3 เดือนต่อมา...
ภายในจุดอพยพที่ 1 เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จนกลายเป็นเมืองขนาดใหญ่โตมีชื่อว่า เมืองท่องราตรี และพัฒนาไปตามความมั่งคั่งที่เพิ่มมากขึ้น พวกเขาที่เคยเอาแต่หลบภัยแล้วคอยป้องกันอันตรายจากการบุกรุกของสัตว์กลายพันธุ์ กลับกลายเป็นฝ่ายที่เริ่มออกล่ากันอย่างบ้าคลั่ง เพราะมีตัวช่วยอย่างอสูรรับใช้
จนสามารถพูดได้ว่าในเขตใต้ห่างออกไปราว 30 กิโลเมตรแทบไม่มีสัตว์กลายพันธุ์หลงเหลืออยู่เลย ทำให้กลุ่มนักล่าของกิลด์นักฆ่าทมิฬ ต้องออกไปล่าในเขตตะวันตกแทน ส่วยประเด็นหลักคงหนีไม่พ้นกิลด์นักฆ่าทมิฬที่กลายมาเป็นขั้วอำนาจที่สาม ทั้งยังเป็นกิลด์ที่ถูกกล่าวขานว่าแข็งแกร่งมากที่สุดอีกด้วย
ด้วยความที่รองหัวหน้ากิลด์อย่างใบหม่อนชอบไปจ่ายตลาดเอง เพื่อทำอาหารสุดพิเศษให้กับพี่เขยของเธอ จากช่วงแรกๆ ที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักมักชอบไปแซวเธออยู่บ่อยครั้ง และจบลงด้วยการโดนกระทืบอยู่ฝ่ายเดียว และมีอยู่ครั้งนึงที่กลุ่มนักล่าระดับท็อป ที่ถูกจัดว่าแข็งแกร่งเทียบเท่ากับหัวหน้ากิลด์ของสองขั้วอำนาจใหญ่
พวกเขาชอบรับงานแบบอิสระเลยเน้นไปตามจุดอพยพต่างๆ เพื่อพากลุ่มคนกลับมาที่เมือง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นทาสซะมากกว่า มีกลุ่มนักล่าติดตามกลับมาค่อนข้างน้อย และเพราะไม่รู้ถึงตัวตนของใบหม่อนหัวหน้ากลุ่มที่ชื่อบัคก็เลยถือวิสาสะเข้าไปจับมือถือแขนของเธอ เพราะคงไม่มีใครกล้ามาห้ามปรามพวกเขาอยู่แล้ว
แต่แล้วกลับผิดคาดเมื่อเจอใบหม่อนเตะสวนกลับทันควัน สุดท้ายกลุ่มของบัคก็รุมเข้าทำร้ายใบหม่อน และจบลงด้วยอาการสาหัสปางตายแทบทุกคน ส่วนสามผู้ก่อตั้งและหัวหน้ากิลด์ทั้งสองที่ได้รับแจ้งเหตุ กลับยืนดูเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างอึ้งๆ ก่อนที่ลุงเหมาจะรีบเอ่ยปากขอร้องใบหม่อนให้หยุดมือ
หลังจากที่กลุ่มของบัคฟื้นขึ้นมา และรู้ตัวว่าไปแหย่คนที่ไม่สมควรเข้าให้ เมื่อหายจากอาการบาดเจ็บถึงกับต้องรีบเร่งเดินทางไปกิลด์นักฆ่าทมิฬเพื่อขอขมาทันที นับตั้งแต่นั้นมาใบหม่อนเลยได้รับฉายาว่า องค์หญิงสีเลือด รองหัวหน้ากิลด์นักฆ่าทมิฬ ซึ่งโด่งดังไม่แพ้พี่เขยของเธอเลย
เพราะในช่วงที่เขตตะวันตกไร้กิลด์ปกครอง แล้วดันมีฝูงสัตว์กลายพันธุ์หลายร้อยตัว บุกรุกในพื้นที่เขตนั้นจนเดือดร้อนถึงสามผู้ก่อตั้งกับสามขั้วอำนาจใหญ่ในเมือง ต้องพากันไปช่วยรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน ทว่าพวกมันดันบุกรุกเข้ามาในช่วงเวลากลางวัน ที่เป็นเวลาพักผ่อนอันมีค่าของกันต์
