อรุณรุ่งแห่งวันเปลี่ยนชะตากรรมมาถึง นครหลวงบัดนี้คลาคล่ำไปด้วยฝูงชนนับหมื่นที่หลั่งไหลมารวมตัวกันที่ลานหินอ่อนหน้าหุบเขาวายุคราม ประตูมิติมหึมาที่สลักเสลาด้วยหยก์แผ่ไอพลังปราณสีครามหอมอบอวล บรรยากาศเต็มไปด้วยความอลังการ ทว่ามันกลับแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายแห่งความเน่าเฟะของระบบชนชั้นอย่างเข้มข้น
"ดูพวกคุณชายจากตระกูลขุนนางสิ... ยังไม่ทันได้ก้าวข้ามประตูทดสอบ พวกมันก็ถูกรับเลือกให้เป็ศิษย์สายตรงของผู้าุโหลักล่วงหน้าแล้ว"
เสียงของหลี่เทียนเอ่ยขึ้นแ่เบา แววตาดุดันจ้องมองไปยังรถม้าประดับหยกและอสูรลากหรูหราที่จอดอยู่อีกฝั่ง ที่ตรงนั้นมีพวกนายน้อยเ้าสำราญและคุณหนูตระกูลใหญ่ในชุดผ้าไหมชั้นเลิศ ยืนชูคอหยิ่งยโสล้อมรอบด้วยผู้ติดตาม พวกมันไม่ต้องมาเบียดเสียดดิ้นรนกับปุถุชน เพราะอำนาจเงินและเส้นสายขุนนางได้เบิกทางให้พวกมันเรียบร้อยแล้ว ในโลกผู้ฝึกตนแห่งนี้ เกียรติยศและโอกาสมักตกเป็ของคนมีอันจะกินเสมอ ส่วนปุถุชนซอมซ่ออย่างพวกเขาก็เป็ได้แค่ฐานรองบาทที่ต้องดิ้นรนเจียนตายเพื่อเศษเสี้ยวความเมตตา
เยี่ยเฟยิกระชับห่อผ้าปะชุน ดวงตาสีม่วงหม่นนิ่งสนิท "ปล่อยพวกมันไป หลี่เทียน... พลังที่ได้มาเพราะเส้นสาย มันเทียบไม่ได้กับพลังที่แลกมาด้วยโลหิต"
ไม่นานนัก เสียงระฆังสมบัติวิเศษดังก้องกังวานไปทั่วผืนฟ้า ขจัดความวุ่นวายจนเงียบสงัด ผู้าุโคุมสอบในชุดคลุมสีครามลอยตัวลงมาจากฟากฟ้า แววตาเ็าไร้หัวใจ กวาดมองปุถุชนนับหมื่นด้านล่างดุจมองมดปลวก ก่อนจะประกาศกร้าวเสียงดังก้อง
"การทดสอบก้าวข้ามประตูวายุครามเริ่มได้! ผู้เข้าร่วมทุกคนจงก้าวเข้าสู่ 'ค่ายกลบันไดกดดันปราณฟ้า' ใครที่สามารถปีนขึ้นไปถึงยอดเขาได้ภายในสามชั่วยามจะถือว่าผ่านเกณฑ์เป็ศิษย์สายนอก ส่วนใครที่ตกต่ำลงมา... จงไสหัวกลับไปเป็คนตัดฟืนซะ!"
ครืนนนน!
สิ้นเสียงประกาศ บันไดหินโบราณนับพันขั้นที่ทอดยาวขึ้นสู่ยอดเขาก็ะเิกลิ่นอายพลังกดดันมหาศาลออกมา ม้วนคลื่นพลังปราณหนักอึ้งดุจขุนเขาทับถมลงมาใส่ทุกคนทันทีที่ก้าวเท้าเหยียบก้าวแรก
"อึ่ก... หนักมาก!"
