ั้แ่เมื่อไรแล้วน่ะที่ฉันไม่ได้ยินเสียงของท่านแม่แล้วก็เสียงของเธอคนนั้นอีก... ั้แ่ทุกอย่างเริ่มหนาวเย็นขึ้นกว่าเดิม... เสียงของทุกคนก็ค่อยๆ จางหายไปจนเหลือแค่ฉันคนเดียว ตอนนี้ฉันมีแค่ความเ็ปจากความเย็นนี่ล่ะที่อยู่เป็เพื่อนฉัน
'ค-ใครก็ได้... ช่วยทำให้มันจบที ขอร้องล่ะ... ท-ท่านแม่ ห-หรือเธอก็ได้ ตอบฉันที ขอร้องล่ะ... ฉันไม่อยากทรมานแบบนี้ต่อไปอีกแล้ว!'
เสียงของฉันสั่นเครือ ฉันพยายามเปล่งคำพูดออกไปแต่ไม่มีใครตอบกลับ ฉันอยากจะร้องไห้... แต่ก็ยังทำไม่ได้เลย ช่างน่าสมเพชจริงๆ
เวลาได้ไหลเวียนผ่านไปเรื่อยๆ พร้อมกับความเ็ปที่ไหลเข้ามาอย่างไม่หยุดจนประสาทััของฉันในตอนนี้แทบจะไม่สามารถรับรู้ความเ็ปได้แล้ว ผ่านไปนานแค่ไหนกันแล้วนะที่ฉันต้องอยู่คนเดียวแบบนี้...
วัน เดือน ปี...
ไม่สิ มันมีความหมายด้วยเหรอ...? สุดท้ายแล้ว แม้แต่การหลับตานอนฉันก็ยังทำไม่ได้เลย ฉันคงไม่ต้องคาดหวังอะไรกับชีวิตตัวเองแล้วล่ะ...
เอะ?
ไม่รู้ว่าั้แ่เมื่อไร... รอบๆ ตัวฉันเริ่มสว่างขึ้น ฉันเริ่มมองเห็นอะไรบางอย่าง... เงาจางๆ ที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน
มีหินรอบตัวฉันเต็มไปหมด หินเหล่านี้มีโซ่ตรวนโยงไปมาตามผนังหินที่ขรุขระ
ดูเหมือนจะเป็ถ้ำสินะ...?
ตามพื้นเหมือนจะมีผลึกแก้วสีฟ้าส่องแสงสว่างอยู่เต็มไปหมด รู้สึกว่าถ้ารูปทรงแปลกๆ แบบนี้จะถูกเรียกว่าคริสตัลมากกว่า ช่างเป็สถานที่ที่ดูแปลกประหลาดอะไรขนาดนี้ นั่นก็แค่ข้อสรุปที่ฉันคิดขึ้นมาได้ละนะ ถ้าอิงจากคำพูดที่ฉันเคยได้ยินมา แต่ว่านี่ถือเป็อะไรที่แปลกใหม่มากที่ฉันได้มองเห็นอะไรบางอย่างที่ไม่ใช่ความมืดมิด
ตึก... ตึก... ตึก...
เสียงบางอย่างดังสะท้อนก้องไปทั่วถ้ำที่ฉันอยู่
ตึก! ตึก! ตึก!
เสียงมันเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ ... หรือว่า—มันกำลังเข้าใกล้!
ฉันเริ่มรู้สึกร้อนขึ้น—ความตื่นเต้นเอ่อล้นออกมา แค่คิดว่าฉันจะได้เห็นอะไรบางอย่างเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา ใจฉันก็เต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ
"แฮก... แฮก...!"
เสียงหอบหายใจดังขึ้นออกมาปลายทางข้างหน้าฉัน ก่อนจะตามมาด้วยเสียงพูด
“ไม่มีทางเลือกแล้วนอกจากจะต้องเข้าไปหลบข้างในแล้วสินะ...”
