ตอนที่23 หนังสือเสร็จแล้ว
หลางหลินกลับมาถึงบ้าน เช่นเคยกลิ่นอาหารลอยมาเตะจมูก แต่ไม่รู้ว่าทำไมเขารู้สึกว่ากลินนี้เหม็นมาก และเขารู้สึกว่าไม่มีอะไรหอมไปกว่ากลิ่นของมนุษย์...ที่ตายไปอีกแล้ว ตอนนี้ดวงตาของเขาคล้ำราวกับหมีแพนด้า เมื่อวานมันทำให้เขาอกสั่นขวัญหายกินไม่ได้นอนไม่หลับ เเละมักจะฝันเห็นซายะกินไส้และเขาก็นั่งกินกับเธอ แต่ถึงจะเปฺ็นอย่างนั้น เขาก็ไม่ลืมที่จะฝึกเทคนิคการหายใจในน้ำ มันพอจะช่วยให้เขารู้สึกดีขึ้นมาบ้างเมื่อฝึกมัน
"จางเปา ทำอาหารแต่เช้าเร็วดีจริงๆ" จางเปาตื่นเช้าไวจริงๆ เจ้าร่างยักษ์นี่ไม่ใช่ตื่นมาออกกำลังกายหรือว่าอะไรนะ แต่ตื่นมาเพื่อทำอาหาร ดูเหมือนหากต้องอดอาหาร จางเปาจะตายอย่างแน่นอนเพราะทนหิวไม่ไหว
อาหารมีอยู่บนโต๊ะ 8 จาน มีซุปกระดูก เห็ดหมูตุ๋น น้ำซุปกระดูกไก่...
มิ้ว! กระต่ายน้อยทานอาหารอย่างร่าเริง อาหารที่กินอยู่ตอนนี้ล้วนอร่อยกว่าที่หลางหลินทำเยอะ
กระต่ายน้อยรู้สึกชื่นชมจางเปาในฝีมือทำอาหาร
หลางหลินไม่ได้ทานอาหารเขาเดินกลับเข้าห้องเลย เมื่อเขาเห็นอาหารเหล่านั้น มันทำให้เขานึกถึงซายะและก็มักจะเห็นเธอกำลังยิ้มให้เขา มันทำให้เขาเครียดและรู้สึกบ้า หลางหลินหยิบแล็ปท็อปขึ้นมาเปิดเพลงฟังเพื่อผ่อนคลาย
อีบุ๊คของเขายังคงขายดีเหมือนเดิม เขาไม่ต้องทำอะไรเพียงแค่นอนเฉยๆ ก็มีเงินใช้แล้ว
ไม่รู้ว่าเพราะอากาศมันดีหรือว่าอะไร ทำให้เขาหลับถึงเที่ยง จนจางเปามาปลุกไปกินอาหารและบอกว่ามีพัสดุมาส่ง
"พัสดุมาส่งแล้ว? ฉันเพิ่งสั่งไปเมื่อไม่กี่วันเอง การทำงานของพวกเขารวดเร็วดีจริงๆ" หลางหลินมองไปยังกล่องพัสดุ มันส่งมาตอนที่เขาหลับ กล่องและซองกันกระแทกเทปกาว กระดาษและปริ๊นเตอร์ถูกส่งมาพร้อมกันในวันเดียว
"เปา หลังจากที่กินข้าวเที่ยงเสร็จนายมาช่วยฉันแปะเทปกาวลงบนกล่องพัสดุด้วยนะ" หลางหลินไม่ต้องรอให้หนังสือทำมือเสร็จ เขาสามารถแปะชื่อที่อยู่ของลูกค้ารอได้เลย พอหนังสือเสร็จเขาก็แค่ห่อซองกันกระแทกและปิดกล่อง
เท่านี้ก็จะไม่วุ่นวายในภายหลัง การทำอะไรให้เสร็จตั้งแต่เนิ่นๆ ล้วนเป็นสิ่งที่ดีของนักธุรกิจ
"ได้ครับบอส แล้วบอสไม่กินเหรอ?" จางเปาถาม
"ขอข้าวต้มให้ฉันก็แล้วกัน ช่วงนี้ฉันงดเนื้อสัตว์" ถึงแม้ว่าเขาจะรู้สึกคลื่นไส้เมื่อเห็นเนื้อ แต่หลางหลินก็ต้องทำงาน และเขาก็อดข้าวมาตั้งแต่เมื่อวานแล้วจึงรู้สึกหิวหน่อยๆ การกินข้าวต้มอุ่นๆ ก็ช่วยในเรื่องความหิวได้ระดับหนึ่ง