เสียงกรีดร้องและเสียงกระอักเืของปุถุชนและผู้ฝึกตนระดับต่ำดังขึ้นระงม ร่างแล้วร่างเล่าทรุดฮวบลงกับพื้นดิน บดขยี้ความฝันจนแหลกสลาย แรงกดดันของค่ายกลนี้ออกแบบมาเพื่อคัดกรองรากฐานและพร์อย่างโเี้ ยิ่งปีนสูง แรงกดดันยิ่งทวีคูณเป็สิบเท่าร้อยเท่า
ในขณะที่ผู้คนรอบข้างหน้าถอดสี ร้องครวญครางด้วยความทรมานและมองว่าบันไดแห่งนี้คือนรกบนดิน ทว่า... เยี่ยเฟยิกลับเบิกตากว้าง แววตาสีม่วงหม่นส่องประกายวับแวมด้วยความบ้าคลั่ง
"นี่มัน... ไม่ใช่แค่บททดสอบ แต่มันคือโอกาสทอง!" เฟยิเอ่ยพึมพำในใจ
"ตาแหลมคมมากไอ้หนู!" เสียงอัคคีนิลดังขึ้นในโสตประสาทอย่างตื่นเต้น "แรงกดดันภายนอกที่มหาศาลขนาดนี้ หากเ้าชักนำมันมาบีบอัดลมปราณอนธการในร่าง มันจะกลายเป็เตาหลอมพลังชั้นดีที่ช่วยเคี่ยวกรำปราณของเ้าให้บริสุทธิ์และหนาแน่นขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยที่เ้าไม่ต้องเสียเวลาในชีวิตจริงเลยแม้แต่น้อย!"
เฟยิไม่รอช้า เขาและหลี่เทียนสับฝีเท้าก้าวขึ้นสู่บันไดหินทันที ทุกย่างก้าวที่เหยียบลงไป แรงกดดันบดกระดูกจนขากระตุก ทว่าชายหนุ่มกลับลบเลือนความเ็ป ชักนำกระแสแรงกดดันรอบตัวให้กดทับลงไปที่จุดตันเถียน ขืนใจควบคุมลมปราณอนธการขั้นที่ 2 ให้โคจรหมุนวนต้านทาน ท่าเท้า "ย่างก้าวเงาไร้ลักษณ์" ถูกะเิออกลื่นไหลอย่างบ้าคลั่ง
ขั้นที่ร้อย... ขั้นที่ห้าร้อย... ขั้นที่หนึ่งพัน!
ร่างกายของเฟยิชุ่มไปด้วยเหงื่อ โลหิตสีแดงฉานเริ่มไหลซึมออกตามรูขุมขนเนื่องจากสภาวะตึงเครียดขีดสุด ทว่ากระแสพลังในร่างของเขากลับยิ่งหมุนวนเร็วขึ้น ดุจเหล็กกล้าที่ยิ่งโดนค้อนทุบก็ยิ่งแข็งแกร่ง ปราณอนธการสีม่วงดำกระเพื่อมไหวรุนแรง ค่อย ๆ หลอมรวมและเคี่ยวกระแสพลังป่าเถื่อนจนควบแ่าแน่นปานน้ำหลาก
ครืน... ครืน...
เสียงชีพจรในร่างของเฟยิดังก้องะเิเป็ระยะ พลังของเขาทะยานข้ามผ่านควบแน่นปราณขั้นที่ 2 ระดับต้น... ระดับกลาง... จนกระทั่งฝ่าฟันขึ้นมาถึงขั้นที่สอง "ระดับปลาย" เกือบจะบรรลุขั้นที่ 3 เต็มที! คุณภาพปราณในร่างหนาแน่นจนแผ่หมอกจาง ๆ ออกมาบดบังกลิ่นอายรอบตัวอย่างขลัง พลังต่อสู้ข้ามขั้นของเขายามนี้บอกได้คำเดียวว่าพลิกฟ้าคว่ำดิน
สายตาของศิษย์พี่และผู้าุโคุมสอบบนอัฒจันทร์จ้องมองร่างของเฟยิและหลี่เทียนที่พุ่งทะยานแซงหน้าพวกคุณชายตระกูลใหญ่ขึ้นมาเรื่อย ๆ ด้วยความตกตะลึง
"ไอ้เด็กซอมซ่อสองคนนั่นมันเป็ใครกัน?! เหตุใดมันถึงเดินบนบันไดกดดันปราณฟ้าได้ลื่นไหลราวกับเดินเล่นในสวนบ้านตัวเองขนาดนั้น!" เสียงผู้าุโคนหนึ่งอุทานลั่น
ข้างกายของเฟยิ... หลี่เทียนเองก็ะเิพลังหมัดอันดุดันกรีดอากาศฉีกกระชากแรงกดดันรอบตัวอย่างบ้าคลั่ง ใบหน้ามอมแมมนั้นเต็มไปด้วยจิตสังหารอันแรงกล้า ฝีมือและท่วงท่าของมันเหนือล้ำเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด จนกระทั่งในที่สุด สองชายหนุ่มจากชนชั้นล่างสุดก็ะโเข้าสู่ยอดเขาเป็สองคนแรก ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม หักหน้าพวกลูกหลานขุนนางจนหมดรูป!
