ความพ่ายแพ้และแรงกดดันอันหนักหน่วงจากในห้องพิจารณาคดีช่วงกลางวัน ทำให้อัยการสมเกียรติตกอยู่ในภาวะจนตรอกและลนลานเอาชีวิตรอด ชายชรารู้ดีว่าหากผลการพิสูจน์เอกสารธุรกรรม Silent Wings สำเร็จเสร็จสิ้นภายในสามวัน อำนาจและชื่อเสียงที่สั่งสมมาทั้งชีวิตจะพังทลายลงในพริบตา และสมาคมนกฮูกมืดจะสั่งกำจัดเขาเพื่อรักษาความลับขององค์กร สมเกียรติจึงตัดสินใจครั้งสุดท้ายโดยสั่งการลับไปยังร้อยตำรวจเอกวิชัยและกลุ่มมือปืนนอกรีตในสังกัดสมาคม ให้บุกเข้ากวาดล้างลบพยานหลักฐานและสังหารทนายลลินกับก้องที่ห้องพักปลอดภัยในยามค่ำคืนทันทีโดยไม่มีการรอช้า
คืนนั้น ภายในห้องพักกบดานลับซอมซ่อแถบชานเมืองบางนา ท้องฟ้าด้านนอกไร้ดวงดาวมีเพียงสายลมหนาวพัดกรรโชกหวีดหวิวฝนรำไร ลลินและก้องกำลังนั่งทำงานวิเคราะห์ความเชื่อมโยงเอกสารอย่างเคร่งเครียดภายใต้แสงไฟนีออนสลัวสีเหลืองอ่อน ลลินเพิ่งเขียนร่างคำแก้ต่างสมบูรณ์ไปกว่าครึ่ง ส่วนก้องกำลังช่วยประสานข้อมูลตรวจสอบบัญชีธนาคารต่างประเทศที่ดึงมาจาก SD การ์ด
"พี่ลลินครับ ดูรายชื่อสมาชิกพวกลัทธินกฮูกหน้านี้สิครับ" ก้องชี้มือไปที่หน้าจอแล็ปท็อป "มีชื่อของอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมที่เกี่ยวข้องกับโครงการประมูลท่าเรือใหญ่เมื่อสี่ปีก่อนด้วย ซึ่งตอนนั้นพ่อของพี่รันเป็นหนึ่งในวิศวกรตรวจสอบที่พยายามรายงานความไม่โปร่งใสของที่ดิน แต่โดนสั่งย้ายด่วนและถูกอุ้มหายฆาตกรรมอำพรางในเวลาต่อมา คดีพ่อพี่รันกับคดีเวสเปอร์ฟอกเงินของอัยการสมเกียรติมันคือเรื่องเดียวกันเลยครับ พ่อพี่รันถูกสมาคมนกฮูกมืดสั่งฆ่าปิดปากเพราะขวางผลประโยชน์พันล้านของพวกมัน!"
ลลินจ้องมองหน้าจอด้วยแววตาหดหู่ระคนปวดร้าว: "มันเลวร้ายมากเลยก้อง... ระบบกฎหมายที่เราเรียนมาแทบไม่สามารถทำอะไรคนพวกนี้ได้เลยถ้าไม่มีคนกล้าหาญแบบรันที่ยอมแลกด้วยชีวิตเพื่อขุดคุ้ยความจริง"
"พี่รันเคยบอกผมครับพี่ลลิน" ก้องเอ่ยแววตาเป็นประกายซื่อสัตย์เทิดทูนคิรันสุดหัวใจ "เขาช่วยผมไว้ตอนที่ผมเกือบโดนแก๊งค้ายาซ้อมปางตายริมถนน พี่รันพยุงผมขึ้นมาและบอกว่า... พวกเราเกิดมาในสลัม ไม่มีเงิน ไม่มีอำนาจ แต่พวกเราต้องต่อสู้ด้วยสติปัญญาและยึดมั่นในกฎเกณฑ์ที่ถูกต้อง ไม่ใช่การใช้กำลังความป่าเถื่อนไปแก้แค้นอย่างไร้ค่า พี่รันสอนให้ผมใช้คอมพิวเตอร์ ทำระบบข้อมูล เขาพยายามดึงผมออกจากวงจรนรกนั่น พี่รันเป็นเหมือนทั้งพี่ชายและพ่อแท้ๆ ของผม ผมยอมตายแทนเขาได้ครับพี่ลลิน"
ลลินดึงมือก้องมากระชับบีบเบาๆ ปลอบประโลม: "พี่เข้าใจความรู้สึกของก้องนะ... พี่ก็เหมือนกัน พี่จะสู้สุดความสามารถเพื่อนำตัวรันกลับคืนมาหาเราสองคนอย่างปลอดภัย" ทั้งสองส่งยิ้มให้กันท่ามกลางความเครียดที่รุมเร้า
ทันใดนั้น เสียงไฟดับลงพรึบวูบใหญ่ ทั่วทั้งห้องตกอยู่ในความมืดมิดสนิท มีเพียงแสงสว่างจากหน้าจอคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปสองเครื่องที่ยังคงทอแสงสว่างสะท้อนดวงหน้าหวานของลลิน
"พี่ลลิน! มีคนตัดคัทเอาท์ไฟตึกข้างล่างครับ!" ก้องสะดุ้งตัวลุกขึ้นยืนขยับเสียงเตือนตะโกนบอกเบาๆ ด้วยสัญชาตญาณความระแวดระวังภัย ชายหนุ่มก้าวไปแอบแนบหูข้างประตูบานไม้เก่าเพื่อฟังเสียงภายนอก เสียงฝีเท้าเบาหวิวของคนกลุ่มหนึ่งกำลังเดินเหยียบย่ำเศษกระดาษและบันไดปูนไต่ขึ้นมายังชั้นห้องพักของพวกเขาอย่างเงียบเชียบและรวดเร็ว
"พี่ลลิน! หลบลงใต้โต๊ะไม้มุมห้องเร็วครับ! พวกมันบุกเข้ามาแล้ว!" ก้องสั่งการรวดเร็วพลางชักปืนพกสั้น 9 มม. ที่แอบซ่อนไว้ออกมากระชับดึงสไลด์ขึ้นลำกล้องดังแกรก
ไม่ทันขาดคำ บานประตูไม้ของห้องเช่าก็ถูกลูกซองสั้นยิงทำลายบานพับและกลอนดังปังสนั่นสะท้อนก้องทั่วตึกร้าง! บานประตูถูกกระแทกพังทลายเข้ามา มือปืนสวมหน้ากากไหมพรมสีดำสามคนถือปืนสั้นติดกระบอกเก็บเสียง และมีไฟฉายเลเซอร์สีแดงส่องวาบเข้ามาในห้อง ก้องตัดสินใจเหนี่ยวไกปืนยิงสวนออกไปทันทีสองนัดซ้อนดังปังๆ กระสุนเจาะเข้าไหล่ของมือปืนคนแรกจนหงายหลังล้มตึง ทว่ามือปืนอีกสองคนกลับยิงสาดกระสุนปืนเข้าใส่ทิศทางของก้องอย่างบ้าคลั่ง
เสียงปลอกกระสุนทองแดงร่วงพรูตกกระทบพื้นปูนดังคลิ้งๆ สลับกับเสียงหัวกระสุนปืนเจาะทะลวงกำแพงคอนกรีตและตู้หนังสือแตกกระจายฝุ่นปูนฟุ้งตลบอบอวลเป็นไอสีเทา ลลินซุกตัวคุดคู้กอดโน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์และห่อเอสดีการ์ดไว้แนบอกแน่นหนาคลานหลบแอบอยู่หลังซอกมุมชั้นวางหนังสือเหล็กเก่าร่างกายสั่นสะท้านระริกด้วยความตกใจกลัวสุดขีดในชีวิต
ก้องพยายามเหนี่ยวไกยิงสู้เพื่อตรึงมือปืนปกป้องทนายสาวไว้สุดชีวิต ทว่าความโชคร้ายปืนพกสั้นเกิดขัดลำกล้องคาพอร์ตคายกระสุน มือปืนคนหนึ่งสบโอกาสกระโจนตัวข้ามโต๊ะพุ่งเข้าชาร์จกระแทกร่างของก้องจนเก้าอี้ล้มครืน ทั้งสองกอดรัดฟัดเหวี่ยงต่อสู้กันอุตลุดบนพื้นปูนเลอะฝุ่น ก้องขัดขืนใช้กำปั้นชกเข้าโหนกแก้มมือปืนและพยายามแย่งชิงปืนพกติดกระบอกเก็บเสียง แต่น้ำหนักตัวและประสบการณ์การรบที่ต่างกันมาก ทำให้มือปืนร่างยักษ์พลิกตัวขึ้นกดทับและเหวี่ยงเตะสาดหน้าแข้งเข้าสีข้างของก้องอย่างจังจนเด็กหนุ่มร้องอักล้มไถลครูดไปกับพื้นฝุ่นปูนขรุขระ ก่อนที่มือปืนจะฉวยโอกาสใช้ส้นปืนเหล็กฟาดกะซวกเข้าขมับข้างขวาของก้องอย่างทารุณไร้ความปรานี ร่างปราดเปรียวของเด็กหนุ่มทรุดฮวบแน่นิ่งฟุบไปทันที เลือดสีแดงสดไหลอาบเป็นทางยาวซึมลงสู่พื้นห้องพักสลัว
"ก้อง! ไม่นะ!" ลลินกรีดร้องเสียงหลงด้วยความตื่นตระหนกตกใจอย่างรุนแรงเมื่อเห็นเด็กหนุ่มผู้ซื่อสัตย์นอนแน่นิ่งไป
มือปืนร่างใหญ่สาวเท้าก้าวตรงมาหาลลินที่มุมห้อง ไฟฉายเลเซอร์สีแดงทาบเข้ากึ่งกลางหน้าผากของทนายสาว ชายคนนั้นยกปืนพกติดกระบอกเก็บเสียงจ่อเล็งตรงมาที่ศีรษะของเธอ ดวงตาภายใต้โม่งดำฉายแววตาเหี้ยมเกรียมกระหายเลือด: "ส่งการ์ดข้อมูลและแล็ปท็อปของแกมาซะอียัยทนายปากดี... นึกว่าหลักฐานพวกนี้จะช่วยชีวิตไอ้คิรันจำเลยของแกได้เหรอ? วันนี้คือวันตายของพวกแกทั้งคู่ต่างหาก!"
ในวินาทีเฉียดตายที่นิ้วของมือปืนกำลังจะเหนี่ยวไกปืนปลิดชีพเธอ ทันใดนั้น บานหน้าต่างกระจกด้านหลังห้องก็พลันแตกกระจายเพล้งระเบิดออกเสียงดังสนั่น! แก๊สน้ำตาและระเบิดแสงถูกขว้างโยนเข้ามาสว่างวาบและส่งควันขุ่นมัวจนทัศนวิสัยพร่ามัว เสียงประตูหลังพังพินาศเปิดออกพร้อมกับแสงไฟฉายปืนความเข้มสูงหลายสิบดวงสาดพุ่งเข้ามา นำโดยสารวัตรกวินและเจ้าหน้าที่หน่วยคอมมานโดตำรวจปราบปรามติดอาวุธครบมือ!
"หยุดนี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ! วางอาวุธและมอบตัวเดี๋ยวนี้!" เสียงกวินแผดตะโกนก้องกังวานทรงพลัง
มือปืนของสมาคมนกฮูกพยายามหันปากกระบอกปืนยิงต่อสู้ขัดขืนเพื่อหนีเอาชีวิตรอด เสียงปืนจู่โจมและปืนสั้นดังระงมสวนกันสนั่นหวั่นไหวสิบกว่านัดจนฝุ่นปูนตลบอบอวล มือปืนคนหนึ่งโดนกระสุนตำรวจเจาะเข้าขาทะลุจนล้มลงร้องโอดโอย ส่วนอีกคนโดนวิสามัญร่วงจมกองเลือดตายคาที่อย่างรวดเร็ว สารวัตรกวินพุ่งกายเข้าชาร์จตัวลลินให้ออกพ้นจากวิถีกระสุนได้อย่างปลอดภัย
"คุณทนายลลิน! ปลอดภัยดีไหมครับ?!" กวินเอ่ยถามน้ำเสียงเป็นห่วงลนลานขณะเข้าพยุงเธอขึ้น ลลินพยักหน้าสั่นระริกชี้พอยท์ไปที่ร่างของก้อง: "ฉันปลอดภัยค่ะสารวัตร! แต่ช่วยก้องก่อนเขาบาดเจ็บหัวแตก!" เจ้าหน้าที่กู้ภัยรีบกรูกันเข้ามาปฐมพยาบาลก้องและนำส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน
ลลินปาดเหงื่อและน้ำตาประคองแล็ปท็อปคู่กายยื่นส่งให้กวินด้วยสองมือที่สั่นเทาแต่เต็มไปด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยวเด็ดขาด: "สารวัตรกวินคะ... ในคอมพิวเตอร์เครื่องนี้มีไฟล์บัญชีการเงินที่เพิ่งซิงค์เสร็จสมบูรณ์ และมีรายงานเสียงการโทรสั่งการสดจากอัยการสมเกียรติที่สั่งให้มือปืนบุกเข้ามาสังหารพวกเราเมื่อสามสิบนาทีก่อนที่กู้คืนมาได้จากระบบดักฟังค่ะ! คราวนี้หลักฐานชัดเจนดิ้นไม่หลุดแล้ว เราสามารถใช้มันออกหมายจับอัยการสมเกียรติข้อหาจ้างวานฆ่าและทุจริตประพฤติมิชอบได้ทันทีโดยไม่ต้องรอผลในศาลนัดหน้าค่ะ!"
สารวัตรกวินรับคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปไปตรวจดูหน้าจอพลางจ้องมองแววตาสั่นสะท้านสะท้อนใจยิ่ง ชายหนุ่มหันไปสั่งการผู้ช่วยตำรวจเสียงเฉียบขาด: "รายงานสายสืบชุด บก.ป. ควบคุมตัวร้อยตำรวจเอกวิชัยที่พยายามหนีอยู่นอกตึกเดี๋ยวนี้! และจัดกำลังชุดเฉพาะกิจอาวุธครบมือเข้าประกบและนำหมายจับบุกไปควบคุมตัวอัยการสมเกียรติที่บ้านพักอย่าปล่อยให้มันมีโอกาสหลบหนีหรือฆ่าตัวตายหนีความผิดเด็ดขาด!"
สารวัตรกวินจ้องมองลลินด้วยความเคารพในความกล้าหาญ: "ขอบคุณในความกล้าหาญสู้ชีวิตของคุณมากครับทนายลลิน... หากไม่มีคุณ คดีความของคุณพ่อคิรัน คดีชัชชัย และความโสมมของสมาคมนกฮูกมืดคงถูกบดบังไว้ใต้ระบบต่อไปชั่วนิรันดร์ เงามืดของพวกสมาคมนกฮูกกำลังจะถูกแสงอาทิตย์ขจัดสิ้นในวันพรุ่งนี้แน่นอนครับ พักผ่อนให้เต็มที่นะครับ พรุ่งนี้เช้าพวกเรามีนัดเปิดสู้ศึกใหญ่ครั้งสุดท้ายในห้องพิจารณาคดีกัน!"
ลลินพยักหน้ายอมรับคำพร้อมความโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก แม้กล้ามเนื้อจะอ่อนล้าจนสั่นระริกและร่างกายมีบาดแผลขีดข่วนจากเศษกระจกกระเด็นใส่ แต่ในใจของทนายสาวเวลานี้กลับสว่างไสวเปี่ยมล้นไปด้วยความหวังอันเจิดจรัสแรงกล้า เธอเงยหน้ามองสายฝนด้านนอกที่กำลังซาเม็ดลงอย่างช้าๆ ราวกับพายุร้ายกำลังผ่านพ้นไป วันพรุ่งนี้จะเป็นวันประหารทำลายล้างเงามืดของฆาตกรตัวจริงและทวงคืนกระบวนการความยุติธรรมอันสะอาดบริสุทธิ์รวมถึงชีวิตอันงดงามที่พรากจากกันกลับคืนมาสู่อ้อมกอดของคิรันและตัวเธออย่างสมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
ในค่ำคืนอันเงียบสงบที่ลมพายุเริ่มพัดผ่านพ้น เสียงไซเรนรถฉุกเฉินและรถตำรวจนำก้องและผู้กองวิชัยแยกย้ายออกจากจุดเกิดเหตุ ลลินกระชับกระเป๋าเอกสารไว้ในอ้อมแขน สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดลึกพร้อมจะก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างไร้ความกลัวเกรงใดๆ อีกต่อไป