พี่แกก็เลยยัวะขอจัดการเพียงคนเดียว และจบลงด้วยการฆ่าสัตว์กลายพันธุ์หลายร้อยตัวอย่างไร้ปราณีภายใน 10 นาที ก่อนจะขอตัวกลับไปนอนพักผ่อนต่อ โดยให้คนในกิลด์เก็บของทั้งหมดเข้าคลังส่วนกลางเอาไว้ ทำให้ฉายาของเขาเปลี่ยนเป็น นักฆ่าเงาราตรี เพื่อย้ำเตือนกับคนอื่นๆ ว่า อย่าได้ไปยั่วอารมณ์โมโหของเขาในช่วงเวลากลางวันเด็ดขาด
สำหรับสมาคมนักล่ากับสามขั้วอำนาจใหญ่นั้น จะมีการประชุมหารือวางแผนการจัดการงานต่างๆ ภายในเมืองทุกๆ อาทิตย์ แต่เดิมทีมักจะถูกจัดในช่วงเวลากลางวัน ทว่าตั้งแต่เหตุการณ์ฆ่าล้างสัตว์กลายพันธุ์นับร้อย ในระยะเวลา 10 นาทีนั้น ทำให้พวกเขาลงมติกันว่าเลื่อนเวลาประชุมเป็นช่วงหัวค่ำแทน
นั่นเป็นหนึ่งในปัจจัยของชื่อเมืองท่องราตรี เพราะนอกเหนือไปจากการประชุมช่วงหัวค่ำแล้ว เวลาในเมืองก็ถูกปรับเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เพราะภายในเมืองจะมีตลาดครึกครื้นในช่วงเวลากลางคืน ทั้งผับและบาร์มากมายที่เพิ่มขึ้นมา จนกลายมาเป็นชเมืองแสงสีในยามค่ำคืนเต็มรูปแบบก็ว่าได้
ในตอนแรกกันต์ถูกเสนอให้เป็นผู้นำสูงสุดของเมืองแห่งนี้ แต่เขาก็ได้ปฏิเสธไปสุดท้ายลุงเหมาก็กลายเป็นผู้นำสูงสุดแทน ด้วยวุฒิภาวะและความเป็นอาวุโส ทั้งยังรอบคอบวางแผนการจัดการได้ดีเยี่ยม นอกเหนือไปจากนั้นก็คือปลอกคอทาส ซึ่งได้ถูกนำมาใช้กับมนุษย์อย่างเป็นทางการแล้ว แบ่งเป็นทาส 3 ประเภทได้แก่ [1] ทาสหลวง คือ ทาสที่ใช้แรงงานทำงานปลูกสร้างอาคารบ้านเรือน ถนน และคอยซ่อมแซมกำแพง [2] ทาสทั่วไป คือทาสที่ต้องทำงานได้ทุกประเภทตามแต่สถานที่ที่รับซื้อไป [3] ทาสสาว คือทาสที่ให้บริการกลุ่มนักล่ามีทั้งร่วมหลับนอน ส่วนที่ไม่หลับนอนคือพวกที่ทำงานในผับหรือบาร์ ส่วนค่าตอบแทนมีเพียงอาหาร 3 มื้อเท่านั้น
ช่วงแรกๆ โรส ลัคกี้ เฟิร์น และใบหม่อนต่างก็ไม่เห็นด้วย เพราะยังไงซะพวกเธอเองก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน แต่เมื่อสอบถามความเห็นของพวกสาวๆ ภายนอกจำนวนมากแล้ว ก็พบว่าพวกเธอกลับพึงพอใจและยินดีที่จะทำงานแบบนั้น ด้วยเหตุผลที่ว่าพวกเธอไม่ต้องการที่จะต่อสู้
สิ่งเดียวที่พวกเธอเหล่านั้นต้องการก็คือความปลอดภัยในแต่ละวันก็เพียงพอแล้ว ทำเอาสี่สาวถึงกับพูดอะไรไม่ออก ยิ่งทาสสาวที่ขายบริการนั้นจะมีทิปพิเศษให้อีก ทำให้สาวๆ เลือกเส้นทางนี้ไม่น้อยเลยทีเดียว ช่วงเวลา 3 เดือนที่ผ่านมากิลด์นักฆ่าทมิฬก็มีสมาชิก 150 คน ทาสชาย 55 คน [ทำสวน/เลี้ยงสัตว์] ทาสสาว 15 คน [แม่บ้าน]
