ยามนี้เสวียนฮวาเพิ่งรู้ตัวว่าความรู้สึกที่นางเข้าใจว่าเป็ความรักต่อองค์ฮ่องเต้นั้นแท้จริงคือผลพวงของความเพียรปรุงแต่งขึ้นมาจากความสำนึกรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมาแต่จำความได้
นางรักฮ่องเต้ไม่ได้เพราะชายคนนั้นไม่เคยฟังนางเลย และยิ่งตอนนี้เขาไม่ได้เห็นนางอยู่ในสายตาด้วยซ้ำไป
การอภิเษกระหว่างเขากับนางคือหนึ่งในหมากทางการเมืองที่วางเอาไว้ และนางก็มีค่าเป็เพียงแค่เบี้ยเม็ดหนึ่งเท่านั้นเอง นางหวนคิดถึงยามที่องค์ฮ่องเต้ทาบทับบนตัวนาง เสวียนฮวารู้สึกเหมือนดั่งตัวเองเป็หมากเม็ดหนึ่งที่ถูกโขกซ้ำแล้วซ้ำเล่าบนกระดานแห่งอำนาจอันแสนอ้างว้าง
มันไม่เหมือนกับตอนนี้ รสสวาทที่เขาผู้นี้เพิ่งตะบันใส่นางไปเมื่อสักครู่นั้นทำให้นางเข้าถึงเขตแดนที่นางไม่เคยเข้าถึงมาตลอดทั้งชีวิต ก่อนหน้านี้เสวียนฮวาไม่เชื่อด้วยซ้ำว่าความสุขของการสมสู่มีจริง นางเข้าใจเอาเองว่าความรู้สึกนั้นมันเป็อภิสิทธิ์เฉพาะบุรุษเพศ
ทว่า...เพียงแค่เสวียนฮวาได้เห็นใบหน้าเขาในหอพระสมุด ภายในของนางนั้นก็ดุจดั่งมีผีเสื้อนับไม่ถ้วนโบยบิน เมื่อเขาเข้ามาใกล้นางอย่างบังอาจก็คล้ายว่าหัวใจของนางถลาไปอยู่กับเขาแล้ว และเมื่อเขาจุมพิตนางก็ราวกับว่าิญญาของนางกลายเป็สมบัติของเขา
ั้แ่เขาจากไปที่หอพระสมุด นางคิดถึงเขาอยู่ทุกลมหายใจ และเขาก็มาหานางเพื่อที่จะบังอาจสมสู่กับนางผู้เป็ฮองเฮา
สองมือยังโอบรัดกายแกร่งเขา สองขาก็ยังกระหวัดรัดรอบบั้นเอวนั้น หญิงสาวยังรู้สึกถึงความแข็งแกร่งของเขา
ไม่เหมือนองค์ฮ่องเต้เลย พลังแห่งความเป็ชายเขานั้นมีมากมายกว่าพระองค์อย่างที่ฮ่องเต้มิอาจเทียบติด
“เ้าแซ่ผางหรอกหรือ ใครคือบิดาของเ้า?”
“บิดาข้าชื่อผางฟั่นพ่ะย่ะค่ะ”
ผางฟั่น – เสวียนฮวาคิด ชื่อนี้คุ้นหูนางนัก
“ท่านพ่อเป็ราชครูในรัชกาลก่อน”
เสวียนฮวาตาเบิกโพลง เขาคือบุตรชายของราชครูเฒ่าผางฟั่นผู้ภักดีหรอกหรือนี่
เื่ของราชครูผางฟั่นเกิดขึ้นเมื่อเสวียนฮวายังเป็เด็กไม่รู้ความ ยามนั้นหัวเมืองชายแดนของต้าเฉิงนั้นถูกแบ่งให้ห้าอ๋องแห่งราชสกุลหวังผู้เป็ราชนิกูลใกล้ชิดของฮ่องเต้เป็ผู้ปกครอง นานวันเข้าอ๋องทั้งห้าเ่าั้เกิดคิดฏ ไม่ยอมส่งเสบียงและเงินทองมาช่วยราชสำนัก เฉิงอายจงฮ่องเต้องค์ที่แล้วทรงกลัดกลุ้มยิ่งนัก เพราะทรงทราบแก่พระทัยดีว่าข้อแก้ตัวของอ๋องทั้งห้าที่กราบทูลว่าเกิดภัยธรรมชาตินั้นเป็เื่โกหกทั้งเพ
ฮ่องเต้พระองค์ที่แล้วมีแต่หวาดกลัวว่าห้าอ๋องจะรวมตัวกันก่อฏ โชคดีว่ายามนั้นผิงซีอ๋องบิดาของเสวียนฮวายังแสดงตัวอย่างแน่วแน่ที่จะภักดีต่อราชสำนัก ส่งทั้งเสบียง ม้า เงินทองมามากมายมิพอ ยังส่งพี่ชายของนางมาเป็ตัวประกันในราชสำนักทั้งที่องค์ฮ่องเต้มิเคยรับสั่งอีกด้วย
ราชครูผางฟั่นเป็ผู้กราบทูลเสนอฮ่องเต้ว่าจะช้าหรือเร็วอย่างไรห้าอ๋องก็ก่อการฏเป็แน่ จึงเสนอให้ราชสำนักประกาศโทษอ๋องทั้งห้าว่าคิดคดกับต้าเฉิงให้ริบตำแหน่งอ๋องและศักดินาคืน
คราวแรกเฉิงอายจงฮ่องเต้ทรงหวาดกลัวในพลานุภาพทางทหารของห้าอ๋องนัก แต่ผางฟั่นยืนกรานว่าอย่างไรห้าอ๋องก็ต้องก่อฏสู้เร่งตัดไฟแต่ต้นลมเสียจะดีกว่า
ในที่สุด องค์ฮ่องเต้ก็โลเลรับสั่งให้มีการประกาศริบคืนทั้งศักดินาและตำแหน่งอ๋องทั้งห้าคืน โดยมีผิงซีอ๋องยืนกรานว่าจะอยู่เคียงข้างฮ่องเต้จนวาระสุดท้ายของชีวิต
แน่นอนว่าพระราชโองการนั้นมันคือสะเก็ดไฟที่โยนเข้ากองฟางแห้งที่เตรียมไว้เพื่อเป็เชื้อไฟแห่งการขบถของอ๋องทั้งห้า กองทัพห้าสายของห้าอ๋องก็มุ่งตรงเข้าสู่ไคฟงที่เป็ราชธานีโดยทันที
พอมีศึกเข้าจริงๆ เฉิงอายจงฮ่องเต้กลับขี้ขลาด ส่งทูตจากราชสำนักไปเจรจาและห้าอ๋องเ่าั้ก็ตัดพ้อฮ่องเต้ว่าไม่เห็นแก่ความเป็พระญาติพระวงศ์ บริภาษราชครูผางฟั่นว่าเป็ต้นคิดทำให้เกิดความแตกแยกระหว่างฮ่องเต้กับราชนิกูล