บัตรแบล็คการ์ดสีดำหลายใบ และเงินที่นอนแอ้งแม้งอยู่ในบัญชีของอ้ายฉิง แทบทำให้เธอยิ้มแก้มปริและอารมณ์ดีไปทั้งวัน
“คนเราต้องมีเงินเยอะๆ ต้องรวยๆ สินะมันถึงจะอุ่นใจ” ใครจะว่าเงินไม่สำคัญ ทุกอย่างในโลกอ้ายฉิงรู้ซึ้งดีเลยแหละว่ามันล้วนถูกขับเคลื่อนผ่านเงินตราและการใช้จ่าย คนโบราณว่าไว้ ยิ่งมีเงินเยอะยิ่งมีเงินมากจะจ้างผีมาโม่แป้งเท่าไหร่ก็ได้
“ฮรี่ๆๆ อ้ายฉิงจะจ้างผีซัก 100 ตัว ซัก 1,000 ตัว” ร่างแบบบางพึมพำออกมาเบาๆ จากริมฝีปากสวย
“คุณหนูได้พูดอะไรไหมครับ” บอดี้การ์ดข้างกายเหล่ตามองคุณหนูคนเล็กของบ้านและถามคำถามกับเธอ
“ป่าวคะ อ้ายฉิงไม่ได้พูดอะไรเล๊ยย จริงๆ ค่ะ" รอยยิ้มหวานประดับบนใบหน้าส่งผลให้คุณหนูคนเล็กของบ้านแลดูน่าทะนุถนอมและน่าปกป้องขึ้นไปอีก เหล่าบอดี้การ์ดร่างั์หัวใจอ่อนเหลว คุณหนูคนเล็กของบ้านที่พวกเขาเฝ้าฟูมฟักเติบโตมาเป็คนอัธยาศัยดี น่ารัก ยิ้มง่าย และไม่เคยถือตัว
(บอดี้การ์ด : คุณหนูคนดีของผม … น้ำตาซึม)
“พี่ๆ คะ อ้ายฉิงอยากไปเดินสำรวจตลาดที่มีของขายเยอะๆ ค่ะ เราจะไปกันที่ไหนดีคะ พี่ๆ มีที่แนะนำไหม”
“มีครับที่ซุปเปอร์มาเก็ตกลางค้าส่ง คุณหนูรอซักครู่เดี๋ยวผมจะพาไปดูครับ อยู่ใกล้ๆ ย่านการค้านี่เอง”
ด้วยความที่คุณหนูอ้ายฉิง คุณหนูคนเล็กของตระกูลฟู่ ที่ถูกตามใจและเลี้ยงดูมาอย่างทะนุถนอม เนื่องจากอ้ายฉิงสูญเสียมารดาไปั้แ่ลืมตาดูโลก อ้ายฉิงจึงเติบโตขึ้นมาโดยการเลี้ยงดููของทั้งป๊าและพี่ชาย ส่งผลทำให้ทั้งป๊าและพี่ชายรักและหวงเธอแบบสุดๆ เพราะทั้งสองคิดอยู่เสมอว่า กลัวเธอจะขาดความรัก ความอบอุ่นจากมารดา เลยพยายามให้ความรักกับเธอแบบเต็มที่ ให้เธอเติบโตมาท่ามกลางโลกที่สวยงาม โรยไปด้วยกลีบกุหลาบ
อ้ายฉิงแทบเปรียบเสมือนเ้าหญิง โลกทั้งใบมีป๊าและพี่ชายคอยดูแลกปกป้อง ทำให้เธอเป็คนจิตใจดี และมองโลกในแง่ดีแบบสุดๆ คิดว่าทุกคนเป็คนดี และดีกับเธอ ส่งผลให้เมื่อเกิดปรากฎการณ์แห่งหายนะขึ้น เธอคอยช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนเท่าที่เธอสามารถทำได้ จนบางครั้งทำให้ตนเองและเหล่าคนสำคัญต้องเดือดร้อน ความโง่งมและความอ่อนต่อโลกของเธอทำให้เธอสูญเสียหลายๆ อย่าง แม้กระทั่งสิ่งสุดท้าย คือ ชีวิตเธอก็ไม่เหลือ เมื่ออ้ายฉิงย้อนคิดถึงตรงนี้ ใจเธอหนาวเหน็บ ประสบการณ์ที่พบเจอมา เธอขอพบเจอชาติเดียวพอ