ส่วนอันดับโลกของกันต์ก็สามารถก้าวขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 4,998 หลังจากนั้นมันก็ไม่เคยขยับขึ้นมาอีกเลย เมื่อค่าสถานะของเขาขึ้นถึง 1,000 ทุกอัน อัญมณีขนาดกลางที่เพิ่ม 4-6 ก็ลดลงเหลือ 1-3 แทน และค่าสถานะล่าสุดคือ
[กันต์] STR 1,103 DEX 1,054 INT 1,017
ส่วนโชค ลัคกี้ บาส และเฟิร์น ก็ขึ้นอันดับมาติดหนึ่งในสองหมื่นเช่นเดียวกันกับสามผู้ก่อตั้ง และหัวหน้ากิลด์อื่นๆ ก็ยังรั้งอยู่หนึ่งในสองหมื่นเช่นเดิม ถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีอันดับที่ดีกว่าเดิม แต่ก็ไม่อาจก้าวกลับเข้าสู่หนึ่งในหมื่นได้ มีแค่ใบหม่อนคนเดียวที่โดดขึ้นมาอยู่อันดับที่เจ็ดพันกว่าๆ
เพราะเธอเป็นคนเดียวที่ไม่มีหน้าที่อะไรมากในกิลด์เหมือนกับคนอื่นๆ เธอจึงพยายามเสริมความแข็งแกร่งของเธอให้ได้มากที่สุด เพราะเธอกลัวว่าสักวันพี่เขยจะต้องทิ้งเธอไปเพื่อออกเดินทางไกลแน่นอน ยิ่งถ้าหากเธออ่อนแอก็จะไม่สามารถติดตามพี่เขยไปด้วยได้ นั่นจึงกลายมาเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้เธอออกล่าทั้งกลางวัน และช่วงกลางคืนก็ติดตามพี่เขยออกไปล่าต่ออีกรอบด้วย ซึ่งทำให้ค่าสถานะของเธอสูงกว่าคนอื่นๆ มากนัก
[ใบหม่อน] STR 803 DEX 884 INT 797
เมื่อแสงอาทิตย์เริ่มลาลับขอบฟ้า กันต์ก็ลุกขึ้นบิดขี้เกียจแล้วไปอาบน้ำล้างตัว เพราะวันนี้มีการประชุมใหญ่ที่จัดขึ้นทุกอาทิตย์ พอจัดการธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อย ก็ลงมาจากห้องโดยที่ใบหม่อนกับโชครออยู่ เพราะในการประชุมงานกับสมาคมนักล่าและกิลด์อื่นๆ จำเป็นต้องพารองหัวหัวหน้ากิลด์และเสนาธิการไปด้วย ส่วนบาสกับเฟิร์นก็ต้องอยู่สะสางงานต่างๆ แทนพวกเขาในขณะที่ไปประชุม
สมาคมนักล่า...
พอกลุ่มของกันต์มาถึงก็พบว่าในการประชุมครั้งนี้แตกต่างออกไปจากเดิมมาก เพราะนอกเหนือไปจากสามผู้ก่อตั้งและกิลด์ใหญ่ทั้งสาม ก็มีพ่อค้ากับกลุ่มของบัคเข้าร่วมการประชุมด้วย เมื่อทุกคนมากันพร้อมหน้าพร้อมตาแล้ว ลุงเหมาที่ตอนนี้กลายมาเป็นเจ้าเมืองท่องราตรี เริ่มเปิดประเด็นขึ้นมาด้้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด
"เมื่อสองวันก่อนทางเขตเหนือห่างออกไป 40 กิโลเมตร พบกลุ่มสัตว์กลายพันธุ์พิเศษจำพวกก็อบลิน ส่วนเขตตะวันออกห่างออกไป 50 กิโลเมตร พบกลุ่มสัตว์กลายพันธุ์พิเศษจำพวกออร์ค จากการตรวจสอบของกลุ่มนักล่าที่ไปสำรวจ รู้ข้อมูลเพียงแค่ว่าพวกมันอาศัยอยู่กันเป็นหมู่และมีจำนวนมาก ทางด้านความแข็งแกร่งยังไม่แน่ชัด แต่ทางด้านเขตตะวันตก กับเขตใต้พวกเรายังไม่มีข้อมูล" สิ้นเสียงของเจ้าเมืองทุกคนต่างก็หันไปมองพวกกันต์
