คืนฝนตกกระหน่ำ ฟ้าแลบ ฟ้าร้องครืนครั่น
หลันซิ่วจูสะดุ้งใตื่นแสงจากฟ้าผ่านบานหน้าต่างกรุกระดาษเข้ามาในห้องเงาวอมแวมของต้นไม้ภายนอกห้องและเสียงเสียดสีของกิ่งไม้ด้วยแรงลมทำให้เด็กหญิงจินตนาการเตลิดไปไกล
‘ท่านพ่อ’ เด็กหญิงร้องเรียกหวังว่าเสียงฟ้าร้องจะฉุดดึงบิดามายืนอยู่หน้าประตูแล้วนางกอดตุ๊กตาตัวโปรดไว้แนบอกพลางลุกนั่งอยู่บนเตียงม่านเตียงปักช่อดอกหยางสีเหลืองพลิ้วไหวไปมา นางรีบมุดตัวเข้าไปในผ้าห่มเสียงดังซู่ๆของน้ำฝนกระทบกระเื้ัคากลบเสียงเรียกหาบิดาที่เพิ่งเปล่งออกไปอีกครั้ง
หลันิที่คร่ำเคร่งและเหนื่อยล้ากับการคิดค้นตัวยาสำหรับห้ามเืเพื่อใช้ในการผ่าตัดมาั้แ่บ่ายนั้นเผลอฟุบหลับอยู่บนโต๊ะในห้องปรุงยาไปพักหนึ่งแล้ว
เพราะเฝ้ารอบิดามาหาไม่ไหว หลันซิ่วจูจึงลุกลงจากเตียงตั้งใจจะไปนอนห้องบิดา นางยังกอดตุ๊กตาไว้แน่นระหว่างเปิดประตูห้องแล้วเดินฝ่าละอองฝนที่ปลิวเข้ามาเพราะแรงลมแต่ละก้าวนั้นช่างเนิ่นนาน รู้สึกเหมือนทางไปห้องบิดาเพิ่มระยะห่างไกลยากไปถึง
แต่เมื่อเด็กหญิงมาถึงกลับพบความว่างเปล่า ไร้เงาของผู้เป็ที่พึ่งพิงยามนางหวาดหวั่นต่อภยันตรายทั้งปวงห้องของบิดาแลดูคร่ำเคร่งมืดทึบเกินไปสำหรับเด็กตัวเล็กๆเช่นนางจะอยู่คนเดียวในยามนี้ หลันซิ่วจูก้าวถอยหลัง ทันใดนั้นเองฟ้าก็แลบแปลบตามมาด้วยเสียงดังเปรี้ยงจนแผ่นดินใต้เท้าะเื แม้จะห่างไกล แต่ลำแสงที่ผ่านทางหางตาก็เพียงพอทำให้เด็กหญิงสะดุ้งวาบเข้าไปในหัวใจนางตัวสั่นสะท้านกัดฟันก้าวขาออกวิ่ง
เสียงกรีดร้องเล็กๆ ทำให้เถียนเยวี่ยรู้สึกตัวก่อนใครเขาลุกจากเตียงคว้าเสื้อคลุมมาสวมทับแล้วถลันมาเปิดประตูห้องแสงจากฟ้ากระทบร่างเล็กในชุดนอนสีขาว
‘ท่านอาเถียน!’ นางวิ่งเร็วรี่ในอ้อมกอดมีตุ๊กตาผ้าตรงมายังเขาน้ำตานองอาบหน้า ร่างอ้วนกลมที่วิ่งมาแนบชิดทำให้เถียนเยวี่ยแตะบ่านางเพื่อปลอบประโลม
‘เสี่ยวจูกลัว’ เด็กหญิงสะอื้นไห้กอดเอวเขาแน่น ‘ท่านพ่อไม่อยู่ในห้อง เสี่ยวจูจะหาท่านพ่อ’
ร่างเล็กกว่ามากยังเกาะเขาแน่น สายฝนกระหน่ำตกลงมาละอองน้ำกระเซ็นสาดเข้าใต้ชายคาของระเบียงอ่างบัวเล็กหน้าห้องกำลังถูกเติมจนล้นด้วยหยาดน้ำจากฟ้า
