เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 3 บทที่ 90 ให้เซ่อเจิ้งอ๋องขับไล่เจ้าออกมา

            ไป๋เซี่ยเหอรุดมาที่เรือนโซ่วอันของไป๋เหล่าฮูหยิน

            ห้องโถงหลักของเรือนโซ่วอันดูโอ่อ่าตระการตาเครื่องประดับทุกชิ้นล้วนหายาก กลิ่นหอมของไม้จันทน์โชยออกมาจากกระถางธูปดินเผาสามขารูปปากสัตว์ร้ายที่อยู่ตรงมุมห้อง

            ไป๋เซี่ยเหอยืนอยู่กลางห้องโถงนางพยักหน้าเล็กน้อย ยืนตัวตรงอย่างสง่างามและสูงส่ง

            ไป๋เหล่าฮูหยินนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวหลักนางสวมชุดคลุมกระโปรงยาวสีน้ำเงินเข้มลายเมฆมงคลและดอกไม้ แววตาเฉลียวฉลาดคู่หนึ่งตรึงอยู่บนร่างของไป๋เซี่ยเหอ

            “ข้าได้ยินว่าเจ้าได้รับบาดเจ็บ?”

            จู่ๆ ก็ได้รับความห่วงใยจากไป๋เหล่าฮูหยิน ไป๋เซี่ยเหอไม่ได้ประหลาดใจนัก ทว่าในใจเกิดความระแวดระวังขึ้น

            ทั่วทั้งจวนนี้ ผู้ที่ห่วงใยนางอย่างแท้จริงนอกจากฝูเอ๋อร์แล้วก็มีเพียงเซี่ยถิงเท่านั้น

            เมื่อไป๋เหล่าฮูหยินถามถึงอาการบาดเจ็บของนางอย่างกะทันหันไม่รู้เหตุใดถึงได้เกิดความคิดบางอย่างภายในใจของไป๋เซี่ยเหอ

            “เจ้าค่ะ”

            ตอบสั้นๆ ทว่าได้ใจความ

            ไป๋เหล่าฮูหยินหาวดวงตาแดงก่ำ ดูเหมือนสภาพจิตใจย่ำแย่ ทว่ากำลังฝืนตัวเองอยู่

            “แต่ข้าได้ยินว่าเซ่อเจิ้งอ๋องทิ้งเจ้าที่บาดเจ็บเอาไว้ไม่เหลียวแลแต่กลับโอบกอดอันหนิงจวิ้นจู่ มีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นจริงหรือไม่?”

            ท่าทีของไป๋เซี่ยเหอยังคงสงบนิ่งแววตาสีหมึกลุ่มลึกราวกับทะเลอันเย็นเยียบ

            “เจ้าค่ะ”

            ‘เพล้ง!’

            ถ้วยกระเบื้องถูกปาจนแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆที่แทบเท้าของไป๋เซี่ยเหอ

            น่าเสียดาย

            “เหตุใดเจ้าถึงได้ไร้ค่าปานนี้?แม้แต่หัวใจของบุรุษผู้หนึ่งยังกุมไว้ไม่ได้ สกุลไป๋เลี้ยงดูเจ้ามานานปี ช่างสิ้นเปลืองเวลาสิ้นเปลืองแรงใจเสียจริง!”

            ไป๋เหล่าฮูหยินพูดอย่างเร่งรีบจนหายใจไม่ทันอดไม่ได้ที่จะไอโขลกๆ ราวกับจะขย้อนสิ่งที่อยู่ด้านในออกมา นางคิดจะเอื้อมมือไปหยิบถ้วยมาดื่มน้ำ

            ทว่ากลับพบว่าถ้วยได้แตกอยู่แทบเท้าของไป๋เซี่ยเหอเสียแล้ว

            ไป๋เหล่าฮูหยินไอจนหน้าแดงราวกับจะเป็นลมหงายหลังไปได้ทุกเมื่อ

            ไม่กี่อึดใจต่อมา

            ถ้วยใบหนึ่งถูกวางลงตรงหน้า ไป๋เหล่าฮูหยินรีบยกขึ้นดื่ม อาการจึงค่อยทุเลาลง

            เสียงไอเงียบลงตามไปด้วย จากนั้นน้ำเสียงอันเย็นชาก็ดังขึ้นที่ข้างหูทันที

            “ไป๋เหล่าฮูหยินอายุมากแล้วกังวลกับเรื่องของผู้เยาว์ให้น้อยหน่อยจะดีกว่า โกรธง่ายเกินจะอายุสั้นนะเจ้าคะ”

