ณ ตระกูลหนิง
“คุณชาย คุณหมอบอกแล้วว่าเธอแค่ใเกินไปเลยหมดสติชั่วคราว” หลังจากลุงจางส่งคุณหมอกลับไปก็ย้อนกลับมาพูดกับหนิงเส้าเฉินยกแขนขึ้นเช็ดเหงื่อบนหน้าผากในเวลาเดียวกันก่อนจะถอนหายใจโล่งอก
หากไม่ใช่เพราะหนิงเส้าเฉินไหวตัวทันหรือหากไม่ใช่เพราะต้องตามหาหนิงเสี่ยวซีแล้วสั่งให้คนขับรถชะลอความเร็วลงผู้หญิงคนนี้คงไม่มีทางรอดแล้วล่ะ
เพราะเป็ถนนเขาเนินและเป็ทางสองเลนที่มีขนาดไม่กว้างมากเธอนอนอยู่กลางถนนแบบนั้นหากรถพุ่งด้วยความเร็วสูงหน่อยอาจจะทับตัวเธอไปเลยก็เป็ได้
นึกถึงอีกครั้งหลังผ่านไปหลายชั่วโมง ยังคงทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวอยู่ในใจลึกๆอยู่ดี
“คุณป้า ทำเพื่อ…ช่วยผม”หนิงเสี่ยวซีที่เงียบั้แ่กลับมาจู่ๆ ก็เดินออกมาจากห้องนอนพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงสะอื้นดวงตาบวมแดงดูเหมือนจะผ่านการร้องไห้มาอย่างยาวนาน
ต่อให้ฉลาดสักแค่ไหนเขาก็เป็แค่เด็กคนหนึ่งเจอเื่แบบนี้จะกลัวก็ไม่แปลก
หนิงเส้าเฉินค่อยๆ คลายมือที่กำไว้แน่นตวัดตามองเขาด้วยสีหน้าไม่ดีนัก “เก่งนี่รู้จักหนีออกจากบ้านแล้ว”
หนิงเสี่ยวซีก้มหน้าพึมพำเสียงเบา “ใครให้พ่อไล่คุณป้าออกล่ะ?” ทว่าก็รู้ดีถึงความผิดอันใหญ่หลวงที่ตนสร้างไว้จึงก้มหน้าไม่กล้ามองหนิงเส้าเฉิน
จากน้ำเสียงของคุณพ่อเขาก็รู้แล้วว่าคุณป้าไม่ได้อยากไปเองฉะนั้นเขาถึงแกล้งหลับแล้วฉวยโอกาสที่คุณป้าออกจากบ้านค่อยๆ ตามออกมา
เขามองหนิงเสี่ยวซีและจมลงในความคิดตัวเองเมื่อนั้นเขานั่งอยู่เบาะหลังพลางมองตามข้างถนนไปเพราะกลัวจะคลาดสายตาจากหนิงเสี่ยวซีฉะนั้นเขาเห็นทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าเขาเห็นผู้หญิงคนนั้นพุ่งเข้าไปคุ้มกันหนิงเสี่ยวซีไว้จนเขาเอ่ยเตือนลุงจางโดยอัตโนมัติทว่าจากตำแหน่งที่พวกเขานอนอยู่นั้นไม่ไกลจากทางโค้งมากนักรถยนต์จึงมีความไวกว่าปฏิกิริยาของคน
เขาโน้มตัวไปข้างหน้าเพื่อหันพวงมาลัยของลุงจางทันทีโชคดีที่รั้วตามขอบถนนมีความทนทานบวกกับด้านหน้าไม่มีรถขับสวนมาไม่อย่างนั้นล่ะก็ไม่อยากจะคาดคิดถึงผลของมันเลย
“พ่อ ไม่ใช่ว่าพ่อกลัวคุณป้าจะชอบพ่อเข้าเลยไล่เธอไปหรอกนะ?” มือเล็กๆ คว้าแขนเสื้อของหนิงเส้าเฉินไว้หนิงเสี่ยวซีพูดเสียงแ่เบา