เป็เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น เป็เสียงที่ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อน ไม่ใช่เสียงของท่านแม่... หรือเธอคนนั้น ใจของฉันเต้นแรงไม่หยุดจากเหตุการณ์แปลกใหม่ข้างหน้าฉัน
อ่า—ตื่นเต้นจังเลย
ไม่นานหลังจากนั้นฉันก็เห็นเ้าของเสียงที่วิ่งเข้ามาในถ้ำที่ฉันอยู่
"คริสตัลในถ้ำนี้สูงพอจะใช้เป็แท่นเหยียบได้ หวังว่าจะได้ผลนะ..."
เ้าของเสียงนั้นเป็ผู้หญิงคนหนึ่ง เธอมีหูสัตว์อยู่บนหัวพร้อมกับเส้นผมสีดำยาวของเธอ และหางที่ยื่นออกมาจากด้านหลังซึ่งแกว่งไหวตามการเคลื่อนไหวในแต่ละก้าวของเธอ
ดูเหมือนเธอจะเป็... เผ่าอีเรียสิน่ะ
ท่านแม่เคยเล่าให้ฟังว่าเผ่าอีเรียจริงๆ แล้วเป็ชื่อเรียกรวมๆ ของเผ่าพันธุ์ต่างๆ ที่มีรูปร่างเหมือนสัตว์ไม่ว่าจะมากน้อยแค่ไหนก็ตาม ดูเหมือนเธอคนนี้จะเป็หนึ่งใน อีเรีย ที่ว่านั้นด้วย
กรรร...
มีเสียงอะไรบางอย่างดังขึ้นจากทางข้างหน้า บริเวณที่เธอคนนี้เดินผ่านเข้ามา
"มาแล้วสิน่ะ..."
ทันใดนั้นบางอย่างก้าวขาเข้ามาในความถํ้า ดูเหมือนมันจะเป็สัตว์สี่ขา มีขนปกคลุมทั่วลำตัวและตัวค่อนข้างใหญ่เลยทีเดียว ใบหน้าของมันยืดยาวเป็ทรงกรวยที่ดูแปลกประหลาด ทันทีที่มันเห็นเธอ ปากของมันฉีกออกจากตรงกลางก่อนจะแยกออกเป็สี่แฉกราวกับกลีบดอกไม้ที่กำลังบาน แต่ภายในกลับเต็มไปด้วยเขี้ยวอันแหลมคมและลิ้นที่กระตุกไปมา
โฮกกก!
เสียงคำรามของมันดังก้องสะท้อนทั่วทั้งถ้ำ แรงสั่นะเืของเสียงทำให้หินรอบตัวสั่นไหวเล็กน้อย แม้ว่าเธอจะพึ่งเห็นสัตว์ตัวนั้นแต่เธอกลับตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว เธอหันขวับไปหามันรีบคว้าธนูขึ้นมาง้างสายแล้วยิงออกไปโดยไม่ลังเล ลูกศรถูกปล่อยออกไปพุ่งตรงไปยังใบหน้าของสัตว์ร้ายอย่างแม่นยำ มันกระเด็นไปตามแรงกระแทกของลูกศรก่อนจะล้มลงแน่นิ่ง ถูกปลิดชีพเพียงลูกศรนัดเดียว
ทันใดนั้นเองสัตว์ประหลาดสี่ขาแบบเดียวกันก็โถมเข้ามาในถ้ำอีกหลายตัว! เธออาศัยจังหวะที่พวกมันกำลังกรูกันเข้ามา ะโขึ้นไปบนคริสตัลก่อนจะยิงลูกศรใส่พวกมันอย่างต่อเนื่อง ทุกนัดที่เธอยิงออกไปล้วนแม่นยำและพุ่งตรงไปยังใบหน้าของพวกมัน
เธอะโสลับไปยังแท่นคริสตัลอื่นทุกครั้งหลังยิงเสร็จ เพื่อไม่ให้พวกมันะโพุ่งใส่เธอได้ พวกมันถูกยิงล้มลงไปทีละตัวแต่กลับยังคงถาโถมเข้ามาไม่หยุด เธอจัดการไปแล้วมากกว่ายี่สิบตัว แต่ตอนนี้ลูกธนูของเธอหมดลงแล้ว
"แย่แล้ว!!!"
