่งออกไปแล้ว แกก็ยังคือคนของตระกูลกู่ "
พูดจบ ประธานกู่ก็เดินออกจากห้องของบุตรชายไปอีกคน
กู่ฉิงฉิงกอดเอกสารรายการทรัพย์สินที่ได้รับมอบมาหมาด ๆ สด ๆ ร้อน ๆ แนบอกด้วยความปลื้มปริ่ม
รวยแล้วเว้ย!!!
เดิมนั้นเขาซึ่งเป็แค่พนักงานกินเงินเดือน เงินเก็บในบัญชีอย่างมากแค่หกหลักต้น ๆ แต่ว่าตอนนี้มีทรัพย์สินเป็ร้อยล้านจะไม่ให้ตื่นเต้นได้อย่างไร
อีกอย่างที่เขารีบร้อนเรียกร้องสินเดิมของตนเองเนื่องจากตามเนื้อเื่ในงานแต่งงานของตนพรุ่งนี้ ลูกชายนอกสมรสของกู่เกาจะจงใจปรากฏตัวออกมาให้ผู้คนในวงการธุรกิจรับรู้ ทรัพย์สินส่วนที่เป็สินเดิมติดตัวในการสมรสของเขาตามปกติจึงถูกยกให้เป็ของลูกนอกสมรสนั่นเนื่องจากพ่อของเขา้าแสดงความสงสารในความลำบากของอีกฝ่ายและคิดว่าอย่างไรตัวเขาก็แต่งออก ทรัพย์สินพวกนี้ยกให้เขาก็เหมือนเสียเปล่า จึงตัดสินใจยกให้บุตรชายที่โผล่มานี่ใหม่แทน เหอะ! เื่อะไรเขารึจะยอม ของของเขาก็คือของของเขา ใครก็เอาไปไม่ได้เด็ดขาด! ส่วนลูกชายที่โผล่ขึ้นมาใหม่นี้จะมาเปิดศึกแย่งตำแหน่งผู้นำตระกูลกู่กับพี่ชายของคนโตของกู่ฉิงฉิงก็ปล่อยให้คุณพี่รับผิดชอบไป อย่างไรพี่ชายของกู่ฉิงฉิงหรือกู่เซวียนเย่นั้นก็ไม่ใช่ไก่อ่อนที่ปล่อยให้ตนเองโดนรังแกหรือแย่งตำแหน่งง่าย ๆ หรอกนะ ยกเว้นเสียแต่ว่ากู่เกาจะสนับสนุนให้ท้ายลูกชายคนใหม่แบบออกหน้าออกตา นั่นก็อีกเื่
ตอนนี้เขา้าสนใจแค่เื่ของตัวเองก่อน เพราะหลังจากแต่งงาน เขาวางแผนจะเอาเงินที่มีไปลงทุนกับพวกบริษัทสตาร์ทอัพต่าง ๆ ที่ภายหลังทำกำไรมหาศาล เขาจะกลายเป็หนี่งในผู้ถือหุ้นใหญ่และมีส่วนแบ่งกำไรไว้กินสบาย ๆ ในภายหลังโดยที่ไม่ต้องทำอะไร
นั่งกินนอนกินก็มีเงินใช้ นี่มันความฝันอันสูงสุดของเขาโดยแท้!
อีกประการ หนึ่งปีหลังจากนี้เมื่อแสงจันทร์ขาวของพ่อพระเอกกลับมา เขาก็จะโดนเขี่ยทิ้ง แม้จะไม่ได้ไปตัวเปล่าแต่ไม่มีอะไรรับประกันว่าหลังจากนี้ตระกูลเขาจะยอมรับการเลิกรานี้หรือไม่ อาจจะตัดเขาออกจากตระกูลก็ได้ เขาไม่อยากกลายเป็ขอทานข้างถนนหรือทำงานงก ๆ ได้เงินน้อยนิด พอกันทีระบบแรงงานทาสที่เคยประสบพบเจอ!
