ตอนที่ 8 ลงโทษผู้ที่ปากไม่ดี
"เ้าคงจะริษยาข้าไม่น้อยที่แม่ข้าได้นั่งตำแหน่งฮูหยินแทนแม่ของเ้า แต่แม่ของเ้ากลับนอนในหลุม ตอนนั้นแม่เ้าก็ป่วยใกล้ตายแล้วแม่ข้าก็เพียงแค่ช่วยดูแลท่านพ่อเ้าจะแค้นเคียงไปไย คนตายก็ตายไปแล้ว"
เพียะ! เพียะ!
สิ้นคำพูดของซูเม่ยใบหน้านางก็ถูกฝ่ามือของเจียงซูหนิงที่ตรงปรี่เข้าไปตบลงไปเต็มแรงจนได้เื ตลอดมาไม่ลงมือกับนางจริงจังทำให้นางเหิมเกริมถึงขนาดก้าวล่วงมารดาของข้าได้เช่นนั้นวันนี้ข้าคงต้องสั่งสอนนางจริงๆ เสียที
"นี่เ้า! "
"ข้าว่าที่ผ่านมาข้าคงใจดีกับเ้ามากเกินไปสินะซูเม่ย ในเมื่อแม่เ้าไม่สั่งสอนข้าก็จะสั่งสอนเ้าแทนแม่ของเ้าเอง" เจียงซูหนิงเดินเข้าหาร่างของซูเม่ยที่นั่งกุบใบหน้าอยู่บนพื้น
สายตาที่เจียงซูหนิงมองมานั้นทำให้ซูเม่ยนึกหวาดกลัวไม่น้อย สิ่งที่นางมีล้วนมาจากความสามารถของมารดานางแต่ที่นางไม่รู้เลยคือการเอ่ยวาจาสิ้นคิดไม่คิดถึงสิ่งที่ตามมานั้นต้องเจอสิ่งใดบ้าง
"ถิงถิงไปเอาหวายมาให้ข้า! "
"เ้าค่ะคุณหนู"
เสียงเฆี่ยนตีและเสียงร้อยโอดโอยด้วยความเจ็บของซูเม่ยดังไปทั่วจวนทำให้เจียงหรูอี้และซิงอีมารดาของซูเม่ยออกมาดูด้วยความร้อนรนใจ
"ตายแล้ว! ซูซูของข้า! พวกเ้ายืนทำอะไรหยุดนางเดี๋ยวนี้! "ฮูหยินซิงอีรีบร้อนเข้าไปช่วยบุตรสาวก่อนจะเรียกบ่าวรับใช้ที่ยืนก้มหน้านิ่งไม่ไหวติงให้ช่วยแต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้าสอดมือเข้ามาช่วย
"ท่านแม่ช่วยข้าด้วย ข้าเจ็บจะตายแล้ว โอ๊ย! "
"ท่านพี่บอกให้นางหยุดที บอกให้นางหยุดตีเดี๋ยวนี้ไม่งั้นซูซูของข้าตายแน่ๆ ฮือๆ "
เมื่อเห็นว่าเรียกผู้อื่นมาช่วยก็ไม่ได้ผล เจียงซูหนิงยังคงเฆี่ยนตีซูเม่ยไม่หยุดและไม่สนใจว่าซิงอีจะเข้ามาขวางหรือไม่ แค้นในใจไม่อาจอยู่ร่วมโลกกันได้หากจะเอ่ยถึงมารดานางเช่นนี้สู้ปิดปากนางไปเสียจะได้ไม่ระคายหูอีก
เฟยหลงที่ตั้งใจมาพูดคุยเื่เกี่ยวกับทองที่กำจัดไปได้แล้วแต่ก็ไม่อาจวางใจได้จึงมาหารือเพิ่มกับกั๋วกงเจียงหรูอี้ ไม่คิดว่าเขาจะมาเห็นภาพที่เจียงซูหนิงกำลังใช้แซ่เฆี่ยนตีผู้อื่นอย่างไร้ความปรานีเช่นนี้
"หนิงหนิงเ้าหยุดก่อน หยุดก่อนอย่าทำเช่นนี้ เกิดอะไรขึ้นอย่าวู่วามไป ทำเช่นนี้ได้อย่างไรกัน"เจียงหรูอี้ร้องบอกบุตรสาวคนโตด้วยเสียงร้อนรนใจ
"หึ! ข้าหยุดก็ได้"
