ย้อนเวลามาพร้อมลูกหมาแต่กลับต้องมาเลี้ยงลูกลิง
บทที่ 50 เตรียมการ
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจซ่อมแซมบ้านและทำห้องน้ำใหม่แล้ว จางหย่งกับอาเฟยลูกชายคนโตได้มีเวลามาฝึกพลังยุทธ์กับผู้อาวุโสหลิว สำหรับอาเฟยที่พลังตื่นขึ้นก่อนกำหนดก็ได้ฝึกวิชาตามหนทางของผู้อาวุโสหลิวที่ใช้สอนศิษย์คนอื่นๆ อย่างปกติ แต่สำหรับจางหย่งที่มีพลังแปลกกว่าผู้อื่น ทำให้ผู้อาวุโสหลิวต้องดัดแปลงวิธีการฝึกให้เข้ากับเขา
แรกเริ่มทั้งสองต้องฝึกสมาธิอย่างน้อยวันละหนึ่งเค่อก่อนเริ่มการฝึกเด็กๆ ที่เหลืออีกสามที่อยากมีพลังบ้าง ก็มานั่งทำตามจางหย่งและอาเฟย แต่ไหนเลยจะทนนั่งสมาธิได้นานถึงหนึ่งเค่อ แค่เพียงพักเดียวพวกเขาก็พากันไปวิ่งเล่นตรงอื่นเสียแล้ว
แม้หลิวจื้อจะไม่ได้อยากไปวิ่งเล่นกับอาฟู่และอาฟงมากนัก แต่ถ้าเทียบกับการต้องนั่งสมาธิเฉยๆ เขาจะยอมลดตัวไปเล่นกับเด็กน่ารำคาญสองคนนั้นยังดีกว่า ดังนั้นในลานฝึกจึงเหลือเพียงผู้อาวุโสหลิว จางหย่ง และอาเฟยลูกชายคนโตเท่านั้น
"ต่อไปนี้ทุกๆ วัน พวกเจ้าต้องหาเวลาฝึกสมาธิ เพื่อรวบรวมความรู้สึกไปในจุดที่มีพลังวิญญาณรวมตัว ยิ่งพวกเจ้ารับรู้ได้มากเท่าไหร่การฝึกขั้นต่อๆ ไปก็ยิ่งง่ายมากขึ้นเท่านั้น"
อาวุโสหลิวเอ่ยกำชับศิษย์ทั้งสองก่อนจะจบการฝึกในวันนี้ ตัวเขาเองไม่ใช่คนว่างงานตลอดวัน เพราะยังมีภาระหน้าที่ในสำนักอัคคีให้เขามีเวลามาช่วยฝึกให้พวกจางหย่งเพียงวันละหนึ่งถึงสองชั่วยามเท่านั้น จางหย่งเองนอกจากต้องการฝึกฝนเพื่อให้มีพลังมาปกป้องตัวเองและลูกๆแล้ว เขาก็มีภาระหน้าที่อื่นอีกเช่นกัน
หลังจากการฝึกควบคุมพลังวิญญาณเสร็จสิ้น ผู้อาวุโสหลิวก็กลับสำนักอัคคีทันที ส่วนจางหย่งเองก็ไม่ได้อยู่เฉย เขาหันไปคุยกับอาเฟยลูกชายคนโตขึ้นว่า
"พรุ่งนี้เป็นวันครบรอบวันเกิดของลูกสินะ"
"ขอรับ"
แม้จะมีสิ่งต่างๆ มากมายที่ต้องทำ แต่จางหย่งไม่ลืมว่าอาเฟยลูกชายคนโตพลังตื่นขึ้นก่อนเกิดของตัวเองหนึ่งสัปดาห์ และวันพรุ่งนี้ก็เป็นวันที่ครบหนึ่งสัปดาห์นั้น นอกจากนี้เขาก็ไม่ลืมถามวันเกิดของลูกๆ ทั้งสองคนอีกด้วย
จางหย่งเป็นคนที่ค่อนข้างให้ความสำคัญกับวันสำคัญ โดยเฉพาะวันเกิด เพราะในทุกๆ ปีวันเกิดคือวันที่ครอบครัวของเขาจะได้มาอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา ดังนั้นเขาจึงตั้งใจจะจัดงานวันเกิดให้กับอาเฟย สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับงานวันเกิดคือเค้กวันเกิด เสียดายก็แต่เขาทำเค้กวันเกิดไม่เป็น และในยุคสมัยนี้ก็ยังไม่มีสิ่งที่เรียกว่าเค้กวันเกิดเสียด้วยสิ