ความคิดของเธอหยุดรถพร้อมกับรถที่จอดสนิท บอดี้การ์ดพ่วงตำแหน่งพี่เลี้ยงของเธอลงมาเปิดประตูรถยนต์คันหรูให้อย่างเคย ร่างแบบบางกล่าวขอบคุณเบาๆ อย่างเช่นทุกครั้งที่เคยทำมา และได้รับสายตาปราบปลื้มใจจากร่างบึกบึนหลายร่างในบริเวณรถตอบกลับมา
(อ้ายฉิง : พี่ๆ เลิกทำสายตาอย่างงี้ทีเถอะคะ ><)
หญิงสาวเดินเข้าไปในห้างสรรพสินค้า หลังจากตั้งใจแน่วแน่ว่าจะ “แค่เดินดูเฉยๆ” เดี๋ยวค่อยกลับมาซื้อ สองชั่วโมงถัดมา เธอยืนมองถุงชอปปิ้งหลายใบที่เต็มจนล้นมือพี่ๆ บอดี้การ์ดของเธอด้วยรอยยิ้มแหย่ๆ และใบหน้าลุแก่โทษ
แต่จะโทษใครได้ นิสัยที่เห็นสิ่งของแล้วต้องเก็บไว้ก่อน ในยุคหายนะ และขาดแคลน กลายเป็นิสัยที่ติดตัวเธอไปจนลึกแล้ว จากการ “ดูเฉยๆ” กลายเป็สิ่งค้ากินได้ทั้งหลาย เป็สิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ หลากหลายประเภท ที่เหล่าบอดี้การ์ดของเธอทั้งหลายมองหน้ากัน ว่าคุณหนูจะซื้อไปทำไม ในเมื่อที่บ้าน และที่ห้องพักคอนโดของเธอไม่เคยขาดแคลนสิ่งเหล่านี้ หลังจากหยิบอยู่นานสองชั่วโมงด้วยความเพลิดเพลิน คุณหนูถึงหันกลับมาพบกับภาพถุงชอปปิ้งและพี่ๆ ของเธอ
ตอนที่ขบวนทั้งหมดของอ้ายฉิงจะกลับ เธอกลับพบกับใครคนหนึ่งที่คุ้นตา คนที่เธอไม่อยากเจอและไม่อยากข้องแวะด้วยแล้ว เ้าของนาม “ตงหยาง” เป็นามของคนที่ทำให้ชีวิตเธอพบจุดจบ เธอเกลียดชังนามนี้ พอๆ กับแม่งูเห่าตัวนั้นเลยทีเดียว
ตงหยาง ในความทรงจำที่ยาวนานของอ้ายฉิง เขาเป็ผู้ชายที่ดูอบอุ่นั้แ่แรกเห็น รอยยิ้มของเขาไม่หวือหวา แต่เต็มไปด้วยความจริงใจ ดวงตาใต้กรอบแว่นใสสะอาดนั้นทอแววอ่อนโยน คล้ายจะฟังทุกคำที่เธอพูดโดยไม่ขัด และทุกครั้งที่เขาหัวเราะ โลกทั้งใบของอ้ายฉิงก็เหมือนจะสว่างขึ้นทันตา อ้ายฉิงหลุดออกจากพวังความคิด และหัวเราะออกมาอย่างเ็ากับความไร้เดียงสา และความโง่งมของตนเอง ความรัก ทำให้เธอตาบอด มองไม่เห็นความจริงของสิ่งที่เกิดขึ้น เธอทุ่มเทให้เขาเท่าไหร่ สิ่งที่คืนสนองเธอคือความว่างเปล่า ความพังพินาศของตนเองและคนรอบข้าง สิ่งสุดท้าย คือการตอบแทนเธอด้วยความตาย ดวงตาคู่สวยเหลือบขึ้นมองไปที่เขา ผู้ที่เธอเกลียดชัง
วันนี้เขาสวมเสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายสีขาว พับแขนขึ้นอย่างเรียบร้อย ลุคโดยรวมดูสุภาพและอบอุ่น เพราะอย่างงี้ เลยมีสาวน้อยสาวใหญ่มองตาม และคอยตามเขาเสมอ คำพูดอ่อนหวาน ทำให้มีหลายคนหลงเชื่อและยอมที่จะทำตาม แม้ในวันที่เกิดปรากฎการณ์แห่งหายนะ รอบกายเขาก็เต็มไปด้วยพวกผู้หญิงพวกนั้นเสมอ