นึกแล้วกู่ฉิงฉิงก็นำมือถือของตนเองขึ้นมาจดรายชื่อที่เขาต้องหาข้อมูลสำหรับการลงทุน ่เวลานี้ คนพวกนี้ยังคงตระเวณหาคนลงทุนอยู่และยังไม่ประสบความสำเร็จในวงการธุรกิจ นี่ถือเป็โอกาสอันดีงามและเหมาะเหม็งสำหรับเขา
กว่าจะทำอะไรเสร็จก็ล่วงเข้าเวลาดึก แม่นมเฉินเห็นว่าพรุ่งนี้เขาต้องตื่นแต่เช้ามืดเพื่อเข้าพิธีแต่งงาน จึงมาเร่งให้รีบเข้านอน เนื่องจากกลัวเขานอนไม่พอแล้วแล้วปัญหาทางร่างกายขึ้นมา คงกลัวเขาเป็ลมเป็แล้งกลางงานจนกลายเป็ข่าวดังล่ะมั้ง กู่ฉิงฉิงคิดเล่น ๆ ในใจ
แต่อันที่จริงสิ่งที่กู่ฉิงฉิงคิดก็ไม่ผิดไปจากความคิดของแม่นมเฉินมีในหัวเท่าไหร่
กู่ฉิงฉิงนั้นยังไม่รู้สึกอยากนอนนักหรอกแต่ว่าความเหนื่อยล้าที่สะสมจากการเดินทางข้ามมิติกับผ่านหลายเื่ที่จัดการทำให้สภาพจิตอ่อนล้ารวมกับร่างกายเดิมของเ้าของเดิมที่ไม่ค่อยจะแข็งแรงนัก ทำให้หลับไปอย่างง่ายดาย
มมโดยก่อนจะหลับไปนั้นกู่ฉิงฉิงคิดว่าร่างกายที่แสนอ่อนแอนี้ต้องจับออกกำลังกายบริหารเพิ่มกล้ามเนื้อให้จงได้ นี่มัน...อ่อนแอเกินไปแล้ว!
จากนั้นจึงเข้าสู่นิทรารมณ์อย่างสบายใจไร้กังวล
============
" คุณชาย คุณชายตื่นได้แล้วค่ะ ได้เวลาแล้ว "
เสียงเรียกที่คุ้นเคยจากแม่นมเฉินมาพร้อมกับแรงเขย่าเบา ๆ ปลุกให้กู่ฉิงฉิงตื่นจากห้วงนิทรารมณ์ขึ้นมาอย่างง่วงงุนงัวเงีย
เขาต้องใช้เวลาตั้งสติครู่หนึ่งว่าทำไมมีคนเรียกตนว่าคุณชายก่อนจะนึกได้ว่าตนนั้นตอนนี้หาใช่พนักงานกินเงินเดือนอีกต่อไปแล้วแต่กลายเป็คุณชายเล็กของบ้านตระกูลกู่และกำลังจะเข้าพิธีแต่งงานในวันนี้
เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างฝรั่งเศสที่ยาวจากเพดานจรดพื้นในห้องนอนส่วนตัวก็พบว่าท้องฟ้าด้านนอกยังมืดอยู่ ไร้แสงจากดวงอาทิตย์
" รีบร้อนอะไรกัน ยังไม่สว่างเลย "
กู่ฉิงฉิงบ่นกระปอดกระแปด เขาง่วงจะตาย นอนยังไม่อิ่มเลยสักนิด
" ไม่ได้ค่ะ ต้องเตรียมตัว ขัดตัว ไหนจะต้องแต่งตัวและรอเ้าบ่าวมารับตามฤกษ์อีก เวลาแทบไม่พอแล้วค่ะคุณชาย "
เขาเป็ผู้ชายต้องขัดตัวด้วยหรอ?!