เจียงซูหนิงหยุดมือลงเมื่อเห็นว่าซูเม่ยสลบไปแล้วเพราะทนต่อความเ็ปที่ได้รับไม่ไหว การกระทำในวันนี้นางไม่คิดเสียใจเลยสักนิด หากซึ่งหน้ายังปากดีอีกนางก็คิดว่ายังสามารถทำได้มากกว่านี้
"ใครก็ได้พาคุณหนูรองไปรักษาเดี๋ยวนี้" ซิงอีร้องบอกคนมาช่วยอย่างร้อนใจ สายตามองไปที่เจียงซูหนิงด้วยความเครียดแค้นใจ
หลังจากที่ลงแรงไปมากเจียงซูหนิงก็มานั่งจิบชากินขนมอย่างสบายใจไม่ทุกข์ร้อนกับสายตาของแม่เลี้ยงที่มองมาด้วยความเคียดแค้น
"หนิงหนิงเกิดสิ่งใดขึ้นบอกพ่อได้หรือไม่" เจียงหรูอี้เข้าไปถามบุตรสาวด้วยความเกรงอกเกรงใจไม่กล้าต่อว่าไปตรงๆ ทำให้ซิงอีไม่พอใจจนเนื้อเต้น
"ข้าสั่งสอนนางแทนฮูหยินซิงอี "
"ลูกข้าเป็น้องของเ้า เ้ากล้าลงมือกับนางได้เช่นไร นางทำสิ่งใดผิดหรือเ้าเคียดแค้นข้าแล้วไปลงกับน้องของเ้า" ซิงอีร้องไห้อย่างน่าสงสารทั้งเจ็บใจและแค้นใจที่นางเป็ถึงฮูหยินยังทำสิ่งใดไม่ได้
"ข้าเป็ลูกคนเดียวไม่มีพี่น้อง ท่านคงจะเลอะเลือนข้านั้นแค้นผู้ใดก็ลงที่ผู้นั้นหากท่าน้าข้าก็ทำให้ได้นะ และที่ข้าทำเช่นนี้เพราะนางบุกเข้าไปที่สวนหลังของข้า อีกทั้งนางยังสามหาวเอ่ยถึงแม่ของข้าไม่คิดจะเกรงกลัวความผิด นางว่าถึงท่านแม่ของข้าเช่นไรท่านรู้หรือไม่ท่านพ่อ นางบอกว่าแม่ข้านอนป่วยใกล้ตายแม่ของนางบีนขึ้นเตียงไปดูแลท่านพ่อนั้นไม่ใช่เื่ผิด อย่างไรเสียแม่ข้าก็ต้องตายอยู่ดี มาตอนนี้ยังนอนอยู่ในหลุมไร้คนเหลียวแล"
"กล้าดียิ่งนัก! "
เมื่อได้ฟังสาเหตุของเื่วุ่นวายทำให้เจียงหรูอี้โกรธจนตัวสั่น สายตาจ้องมองไปยังฮูหยินของตนอย่างผิดหวังที่นางอบรมบุตรสาวได้ออกมาเช่นนี้
ผู้ใดก็รู้ว่าเขานั้นรู้สึกผิดต่อฮูหยินคนก่อนมาก นางตายไปยังดูแลบุตรสายชดเชยให้แก่นางมาหลายปีไม่เอ่ยถึงเื่พวกนี้อีก แต่ไม่คิดว่าซิงอีจะสอนให้บุตรสาวตนเองดูถูกบุตรสาวคนโตอย่างไม่น่าให้อภัย อีกทั้งยังกล่าวถึงฮูหยินคนก่อนด้วยถ้อยคำที่ดูแคลนเช่นนี้อีก
"ท่านพี่ได้โปรดข้าเอง ข้าเองที่ไม่ดี ข้าสั่งสอนลูกไม่ดีเอง"ซิงอีร้องไห้แทบขาดใจเมื่อเห็นสายตากรุ่นโกรธของสามีที่นางพยายามรักษาตำแหน่งนี้มานานแต่ก็ยังสั่นคลอนได้ทุกเมื่อ
หลายปีมานี้นางกัดฟันไม่ยุ่งเกี่ยวกับเจียงซูหนิงเพราะไม่อาจทำให้บุตรสาวของตนลำบากข้างนอกได้ หากมีเื่ใดเกิดขึ้นนางรู้ดีว่าสามีของนางต้องเลือกเจียงซูหนิงและไล่นางสองแม่ลูกไปอย่างไม่คิด
