รายงานการค้นพบโอเกอร์ของทีมสำรวจทำให้คืนนี้มีการหารือและวางแผนกันอย่างเคร่งเครียด โอเกอร์นั้นเป็ร่างวิวัฒนาการของฮอบก็อบลิน มีร่างกายและกล้ามเนื้อที่ใหญ่โตราวกับออร์ค ิัทั่วทั้งตัวแข็งดุจเหล็กไหล มีภูมิปัญญาอยู่ในระดับสูง พลังและความสามารถของมันอยู่ในระดับสูงจนน่าใ มันแค่ตัวเดียวสามารถถล่มเมืองเล็กๆ ได้ แน่นอนว่าก็อบลินที่สามารถวิวัฒนาการจนเป็โอเกอร์ได้ย่อมต้องไม่ธรรมดา ตัวตนของมันมีอยู่แค่น้อยนิดของเผ่าพันธุ์ก็อบลิน ความน่าสะพรึงกลัวของมันถูกเล่ากันเป็นิทานและเื่เล่าขานต่างๆ เลยทีเดียว
“ตามแผนเดิม เราจะโจมตีทุกรังของมันยกเว้นที่โบราณสถาน ถ้าไปที่นั่นตอนนี้มีแต่จะรนหาที่ตายเปล่า”
แกรนด์เอ่ยขึ้นด้วยความเป็กังวล โอเกอร์มีพลังที่เรียกได้ว่าสูงจนล้ำหน้าสัตว์อสูรชั้นสูงไปแล้ว มันมีพลังพอๆ กับสัตว์อสูรสายเืโบราณเลยทีเดียว แต่ที่ทำให้มันเหนือชั้นยิ่งกว่าเหล่าสัตว์อสูรคือมันมีสติปัญญา มันไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่ต่อกรได้ด้วยการหลอกล่อเหมือนเช่นพวกสัตว์อสูร
“จากข้อมูลกำลังรบของพวกมัน รังอื่นๆ ก็คงจัดการไม่ยากเท่าไหร่ แต่เวทย์น้ำแข็งของข้าจะด้อยลงถ้าสู้ในที่แคบอย่างพวกถ้ำ”
“ไม่เป็ไร ไม่จำเป็ต้องสู้อะไรมากขนาดนั้น ข้ามีแผนจัดการพวกมันอยู่”
“ใช่ๆ ลูกพี่เคยจัดการแบบนี้ครั้งนึง ตอนนั้นพวกเราเผ่นกันแทบไม่ทันเลยล่ะ ฮ่าๆ ๆ”
“หยุดเล่าเื่น่าอายตอนนั้นได้แล้วบ็อบ ตอนนี้มันไม่เหมือนกันแล้ว”
รุ่งเช้าทั้งสามก็เตรียมตัวเดินทางไปยังรังก็อบลินแห่งแรกที่ตกลงกันไว้ รังแห่งนี้เป็เหมืองร้าง อยู่ใกล้ที่สุด ใช้เวลาเดินทางน่าจะไม่นาน แกรนด์เห็นลูกน้องของเขาทุกกลุ่มออกไปทำงานที่ได้รับมอบหมายแล้ว ทุกคนดูกระตือรือร้นแต่เช้า การออกล่าครั้งแรกน่าตื่นเต้นเสมอล่ะนะ
“ไคลน์ ไปกับข้า พวกเ้าทั้งสี่วันนี้จัดการบ้านใหม่ของพวกเ้าไปก่อนแล้วกัน”
“ขอบคุณนายท่าน”
ทั้งสี่ยกมือขวาขึ้นมาแล้วกำหมัดวางไว้ที่หน้าอกข้างซ้าย ก้มหัวลงเล็กน้อย ซึ่งท่านี้เป็ท่าทำความเคารพของแทบจะทุกเผ่า