แต่กระนั้นก็ไม่อาจสู้แรงวัวแรงควายของแม่นมเฉินที่อายุมากได้ เขาโดนลากลงจากเตียงลงมาให้เหล่าบรรดาพนักงานดูแลความงามจากสถาบันความงามชื่อดังซึ่งเขาเห็นป้ายชื่อจากเครื่องแบบที่แต่ละคนสวมใส่ จับขัด นวด แวกซ์ อบ กระทั่งอาบน้ำนม จนกระทั่งรู้สึกว่าิัที่ปกติบอบบางละเอียดแทบจะไร้รูขุมขนของตัวเองกลายเป็เปล่งประกายออร่าสว่างจ้าเหมือนมีไฟนีออนระดับพันวัตต์ส่องสว่างออกมาจากร่างกาย ไม่ว่าจะเดินไปตรงไหนก็เอาไปใช้แทนไฟนำทางได้เลย เข้าใจแล้วว่าทำไมบรรดาเหล่าผู้หญิงชอบไปใช้บริการสถานบริการความงามกันนัก
เมื่อถูกจับขัดอบอาบเรียบร้อย เขาก็โดนจับแต่งชุดสูทสีขาวบริสุทธิ์ เมื่อถูกสวมลงบนร่างของเขาที่ผิวขาวอมชมพูสีเสื้อช่างขับสีผิวทำให้เขาดูงดงามมากขึ้นไปอีก
ทรงผมและใบหน้าถูกจัดแต่งโดยช่างมืออาชีพ กว่าจะเสร็จขั้นตอนทั้งหมด ก็ปาเข้าไปยามสายของวัน ใกล้เวลาได้ฤกษ์มงคลเต็มที เขาซึ่งโดนปลุกแต่เช้ามืดและไม่มีอะไรหย่อนลงท้องแม้แต่น้ำเปล่าเริ่มอยากจะประท้วงยกเลิกงานแต่งแม่งเสียให้ได้
" คุณชาย อาหารว่างค่ะ ทานก่อนเริ่มพิธี "
โชคดีที่แม่นมเฉินรู้ใจของเขาอย่างยิ่งนำเอานมสดและขนมปังมาไว้ให้เขากินรองท้อง แม้จะไม่อิ่มนักแต่ก็พอประทังหิวไปได้ เอาวะไปรอกินต่องานเลี้ยงแล้วกัน
แต่กู่ฉิงฉิงหารู้ไม่ว่า ตอนงานเลี้ยงเขายิ่งไม่มีโอกาสได้กินมากกว่าเดิมเสียอีกเพราะมัวแต่ต้องเดินรับแเื่ที่ไม่รู้จะมีจำนวนมากไปไหน ซึ่งส่วนใหญ่เขาก็ไม่รู้จักสักนิด
" รถจากบ้านตระกูลหยางมาถึงแล้วครับ "
พ่อบ้านเดินมาแจ้งให้ทราบเพื่อให้คุณชายของตนเตรียมตัวและถูกส่งให้มาคุมตัวคุณชายเล็กเพื่อนำไปขึ้นรถที่ทางตระกูลหยางจัดมารับตามฤกษ์มงคล ด้วยเกรงว่าเ้าตัวจะออกฤทธิ์ออกเดชอะไรอีก นายท่านจึงสั่งให้เขารอและควบคุมไปจนกว่าคุณชายเล็กจะขึ้นรถที่มารับจึงจะเสร็จสิ้นภารกิจ
แต่ที่พ่อบ้านไม่รู้นั้นคือ กู่ฉิงฉิงคนนี้อยากออกจากบ้านนี้เต็มแก่
ทำไมน่ะรึ?...ในเมื่อเขาเข้ามาสลับิญญากับเ้าของเดิม เขาใช้มุกความจำเสื่อมแก้ปัญหา แต่อย่าลืมว่าไม่นานคนอื่นที่คุ้นเคยก็อาจจะจับได้ เช่น แม่นมเฉินที่เลี้ยงดูอีกฝ่ายมาแต่กำเนิด เป็ต้น ดังนั้นการออกไปจากบ้านตระกูลกู่ให้เร็วที่สุดจึงเป็หนทางที่ปลอดภัยสำหรับตนเอง
ร่างเล็กแบบบางในชุดสูทสีขาวบริสุทธิ์ก้าวขึ้นรถหรูสีขาวยี่ห้อดัง ราคาแพงระยับ แบบที่มักใช้ในงานแต่งของคนรวย ก่อนที่คนขับรถจะปิดประตูรถให้ จากนั้นขึ้นไปประจำตำแหน่งและขับออกไปจากลานหน้าคฤหาสน์ตระกูลกู่
กู่ฉิงฉิงหันไปมองคฤหาสน์ที่จากมาจากหน้าต่างหลังรถ พลางคิดในใจว่า อนาคตถ้าไม่จำเป็คงยากที่เขาจะกลับมาเหยียบที่นี่อีก
เมื่อหันกลับมา สายตาแน่วแน่มองข้างหน้าด้วยดวงตาวาววับ เต็มไปด้วยความคาดหวังของอนาคตใหม่ที่กำลังเริ่มต้น...