เมื่อการทดสอบสิ้นสุดลง ปุถุชนและผู้เข้าร่วมที่ผ่านเกณฑ์ยืนหอบหายใจอยู่บนลานยอดเขา ผู้าุโคุมสอบก้าวออกมาเพื่อประกาศจัดลำดับและคัดเลือกศิษย์เข้าสังกัดสายนอกและสายใน ทว่าในระหว่างที่ทุกคนกำลังลุ้นระทึก ท้องฟ้าเบื้องบนพลันเปลี่ยนเป็สีม่วงคราม คลื่นหมอกเมฆม้วนตัวเป็สลาตันแผ่ไอพลังกดดันอันสูงส่งจนแม้แต่ผู้าุโหลักยังต้องก้มหัวคำนับ
ร่างของชายชราคนหนึ่งในชุดคลุมสีเทาหม่นขาดกะรุ่งกะริ่ง ถือขวดน้ำเต้าสุรา ใบหน้าสะลึมสะลือคล้ายคนเมามาย ค่อย ๆ ก้าวเท้าเดินลงมาจากกลางอากาศดุจเดินบนบันไดที่มองไม่เห็น
"นั่นมัน... 'ท่านผู้าุโลี้ลับสูงสุด อู๋มู่'!" เสียงศิษย์ในสำนักกระซิบกระซาบด้วยความหวาดหวั่น
ตัวตนของอู๋มู่คือตำนานเดินได้ของสำนักวายุคราม เขาคือผู้าุโที่มีตัวตนอยู่มานานนับร้อยปี ทรงพลังลึกล้ำจนน่ากลัว ทว่ากลับมีนิสัยแปลกแยก สันโดษ และที่สำคัญที่สุด... "เขาไม่เคยรับศิษย์สายตรงเลยแม้แต่คนเดียวมาตลอดร้อยปี!" ต่อให้ฮ่องเต้ส่งองค์ชายหรือหัวหน้าตระกูลใหญ่ส่งทายาทอัจฉริยะพร้อมสมบัติพันชั่งมาประเคนให้ ชายชราคนนี้ก็ไม่เคยชายตาตามอง
ทว่าในวันนี้ ดวงตาที่เคยขุ่นมัวของอู๋มู่กลับทอประกายเฉียบคมดุจกระบี่ไร้ลักษณ์ มันจับจ้องตรงมาที่เยี่ยเฟยิ กลิ่นอายปราณอนธการลึกลับที่ซ่อนอยู่ในสายเืของเด็กหนุ่ม แม้จะถูกซ่อนไว้อย่างแเี แต่อัญมณีล้ำค่าไหนเลยจะรอดพ้นสายตาของัเฒ่า
ชายชราอู๋มู่หัวเราะร่าในลำคอ ก่อนจะสะบัดมือชี้ตรงมาที่เฟยิ พลางเอ่ยเสียงแหบพร่าดังก้องฟ้า
"ไอ้หนูซอมซ่อนั่น... เ้ายินดีมาเป็ศิษย์สายตรงเพียงคนเดียวของข้าหรือไม่?"
สิ้นคำประกาศ... บรรยากาศทั่วทั่วยอดเขาพลันเงียบสงัดดุจป่าช้า ใบหน้าของผู้าุโคุมสอบแข็งค้าง พวกลูกหลานขุนนางและคุณชายตระกูลใหญ่ที่เพิ่งเดินขึ้นมาถึงกับอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงและไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง! ไอ้ขยะตัดฟืนชุดปะชุนคนนี้เนี่ยนะ... กลับได้รับสิทธิ์ที่แม้แต่องค์ชายยังทำไม่ได้!
เฟยิเงยหน้าสบตากับชายชราลึกลับ เขาััได้ถึงกลิ่นอายอันยิ่งใหญ่ที่ไม่กดขี่ ชายหนุ่มประสานมือคำนับแน่น "ศิษย์ยินดีขอรับ ท่านอาจารย์!"
การทดสอบบทแรกจบลงด้วยความตกตะลึงพลิกความคาดหมายขีดสุด... ทว่า ท่ามกลางความยินดี แววตาของพวกคุณชายตระกูลใหญ่และศิษย์สายตรงคนอื่น ๆ ที่จ้องมองมายังเฟยิ กลับแปรเปลี่ยนเป็ความริษยาตาร้อน ความขุ่นเคือง และความสงสัยเคลือบแค้น คลื่นใต้น้ำแห่งความเกลียดชังกำลังก่อตัวขึ้นอย่างบ้าคลั่ง!