สายฝนยังคงเทกระหน่ำลงมาไม่หยุดหย่อน จากหนึ่งวันเป็สองวัน จากสองวันเป็หลายวัน จนเกือบเดือนอย่างที่ปรมาจารย์ชราบาตู่ทำนายเอาไว้ ป่าหิมพานต์ที่เคยเขียวชอุ่มถูกสายฝนทำลายล้างจนไม่เหลือทัศนียภาพดังเดิม ดินที่เคยแข็งแกร่งเริ่มอ่อนตัวลง กลายเป็แอ่งโคลนขนาดใหญ่ที่ไหลซึมไปทั่วบริเวณ ก่อนที่จะเพิ่มปริมาณเรื่อยๆ จนกลายเป็ทะเลอันขุ่นมัว รากไม้ที่เคยหยั่งลึกในดินถูกแรงดันของน้ำค่อยๆ ทำให้โอนเอนโค่นล้มพัดพาไปกับกระแสน้ำ
ชนพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในป่าต่างพากันหนีตายสุดชีวิต แม้จะได้สารจากอารามพฤกษา์ แต่มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่อพยพไปได้ ส่วนมากต่างถูกกระแสน้ำพัดพา บ้านเรือนที่สร้างด้วยดินและไม้ถูกพัดพังไปกับสายน้ำ แม้หลังจากเอาชีวิตรอดมาได้แล้ว ก็ต้องมาสร้างรกรากขึ้นมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง ในภัยพิบัติที่ผู้ใหญ่ยังพยายามหาทางเอาชีวิต เด็กๆ มากมายต่างถูกกลืนหายไปอย่างไร้ความหวัง
นอกจากมนุษย์แล้ว สัตว์ป่าหลากหลายชนิดต้องเผชิญกับวิกฤตครั้งนนี้
นี่คือความจริงที่บาตู่ไม่ได้บอกกับศิษย์ของตน
…………….
“เตจา..เตจา…”
สำหรับดร๊อกป้าแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นมันราวกับนรก ถ้าเป็ไปได้เขาก็อยากให้มันเป็ฝันร้ายเท่านั้น เสียงะโที่เคยเต็มไปด้วยเรี่ยวแรง ตอนนี้มันแ่เบาอย่างขาด่
แพไม้ที่เขาเคยนั่งตอนนี้กลายเป็ท่อนไม้เท่านั้น เมื่อสังเกตรอบตัวเขาจะเห็นลิงและหนูมากมายเกาะกันบนท่อนไม้ท่อนนี้อย่างสิ้นหวัง
ดร๊อกป้ามีครอบครัว…ไม่สิ อดีตครอบครัวที่อบอุ่น ในฐานะหัวหน้าครอบครัวหลังจากพ่อของเขาทิ้งไป เขาดูแลแม่ที่อ่อนโยน น้องสาวที่ร่าเริง ด้วยอาชีพพรานน้ำ เมื่อเทียบกับการเป็พรานล่าสัตว์อันตรายบนบกแล้ว การดักสัตว์น้ำตัวเล็กในคลองตื้นๆ กลับปลอดภัยกว่ามาก
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เขาเรียนรู้และความรู้เ่าั้กลับช่วยให้เขารอดชีวิตเพียงคนเดียวเท่านั้น เมื่อเขานึกถึงแม่ที่ยอมปล่อยมือออกจากแพเพื่อไม่เป็ภาระในการปกป้องน้องสาว หัวใจของเขาก็แตกสลาย แต่สุดท้ายแล้ว เขาก็ไม่สามารถปกป้องน้องสาวจากกระแสน้ำที่พัดพาไปได้
ความสูญเสียมันหนักหนาสาหัสเกินกว่าจะรับได้ ดร๊อกป้ารู้สึกอยากจะตาย แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ได้แต่สวดภาวนาว่าน้องสาวเขายังไม่ตาย อย่างน้อยก็หลังจากได้เห็นศพ
ท่ามกลางกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก สายตาดร๊อกป้าเหลือบไปเห็นเส้นผมยาวสีขาวที่พลิ้วไปตามกระแสน้ำ ดวงตาที่เคยเซื่องซึมของเขาจุดประกายไปด้วยความหวัง
‘นั้นมันเส้นผมของเตจา!’ ถ้าจะมีใครในป่านี้ที่มีเส้นผมสีขาว ก็มีเพียงน้องสาวที่เกิดเป็โรคสีขาวของเขาเท่านั้น!
ราวกับดร๊อกป้าลืมความเ็ปและความเหนื่อยล้าไปหมด เขาตีขาว่ายน้ำฝ่ากระแสน้ำอย่างเต็มที่
หนูและลิงตัวเล็กที่เขาปล่อยไว้เพื่อเป็อาหารถูกกระแสน้ำพัดไปตามแรงในทุกการเคลื่อนไหว แต่ดร๊อกป้าไม่สนใจอะไรทั้งนั้น สายตาของเขามีเพียงเส้นผมสีขาว เส้นผมของเตจา!
‘เตจา… พี่จะช่วยเ้า!’ เขากัดฟันบอกตัวเอง ใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดอย่างไม่เกรงกลัว แม้ว่าทุกอณูในร่างกายจะร่ำร้องให้หยุดพัก
ใจของเขาเต้นแรงทุกครั้งที่เข้าใกล้เส้นผมสีขาว การอดทนผ่านความหิว ความหนาว และความสิ้นหวังตลอดหลายวันที่ผ่านมา ทุกอย่างล้วนมีเป้าหมายเดียว เพื่อได้พบเจอน้องสาวอีกครั้งเท่านั้น!