==============
งานแต่งระหว่างตระกูลหยางและตระกูลกู่ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่อลังการที่โรงแรมซุส ซึ่งเป็หนึ่งในบรรดาโรงแรมหรูจำนวนมากที่หยางกรุ๊ปมีใน
เหตที่โรงแรมต้องใช้ชื่อเทพต่างสัญชาติ นั่นก็เพราะซินแสฮวงจุ้ยท่านหนึ่งตรวจดวงชะตาตระกูลและบอกว่าหากจะตั้งชื่อโรงแรมต้องใช้ชื่อเทพต่างชาติเท่านั้นถึงจะรุ่งเรืองเฟื่องฟู ตอนแรกเหล่าบอร์ดบริหารก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ตีกันอยู่ยกใหญ่จากนั้นฝ่ายที่เห็นด้วยกับซินแสแพ้ ตอนแรกโรงแรมจึงใช้ชื่อตามสัญชาติแต่ไป ๆ มา ๆ กิจการไม่ดี มีแต่แย่ลง ๆ จึงมีการประชุมเปลี่ยนชื่อใหม่ไปตามคำแนะนำของซินแสท่านนั้น
วันที่เปลี่ยนชื่อ ผู้บริหารและพนักงานทุกคนของโรงแรมก็พบว่าโรงแรม กิจการเฟื่องฟูจนรับแขกไม่หวาดไม่ไหว ั้แ่นั้นมาบอร์ดบริหารจึงไม่มีการคัดค้านเื่การตั้งชื่อใด ๆ ไม่ว่าโรงแรมจะสร้างอีกกี่ที่ก็ตาม
โรงแรม โพไซดอนเอย อาเทน่าเอย ฯลฯ ก็มีตามมาเรื่อย ๆ โรงแรมชื่อตะวันตกถูกสร้างขึ้นจำนวนมากไปทั่วประเทศและทั่วโลก
ตรงนี้เป็หนึ่งในข้อมูลที่เขาได้จากการอ่านนิยายเช่นกัน ตัวเขาจึงไม่แปลกใจเมื่อได้ยินชื่อของโรงแรมที่เป็ชื่อทางตะวันตกเมื่อถามสถานที่จัดงานจากคนขับ และไม่ซักถามถึงที่มาของชื่อให้มากความจนคนขับรถรำคาญไม่พอใจ กลั่นแกล้งโดยการขับรถแบบที่ทำให้ไปถึงงานแต่งช้าจนไม่ตรงตามฤกษ์มงคลตามกำหนดจนตระกูลหยางไม่พอใจกู่ฉิงฉิงคนเก่าอย่างมาก แต่เขาไม่ทำอะไรผิดพลาดง่าย ๆ แบบนั้นหรอก
" เอี๊ยด!! ปัง! "
สิ้นเสียงดังสนั่น รถที่กู่ฉิงฉิงนั่งก็ได้รับแรงกระเทือนอย่างอย่างมาก ศีรษะของกู่ฉิงฉิงพุ่งชนเข้ากับพนักที่นั่งด้านหน้าของตนจนปวดปนมึนงง เวลานี้ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ มือข้างหนึ่งถูกยกขึ้นจับศีรษะบริเวณที่โดนกระแทกและพบว่ามันปูดบวมเล็กน้อยแต่ที่แน่ ๆ ไม่นานคงจะกลายเป็สีเขียวม่วงแสดงอาการช้ำในท้ายที่สุด แต่สภาพนี้ในวันนี้มันคงยังไม่ออกอาการนอกจากรอยแดงจัด