เสี่ยวเหมาที่ได้ยินความคิดของจางหย่งก็หูกระดิกตั้งขึ้น ตอนนี้มันไม่ซึมเซาเหมือนเมื่อสองวันก่อนอีกแล้ว เพราะจางหย่งรักษาสัญญา ถามเรื่องที่จะขอสาวสวยมาดูแลอยู่ที่บ้านหลังนี้ สาวสวยมีชื่อแสนไพเราะว่าวาวา ตอนนี้กำลังรักษาอาการบาดเจ็บอยู่ หากดีขึ้นแล้วผู้อาวุโสหลิวจะนำมาฝากจางหย่งดูแล
'เจ้านาย พวกเราไปหาคะแนนมาแลกเอาก็ได้นะ'
เสี่ยวเหมาเอ่ยแนะนำขึ้นมา จางหย่งมัวแต่ยุ่งกับเรื่องอื่นๆ จนลืมไปว่าตัวเองมีร้านค้าในมิติที่สามารถแลกของออกมาได้อยู่ด้วย ดังนั้นภารกิจในวันนี้ของเขาคือการเข้าป่าไปตามหาคะแนน โดยตั้งเป้าหมายเป็นเค้กวัยเกิดให้ลูกชายคนโต
"เด็กๆ วันนี้น้ามีขนมอร่อยๆ มาฝากด้วยนะ"
"ท่านน้าหนิงเหอ"
เสียงใสๆ ของอาฟู่ดังขึ้น ดึงความคิดของจางหย่งให้กลับมา เขากำลังกังวลอยู่ว่าตัวเองจะทำอย่างไรกับเจ้าลิงทั้งสี่ตัวดี หากพาไปด้วยเขาก็ไม่สามารถเข้าป่าลึกเพื่อไปหาคะแนนที่สูงๆ ได้ แต่หากไม่พาไปด้วยอาเฟยคนเดียวอาจดูแลเด็กๆ ที่เหลือได้ไม่ทั่วถึง
ก่อนหน้านี้มีเพียงน้องชายสองคน อาเฟยยังพอดูแลได้อยู่ แต่ตอนนี้มีหลิวจื้อเพิ่มมาอีกหนึ่ง ยากที่อาเฟยจะรับมือเด็กสามคนในคราวเดียวกันได้
"พี่สาวคนสวยนี่คือใครกัน?"
"นางเป็นว่าที่เจ้าสาวของข้าเอง สวยใช่หรือไม่"
"ก็สวยอยู่หรอก แต่กว่าเจ้าจะโตขึ้นและได้แต่งนางเป็นภรรยา พี่สาวไม่กลายเป็นสตรีสูงอายุแล้วหรือ"
"..."
เสียงเด็กสองคนคุยกัน ทำให้หนิงเหอยิ้มแข็งค้างอยู่หน้าบ้าน จางหย่งถึงกับกลั้นหัวเราะไม่อยู่ จนหนิงเหอมองตาขวาง เจ้าเด็กคนนั้นคือใครกัน
จางหย่งที่ตั้งสติได้ก็ค่อยๆ เงียบเสียงลง ก่อนจะดึงหนิงเหอไปคุยเป็นการส่วนตัว เรื่องที่จะจัดงานวันเกิดให้อาเฟย และเรื่องที่เขากำลังจะไปเตรียมของจัดงาน
หนิงเหอเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ เมื่อได้รู้ว่าวันพรุ่งนี้เป็นวันเกิดของหลานชายคนโต หนิงเหอคิดจะออกตัวเป็นแม่งาน แต่มาคิดดูอีกที แม้ไม่รู้ว่าบุรุษผู้หนึ่งจะทำเรื่องเช่นนี้ได้ดีแค่ไหน แต่เขาก็ได้มีแผนในใจไว้อยู่แล้ว งานเลี้ยงครั้งนี้คงออกมาไม่เลวกระมัง นางได้แต่คิดในใจ ก่อนจะตอบรับหน้าที่ช่วยดูแลเด็กๆ
จางหย่งไม่รอช้า เมื่อมีคนอาสาดูแลเด็กๆ แล้วเขาก็เตรียมอุปกรณ์เข้าป่า และออกเดินทางทันที หนิงเหอที่เห็นเช่นนั้นก็ชะงักไปอีกครั้ง จะจัดงานวันเกิดไม่ใช่ต้องไปซื้อของกินในเมืองงั้นหรือ เหตุใดเขาถึงเข้าป่ากัน แบบนี้จะไหวไหมล่ะเนี่ย บุรุษผู้นี้ช่างเดาใจได้ยากจริงๆ เฮ้อ