“ไคลน์ เอารถม้าไปด้วย เราจะไปขนกระสอบทรายกัน”
ไคลน์ทำตามคำสั่งโดยการไปจัดเตรียมรถม้าไว้ เขาไม่ปริปากถามให้มากความ เพียงแค่ทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัดก็พอแล้ว เมื่อเตรียมตัวเสร็จรถม้าก็เคลื่อนออกจากหมู่บ้านมุ่งหน้าไปยังเหมืองร้าง โดยที่ไคลน์เป็คนบังคับรถม้าพาทั้งสามไปยังจุดหมาย แกรนด์ บ็อบและเอเลน่านั่งเล่นไพ่ฆ่าเวลาภายในรถม้าเหมือนว่ากำลังเดินทางไปปิกนิก
ผ่านไปสองชั่วโมงรถม้าก็มาจอดใกล้ๆ เหมืองร้างแห่งหนึ่ง เหมืองแห่งนี้ขุดเข้าไปในเนินดินขนาดย่อมๆ กลางป่า สภาพหน้าเหมืองมีไม้เลื้อยขึ้นปกคลุม เหมืองแห่งนี้ไม่ได้ใหญ่โตอะไร เหมือนกับว่าเป็เหมืองที่ชาวบ้านขุดหาแร่เหล็กกันเองแล้วพวกก็อบลินมันมายึดไปซะมากกว่า
“นายท่าน นี้มีก็อบลิน 2 ตัวเฝ้าอยู่ข้างในปากทางเข้าเหมือง ที่เหลือยู่ในเหมือง”
แกรนด์ใช้สกิลตรวจสอบสอดส่องเข้าไปยังหน้าปากถ้ำพบออร่าพลังชีวิตของก็อบลินสองตัวอยู่จริงๆ เหมือนกับว่ามันกำลังนอนกันอยู่
“ไปปลุกพวกมันกันเถอะ”
ทั้งสี่ย่องเข้าไปใกล้ๆ หน้าทางเข้าเหมืองเพื่อไม่ให้พวกมันรู้ตัว ไคลน์ได้แต่สงสัยในใจว่าเหตุใดนายท่านของเขาจึงต้องทำลับๆ ล่อๆ เพื่อจัดการกับพวกนี้ด้วย ทั้งที่การโจมตีของเขาแต่ครั้งเดียวก็น่าจะถล่มเหมือนนี้ลงได้แท้ๆ
แกรนด์หันมาทางทั้งสามคนแล้วทำท่าทางเพื่อบอกให้ทุกคนอุดหูไว้ เขาเดินมาที่หน้าปากถ้ำอย่างไม่ย่องเก็บเสียงอีกต่อไป ก็อบลินสองตัวที่เฝ้าด้านหน้ารู้สึกตัวแล้วว่ามีผู้บุกรุก แต่ไม่ทันการที่พวกมันจะโจมตี
“โฮกกกกกกกกกก!!!!”
ท่าัสายฟ้าคำรามถูกใช้ออกมา เสียงที่เปล่งออกมาอัดเข้าไปในถ้ำทันที แกรนด์ไม่ได้ใช้ท่านี้รุนแรงเท่าทุกทีเพราะเสียงในถ้ำมันก้องกังวานกว่าด้านนอกถึงสองเท่าอยู่แล้ว ก็อบลินที่โดนท่านี้เข้าไปต่างสลบกันทั้งถ้ำ ลักษณะของพวกมันบางตัวนอนกระตุก บางตัวเืไหลออกจากหู ยังไงซะความแข็งแกร่งของพวกก็อบลินก็แค่พอๆ กับนักรบหรือผู้ใช้เวทย์ฝึกหัดเท่านั้น ไม่นานนักทั้งสี่ก็เห็นฮอบก็อบลินสองตัวเดินกระเซอะกระเซิงถืออาวุธออกมาหมายจะโจมตีผู้บุกรุก
พลั้ว! พลั้ว!