กู่ฉิงฉิงสะบัดศีรษะสองสามทีเรียกสติและเปิดประตูออกไปด้านนอกตัวรถ พบว่ารถยนต์ที่โดยสารมาถูกจักรยานยนต์พุ่งชนแต่ไม่มีใคราเ็หรือเป็อันตรายแต่อย่างใด นอกจากรถยนต์เกิดรอยบุบ ที่สำคัญกว่านั้นคือ อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นต้องรอตำรวจมาตรวจสอบและเคลียร์สถานการณ์รวมถึงให้ปากคำ ซึ่งถ้ารอทำทั้งหมดนี่เกรงว่าเขาคงไปถึงงานแต่งสายเป็แน่แท้ ตรงนี้เองทำให้เขานึกได้ว่าเหตุการณ์ตามเนื้อเื่อย่างไรเขาก็ต้องไปสาย บทเื่ไม่ยอมให้เขาเปลี่ยนง่าย ๆ แต่มีหรือกู่ฉิงฉิงคนนี้จะยอม
ฟ้ากำหนดหรือจะสู้คนลิขิต
เขาลิขิตชีวิตตนเอง ไม่ยอมให้ใครมาขัดขวาง เงินก้อน 50 ล้านแรกรอเขาอยู่ตรงหน้า จะยอมให้เสียไปไม่ได้!
กู่ฉิงฉิง บอกกับคนขับรถที่หน้าซีดปากสั่นจากความใให้ตั้งสติและอยู่รอตำรวจเพื่อให้ปากคำ ที่เหลือเขาจะให้ตระกูลหยางส่งคนมาจัดการทีหลัง ส่วนเขาจะล่วงหน้าไปก่อน สภาพการจราจรแสนติดขัดทำให้ดูอย่างไร เรียกแท็กซี่ก็คงไม่ทันการ
ทันใดหางตาของกู่ฉิงฉิงก็เหลือบไปเห็นไบเกอร์ที่กำลังจะออกรถเขาจึงรีบวิ่งไปที่ไบเกอร์คนนั้น ก่อนจะเจรจาตกลงให้อีกฝ่ายขับไปส่งยังสถานที่จัดการ
โชคดีที่ไบเกอร์มีหมวกกันน็อกสำรองที่เขาซื้อไว้ให้แฟนสาวใช้ กู่ฉิงฉิงจึงไม่ต้องกลัวผมกับใบหน้าที่ตกแต่งอย่างงดงามเลเทะเนื่องจากแรงลม แม้เสื้อผ้าอาจจะยับเล็กน้อยแต่ดีกว่าหน้าตาดูไม่ได้ล่ะนะ
ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ไบเกอร์คนนั้นขับพาเขามาถึงสถานที่จัดงานอย่างปลอดภัย ฝ่าการจราจรแสนติดขัดได้อย่างสะดวก ซึ่งก็ก่อนเวลาฤกษ์เริ่มงานของตระกูลหยางประมาณสิบนาทีพอดิบพอดี
เขาสแกนคิวอาร์โค้ดจ่ายค่าโดยสารตามที่ตกลงให้กับไบเกอร์ก่อนจะเดินเข้าโรงแรมไปอย่างสง่างามท่ามกลางสายตาแเื่ที่เดินเข้าออก ทั้งที่เข้ามาพักหรือมาร่วมงานแต่งของตน
" นั่น คุณชายคนเล็กของตระกูลกู่ เ้าสาวนี่นา ทำไม...มากับรถแบบนั้นล่ะ "
หญิงวัยกลางคนท่าทางร่ำรวยที่เป็หนึ่งในแขกที่มาร่วมงานแต่งถามสามีของตนขึ้นอย่างสงสัย แต่ก็ไม่อาจได้รับคำตอบเพราะตัวสามีเองก็ไม่รู้เหมือนกันนั่นแหละ
กู่ฉิงฉิงเดินไปยังแผนกต้อนรับแจ้งความประสงค์จากนั้นแสดงบัตรประจำตัวยืนยันตัวตน เนื่องจากการมาของเขามันไม่ทางการตามที่กำหนด เขาจึงต้องแสดงหลักฐาน เมื่อพนักงานเห็นชื่อบนบัตรจากที่เฉยชาก็เปลี่ยนเป็กระตือรือล้นขึ้นมาทันใด นี่มันเลดี้บอสในอนาคตนี่นา!