            ไป๋เหล่าฮูหยินตัวสั่นเทิ้มถ้วยในมือแทบร่วงลงพื้นอีกครา “เจ้ามันเดรัจฉานไร้มโนธรรม นึกไม่ถึงว่าจะแช่งข้า!”

            “มโนธรรมหรือ?”

            ใบหน้าของไป๋เซี่ยเหอฉาบด้วยน้ำค้างแข็งนางเหลือบมองไป๋เหล่าฮูหยินด้วยแววตาเย็นเยียบ จากนั้นก็นั่งลงด้วยท่าทีสงบนิ่ง

            “ในเมื่อไป๋เหล่าฮูหยินต้องการพูดเรื่องมโนธรรมกับข้าเช่นนั้นข้าก็อดถามสักประโยคไม่ได้”

            “เมื่อปีนั้นยามที่ข้าหิวทำได้เพียงขุดหญ้ากิน รองน้ำฝนดื่ม มโนธรรมของพวกท่านอยู่ที่ใด?”

            “เมื่อปีนั้นยามที่ข้าถูกคนในจวนข่มเหงทารุณมโนธรรมของพวกท่านอยู่ที่ใด?”

            “เมื่อปีนั้นที่บาดแผลของข้าอักเสบไข้สูงกลางดึกฝูเอ๋อร์คุกเข่าโขกศีรษะทั้งคืนพวกท่านก็ไม่เต็มใจตามหมอมาตรวจให้ข้าในตอนนั้นมโนธรรมของพวกท่านอยู่ที่ใด?”

            “สิ้นเปลืองเวลาและแรงใจอย่างนั้นหรือ?เวลาและแรงใจของพวกท่านเคยอยู่บนร่างกายของข้าอย่างไรเล่า!”

            นางเชิดศีรษะและยืดหน้าอกขึ้นขณะเอ่ยอย่างชัดถ้อยชัดคำราวกับเสียงค้อนที่โยนลงบนพื้นอย่างหนักหน่วง

            สีหน้าของไป๋เหล่าฮูหยินแดงซ่านความอับอายแปรเปลี่ยนเป็นโทสะ “เหิมเกริม เหิมเกริมจริงๆนึกไม่ถึงว่าเจ้าจะกล้าพูดกับย่าของตนเองเช่นนี้!”

            ไป๋เซี่ยเหอมองนางอย่างเย็นชาไม่เอ่ยสิ่งใดต่อ ทำเพียงมองอีกฝ่ายราวกับมองดูเรื่องตลกก็ไม่ปาน

            ผ่านไปสักพักไป๋เหล่าฮูหยินก็สงบสติอารมณ์ จากนั้นก็เอ่ยราวกับทำใจได้แล้ว “เอาเถิดในเมื่อเจ้าไม่มีความสามารถที่จะคว้าหัวใจของเซ่อเจิ้งอ๋อง เช่นนั้นก็ให้เขาขับไล่เจ้าออกมาในจวนของเราไม่ใช่เจ้าคนเดียวที่ไม่ได้ออกเรือน”

            เฮอะ

            ที่แท้ก็มีความคิดเช่นนี้นี่เอง

            ความเฉยเมยและห่างเหินในแววตาของไป๋เซี่ยเหอเพิ่มขึ้นกว่าเดิมจวนสกุลไป๋เหมือนคนในครอบครัวที่ไหนกัน

            เป็นเพียงปลิงดูดเลือดฝูงหนึ่งเท่านั้น!