ก้อนหินขนาดเท่ากำปั้นสองก้อนลอยไปกระแทกหัวฮอบก็อบลินทั้งสองตัวจนก้อนหินแตกกระจาย ไม่ต้องบรรยายความรุนแรงของมันเลยว่ามากขนาดไหน คนที่ขว้างมันคือบ็อบนั่นเอง ฮอบก็อบลินทั้งสองแม้จะแข็งแกร่งในระดับหนึ่งแต่ก็ใช่ว่าจะทนทั้งท่าัสายฟ้าคำรามและก้อนหินที่พุ่งเหมือนะุปืนใหญ่มากระแทกที่หัวได้
“จับเป็เนี่ยยากกว่าจับตายอีกนะลูกพี่”
บ็อบพูดขึ้นอย่างเป็กังวล เขาต้องหาวิธีที่คิดว่านุ่มนวลที่สุดเพื่อจัดการไม่ให้พวกมันตาย ถ้าเผลอใช้วิธีการรุนแรงมากไปพวกมันอาจตายก่อนได้จับ
“เหอะน่า พวกนี้ยังพอมีประโยชน์อยู่บ้าง ช่วยๆ กันมัดพวกมันไว้ก่อน เดี๋ยวข้ากับไคลน์จะเข้าไปสำรวจด้านใน”
พูดจบแกรนด์กับไคลน์ก็เดินเข้าไปสำรวจภายในเหมืองร้าง บ็อบจัดการมัดก็อบลินทั้งสองตัวและฮอบก็อบลินทั้งสองตัวไว้ เอเลน่าเดินไปที่รถม้า เธอพังที่นั่งที่เหมือนตู้โดยสารของรถม้าออกจนเหลือแต่พื้นและล้อ เอเลน่าใช้เวทย์สร้างกรงน้ำแข็งถักทอเป็ตาข่ายขึ้นบนรถม้า พอดีกับที่บ็อบแบกก็อบลินเดินออกมาจากในเหมืองและโยนพวกมันเข้าไปในกรงขัง ตัวของก็อบลินนั้นจะขนาดพอๆ กับเด็ก 10 ขวบ ส่วนฮอบก็อบลินนั้นตัวขนาดเท่าคนปกติ กรงที่เอเลน่าสร้างขึ้นเป็น้ำแข็งก็จริง แต่ความแข็งแกร่งของมันไม่ได้ด้อยไปกว่ากรงเหล็กเลย แถมเวทย์ที่ร่ายเคลือบไว้ทำให้น้ำแข็งไม่ถูกละลาย ซึ่งผลของเวทย์จะคงอยู่ถึง 6 ชั่วโมง
บ็อบกับเอเลน่าตามเข้าไปภายในเหมืองอีกครั้งเพื่อตามเก็บก็อบลินที่เหลือ มาหลายตัวที่ถูกแกรนด์และไคลน์ที่เข้ามาก่อนหน้ามัดแล้วขนมากองรวมกันไว้ บ็อบนึกย้อนไปถึงความหลังเมื่อหลายปีก่อนที่เขากับแกรนด์ออกล่า่แรกๆ ด้วยความที่เป็วัยรุ่นคะนอง ทั้งสองเลือกที่จะมาลองฆ่าก็อบลินดู แกรนด์ใช้ท่าัสายฟ้าคำรามซึ่งในตอนนั้นเพิ่งจะฝึกสำเร็จมาหมาดๆ อัดเข้าไปในถ้ำเหมือนอย่างวันนี้ ผลคือ ทั้งสองถูกก็อบลินที่แห่ออกมาจากรังไล่ฆ่าแทบเอาชีวิตไม่รอด เอเลน่ามองดูบ็อบที่เดินเก็บก็อบลินไปขำไปอยู่คนเดียว
‘หมอนี่มันขำอะไรของมันเนี่ย? รึยังไม่สร่างเมาจากเมื่อคืน?’