"เขตตะวันตกห่างออกไป 70 กิโลเมตร มีสัตว์กลายพันธุ์พิเศษจำพวกโอเกอร์ ซึ่งสองครูฝึก [บาสกับเฟิร์น] ในกิลด์ได้จัดพาทีมลองไปทดสอบฝีมือกับพวกมันดูแล้ว ได้ข้อมูลคร่าวๆ ว่าพวกมันแข็งแกร่งมาก แต่ยังถือว่าโชคดีที่ไม่แข็งแกร่งไปกว่าพวกครูฝึก แต่กับกลุ่มนักล่าทั่วไปอย่าได้คิดไปต่อสู้กับพวกมัน" โชคกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สุขุม
"เขตใต้ห่างออกไปราว 120 กิโลเมตร มีสัตว์กลายพันธุ์จำพวกลิซาร์ดแมน ผู้นำของพวกมันชื่อบลู๊คน่าจะแข็งแกร่งกว่าทุกคนในห้องนี้ยกเว้นผมกับใบหม่อน ส่วนลูกน้องของพวกมันคงไม่เกินกำลังของทุกคนแน่นอน" กันต์เริ่มพูดขึ้นบ้างพลางจิบชาอย่างสบายอารมณ์ ผิดกับคนอื่นๆ ที่แทบจะอุทานออกมาพร้อมกัน
"บลู๊ค!!!!"
"เอ่อ!! มันมีชื่อด้วยหรอครับ" ชารีบถามขึ้นอย่างสงสัย
"อืม!! วิธีชีวิตของพวกมันใกล้เคียงกับมนุษย์มั้ง" กันต์ตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ ก่อนที่ดวงตาจะฉายแววเคร่งเครียดขึ้น และพูดต่อทันที
"แต่เพราะพวกมันใกล้เคียงกับมนุษย์ จึงได้จับผู้หญิงไปเพื่อร่วมเพศส่วนผู้ชายมันจะฆ่าทิ้งทันที แต่เรื่องการรับมือในเขตใต้ไม่น่าจะมีปัญหา ที่ผมอยากจะบอกก็คือสัตว์กลายพันธุ์ต่างชนิดมักเป็นศัตรูกัน พวกมันคงไม่ร่วมมือกันแน่นอน แต่ที่น่ากลัวมากที่สุดคือไม่ใช่แค่มนุษย์เท่านั้นที่มีลูกหลานได้ พวกเผ่าพันธุ์อื่นก็ทำได้เช่นเดียวกัน"
สิ้นเสียงของกันต์ภายในห้องต่างก็นิ่งเงียบไป อันที่จริงเรื่องพวกนี้เขาก็ได้คิดกันเอาไว้แต่เนิ่นๆ แล้ว ยิ่งเมื่อได้ยินกันต์เอ่ยยืนยันแบบนั้น มันก็อดที่จะหวาดหวั่นในตัวพวกมันไม่ได้ หากวันดีคืนดีพวกมันเกิดอยากขยายพื้นที่อาณาเขต แล้วมารุกล้ำที่เมืองท่องราตรีพวกเขาจะรับมือได้ยังไง
"ถ้าอย่างนั้นท่านหัวหน้ากิลด์นักฆ่าทมิฬคิดว่าควรจะจัดการยังไงดี" โรสเอ่ยถามอย่างมีความหวัง
"ไม่รู้สิ!!" คำตอบอย่างเรียบง่ายทำเอาทุกคนในห้องหน้าเหวอไปทันที กันต์ครุ่นคิดเพียงเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยต่ออย่างชิวๆ
"ก่อนอื่นเลยก็อย่าพึ่งไปยุ่งกับพวกมัน เอาเป็นว่าเดี๋ยวคืนนี้ผมจะออกเดินทางไปสอบถามเจ้าบลู๊คดู จะได้รู้ว่าแท้ที่จริงแล้วพวกมันมาที่นี่ได้ยังไง แล้วมีพวกไหนบ้างที่เป็นศัตรูกับมนุษย์ ไปกลับน่าจะประมาณ 1 อาทิตย์ แต่ในช่วงที่ผมไม่อยู่ก็ช่วยเฝ้าระวังเมืองเอาไว้ให้ดีๆ ก็แล้วกัน"
สิ้นเสียงของกันต์ทุกคนในห้องต่างก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