            ชวนให้ขยะแขยงและรังเกียจจริงๆ

            “สมรสพระราชทานของข้าฝ่าบาททรงมีราชโองการด้วยพระองค์เอง หากไป๋เหล่าฮูหยินไม่พอใจเชิญไปทูลกับฝ่าบาทด้วยตนเองจะดีกว่า ข้าไม่สามารถตัดสินใจเรื่องนี้ได้”

            แม้ว่านางจะไม่ต้องการเป็นชายาเซ่อเจิ้งอ๋องทว่าก็ไม่ถึงคราวที่ต้องให้ผู้อื่นมาบงการ

            สายตาของไป๋เซี่ยเหอเหลือบไปมองฉากกันลมไม้หลีสลักคำมงคลขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านหลัง

            มองเห็นชายกระโปรงพลิ้วไหวแลบออกมาจากฉากกันลมดังกล่าวหากไม่สังเกตก็ยากที่จะมองเห็น

            ไป๋เซี่ยเหอเดินกลับเรือนสุ่ยฉิงที่อยู่ไกลออกไปทว่าเป็นเพราะนางรีบเดิน จึงย่นระยะเวลาเดินยามปกติลงครึ่งหนึ่ง

            ไป๋เซี่ยเหอแผ่ความดุร้ายออกมาทั่วสรรพางค์กายราวกับเปลี่ยนเป็นคนละคน

            “คุณ...คุณหนูเจ้าคะ!”

            ฝูเอ๋อร์แทบจะต้องวิ่งเหยาะๆถึงจะตามฝีเท้าของไป๋เซี่ยเหอทัน

            “พูดมา!”

            ท่าทางดูดุร้ายอย่างยิ่ง

            ฝูเอ๋อร์ลูบหัวใจที่เต้นโครมครามระงับความตกใจ

            “ท่านไม่ต้องนำถ้อยคำของไป๋เหล่าฮูหยินมาใส่ใจนะเจ้าคะแม้ว่าบ่าวจะไม่ได้ตามท่านไป แต่ก็ได้ยินมาว่าเมื่อท่านอ๋องเห็นคุณหนูตกหน้าผาก็กระโดดตามลงไปโดยไม่คิดเลยเจ้าค่ะ”

            ฝีเท้าของไป๋เซี่ยเหอหยุดชะงักไปชั่วครู่

            “คุณหนูลองคิดดูสิเจ้าคะท่านอ๋องที่สูงศักดิ์และมีอนาคตรุ่งโรจน์ หากไม่ใช่เพราะมีใจให้คุณหนูจะกระโดดหน้าผาลงไปได้อย่างไรเจ้าคะ?”

            ไป๋เซี่ยเหอหันไปมองฝูเอ๋อร์ด้วยรอยยิ้ม“ฝูเอ๋อร์ ช่วงนี้เจ้าว่างเกินไปหรือไม่?”

            ฝูเอ๋อร์หัวเราะแหะๆ ก่อนจะชิ่งหนีไป

            ฝีเท้าของไป๋เซี่ยเหอช้าลงอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว

            หากเป็นฮั่วเยี่ยนไหวนางไม่เกิดความรู้สึกต่อต้านภายในใจเหมือนผู้อื่น

            กระทั่งนางรู้สึกว่าเขาเป็นคนประเภทเดียวกันด้วยซ้ำ

            มิฉะนั้นนางจะยกแผ่นหลังให้เขาอย่างง่ายดายได้อย่างไร?

            ทว่าคมดาบนั้นได้ทำลายความรู้สึกที่เพิ่งก่อตัวของนางอย่างรวดเร็ว

            สิ่งที่นางรังเกียจไม่ใช่การที่เขาทำให้นางผิดหวังยังมีการหลอกลวงของเขาอีกด้วย

            เขาเคยบอกว่าเขาแตกต่างจากบุรุษที่มีสามภรรยาสี่อนุเหล่านั้น

            ทว่าความจริงน่ะหรือ?

            ระหว่างที่หมั้นหมายกับนางก็ทอดทิ้งนางเพื่อปกป้องสตรีอื่น

            ยามที่นางได้รับบาดเจ็บเขาโอบกอดสตรีอีกนางไว้ในอ้อมแขน

            นี่มันแตกต่างจากบุรุษอื่นอย่างไร?