เอเลน่าเดินเข้ามาเพื่อสำรวจและนับก็อบลินเท่านั้น พวกก็อบลินทั้งหน้าตานี่เกลียดแถมยังสกปรก มีกลิ่นเหม็นคลุ้งเหมือนนอนทับขี้มา เธอออกตัวบอกก่อนเลยว่าจะไม่ยอมแตะพวกมันเด็ดขาด
“นายท่าน ข้าได้กลิ่นอายของมนุษย์อยู่ทางด้านขวา คิดว่าที่นั่นน่าจะเป็ห้องเก็บสมบัติของพวกมัน”
“นำทางไป”
ทั้งสองเดินลัดเลาะเข้ามาในทางเดินทางด้านขวาจนพบกับประตูทางเข้าโพรงภายในเหมือง ประตูนี้ใหญ่กว่าประตูปกติของมนุษย์ 3-4 เท่า ทำจากไม้ที่ปิดปากทางเข้าโพรงไว้อย่างมิดชิด นี่เป็จุดที่แสดงว่าถึงห้องเก็บสมบัติของพวกมันแล้ว แกรนด์ถีบประตูจนพังเข้าไปก็พบโพรงกว้างที่มีขนาดใหญ่กว่าทุกห้อง โพรงนี้ถูกจัดเป็ห้องเก็บสิ่งของต่างๆ ที่ก็อบลินปล้นชิงรวมทั้งขโมยมา มีสิ่งของต่างๆ กระจัดกระจายอยู่ตามเกลื่อน และหนึ่งในนั้นคือร่างของมนุษย์ผู้หญิง 2 คนที่นอนอยู่ในลักษณะเปลือยกายทั้งตัวอย่างน่าอนาถ เนื้อตัวมอมแมมมีแต่าแ ผมยุ่งเหยิงไปหมด จากการตรวจสอบพบว่าเธอทั้งสองเพิ่งจะขาดใจตายเมื่อไม่นานมานี้เอง ในสภาพเช่นนี้ดูคล้ายว่าจะถูกก็อบลินจับมานานพอสมควรแล้ว ตามธรรมชาติของเผ่าก็อบลิน ก็อบลินเพศเมียจะสามารถมีลูกได้ครั้งละ 1ตัว และอัตราส่วนของก็อบลินเพศเมียกับเพศผู้คือ 1 ต่อ 10 เป็อัตราส่วนที่เพศผู้มีการเกิดขึ้นมามากกว่าเพศเมียเป็อย่างมาก การขยายพันธุ์หลักๆ ของก็อบลินคือการจับมนุษย์ผู้หญิงมาเป็แม่พันธุ์ โดยที่มนุษย์ผู้หญิงจะสามารถคลอดลูกก็อบลินออกมาได้ครั้งละ 3-4 ตัว และระยะเวลาการตั้งท้องจะเร็วกว่าก็อบลินเพศเมียถึงสองเท่า ทำให้ก็อบลินชอบที่จะลักพาตัวหญิงสาวชาวบ้านหรือปล้นชิงตามขบวนสินค้าเพื่อนำมาขยายพันธุ์และสนองตัณหาที่มีมากล้นของพวกมัน แกรนด์มองไปที่ร่างของหญิงทั้งสองด้วยความสังเวช คนที่มีชะตากรรมที่ต้องถูกก็อบลินจับมาถูกย่ำยีซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อขยายพันธุ์ให้ก็อบลินหลายต่อหลายครั้งต้องโหยหาและร้องขอความตายเพื่อปลดปล่อยตัวเองให้หลุดพ้นจากขุมนรกนี้แน่ เมื่อแม่พันธุ์ที่พวกมันจับมาตายไปมันก็จะเสาะหาหญิงสาวรายใหม่มาเรื่อยๆ
“สู่สุคติเถอะ ไคลน์ เอาร่างพวกเธอออกไปฝังด้านนอกที”