การกินของพวกเขาจบลงอย่างรวดเร็วเพราะจางเปา
ช่วงบ่าย หลางหลินเชื่อมต่อปริ๊นเตอร์และเริ่มพิมพ์รายชื่อที่อยู่ของลูกค้า 500 คน
กระดาษ A4 จัดเรียงหน้ากระดาษเป็นช่องสี่เหลี่ยม 6 ช่อง และใส่ชื่อที่อยู่ลงไป เท่านี้เวลาเขาจะเอาเทปกาวแปะทับก็แค่ตัดตามรอยปะ และมันก็เป็นการประหยัดเวลาอย่างมาก
หลางหลินรับหน้าที่พิมพ์ชื่อที่อยู่ ส่วนจางเปาเป็นคนตัดชื่อที่อยู่ของแต่ละคน
หลางหลินยังไม่รีบแปะชื่อที่อยู่ลงบนกล่อง เพราะมันจะเป็นอะไรที่เสียเวลาเป็นอย่างมากหากตัดกระดาษและแปะมันลงไปทีละกล่อง เขาเลือกที่จะพิมพ์ชื่อและตัดให้เสร็จก่อนจะแปะลงไปในครั้งเดียว
แบบนี้จะไม่เสียเวลาและดูเป็นระบบงานมากกว่า
จางเปาตัดกระดาษอย่างชำนาญ เหมือนกับมีดทำครัวของเขาที่หั่นลงมายังเนื้อ ไม่มีร่องรอยตำหนิแม้แต่น้อยนิด
หลางหลินซื้อหมึกมาเป็นจำนวนมาก เขาไม่กังวลเลยว่ามันจะหมดเพราะพิมพ์ชื่อของคน 500 คน
กว่าพวกเขาทั้ง 2 จะทำเสร็จ ก็ปาไปถึงช่วงเย็น ส่วนกระต่ายน้อยน่ะเหรอ มันเดินมาดูเพราะเห็นพวกเขานั่งตัดกระดาษแปลกๆ แต่สักพักมันก็เลิกสนใจ ในใจกระต่ายน้อยคิด "เจ้าพวกมนุษย์หน้าโง่ เล่นกับกระดาษโง่ๆ นั่น มันสนุกตรงไหนกัน? กระต่ายน้อยไม่เข้าใจเลย" ว่าแล้วกระต่ายน้องก็เชิดหน้า ก่อนจะเดินเท้าคางออกไป
หลางหลินคิดว่า เจ้าตัวนี้นับวันมันยิ่งเรียนรู้ท่าทางของคนได้รวดเร็ว แม้แต่ท่าทางเย่อหยิ่งมันก็แสดงออกมาได้เหมือนมนุษย์
"เท่านี้ก็เสร็จแล้วนะครับบอส?" จางเปายิ้ม กระดาษตรงหน้าถูกกองเป็นชั้นๆ เหมือนกับภูเขากองหนึ่ง
"ยัง! หลังจากนี้ก็ต้องแปะมันลงไปที่กล่อง และใช้เทปกาวปิดทับมันอีกที"
"เอ๋!...แต่ตอนนี้เย็นเเล้วนะครับ จางเปารู้สึกหิวแล้ว ไปทำอาหารมากินก่อนไม่ดีกว่าหรือครับบอส?" จางเปาเอามือลูบท้องพร้อมกับแสดงสีหน้าน่าสงสาร
"เหอะ!" หลางหลินแสยะยิ้ม "ตัวของนายก็ใหญ่แต่นี่กลับเหนื่อยแล้ว? แต่ก็ดีเหมือนกันฉันเองก็รู้สึกหิวแล้วเหมือนกัน"
หลางหลินไม่ใช่คนนั่งตัดกระดาษ เขาแค่นั่งพิมพ์งานเท่านั้น จริงๆ แล้วก็ไม่ได้เหนื่อยอะไรหรอก แต่เมื่อถึงเวลาอาหารก็ต้องหยุดกิน
จางเปารีบไปเตรียมอาหารในทันที หลางหลินส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้ เขาเปิดเพลงในอินเตอร์เน็ตขึ้นมาฟัง
เพลงที่เขาฟังเกี่ยวกับความรักของชายหนุ่มที่ต้องจาก คนร้องคือนักร้องหน้าใหม่ที่เพิ่งเปิดตัว เมิ่งหยูเซี้ย!
