ครานี้แรงดีดสะท้อนทำให้กังหลงกระอักอักโลหิตออกมาคำหนึ่งส่งผลให้ร่างกระเด็นลอยไปด้านหลัง แต่ขณะที่โลหิตพุ่งออกจากปากนั้นได้มีโลหิตจำนวนหนึ่งประมาณสามหยดได้กระเซ็นไปโดนปุ่มศิลาสีขาวเข้า
เมื่อโลหิตัักับปุ่มศิลาสีขาวโลหิตจำนวนนั้นได้ซึมเข้าไปในปุ่มศิลาจนหมดเหมือนปุ่มศิลาสามารถดูดกลืนโลหิตได้ ปุ่มศิลาก้อนนั้นกลายเป็สีโลหิตใสทั้งก้อนแล้วปาฏิหารย์ก็เกิดขึ้น
"ครึกๆ"
และแล้วเส้นกรอบสี่เหลี่ยมขนาดสูงสองเมตรกว้างหนึ่งเมตรก็จมเข้าไปด้านในผนังศิลากลายเป็ช่องทางเข้าไปด้านใน ประตูนี้หนาเกือบหนึ่งเมตร เมื่อประตูเปิดออกกลิ่นหอมเย็นอันเข้มข้นก็ลอยประดังออกมาแผ่กระจายเข้าสู่ร่างกายของกังหลงที่ล้มคะมำอยู่อย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นความรู้สึกเ็ปอ่อนล้าที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ก็ได้หายไปเกือบปลิดทิ้ง
"อาาา..ของวิเศษ..!!"
กังหลงเมื่อพบเจอดังนั้นก็ตกตะลึงรีบยันกายลุกขึ้นเดินไปที่ช่องประตูขณะกังหลงยังลังเลและกำลังตัดสินใจว่าควรเข้าไปหรือไม่
"ครึก ๆ "
ขณะที่ลังเลจะตัดสินใจ ก็ได้หันไปมองที่ปุ่มศิลาสีแดงใสนั้นขณะนี้เริ่มกระพริบและปุ่มศิลาเริ่มมีสีจางลงเสียง ครึก ๆ ดังขึ้นและประตูเริ่มขยับปิดลงอีกครั้งอย่างช้า ๆ จนในที่สุดสีแดงใสของปุ่มศิลาจางลงจนหมดปุ่มศิลากลับกลายเป็สีขาวดังเดิมอีกครั้งและประตูก็ปิดสนิทดังเดิม เห็นเช่นนั้นกังหลงก็ครุ่นคิดขึ้น
"หรือการเปิดประตูต้องใช้โลหิตเป็พลังในการเปิดปิด ไม่รู้ด้านในจะมีอะไรบ้างแต่เมื่อครู่ตอนประตูช่องนั้นเปิดกลิ่นสมุนไพรเข้มข้นยิ่ง คงต้องลองเปิดอีกครั้ง ประตูนี้สามารถเปิดจากด้านนอกได้ ยามเข้าไปอยู่ด้านในก็คงต้องมีวิธีเปิดออกสู่ด้านนอกได้เช่นกัน "
"แต่ไม่รู้ว่าต้องใช้โลหิตในการเปิดเหมือนด้านนอกหรือไม่ หรือหากเปิดไม่ได้ข้าคงต้องติดอยู่ด้านในตลอดไปแน่ เฮอะ มาถึงขั้นนี้แล้วจะกลัวอันใด จะมีอะไรอยู่ด้านในก็ช่าง "
คิดได้ดังนั้นกังหลงจึงตัดสินใจสกัดโลหิตจากปลายนิ้วใช้โลหิตหยดลงไปที่ปุ่มศิลาสีขาวอีกครั้ง หนึ่งหยด สองหยด สามหยด
"ครึกๆ"
เมื่อปุ่มศิลาดูดกลืนโลหิตครบสามหยดจนปุ่มศิลากลายเป็สีแดงใสประตูก็เปิดขึ้นอีกครั้ง คราวนี้กังหลงไม่ลังเลใด ๆ อีก รีบกระโจนเข้าประตูไปทันที
คล้อยหลังไปราวสิบลมหายใจประตูก็ปิดลงเองจนสนิทดังเดิมมองจากภายนอกเหมือนผนังศิลาทั่วไปและไม่มีใครจะคาดคิดว่าจะมีประตูลับอยู่ตรงผนังนี้
เข้ามาด้านในเป็ทางเดินลึกเข้าไปพอให้คนเดินได้สะดวกบนช่องทางเดินประดับไว้ด้วยไข่มุกราตรีขนาดเท่ากำปั้นเพื่อส่องสว่างให้กับทางเดิน
ลึกเข้าไปประมาณยี่สิบเมตรเป็ห้องสี่เหลี่ยมกว้างราวแปดเมตรมีข้าวของลักษณะเก่าแก่โบราณที่กังหลงไม่เคยเห็นหลายชนิดหากคำนวนตามอายุของเหล่านี้ต้องมีอายุหลายร้อยปี
กลางห้องโถงนั่งไว้ด้วยร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งในท่านั่งขัดสมาธิ ..!!คราแรกที่เห็นร่างนี้กังหลงถึงกับหยุกชะงักสูดลมหายใจอันหนาวเหน็บเข้าปอดด้วยใจที่สั่นเทา...!! หากเทียบกับกังหลงร่างนี้ใหญ่กว่ากังหลงเกือบหนึ่งเท่าตัวช่างเป็ร่างที่ใหญ่โตยิ่งนักแต่ร่างนั้นนั่งนิ่งหลับตาเหมือนกำลังเดินลมปราณ
กังหลงสังเกตุร่างสูงใหญ่ที่นั่งกลางห้องร่างนี้รูปร่างโครงหน้าดูเหี้ยมหาญจมูกโด่งเป็สันหนาริมฝีปากหนามุมปากทั้งสองข้างยกขึ้นอย่างทรนงคิ้วสีดำดกหนาปลายคิ้วยกแหลมคมเหมือนปลายดาบใหญ่ ผมสีดำเหยียดตรงยาวปกคลุมถึงบ่า
โดยรวมมองดูแล้วเป็ชายชาตรีเหี้ยมหาญผู้หนึ่งมองจากรูปร่างอายุประมาณห้าสิบกว่า ๆร่างนั้นนั้งบนแท่นศิลาลักษณะกลมขนาดเส้นผ่าสูญกลางสองเมตรสูงราวครึ่งเมตรแท่นศิลาสีดำสนิทเป็สีนิลทั้งแท่น ร่างสูงใหญ่ใส่ชุดสีดำหมดทั้งตัว
แต่ที่สะดุดตาคือบนหน้าตักวางไว้ด้วยถุงสีทองสะท้อนแสงระยิบระยับขนาดเท่าผลส้มปากถุงผูกด้วยด้ายสีดำสนิทเป็สีนิลดูตัดกับสีทองดูขัดกันยิ่งนักด้านซ้ายวางด้วยอาวุธคล้ายดาบคล้ายไม้พายเพราะดูทื่อไม่มีคมจนไม่อาจตัดสินว่าเป็ดาบได้
อาวุธนี้มีขนาดใหญ่ยิ่งนักตลอดทั้งชิ้นมีสีฟ้าสลับแดงระยิบระยับสวยงามเหมือนผลึกแก้วดูจากขนาดน้ำหนักคงประมาณหนึ่งพันชั่งดูแล้วช่างเป็อาวุธที่เหมาะสมกับร่างสูงใหญ่ที่นั่งตรงหน้า
ด้านขวาวางไว้ด้วยม้วนคัมภีร์สีทองสามม้วนหะแรกที่ใครได้เห็นสิ่งของต่าง ๆ รวมทั้งถุงสีทองที่มีความแวววาวระยิบระยับนี้หากใครได้เห็นสิ่งมีค่าต่าง ๆที่เ้าของพกพาไว้ติดตัวคงรีบกระโจนไปเก็บไว้เพื่อ แต่กังหลงหาได้สนใจสิ่งของที่สะดุดตาเ่าั้ไม่ เขากลับเดินเข้าไปด้านหน้าใกล้ร่างที่นั่งสมาธิบนแท่นศิลาและคุกเข่าลงโขกศีรษะคารวะทำความเคารพ
"ผู้เยาว์กังหลงขอคารวะท่านผู้าุโและขออภัยที่ล่วงล้ำเข้ามารบกวนในเขตการบำเพ็ญเพียรของท่านผู้าุโ"
กังหลงกล่าวด้วยความละอายใจที่ตนเองได้ถือวิสาสะบุกรุกเข้ามาในห้องบำเพ็ญของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนั้นโขกศีรษะลงกระทบพื้นตรงหน้า ในฐานะผู้เยาว์ขอขมาต่อผู้มีาุโกว่า
หลังจากกล่าวคำและโขกศีรษะหาได้มีเสียงตอบรับใด ๆจากร่างสูงใหญ่ที่นั่งตรงหน้าไม่ แต่ขณะที่ศีรษะกังหลงกระทบพื้นเป็ครั้งที่สามได้เกิดเหตุเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกระทันหัน..!!
"ครึก ๆ ครืด..เอี๊ยดดด.."
เกิดเสียงครึกโครมและการสั่นะเืของพื้นห้องร่างสูงใหญ่พร้อมแท่นหินสีดำนิลและร่างกังหลงที่กำลังคุกเข่าโขกคำนับได้ถูกกลไกดึงเข้าไปยังอีกสถานที่หนึ่ง
"อีะ..เกิดอะไรขึ้น..!!"
หลังจากใกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกังหลงก็ลุกขึ้นนั่งหันหน้ามองไปรอบ ๆสถานที่กลไกส่งมามีลักษณะเป็ห้องกว้างภายในห้องยังคงมีร่างสูงใหญ่ที่กำลังนั่งบำเพ็ญเพียรบนแท่นศิลาสีดำนิลอยู่กลางห้องดังเดิมแต่สภาพภายในห้องกลับเปลี่ยนแปลงไปสิ้น
ผนังห้องนี้เป็สีดำนิลทุกด้านแม้บนเพดานเบื้องบนศีรษะก็ยังเป็สีดำนิลเหมือนแท่นศิลาที่ร่างสูงใหญ่นั่งอยู่ด้านหลังแท่นศิลาสีดำนิลมีป้ายเขียนว่า
" ตำหนักนิลกาลจน์ "
บนแท่นศิลามีตำราสีน้ำตาลเข้มที่ทำจากหนังสัตว์เล่มหนึ่งวางไว้ด้านหน้าร่างสูงใหญ่บนหน้าปกตำรามีข้อความว่า
"สำหรับผู้มีวาสนาที่ได้เข้ามาในตำหนักนิลกาจน์โปรดเปิดอ่าน"
หลังจากตั้งสติและไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งกังหลงก็ตัดสินใจหยิบตำราสีน้ำตาลที่อยู่ตรงหน้าขึ้นมาเปิดอ่านในตำราได้กล่าวไว้ว่า
"ข้าคือผู้เฒ่าเทียนคง เป็เ้าของสถานที่แห่งนี้ ขอต้อนรับชนรุ่งหลังผู้มีวาสนาหากสามารถเข้ามาถึงห้องนิลกาลจน์นี้ได้ ถือว่ามีคุณสมบัติและมีวาสนาเกี่ยวพันกัน"
"เงื่อนไขที่หนึ่ง คือ วาสนาหากไม่มีวาสนาก็ไม่อาจหาสถานที่แห่งนี้พบเจอ "
"เงื่อนไขที่สอง คือ คุณสมบัติ หากไม่มีคุณสมบัติหลัก คือคุณธรรม ความอ่อนน้อมถ่อมตนและการมีสัมมาคารวะถ้ามีแค่เงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่งก็ไม่อาจเข้ามาถึงห้องนิลกาลจน์นี้ได้
"ประการแรกนั้นการจะเข้าสู้ห้องด้านในูเาต้องมีวาสนาพบเจอปุ่มลับสำหรับเปิดประตูศิลาปุ่มลับสำหรับเปิดประตูศิลาได้ทำจากศิลาฟ้ากลืนโลหิตต้องใช้โลหิตที่พอดีกับขนาดหินเพื่อหล่อเลี้ยงให้ศิลาฟ้ากลืนโลหิตทำงานส่งพลังให้ประตูศิลาเปิด"
"ประการถัดมาหลังจากผ่านเข้าประตูศิลามาได้หากเป็ผู้ละโมบโลภหลงไร้คุณธรรม เมื่อมาพบเจอร่างพลังงานของข้าพร้อมถุงมิติทองหากล่วงล้ำเข้าไปบนแท่นหินนิลกาลจน์โดยพลการเพื่อหมายฉกฉวยถุงมิติทองหรือคิดแตะต้องทำลายสิ่งใดภายในเขตแท่นศิลาด้านนอกก็จะโดนปราณอัคคีโลกันต์อันร้อนแรงที่ข้าชักนำมาจากใตู้เาเพื่อเป็ปราการไร้รูปป้องกันรอบ ๆเขตแท่นศิลานิลกาลจน์แผดเผาร่างมอดไหม้เป็จุลในพริบตา"
กังหลงอ่านมาถึงตรงนี้ถึงกับอุทานออกมาด้วยความใก่อนจะรีบระงับจิตใจอ่านต่อ
"อาาา.."