แกรนด์เอ่ยขึ้นพร้อมกับเดินไปทางสิ่งของที่กองระเกะระกะกันอยู่ ของที่กองกันอยู่ในนี้มีทั้งอาวุธและเงินทองรวมถึงแร่เหล็กที่ถูกขุดไว้ก่อนที่เหล่าก็อบลินจะเข้ามายึดเหมืองแห่งนี้ไว้ ก็อบลินเป็พวกที่ชอบสะสมของมีค่าหรืออะไรก็แล้วแต่ที่มันสะท้อนแสงแวววับได้ นิสัยชอบสะสมสิ่งของมีค่าของพวกมันตรงกันข้ามกับสิ่งที่เป็อยู่ในโลกภายนอก แม้พวกมันจะมีสมบัติแค่ไหนแต่ก็แทบไม่มีเผ่าไหนเลยที่ยอมติดต่อค้าขายหรือมีปฏิสัมพันธ์กับพวกก็อบลิน ส่วนหนึ่งคงเป็เพราะนิสัยน่ารังเกียจของพวกมันนี่เอง แกรนด์เก็บทุกอย่างเข้าไปในแหวนมิติของเขาจนหมด ทรัพย์สินจะถูกเก็บสะสมไว้เป็ทุนของกองกำลัง ส่วนอาวุธต่างๆ ที่ยึดมาได้จะนำไปตรวจสภาพและซ่อมแซมที่คลังอาวุธของหมู่บ้านเพื่อแจกจ่ายกับผู้ที่้า
หลังจากที่เก็บกวาดภายในเหมืองร้างเรียบร้อยแล้วแกรนด์ก็เดินออกมาจากถ้ำ ไคลน์ได้จัดการฝังร่างของหญิงสาวทั้งสองเรียบร้อยแล้ว ส่วนบ็อบกับเอเลน่าก็จัดการจับก็อบลินทั้งหมดมาขังไว้แล้วเช่นเดียวกัน
“ฮอบก็อบลิน 2 ก็อบลิน 14 เป็จำนวนที่ใช้ได้นะ นี่แหละกระสอบทรายของเรา จะว่าไปเวทย์น้ำแข็งนี่อเนกประสงค์ดีจริง โจมตีก็ได้ สร้างนั่นสร้างนี่ก็ได้”
“ก็เ้าทำไมไม่เอากรงขังใส่รถม้ามาล่ะ อีกอย่าง อย่ามัวแต่โม้ กลับกันดีกว่า เวทย์เคลือบน้ำแข็งมันมีผลแค่ไม่กี่ชั่วโมง”
“เราออกมากะทันหันไปหน่อย อีกอย่างข้าให้ช่างทำกรงขังที่หมู่บ้านไว้แล้ว พรุ่งนี้คงจะได้กรงขังเคลื่อนที่สำหรับรถม้า วันนี้ก็ใช้นี่แก้ขัดไปก่อนแล้วกัน”
ทั้งสี่ออกเดินทางกลับหมู่บ้านโดยมีกรงบรรทุกก็อบลินบนรถม้ามาด้วย เมื่อมาถึงหมู่บ้านก็พบว่ากลุ่มนักล่ากลับมากันหมดแล้ว แต่ละกลุ่มล้วนทำงานชิ้นแรกที่แกรนด์มอบหมายสำเร็จอย่างราบรื่น สัตว์ที่ให้ล่าในวันแรกนั้นไม่ได้เก่งมากมายอะไรนัก ต้องให้พวกเขาเชี่ยวชาญในการล่าและการทำงานเป็ทีมมากกว่านี้ก่อน
“หัวหน้ามาดูทางนี้หน่อยสิครับ”
ชายคนหนึ่งเรียกแกรนด์ให้ไปดูอะไรบางอย่างที่ลานกว้าง นักรบที่ไม่สังกัดธาตุ 3 คนดูเหมือนว่าตอนนี้จะจับสัตว์อสูรมาทดลองสังเวยเืแล้ว โดยสัตว์อสูรที่จับมาอย่างละมุนละม่อมนั้นเป็ผลมาจากสมาชิกในแต่ละกลุ่มช่วยกันจับมาให้เพื่อน ตอนนี้ทั้ง 3 กำลังจะทดลองการผสานพลังกับมัน
คนแรกที่เริ่มรวบรวมพลังพร้อมทั้งหลับตาตั้งสมาธิเพื่อผสานพลังเป็นักรบผู้หญิง สัตว์อสูรที่เธอจับมาเพื่อสังเวยเืคือกระต่ายเขาเดียว สัตว์อสูรระดับต่ำที่หาได้ทั่วไปแต่เคลื่อนที่ได้รวดเร็วมากทั้งยังมีการโจมตีจากเขาบนหัวทำให้มันดูอันตรายในระดับหนึ่ง ร่างกายของเธอค่อยๆ เปลี่ยนแปลง หูกระต่ายชูชั้นขึ้นมา เขาสีน้ำตาลค่อยๆ งอกออกมาที่้ากลางหน้าผาก ขนสีขาวแซมออกมาปกคลุมร่างกาย ขาของเธอเริ่มเปลี่ยนแปลงรูปร่างขนคล้ายขากระต่ายขนาดใหญ่ เมื่อการผสานพลังเสร็จสิ้นรูปร่างของคนผู้นั้นจะลักษณะเหมือนครึ่งคนครึ่งสัตว์อสูรตัวที่ผสานพลังด้วย