----------
จางหย่งออกเดินป่าเข้าไปจนลึกกว่าทุกครั้งเพื่อให้ได้คะแนนมาแลกของ ตอนนี้นอกจากทักษะกีฬาที่เขามีแล้ว ยังมีพลังยุทธที่ได้เรียนมาจากผู้อาวุโสหลิวติดตัวมาบ้างแล้ว ทำให้ความมั่นใจในการเดินป่าเพิ่มทวีคูณ ยิ่งลึกสัตว์มีพิษเองก็ยิ่งมีมาก จางหย่งต้องเดินด้วยความระมัดระวัง ทั้งยังต้องอุ้มเสี่ยวเหมาไว้ในอ้อมแขน
เสี่ยวเหมาแม้จะเป็นสุนัขมิติที่มีมันสมองมากกว่าสุนัขทั่วไป ทั้งยังมีมิติที่ช่วยให้มันอยู่รอดปลอดภัยมาได้จนถึงตอนนี้ แต่หากเจอสัตว์มีพิษโดยไม่ทันระวังตัว แล้วจับเข้าไปในมิติไม่ทัน มันก็อาจจะตายได้เหมือนกัน ดังนั้นในป่าลึกจึงมีทั้งพืชและสัตว์มากมายที่ยังไม่ถูกนำเข้าสู่ระบบ อีกทั้งยังเป็นพวกสิ่งมีชีวิตหายากทำให้คะแนนสูงมากพอจะซื้อเค้กได้เป็นร้อยๆ ชิ้น
จางหย่งจึงไม่คิดเสี่ยงอันตรายเข้าไปในป่าที่ลึกกว่านี้ ดังนั้นเขาจึงหันหลังหมายจะกลับบ้านของตัวเอง แต่หูกลับได้ยินเสียงการต่อสู้ดังมาที่ด้านหลัง ใจหนึ่งก็นึกกลัว แต่อีกใจก็อยากรู้อยากเห็น เมื่อความอยากรู้อยากเห็นชนะความกลัว จางหย่งจึงตัดสินใจย่องไปทางเสียงการต่อสู้นั้น จังหวะนั้นเอง เสียงเสี่ยวเหมาก็ดังขึ้นในหัว
'เจ้านาย รีบพาเจ้าตัวน้อยตรงนั้นเข้ามิติเร็ว'
การกระทำไวเท่าความคิด จางหย่งพุ่งตรงไปสัมผัสเจ้าสัตว์ตัวเล็กที่เสี่ยวเหมาพูดถึงเข้ามิติทันที ก่อนวิ่งหนีออกมาพุ่งกลับไปทางที่จากมาทันทีโดยไม่ทันได้ถามรายละเอียดกับเสี่ยวเหมา บุคคลที่ได้ยินความเคลื่อนไหวจากเหยื่อที่หมายตา คิดจะวิ่งเข้าไปขัดขวาง แต่ก็ถูกสุนัขตัวใหญ่ขวางทางเอาไว้
'เจ้านายรีบวิ่งหนีสุดชีวิตก่อน เรื่องอื่นเดี๋ยวข้าค่อยอธิบายให้ฟัง'
จางหย่งพยักหน้าก่อนจะรีบออกจากตรงนั้น พุ่งหาทางออกจากป่าทันที เขาไม่ได้ออกจากป่าตรงทางที่ใกล้ๆ บ้านของตน เนื่องจากเขาอาจเป็นเป้าหมายของการถูกตามล่า จึงเลือกที่จะอ้อมไกลออกไป เมื่อออกจากป่ามาได้จางหย่งค่อยรู้สึกเบาใจลง เขาจึงหันมาถามเสี่ยวเหมาขึ้นว่า
'ตกลงนี่มันเรื่องอะไรกัน'
'เจ้านายตอนที่เราก้าวเข้าไปใกล้ๆ แถวนั้น แม่ของเจ้าตัวน้อยนั่นมองเห็นเรา มันขอให้เราช่วยลูกของมัน ข้าเลยบอกให้ท่านช่วยเจ้าตัวเล็ก'
'แล้วเหตุใดมันถึงถูกทำร้ายล่ะ'
'เอิ่ม...ข้าเองก็ยังไม่ทันได้ถามเหมือนกันสงสัยต้องถามจากเจ้าตัวเล็กแล้ว'
'...'
เจ้าสุนัขมิติของเขาตัวนี้จะพึ่งพาได้ไหมเนี่ย จางหย่งคิดในใจ