เพลงของเธอจริงๆ มันก็ไม่ได้โดดเด่นอะไร แต่น้ำเสียงของเธอที่เป็นเอกลักษณ์ทำให้เพลงนี้เข้าไปอยู่ในใจของใครหลายคน
เธอมีอายุแค่ 18 ปีเท่านััน แต่นี่ก็นับว่าเป็นความสำเร็จในก้าวแรกของนักร้องอาชีพ ใบหน้าของเธอนับว่าสวย ออกแนวน่าเอ็นดูและต้องการให้ผู้ชายมาปกป้อง และด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้แฟนคลับส่วนมากเป็นผู้ชายวัยทำงานที่ไม่มีแฟน
หลางหลินไม่ได้ชอบใบหน้าของเธอ สิ่งที่เขาชอบคือน้ำเสียงเท่านั้น ตอนนี้เขาก้าวเดินอยู่ในเส้นทางใหม่ หากเปลี่ยนเป็นเมื่อก่อนเขาอาจจะคลั่งเธอเหมือนกับคนอื่นก็ได้
เวลาผ่านมาอย่างรวดเร็ว ช่วงดึกจางเปาก็แปะเทปกาวบนกล่องจนเสร็จ ส่วนหลางหลินแค่นอนฟังเพลง เขาไม่มีเหตุผลเลยที่จะต้องเข้าไปช่วยจางเปา
จางเปากินอาหารตั้งมากมายและยังไม่ได้ทำงาน อีกทั้งการทำงานในวันนี้ก็เป็นเรื่องง่ายๆ ไม่ได้ยากเย็นอะไรเลย แล้วทำไมเขาที่เป็นบอสจะต้องช่วย?
หลางหลินลูบแหวนบนนิ้วมือ ดวงตาสีแดงฉานของหัวกระโหลกไม่มีแสง นั่นแสดงให้เห็นว่า มันต้องรวบรวมพลัง 3 วันในการเปิดมิติหนึ่งครั้ง และจากการที่เขาสังเกต ถึงแม้ว่ามันจะเลยสามวันดวงตามันก็ยังคงเป็นสีแดง นั่นหมายความว่าไม่จำเป็นต้องเปิดมิติในระยะเวลา 3 วันเสมอไป เราสามารถที่จะเปิดมิติเมื่อไรก็ได้ ตราบเท่าที่ครบกำหนดสามวันแล้ว
มันไม่ได้แปลกจากที่เขาคิดไว้
หลางหลินตั้งแต่วันนั้นที่ได้เทคนิคการหายใจในน้ำ เขาก็รู้สึกร่างกายเต็มไปด้วยพลังงาน แต่มันก็ไร้ค่าเมื่อขายังพิการ เขาเหมือนกับตัวตลกไม่ต่างจากเมื่อก่อนนัก และการเผชิญหน้ากับซายะมันก็ทำให้เขากลัว..... และมันก็ทำให้เขาไม่กล้าที่จะเปิดมันอีกในเร็วๆ นี้ ต้องรู้ก่อนนะว่าหลางหลินอ่อนแออยู่ หากไปเจออะไรที่อันตรายอย่างครั้งล่าสุด เขาก็ไม่รู้ว่าจะสามารถมีชีวิตรอดมาได้มั้ย
ประตูมิติไม่ได้เปิดให้ออกเมื่อไรก็ได้เหมือนกับตอนเปิดเข้าไป มันค่อนข้างจะอันตราย หากเขาเลือกที่จะออกมาเมื่อไรก็ได้ นั่นจะปลอดภัยกว่า
หลายวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว อู๋ซีเฉินเป็นคนขับรถมาส่งหนังสือถึงที่บ้านด้วยตัวเอง หลางหลินรู้สึกขอบคุณ "ขอบคุณมากครับลุงอู๋ที่อุตส่าห์เอาหนังสือมาส่ง"
"ฮ่าฮ่า ไม่เป็นไรไม่เป็นไร เราก็เหมือนลุงกับหลานแค่นี้เรื่องเล็กๆ"
"ถ้าหากผมจะสั่งอีกห้าร้อยเล่ม ระยะเวลาเหมือนเดิมคุณลุงจะทำมันทันอีกหรือเปล่าครับ?"