พนักงานสาวรีบกุลีกุจอพอกู่ฉิงฉิงไปยังห้องที่จัดเตรียมไว้สำหรับแต่งตัวของบ่าวสาว และเป็ห้องพักรอก่อนเริ่มงาน
เมื่อกู่ฉิงฉิงมาถึงห้องพักก็เปิดประตูเข้าไปโดยไม่แม้แต่จะเคาะ เพราะนอกจากเขาและหยางเฟยหลง ก็คงไม่มีคนอื่นอยู่อีกแล้วล่ะ
เป็ไปตามคาด หยางเฟยหลงหรือท่านประธานหยาง นั่งรออยู่ในห้อง สวมชุดสูทสีขาวแบบเดียวกันแต่ขนาดใหญ่กว่าของตน กำลังนั่งเช็กเอกสารโครงการผ่านไอแพดอย่างไม่สนใจหรือแสดงอาการตื่นเต้นใด ๆ ว่ากำลังจะเข้าพิธีสำคัญของชีวิตสักนิด
" พึ่งมาถึง? "
กู่ฉิงฉิงพยักหน้าตอบ ตอนนี้เขาไม่อยากพูดอะไร เขาทั้งร้อนและเหนื่อย ก่อนจะเดินไปนั่งบนโซฟาข้างพระเอกของเื่จากนั้นคว้าน้ำในแก้วของอีกฝ่ายมาดื่มแบบหน้าตาเฉย ไม่สนใจสายตาหรี่เฉียบคมเ็าที่มองมาอย่างเอาเื่แต่อย่างใด
" เกิดอะไรขึ้น "
หยางเฟยหลงสังเกตถึงเสื้อผ้าที่ยับย่นและทรงผมที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อยของว่าที่เ้าสาวของตน
" อุบัติเหตุเล็กน้อย รายละเอียดคุณไปถามคนขับรถที่คุณส่งไปรับผมเอาเอง "
กู่ฉิงฉิงี้เีอธิบาย เนื่องจากอย่างไรเสีย คนขับก็ต้องรายงานผลอยู่ดี
หยางเฟยหลงยอมรับคำกล่าวโดยการพยักหน้าเบา ๆ และหันกลับไปสนใจเอกสารต่อ
ไม่ถึงห้านาที เสียงเคาะประตูจากภายนอกก็ดังขึ้น
" ได้เวลาแล้วค่ะ "
เสียงพนักงานของโรงแรมมาแจ้งเตือนตามที่บอสของตนสั่งไว้
กู่ฉิงฉิงที่แม้เตรียมใจมาดี แต่พอเอาเข้าจริงก็แอบตื่นเต้นเหมือนกัน แหม...ก็มันงานแต่งงานครั้งแรกของเขาเลยนะ จะไม่ให้ตื่นเต้นได้อย่างไรล่ะ ใช่ไหม... ถึงแม้ว่าจะเป็แค่ในนามและกินเวลาแค่หนึ่งปีก็ตาม