“กระต่ายน้อยน่ารักจริงๆ ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ”
เพื่อนในทีมพากันแซวจนเ้าตัวอดที่จะเขินไม่ได้ การผสานร่างกับกระต่ายแบบนี้มันดูน่ารักเสียมากกว่าล่ะนะ และการคงร่างที่ผสานพลังไว้ก็ต้องขึ้นอยู่กับพลังสะสมของคนผู้นั้นด้วย ยิ่งใช้พลังผสานร่างนานก็ยิ่งสิ้นเปลืองพลังงาน อีกทั้งความเข้ากันได้ของจิติญญาทั้งผู้ผสานและสัตว์อสูรก็เป็เื่สำคัญ ถ้าพลังของคนผู้นั้น กับสัตว์อสูรแม้จะผสานได้สำเร็จแต่ถ้าเข้ากันได้ต่ำก็จะสามารถดึงขีดความสามารถของพลังนั้นออกมาได้น้อย ซ้ำร้ายยังจะพาสิ้นเปลืองพลังจากการประสานร่างโดยเปล่าประโยชน์ ตรงกันข้าม ถ้าพลังเข้ากันได้อย่างถึงที่สุดคนผู้นั้นจะใช้ความสามารถของสัตว์อสูรชนิดนั้นได้ด้วย และคนผู้นั้นจะเหมือนกับว่าเป็สัตว์อสูรที่มีสติปัญญาแถมยังติดอาวุธเลยทีเดียว
“เ้าลองเคลื่อนไหวให้ข้าดูหน่อยสิ”
แกรนด์เอ่ยขึ้นพร้อมกับใช้สกิลตรวจสอบเพ่งไปที่ผู้ผสานพลังคนแรก ดูเหมือนว่าระดับความเข้ากันได้กับกระต่ายเขาเดียวจะแค่ระดับกลางๆ เมื่อเคลื่อนไหวแล้วปรากฏว่าบังคับได้ไม่ค่อยดีนัก เพราะเป็การผสานพลังครั้งแรก ร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้ผู้ใช้พลังยังไม่ชิน การผสานเข้ากับกระต่ายเขาเดียวทำให้เธอวิ่งได้อย่างรวดเร็วจนเ้าตัวยังใ
คนที่สองผสานเข้ากับหมูป่าสี่เขี้ยว สัตว์อสูรระดับต่ำจอมบ้าพลัง ดูเหมือนว่าคนนี้จะบังคับร่างผสานได้ค่อนข้างดี แถมความเข้ากันได้กับพลังอยู่ในระดับที่ดีเยี่ยมอีกด้วย ในกลุ่มถ้าเขาเป็แนวหน้าไปปะทะให้ก็คงเหมาะสมเลยทีเดียว เพราะหนังของหมูป่าสี่เขี้ยวทั้งหนาและหยาบกร้าน สามารถรับแรงจากการโจมตีได้ดี
คนที่สามเขาผสานเข้ากับกิ้งก่าลายพราง สัตว์อสูรชั้นต่ำที่พรางกายลอบเร้นเก่ง แต่เมื่อผสานร่างแล้วนอกจากมันจะดูดพลังของเขาอย่ารวดเร็วแล้ว แกรนด์ยังรู้สึกได้ว่าเขาไม่ได้มีพลังแข็งแกร่งขึ้นแต่อย่างใด กลับกันพลังของเขาลดลงอย่ารวดเร็ว หลังจากตรวจสอบแล้วพบว่าแม้จะผสานพลังสำเร็จแต่ความเข้ากันได้กลับต่ำมาก
“เ้าถนัดใช้อาวุธชนิดไหน?”