เธอพูดออกมาอย่างใ ก่อนจะรีบเก็บคันธนูของตัวเองแล้วชักมีดสั้นขึ้นมาแทน เธอยังต้องเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดพวกนี้อีกกว่าแปดตัว!
"อ๊ะ!!!"
ในตอนนั้นเอง เธอที่กำลังะโอยู่ได้ก้าวพลาดไป ทำให้เธอร่วงลงจากฐานคริสตัล ตกลงมายังพื้นที่อยู่ตรงหน้าฉัน
"ย-แย่แล้ว!"
เธอไม่มีที่ให้หลบอีกต่อไป พวกมันล้อมเธอจากด้านหน้า และตอนนี้เธอก็ตกอยู่ในสถานการณ์จนมุม
โฮกกก!
สัตว์ประหลาดตัวที่อยู่ใกล้เธอคำรามออกมาก่อนที่จะพุ่งเข้าใส่เธอ แต่เธอเคลื่อนที่ไปข้างๆ ก่อนที่จะใช้มีดของเธอแทงสวนกลับเข้าไปที่ส่วนหัวของมัน
โครมมม!
ร่างของมันพุ่งชนตรงหน้าฉัน ก่อนจะกระแทกเข้ากับกำแพงอะไรสักอย่าง
เปรี๊ยะ...!
มีรอยร้าวขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นตรงหน้าฉัน
แคร่กกก! เปรี๊ยะ!
รอยร้าวเริ่มขยายกว้างขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับเสียงแตกลั่นไปตามแนวรอยแตก ท่ามกลางรอยร้าวเ่าั้ มีบางสิ่งบางอย่างแทรกเข้ามา... กระแสลมพัดผ่านเข้ามากระทบตัวฉัน พร้อมกับกลิ่นคาวเื ของสัตว์ประหลาดที่พุ่งชน
ขณะที่ฉันกำลังตื่นเต้นกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า—เธอคนนั้นยังคงดิ้นรนสุดชีวิต พยายามหลบหลีกพวกสัตว์ประหลาดที่โถมเข้ามา
"บ้าจริง!"
มีดของเธอตกหายไปแล้วแต่พวกมันยังเหลืออยู่อีกสี่ตัวและคอยปิดทางไม่ให้เธอหนีออกไปได้ ตอนนี้เธอกำลังจนมุม... ทันใดนั้นเอง แสงสว่างก็ปกคลุมไปทั่วทั้งถ้ำ
กรรร...
"อ-อะไรอีกละเนี่ย!?"
เธออุทานออกมาอย่างใ ก่อนจะรีบหันไปมองต้นทางของแสงนั้น ขณะเดียวกันพวกฝูงสัตว์ประหลาดที่เคยไล่ล่าเธอก็หยุดชะงัก เลิกสนใจเธอ แล้วหันไปจ้องสิ่งที่กำลังเปล่งแสงสว่างจ้าแทน
รอบตัวถ้ำไม่ได้มืดสลัวอีกต่อไปแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างถูกปกคลุมไปด้วยแสงสว่างเจิดจ้า ลวดลายแปลกประหลาดปรากฏขึ้นบนผนังกำแพง และโซ่ตรวนที่โยงไปมาตามผนังหินในถ้ำก็ถูกเปิดเผยออกมาอย่างชัดเจน
จุดศูนย์กลางของแสงนั้นคือ ก้อนคริสตัลขนาดประมาณสามเมตร ที่ตั้งอยู่ตรงกลางห้อง—ก้อนเดียวกับที่สัตว์ประหลาดพุ่งชนเมื่อครู่ และที่จุดนั้นเองคือที่ที่ฉันอยู่ในตอนนี้...