ฟ้าร้อง และทำท่าจะผ่าลงมาในอีกไม่ช้า เด็กหญิงยังร้องไห้โฮ สองมือเกาะเกี่ยวร่างกายเถียนเยวี่ยแน่นกว่าเดิม
ฝ่ามือใหญ่ตั้งท่าจะลูบเรือนผมนาง แต่กลับเปลี่ยนใจลดมือลง พลางเอ่ย
‘ไยต้องร้องไห้’
หลันซิ่วจูเงยหน้าขึ้น ปาดน้ำตา คลายวงแขนเล็กน้อย กล่าวตอบกลับมา
‘ก็เสี่ยวจูกลัว ตามหาท่านพ่อไม่เจอ’
‘คงจะอยู่ห้องยากระมัง’ หมอบ้าคลั่งวิชาเช่นหลันิดึกดื่นยามวิกาลไม่อยู่ห้องนอน ก็คงจะอยู่ที่ห้องปรุงยาเท่านั้น เถียนเยวี่ยจะพาเด็กหญิงเดินแต่นางไม่ขยับเท้าสักก้าว
‘เสี่ยวจูเดินไม่ไหวแล้ว’ หลันซิ่วจูกระตุกชายแขนเสื้อของเขา
ไม่เดิน...
ถ้าไม่ติดเกรงนางจะตากฝนจนป่วยไข้ไปเสียก่อน เขาไม่มีวันทำอย่างนี้แน่
เ้าเด็กเอาแต่ใจเอ๊ย!
เ้าของร่างสูงก้มตัวลงแล้วอุ้มเด็กหญิงตัวอวบอ้วนไว้แนบอก
หลันซิ่วจูซุกตุ๊กตาตัวเล็กไว้ระหว่างแผ่นอกกว้างใหญ่ของท่านอาเถียนและตัวนางพร้อมกับเอ่ยคำ ‘ไม่ต้องกลัวแล้วนะเสี่ยวเถา เสี่ยวจูจะปกป้องเสี่ยวเถาเอง’
เด็กหนอเด็ก ปลอบใจตุ๊กตาอย่างนั้นหรือ ตัวเองยังร้องไห้ฮือๆอยู่เลย...เขาคิดอย่างขบขัน
เมื่อเสี่ยวจูจัดแจงให้ตุ๊กตารักอยู่ในที่ทางซึ่งนางคิดว่าปลอดภัยแล้วก็คล้องวงแขนกอดรอบคอของเถียนเยวี่ยเด็กหนุ่มอายุสิบหกที่น้อยนักจะให้ใครอื่นแนบอิงถึงเนื้อถึงตัวนิ่งงันไปชั่วครู่เด็กหญิงซุกหน้าลงกับซอกคอเขา
‘พาเสี่ยวจูไปหาท่านพ่อนะเ้าคะ’
เมื่อเป็คำสั่งของนายหญิงตัวน้อย มีหรือเขาจะใจร้ายขัดนางได้เถียนเยวี่ยจึงรีบก้าวเท้าเดิน ส่งนางถึงอ้อมกอดบิดาได้เร็วเท่าไร สถานะ พี่เลี้ยงเด็กของเขาก็หลุดจากมือเร็วเท่านั้นจะว่าไปนอกจากเวลาที่ก้าวขาออกจากบ้านสกุลหลันอย่างอิสระแล้วนอกนั้นเขาก็จำต้องกลายเป็เพื่อนเล่นของนางทันทีที่พบหน้า
หากเห็นเขานั่งอยู่กับบิดาของนางที่วุ่นวายเื่ยาไม่หยุดเด็กหญิงจะเล็งสายตามองเขาในระยะไกล ก่อนวิ่งตึกๆ เข้ามาหาตวัดสายตามองก่อนขยับตัวขึ้นนั่งบนตักเขาอย่างเป็เื่ที่คุ้นชิน หรือหากเด็กหญิงลงจากตักเขาเสี่ยวเถาก็เปลี่ยนมานอนบนตักของเขาแทนที่บ้านสกุลหลันคนรุ่นหนุ่มเช่นเขากลายเป็เพื่อนเล่นของเด็กหญิงวัยห้าขวบเศษอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