แกรนด์ถามไปที่ชายหนุ่มที่ยืนทำหน้าเศร้าหลังจากที่คืนร่างเรียบร้อยแล้ว เขาดูผิดหวังนิดหน่อยเพราะต้องไปหาจับสัตว์อสูรตัวใหม่มาเพื่อผสานพลังอีกครั้ง
“ข้าชอบใช้ธนู ถึงตอนนี้จะยังใช้ไม่คล่องก็ตามที”
ชายหนุ่มตอบไปตามความเป็จริง แกรนด์มองดูชายผู้นี้สักพักก็มองสำรวจไปรอบๆ บริเวณหมู่บ้าน สายตาเหลือเห็นเหยี่ยวลมกรดที่กำลังบินอยู่ มันเป็สัตว์อสูรชั้นต่ำที่ล่าเหยื่อได้คล่องแคล่วจากสายตาที่เฉียบคมรวมถึงกรงเล็กที่ฉีกกระชากเหยื่อได้เหมือนใบมีด แกรนด์เอาธนูออกมาพร้อมกับยิงไปที่ปีกข้างหนึ่งของมันจนแหลกละเอียดกลางอากาศ ส่งผลให้ร่างของเหยี่ยวลมกรดร่วงลงมากระแทกพื้นพร้อมทั้งดิ้นผับๆ
“จับเ้านี่มาสังเวยเืก่อนที่มันจะตาย มันอาจเข้ากันได้กับเ้า”
แกรนด์สั่งให้เขาไปเอาเหยี่ยวลมกรดมาสังเวยเืโดยเร็ว เพราะการสังเวยนั้นต้องใช้เืของสัตว์อสูรที่ยังไม่ตายเท่านั้น เมื่อทำพิธีสังเวยเืเสร็จสิ้นเขาก็พยายามผสานพลังอีกครั้ง คราวนี้รู้สึกเหมือนพลังเอ่อล้นออกมาจากร่างกายชายผู้นี้ แกรนด์ตรวจสอบเสร็จทำให้เขายืนอึ้งไปเลย พลังของเหยี่ยวลมกรดกับชายคนนี้เข้ากันได้สมบูรณ์แบบ ถ้าเป็เช่นนี้ผู้ผสานสามารถใช้ทักษะและความสามารถทุกอย่างของสัตว์อสูรที่ผสานได้ ชายผู้นี้มองตัวเองเหมือนไม่อยากจะเชื่อ พลังที่แตกต่างกับการผสานกิ้งก่าลายพรางคนละเื่เลย สายตาที่เฉียบคม มองได้ไกลและชัดกว่าเดิมมาก ที่สำคัญที่สุด หลังจากผสานมาในร่างนี้แล้ว เขามีปีก! หนึ่งในความสามารถที่คนอื่นอยากได้ แม้ว่าสัตว์อสูรประเภทนกจะบินได้และมีเทคนิคเฉพาะตัวหลายอย่าง แต่ความสามารถในการป้องกันถือว่าต่ำเตี้ยเรี่ยดินมาก โดนการโจมตีของผู้ที่อยู่ในระดับเดียวกับตนเองเข้าเต็มๆ ไม่กี่ทีก็อาจจะเดี้ยงแล้ว
“วันนี้พวกเ้าทั้งสามไปฝึกเพื่อให้ชินกับร่างผสานก่อนแล้วกัน ส่วนหัวหน้ากลุ่มตามมา ข้าจะมอบงานให้ทำวันพรุ่งนี้”
หลังจากมอบหมายงานเสร็จแกรนด์ก็แจ้งให้หัวหน้าทุกกลุ่มทราบถึงเื่สำคัญที่กำลังจะจัดขึ้น
“5 วันหลังจากนี้เมื่อลานฝึกถูกสร้างเสร็จข้าจะจัดงานการประลองระหว่างมนุษย์กับก็อบลิน ไปฝึกและเตรียมตัวกันมาให้พร้อม อย่าเพิ่งรีบตายกันก่อนล่ะ”