การมองเห็นของฉันเริ่มพร่ามัวจากแสงที่ส่องประกายออกมาจากจุดที่ฉันอยู่ ความเย็นที่ฉันเคยััได้ตามปกติเริ่มจางหายไป ความอบอุ่นเข้ามาแทนที่ตามอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง ขณะที่รอบๆ คริสตัลที่ฉันอยู่ถูกปกคลุมด้วยความหนาวเย็น บางจุดถึงกับมีน้ำแข็งเกาะหนา
ภายในถ้ำกำลังกลายเป็ถ้ำน้ำแข็งอย่างรวดเร็วตรงกันข้ามกับอากาศร้อนชื้นด้านนอกเพราะความแตกต่างของอุณหภูมิ ไอเย็นจึงเริ่มลอยตัวและบดบังการมองเห็นไปทั่วทั้งถ้ำ
"ห-หนาว!?"
ทุกลมหายใจของสาวอีเรียผมดำแปรเปลี่ยนเป็ไอเย็นที่ลอยคละคลุ้งออกมา ไม่ใช่แค่เธอเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ พวกฝูงสัตว์ประหลาดก็เช่นกัน พวกมันยืนสั่น ไม่กล้าขยับไปไหน
กร๊อบ! เพล้งงงง!
ก้อนคริสตัลที่ปกคลุมกลางห้องอยู่นั้นแตกกระจายไปทั่วพื้นถ้ำ ั์ตาทั้งหลายจับจ้องอยู่ที่สิ่งเดียว—เงาสีดำราง ๆ ที่ปรากฏขึ้นภายในหมอกควันที่ค่อยๆ จางลง ณ ใจกลางห้อง ร่างของบางสิ่งบางอย่างค่อยๆ ปรากฏขึ้นท่ามกลางสายตาของเหล่าผู้จ้องมองทั้งหลาย
ร่างนั้นเป็ของเด็กสาวผู้มีผิวขาวดั่งหิมะ ดวงตาเป็สีครามราวกับท้องฟ้าและเส้นผมยาวสยายเป็ประกายราวผืนน้ำสะท้อนแสง หูและหางที่ยาวและหนาฟูของเธอเปล่งประกายเฉดสีน้ำเงินเข้ม บ่งบอกว่าเธอคืออีเรียเผ่าหมาป่า
เธอปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางแสงคริสตัลที่ส่องประกายจ้า ไม่มีเสื้อผ้าใดปกปิดเนื้อหนังของเธอ มีเพียงสร้อยคอเส้นหนึ่งที่ห้อยอยู่ตรงลำคออันขาวผ่อง แสงสะท้อนจากคริสตัลสาดกระทบกับผิวซีดขาวของเธอผสานเข้ากับไอหมอกที่ค่อยๆ เคลื่อนตัวผ่านร่างทำให้เธอดูราวกับเป็หนึ่งเดียวกับความหนาวเย็นและความเงียบงันของถ้ำ
เธอยังคงยืนอยู่ที่เดิมไม่ได้ขยับไปไหนขณะทอดสายตามองไปรอบๆ ด้วยแววตาประหลาดใจราวกับว่าเธอไม่เคยเห็นสิ่งเหล่านี้มาก่อนเลย ฝูงสัตว์ประหลาดเริ่มหวาดระแวงหญิงสาวที่ปรากฏขึ้นมา
บัดนี้ อีเรียเผ่าหมาป่าผู้ถูกจองจำท่ามกลางคุกน้ำแข็ง ได้ตื่นขึ้นมาแล้ว...