"ไปดูลูกของเ้าเสีย หากนางฟื้นข้าจะลงโทษนางเอง! " เจียงหรูอี้กัดฟันพูดด้วยความโกรธ
เจียงซูหนิงมองดูภาพนั้นแล้วยิ้มเยาะกับความคาดหวังที่นางมี ท่านพ่อไม่กล้าลงมือกับซิงอีเพราะรักนางมากแม้นางจะเอ่ยถึงอดีตฮูหยินอย่างไม่ให้เกียรติแต่ก็ไม่กล้าไล่นางสองแม่ลูกไป
"หนิงหนิงไว้น้องของเ้าฟื้นแล้วพ่อจะสั่งสอนนางเองเ้าไม่ต้องกังวลไป อย่างไรเสียเราก็เป็ครอบครัวเดียวกัน"
แม้จะรู้ว่าบุตรสาวคนโตเกิดความน้อยเนื้อต่ำใจมากเพียงใดแต่เขาก็ไม่อาจละทิ้งบุตรสาวอีกคนได้ ในเวลานี้คงทำให้แต่ประนีประนอมไปก่อนและไม่ให้ทั้งสองยุ่งเกี่ยวกันอีก
เจียงซูหนิงหันหลังให้บิดาผู้ให้กำเนิด น้ำตาแห่งความน้อยใจไหลออกมาอาบใบหน้างดงามจนผู้ที่ลอบมองเหตุการณ์ั้แ่แรกทนดูต่อไปไม่ไหว
"ข้าเสียมารยาทที่เข้ามาไม่ได้แจ้งท่านกั๋วกงล่วงหน้า"
"อ่าว ท่านโหวข้าเสียมารยาทแล้วจริงๆ มาๆ นั่งคุยกันเถอะข้าไม่ดีเองที่ไม่ได้ต้อนรับท่านให้ดี"
เจียงหรูอี้เปลี่ยนสีหน้าในทันที แม้ตำแหน่งโหวจะต่ำกว่ากั๋วกงแต่ผู้ใดในราชสำนักจะไม่รู้ว่าทุกผู้ต่างเกรงกลัวอำนาจของโหวน้อยผู้นี้มากเพียงใด
เจียงซูหนิงรีบปาดน้ำตาออกไม่อยากแสดงความอ่อนแอให้เขาได้เห็น นางอยากให้เขากลับมารักนางอย่างใจจริงไม่ใช่เพียงเพราะความสงสารเห็นใจเหมือนเช่นครั้งก่อน
"ข้าขอตัวก่อนท่านพ่อคงมีเื่ให้ต้องจัดการ"
"ข้ามาคุยเื่ทอง" เฟยหลงเปรยออกมาทำให้นางต้องหยุดฝีเท้า
"หนิงหนิงไม่ไปพักผ่อนแล้วเหรอ" เจียงหรูอี้หันมามองบุตรสาวด้วยความแปลกใจ
"ข้าจะฟังด้วย เื่นี้ข้าต้องรู้เพราะข้าช่วยท่านพ่อกำจัดทองนั่น วันนี้ท่านพ่อถึงได้นั่งอย่างสบายใจ หากวันหน้าท่านพ่อทำเื่ที่จะทำให้ตระกูลเจียงล่มสลายอีกจะทำเช่นไร และเพราะท่านพ่อบอกจะให้ทางซูเม่ยนางถึงได้บุกเข้าไปในที่ของข้า ที่ที่ข้าห้ามไม่ให้ผู้ใดเข้าไป"
"เ้า! เฮ้อ ขออภัยคุณชายจริงๆ ข้าเลี้ยงลูกได้ไม่ดี" เจียงหรูอี้เอ่ยอย่างอ่อนอกอ่อนใจ ไม่กล้าสบตาบุตรสาวคนโตที่ตำหนิตนซึ่งหน้า
เฟยหลงมองดูสตรีตรงหน้าที่นั่งเชิดหน้าแววตาดื้อรั้นและจมูกที่เชิดขึ้นแดงนิดๆ คงเพราะนางร้องไห้เมื่อครู่ แม้ผู้อื่นจะมองว่านางร้ายกาจแต่เขากลับมองว่านางนั้นแสนจะน่าสงสารและอ่อนแอจนเปราะบาง เพราะเป็เช่นนี้กระมังเขาถึงไม่เคยมองว่านางร้ายกาจเลย