อะไรนะ? จะสั่งอีก 500 เล่มงั้นเหรอ อู๋ซีเฉินรู้สึกดีใจ เขาจับมือหลางหลินด้วยรอยยิ้ม "แน่นอนว่าทันทำแน่"
"เยี่ยม" หลางหลินหยิบเงินส่งให้อู๋ซีเฉิน "เงินนี้สำหรับห้าร้อยเล่มที่ลุงต้องไปจัดการภายในอาทิตย์นี้........หลังจากผ่านเดือนนี้ไปแล้ว ผมจะไม่สั่งหนังสือห้าร้อยเล่มอีก!"
"หา!....ทำไมล่ะ? หรือว่าหนังสือที่ลุงพิมพ์มันไม่ดีพอ หรือส่งล่าช้าเกินไป?" อู๋ซีเฉินรู้สึกกังวล เงินที่สั่ง 500 เล่มก็ไม่ใช่น้อยๆ และตอนนี้ก็ได้มาอีก 500 เล่ม มันเป็นเงินจำนวนมาก หากหลางหลินเลิกสั่งเขาเพราะทำช้าเกินไปแล้วไปที่โรงพิมพ์อื่นนั่นก็แย่มาก
หลางหลิบหยิบหนังสือขึ้นมาดู ตัวหนังสือเหมือนกับพิมพ์จากสำนักพิมพ์มีชื่อเสียง ด้วยสีและรูปลักษณ์ที่ถูกออกแบบมาจากต่างมิติ มันจะออกมาห่วยได้ยังไง?
"เปล่า...ที่ผมอยากจะบอกก็คือ ผมจะเพิ่มจำนวนจากห้าร้อยเล่มเป็นสามพันเล่มต่อเดือน!" หลางหลินมองหน้าอู๋ซีเฉินที่ตอนนี้กำลังตกตะลึงอยู่
"สามพันเล่มจริงๆ?"
"คุณลุงฟังไม่ผิดหรอก จำนวนหนังสือที่ลูกค้าต้องการมีจำนวนมาก หากผมไม่ได้รู้จักกับลุงผมก็คงไปสั่งที่โรงพิมพ์ใหญ่ไปแล้ว! และเมื่อจำนวนหนังสือที่มากขึ้นค่าพิมพ์เองก็ต้อง....ถูกลงด้วย!" หลางหลินจงใจเน้นคำถูกลงด้วย
"ถึงแม้โรงพิมพ์ของลุงจะเล็กแต่อาหลินเธอก็น่าจะรู้นี่ ว่าโรงพิมพ์ของลุงมีประสิทธิภาพมากขนาดไหน?" อู๋ซีเฉินต้องทำให้แน่ใจว่า หลางหลินจะยังพิมพ์กับโรงพิมพ์ของเขา เขาจึงต้องกัดฟัน "ค่าพิมพ์จะลดหลงเหลือสิบหกหยวนต่อเล่ม! ลุงลดได้เท่านี้จริงๆ หากลดมากกว่านี้แล้ว ลุงก็จะไม่ได้อะไรเลย"
16 หยวน....ก็เป็นราคาที่รับได้ หากราคามันถูกกดลงกว่านี้ล่ะก็ อู๋ซีเฉินก็จะไม่ได้อะไรเลย เขาจะต้องจ่ายค่ากระดาษ หมึก และค่าพนักงานไหนจะค่าไฟอื่นๆ หลางหลินรู้เรื่องนี้ดีจึงตอบ " ตกลงครับ ราคาสิบหกหยวนต่อเล่ม ในหนึ่งเดือนก็มีประมาณสี่อาทิตย์ ทุกอาทิตย์ลุงจะต้องส่งหนังสือให้ผมเจ็ดร้อยห้าสิบเล่ม..โอเคมั้ยครับ!"
750 เล่มเป็นจำนวนมากทีเดียวที่เขาจะทำทัน ต้องรู้นะว่าโรงพิมพ์อู๋ซีเฉินเป็นแค่โรงพิมพ์เล็กๆ และพนักงานก็ไม่ค่อยมี แต่เมื่อนึกถึงจำนวนเงินเขาจึงตอบตกลง
เมื่อคุยกับอู๋ซีเฉินเกี่ยวกับรายละเอียดต่างๆ เขาก็โบกมือลาอู๋ซีเฉิน จากนั้นก็เปิดแล็ปท็อปเข้ามาที่เวย์ปั๋วด้วยรอยยิ้ม