ตอนนี้ฉันมองเห็นอะไรได้ไม่ชัดเลย ดวงตาพร่ามัวไปหมด
ฉันััได้ถึงสิ่งต่างๆ ที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน ทั้งสายลมที่กระทบผิวกายของฉัน กลิ่นมากมายที่ถาโถมเข้ามาฉัน ััขรุขระของพื้นข้างร่างกาย และเสียงรอบตัวที่แปลกใหม่... ไม่ใช่ความเงียบสงัดที่ฉันคุ้นเคยอีกต่อไป
การมองเห็นของฉันเริ่มดีขึ้น ภาพทุกอย่างตรงหน้าค่อยๆ ชัดเจนขึ้น ทุกอย่างยังคงเป็เช่นเดิมเหมือนกับสิ่งที่ฉันเห็นก่อนหน้านี้— ฝูงสัตว์ประหลาดสี่ขาหลายตัวที่อยู่ตรงหน้ากำลังจ้องมองมาที่ฉัน ข้างขวาของฉันถัดจากฝูงสัตว์ประหลาดมีอีเรียสาวผมดำคนนั้น... เธอกำลังจ้องมาที่ฉันเช่นกัน ฉันเริ่มรู้สึกว่านี่ไม่ใช่สถานการณ์ที่ดีเท่าไรนักแล้ว...
"ร-ระวัง!!"
เสียงะโดังขึ้นจากสาวอีเรียผมดำคนนั้น ฉันรีบหันไปมองข้างหน้า—หนึ่งในฝูงสัตว์ประหลาดกำลังก้าวเข้ามาหาฉัน ความกลัวเริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง กลัวว่าฉันจะสูญเสียอิสรภาพที่เพิ่งได้รับมาไป
"...!"
ฉันพยายามเปล่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากเธอคนนั้น แต่ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกจากลำคอเพราะฉันยังไม่คุ้นชินกับร่างกายนี้ ทำให้ไม่สามารถควบคุมมันได้เต็มที่ พอรู้สึกตัวอีกทีฉันก็เห็นมันกระโจนเข้ามาหาฉันอย่างรวดเร็วราวกับว่าฉันเป็เพียงเหยื่อที่ไม่สามารถต่อสู้กลับได้
ฉันรีบพยายามขยับขาเพื่อถอยออกจากจุดนี้แต่เพราะฉันยังควบคุมร่างกายนี้ไม่ได้ดีนัก ทันทีที่ยกขาขึ้นฉันก็สะดุดล้มลงด้านข้าง—และนั่นเองที่ทำให้ฉันรอดจากการตะครุบของมันได้อย่างหวุดหวิด
"เธอตรงนั้นน่ะ! รีบหนีไปเร็ว! เดี๋ยวฉันจะถ่วงเวลาให้! หนีไปซะ!!"
สาวอีเรียผมดำที่กำลังถูกฝูงสัตว์ประหลาดที่เหลืออยู่ล้อมไว้ ะโมาทางฉันด้วยน้ำเสียงที่สั่นคลอน
ฉันก็อยากจะตอบรับเธอแล้วรีบหนีไป... แต่ว่าฉันขยับไม่ไหว ร่างกายของฉันไร้เรี่ยวแรงที่จะขยับ สัตว์ประหลาดที่ตะครุบฉันพลาดไปก่อนหน้านี้ ตอนนี้มันตั้งตัวใหม่ได้แล้ว ฉันล้มนอนอยู่กับพื้นขยับไปไหนไม่ได้ นั่นทำให้รอบต่อไปที่มันจะโจมตีฉันไม่มีทางพลาดแน่
ฉันพยายามใช้มือตะกุยพื้นเพื่อคลานหนีแต่มันไม่เป็ผล มันกระโจนเข้ามาหาฉันอีกครั้ง ด้วยสายตาอาฆาตราวกับโกรธที่มันพลาดไปในรอบแรก
"ช—"
ฉันพยายามะโร้องขอความช่วยเหลือพร้อมกับยกมือทั้งสองขึ้นมาป้องกันตัวเองจากการโจมตี
'ขยับสิ... ฆ่าพวกมันซะ!'
ใน่ขณะนั้น เสียงหนึ่งดังขึ้นในหัวของฉัน—เสียงที่คุ้นเคย ราวกับเคยได้ยินมาก่อนหน้านี้นับครั้งไม่ถ้วน แม้ว่าจะเป็เพียงประโยคสั้นๆ แต่มันกลับกระตุ้นบางสิ่งในความทรงจำของฉัน แต่ว่า... ฉันกลับนึกไม่ออกว่านั่นเป็เสียงของใครกันแน่?
“อันตราย!”
เสียงของสาวอีเรียผมดำดังขึ้น ดึงสติฉันกลับมาสู่สถานการณ์ตรงหน้า—และในขณะที่มันกำลังจะถึงตัวฉัน... แสงสว่างสีฟ้าก็เปล่งประกายขึ้นรอบตัวฉันอีกครั้ง!
ฉันหลับตาและหันหน้าหลบแสงที่เกิดขึ้นมาใหม่
อะไรอีกล่ะ!
ฉันััได้ถึงบางสิ่ง... เหมือนมีพลังบางอย่างไหลออกจากร่างกายของฉัน แต่ฉันไม่กล้าลืมตาไปดูมันหรอก
...
......
หลายวินาทีผ่านไป... ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ฉันค่อยๆ ลืมตาขึ้นและหันกลับไปยังจุดที่สัตว์ประหลาดควรจะพุ่งใส่ฉัน ขณะค่อยๆ ลดมือที่เคยยกขึ้นมาป้องกันลง สิ่งที่ฉันเห็นทำให้ฉันใจนเผลอถอยหลังไปโดยไม่รู้ตัว ฉันเห็น... สัตว์ประหลาดตัวหนึ่งอยู่ตรงหน้าฉันในระยะประชิด แต่มันกลับแข็งทื่อ ไม่ขยับไปไหน มีก้อนคริสตัล... ไม่สิ ก้อนน้ำแข็งเกาะอยู่ทั่วร่างของมัน
ฉันหันไปมองทางสาวอีเรียผมดำและสิ่งที่ฉันเห็นคือฝูงสัตว์ประหลาดทั้งหมดถูกแช่แข็งในน้ำแข็งแบบเดียวกับตัวที่อยู่ตรงหน้าฉัน ดูเหมือนพวกมันทุกตัวจะตายลงแล้ว
สาวอีเรียผมดำดูใกับสิ่งที่เกิดขึ้นมาก อย่าบอกนะว่า... ฉันเป็คนทำเหรอ? ฉ-ฉัน... ฉันพึ่งฆ่าพวกมัน... ฉันรู้ว่ามันพยายามจะทำร้ายฉัน ต-แต่ฉันฆ่าพวกมันลงไปแล้ว...
มือของฉัน...
ฉันค่อยๆ ยกมือขึ้นมาตรงหน้าและจ้องมองมัน
มือคู่นี้... ทำเื่เมื่อกี้งั้นเหรอ?
มันไม่มีร่องรอยอะไรเลย ยังคงขาวสะอาด แต่ว่า... มันกลับสั่นไม่หยุด ฉันที่พึ่งจะได้ออกมาสู่โลกข้างนอกเป็ครั้งแรก... กลับได้ทำเื่ที่น่ากลัวลงไป
"ห-เห้! ธ-เธอเป็อะไรไหม!?"
เสียงของสาวอีเรียผมดำเรียกสติของฉันกลับมาจากความคิด เสียงเธอสั่นเล็กน้อยจากความกลัวเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา
"ไม่เป็ไรแล้วนะ เธอปลอดภัยแล้ว"
ฉันเงยหน้าขึ้นและเห็นว่าเธอค่อยๆ เดินเข้ามาหาฉันอย่างช้า ๆ
"..."
ฉันพยายามอ้าปากพูดอีกครั้ง แต่ผลลัพธ์ยังคงเหมือนเดิม... ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา
หยดน้ำไหลลงมาจากดวงตาของฉัน
นี่ฉัน... กำลังร้องไห้?
"เธอไม่เป็ไรแล้ว ไม่เป็ไรแล้วนะ"
เธอคนนั้นพูดซ้ำอีกครั้ง พยายามปลอบฉันที่เพิ่งผ่านเื่น่ากลัวเป็ครั้งแรกั้แ่ออกมาสู่โลกภายนอก
...และภาพที่ฉันเห็นก็ค่อยๆ ดับมืดลง