‘เตจา! เตจา! เตจา!’
‘เตจา!!!’
เสียงะโภายในหัวของเขาดังก้องจนเหมือนเสียงจริง แม้เขาจะรู้ว่าการอยู่ลำพังกลางกระแสน้ำเชี่ยวกรากเป็เวลานานทำให้จิตใจของเขาแทบจะพังทลาย แต่เขาไม่สนใจสิ่งใดอีกแล้ว
เมื่อระยะห่างระหว่างเขากับเส้นผมสีขาวของเตจาอยู่ห่างเพียงแค่เอื้อม เขาก็ััได้ถึงลางร้าย
ร่างที่ควรจะเล็กบางของน้องสาวในความทรงจำกลับดูใหญ่และยาวเกินกว่าที่เขาคิด เสื้อผ้าสีเขียวสดใสที่เตจามักสวมใส่กลับไม่ปรากฏให้เห็น กลับกลายเป็ผิวขาวซีดที่ไร้สิ่งใดปกคลุม
ดร๊อกป้าพยายามปฏิเสธลางร้ายที่กำลังคืบคลานเข้ามาในหัวใจ แต่ความเป็จริงกลับโหดร้ายเกินกว่าจะฟังการอ้อนวอนของเขา เมื่อเขาไปถึง ภาพตรงหน้าก็ทำให้ร่างกายของเขาแทบหยุดนิ่ง โลกทั้งใบพลันกลายเป็สีขาวโพลน
เส้นผมสีขาวที่เขาคาดหวังกลับไม่ได้เป็ของน้องสาวที่เขาตามหา มันเป็ของชายหนุ่มคนหนึ่งที่เขาไม่เคยพบ ร่างไร้ิญญาของชายหนุ่มที่ถูกกระแสน้ำพัดพาไปเรื่อยๆ
ดร๊อกป้าจ้องมองชายผู้นั้นด้วยดวงตาเบิกกว้าง ความหวังที่เขาไขว่คว้า กลับกลายเป็ภาพลวงตา น้ำตาที่เขากักเก็บไว้ตลอดหลายวันพลันหลั่งไหลออกมาโดยไม่อาจหยุดได้ ร่างกายของเขาทรุดลงไปบนท่อนไม้ ไร้เรี่ยวแรงจะขยับเขยื้อน
เสียงสะอื้นแ่เบาของดร๊อกป้าดังก้องท่ามกลางเสียงกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก “เตจา… เ้าอยู่ที่ไหน…”
อารมณ์หลายอย่างหมุนอยู่ในอกของดร๊อกป้า ความสิ้นหวัง ความเหนื่อยล้า ความรู้สึกผิด และความโกรธ
“อ๊ากกก!!!”
ดร๊อกป้าเงยหน้าขึ้นมาจากท่อนไม้ เขามองไปยังร่างไร้ิญญาของชายหนุ่มตรงหน้า ก่อนจะระรัวหมัดลำตัวของชายหนุ่มอย่างบ้าคลั่ง
ไม่มีเหตุผล ไม่มีอะไรทั้งสิ้น เขาพบตัวเองบ้าไปแล้วจริงๆ
โกรธหมู่บ้านที่ไล่พวกเขาออกจากหมู่บ้านเพียงเพราะน้องสาวเกิดมาเป็โรคสีขาว
โกรธพ่อที่ทิ้งครอบครัวเพราะเหตุผลนั้น และไปอยู่สุขสบายคนเดียว
โกรธตัวเองที่อ่อนแอจนรักษาคำสัญญากับแม่เอาไว้ไม่ได้
และมากกว่านั้น เขาโกรธ์ที่ส่งภัยพิบัตินี้มาทำลายทุกสิ่งที่เขารัก
ใช่ ทุกอย่างล้วนเป็ความผิดของ์!
“ในเมื่อ์พรากทุกอย่างไปจากข้า สักวันหนึ่งข้าจะเป็ผู้สังหาร์ หากฟ้าขวาง ข้าจะแหวกฟ้า หากปฐีกั้น ข้าจะทำลายปฐี ข้าจะไม่หยุดจนกว่าจะสังหารเ้าให้ดับสิ้น!”
คำประกาศกร้าวของดังก้องท่ามกลางสายฝนและกระแสน้ำ ขณะที่เขาต่อยลำตัวของชายหนุ่มผมขาวด้วยความเดือดดาล
ท่ามกลางความวุ่นวายและความโกรธแค้นของดร๊อกป้า ร่างที่ควรไร้ซึ่งความทรงจำก็สำลักน้ำออกมาจากปาก เสียงสำลักนั้นทำให้ดร๊อกป้าชะงัก ดวงตาที่เคยแน่วแน่ในความโกรธพลันเบิกกว้าง
ชายหนุ่มผมขาวค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างงุนงงและเลื่อนลอย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
“สังหาร์…สังหาร์”
ดร๊อกป้าหยุดนิ่ง ร่างกายแข็งทื่อ ดวงตาของเขาจ้องมองชายหนุ่มผมขาวด้วยความไม่เชื่อ เขาพบว่ามีหนึ่งอารมณ์ที่เพิ่มเข้ามาในความบ้าคลั่งอันสิ้นหวังของเขา
ความอาย…
ขณะเดียวกัน ราวกับได้ยินเสียงะโของดร๊อกป้า สายฝนที่ตกลงมาจากท้องฟ้าได้หยุดตกแล้ว