“เธอบอกหลายรอบแล้วว่าเธอไม่สนใจพ่อ…ขอร้องพ่อล่ะ ให้เธออยู่ต่อเถอะ หรือว่าเงินเดือนจะให้ผมจ่ายเองก็ได้” เห็นหนิงเส้าเฉินไม่โต้ตอบหนิงเสี่ยวซีก็พูดต่อปีนี้เขาได้ช่วยแก้ไวรัสแก่เว็บไซต์หลักๆ หลายเว็บจึงมีรายได้ไม่น้อย
ทีนี้หนิงเส้าเฉินมีปฏิกิริยาแล้วพลางก้มหน้ามองลูกชายตัวเองด้วยดวงตาที่ฉายแววสงสัยปนปวดใจนิสัยของเ้านี่เหมือนเขาไม่มีผิด การขอร้องใครไม่ใช่นิสัยที่พวกเขาพึงมี
ผู้หญิงคนนี้มีเสน่ห์อะไรถึงได้หัวใจของหนิงเสี่ยวซีไปได้ภายในระยะเวลาอันสั้น
“ฉันสามารถหาคนที่ดีกว่าเธอได้อีก” เขาตอบกลับเสียงแหบแห้ง แต่แอบแฝงด้วยความใจอ่อน
หนิงเสี่ยวซีเห็นหนิงเส้าเฉินไม่ยอมก็ละมือออกห่างก่อนจะนั่งลงกับพื้นสักพักถึงพูดออกมา “เธอให้ความรู้สึกเหมือนคุณแม่”
ว่าไปก็เหลือบหางตามองหนิงเส้าเฉินไป ยกแขนนวดตา “ผู้หญิงคนอื่นเข้าใกล้ผมทำดีกับผมก็เพื่อคุณพ่อมีแต่เธอ ที่ผมรู้สึกว่าเธอทำเพื่อผม…”
หนิงเส้าเฉินดวงตาหม่นแสงลงนี่เป็ครั้งแรกที่ได้ยินคำว่าคุณแม่จากปากเขามาั้แ่หนิงเสี่ยวซีเริ่มเข้าใจอะไรๆมา
และได้ยินประโยคที่ว่าเธอไม่ได้ทำเพื่อเขาทำไมเขาถึงรู้สึกไม่พอใจขนาดนี้ได้นะ
“คุณพ่อ…”
ก่อนหน้านี้หนิงเส้าเฉินยังคอยกังวลว่าพี่เลี้ยงใหม่คนนี้จะคิดปองร้ายกับหนิงเสี่ยวซีแต่ความจริงชั่วขณะที่เธอสละชีวิตยอมปกป้องหนิงเสี่ยวซีความคิดแบบนี้ก็หายวับไปจากหัวของเขาทันที เพียงแต่ยิ่งเพิ่มความสงสัยแก่เขาหรือว่าเป็เพราะเธอชอบเด็กจริงๆ ชอบเสี่ยวซี เลยทำได้ทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือเด็กแปลกหน้าคนหนึ่งโดยไม่สนใจชีวิตตัวเองได้
หากไม่ใช่เพราะหน้าตาของเธอไม่มีความคล้ายคลึงหนิงเสี่ยวซีเลยสักนิดชั่วขณะนั้นเขาเคยแอบสงสัยว่าเธอจะเป็แม่แท้ๆ ของเสี่ยวซี
แต่เห็นๆ อยู่ว่าเป็ไปไม่ได้เสี่ยวซีไม่เหมือนเธอเพราะมีดวงหน้างดงาม เขาคิดว่าคุณแม่ของเขาเองก็ต้องหน้าตาสวยงามจนเป็ที่ตะลึงเช่นกัน
ยกมือวางไว้บนหัวของหนิงเสี่ยวซีแล้วลูบไปมา “ไปนอนเถอะ พ่อจะให้เธออยู่ต่อ”
การกระทำ คำพูด หรือประวัติส่วนตัวทุกอย่างปลอมแปลงได้ แต่ชีวิตของคนเกิดมาเพียงครั้งเดียวเธอสามารถสละชีวิตตัวเองเพื่อช่วยหนิงเสี่ยวซีได้เขาก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องไล่เธอออกอีก ตรงกันข้ามเขากลับรู้สึกหวาดกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเธอซะเอง
“พ่อพูดจริงเหรอ?” หนิงเสี่ยวซีผุดลุกขึ้นเมื่อได้รับการยืนยันจากการพยักหน้าของหนิงเส้าเฉิน
เขารีบพุ่งเข้าไปในห้องข้างๆแต่ก่อนที่จะก้าวเข้าไปก็ถูกหนิงเส้าเฉินจับตัวไว้ทำท่าให้เงียบปากแล้วลากหนิงเสี่ยวซีออกมาพร้อมกับเอื้อมมือปิดประตู “เธอยังไม่ฟื้น คุณหมอบอกว่าเธอต้องพักผ่อนพรุ่งนี้เช้าลูกค่อยมาดูเธอ เชื่อฟังพ่อนะ”
จากนั้นเมื่อเห็นว่าบนใบหน้าหนิงเสี่ยวซีไม่เหลือร่องรอยน้ำตาแม้แต่นิดก็ส่ายหน้าเ้าลูกชายคนนี้เป็ตัวปราบที่ตาแก่ส่งมาปราบเขาจริงๆ
เช้าวันรุ่งขึ้นพอเสิ่นเป้ยอีฟื้นขึ้นมาก็เห็นเพดานอันคุ้นตาเธอตะลึงงัน นี่อยู่บ้านตระกูลหนิง? แต่เมื่อวานเธอจากไปแล้วนี่นา
นวดขมับแล้วค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นนั่ง รับรู้ถึงความเจ็บนิดๆตรงหัวเข่าจึงเลิกผ้าห่มออกถึงเห็นผ้าพันแผลที่พันอยู่รอบหัวเข่าทั้งสองข้าง
ย้อนความทรงจำจนเธอนึกเื่เมื่อคืนขึ้นได้
ลุกจากเตียงวิ่งไปที่ประตู
“อ๊ะ” เหมือนเธอจะชนใครสักคนเข้า
“วิ่งอะไร? รีบไปเกิดใหม่เหรอ?” เสียงกวนประสาทเปี่ยมด้วยความระอา
เป็เสียงของหนิงเส้าเฉิน
เสิ่นเป้ยอีนวดหน้าผากไปก็รีบถามออกปากโดยไม่คิดเล็กคิดน้อยกับคำแช่งของเขา“เสี่ยวซีเป็ยังไงบ้าง?เป็อะไรหรือเปล่า?”
หนิงเส้าเฉินมองเสิ่นเป้ยอีที่ใช้มือบดบังใบหน้าไปกว่าครึ่งในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิงปนทรุดโทรมแต่กลับดูดีแปลกๆ เผลอชะงักไปครู่ก่อนที่ั์ตาจะเกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้น
เธอแทบเอาชีวิตตัวเองไม่รอดแล้วเพิ่งฟื้นก็คิดถึงแต่หนิงเสี่ยวซีความรักของเธอช่างยิ่งใหญ่จนแม้แต่คนเป็พ่ออย่างเขายังเทียบไม่ติด
เดินอ้อมเธอไปเก็บผ้าห่มที่ถูกทิ้งขว้างบนพื้นไว้บนเตียงอีกครั้งด้วยสีหน้าขยะแขยง
เสร็จแล้วถึงหันกลับมามองเสิ่นเป้ยอี “บอกมาสิว่าเธอ้าอะไร?”
******ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/63f395e636c33abad663f9e74093f24d
******เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณแม่ผู้ลึกลับที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณแม่ผู้ลึกลับ #readAwriteด้วยน้า