            เดิมทีนางก็ไม่ใช่คนในยุคนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ยอมรับสามภรรยาสี่อนุไม่ได้

            นางที่ทะนงตนปานนั้น ย่อมไม่ให้ค่ากับการใช้ชีวิตอย่างมีกลอุบายแก่งแย่งความโปรดปรานกับสตรีนางอื่น

            ส่วนเรื่องความรู้สึก...

            ยอมขาดแคลนเสียดีกว่ามีของด้อยคุณภาพ!

            หากไม่ได้เป็นผู้เดียวที่ครอบครองนางไม่เอาเลยจะดีกว่า!

            เมื่อความเชื่อใจพังทลายก็ยากที่จะสร้างขึ้นอีก ยากเสียยิ่งกว่ายาก!

            ยามราตรี

            จันทร์เสี้ยวสีเงินถูกปกคลุมด้วยชั้นผ้าโปร่งสีขาวแสงจันทร์จางๆ มีหมอกเลือนราง ราวกับความฝันหรือภาพมายา

            “เรื่องที่ให้เจ้าไปถามเมื่อบ่ายเรียบร้อยหรือยัง?”

            น้ำเสียงอันแผ่วเบานั้นเย็นเยียบเสียยิ่งกว่าแสงจันทร์

            ไป๋เซี่ยเหอนอนคว่ำอยู่บนเตียงเรือนผมสีดำแผ่สยายบนหมอน อาภรณ์ร่นไปที่หลังเอว

            แผ่นหลังดูขาวสะอาดไร้ที่ติทว่ากลับมีรอยแผลเป็นจากกระดูกสะบักยาวไปถึงเอว

            แม้ว่าบาดแผลจะสมานได้ห้าถึงหกส่วนแล้วทว่ารอยแผลเป็นกลับยิ่งดูน่าสะพรึงกลัว

            “คุณหนูรู้สึกอย่างไรบ้าง?บาดแผลของท่านหายเร็วผิดปกติอยู่นะเจ้าคะ”

            บาดแผลที่ลึกจนเห็นกระดูกเช่นนี้เพิ่งผ่านไปไม่เท่าไรก็สมานไปกว่าครึ่งแล้ว

            ไป๋เซี่ยเหอใจเต้นโครมครามนางรู้ดีว่าเป็นเพราะตนเองมีตัวตนของจิ้งจอกหิมะ จึงทำให้บาดแผลหายเร็ว

            เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าจะถูกฝูเอ๋อร์ค้นพบเข้า

            “เจ้าไม่อยากให้บาดแผลของข้าหายเร็วหรือ?”

            ฝูเอ๋อร์ส่ายหน้าราวกับเขย่าปัวลั่งกู่[1] “จะเป็นไปได้อย่างไรเจ้าคะ? บ่าวกลับหวังให้บาดแผลนี้อยู่บนตัวบ่าวมากกว่า บ่าวไม่อยากให้คุณหนูทุกข์ทรมานเช่นนี้เจ้าค่ะ”

            ฝูเอ๋อร์ใส่ยาอย่างเบามือแม้ว่าหมอหลวงฉินจะบอกว่านี่คือยาขี้ผึ้งที่ทำให้รอยแผลจางลงได้ทว่าไม่อาจทำให้เป็นเหมือนเดิมอย่างสมบูรณ์

            น้ำตาอุ่นๆ หยดหนึ่งหยดลงบนแผ่นหลังทั้งร้อนทั้งคัน

            ไป๋เซี่ยเหอลอบถอนหายใจฝูเอ๋อร์ของนางขี้แยจริงๆ เลย

            “ฝูเอ๋อร์อย่าให้น้ำมูกหยดลงบนหลังข้านะ”

            “คิก”

            ฝูเอ๋อร์ทนไม่ไหว น้ำตายังคลอหน่วยแทบจะพ่นน้ำลายออกมา

            ใบหน้าของนางแดงก่ำทันทีทั้งอับอายทั้งโมโห “คุณหนูน่ารังเกียจจริงๆ บ่าวไม่ได้น้ำมูกไหลนะเจ้าคะ!”

            ------------------------

            [1] ปัวลั่งกู่หมายถึง เครื่องดนตรีหรือของเล่นพื้นบ้านชนิดหนึ่ง

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน