บทที่ 18
ระดับความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรที่ต่างกัน
ลู่เฟิ่งเริ่มเดินทางเข้ามาภายในส่วนลึกของหุบเขาอสูรสายหมอกมากขึ้น แน่นอนว่าการเดินทางเข้ามาลึกมากขึ้น เพราะว่าในตอนนี้ส่วนด้านนอกมันไม่สามารถฝึกฝนอสูรของเขาได้แล้ว
ลู่เฟิ่งได้บทเรียนมาจากภายในชีวิตก่อนเป็อย่างมาก เมื่อสัตว์อสูรมีระดับที่สูงขึ้น มันดูดซับเืของสัตว์อสูรระดับต่ำมันไม่ได้ทำให้สัตว์อสูรมีความรวดเร็วในการฝึกฝนมากขึ้น
ในทางกลับกันการที่สัตว์อสูรระดับสูงดูดซับเืของสัตว์อสูรที่มีระดับต่ำไปเรื่อยๆ มันยิ่งทำให้การพัฒนานั้นยิ่งช้ามากขึ้น
ในตอนนี้สัตว์อสูรของลู่เฟิ่ง ไม่ว่าจะเป็ตะขาบอัสนีหรือเป็หมาป่าทมิฬ พวกมันล้วนแล้วอยู่ในระดับขุนพล
แถมระดับของมันเองก็ยังเป็ขุนพลที่มีระดับดาวที่สูง การที่พวกมันมีระดับความแข็งแกร่งขนาด ถ้าให้พวกมันดูดทรัพย์เืของสัตว์อสูรระดับทั่วไปอย่างเช่นพวกหมาป่าแดงที่มีจำนวนมากบริเวณเขตด้านนอก มันก็คงจะไม่ได้ช่วยเพิ่มพูนพลังให้กับพวกมันได้มาก
ถ้าอยากจะทำการให้พวกมันพัฒนาขอบเขตได้รวดเร็ว ก็จำเป็จะต้องให้พวกมันดูดซับเืของสัตว์อสูรระดับสูง หรือไม่ก็ใกล้เคียงกับพวกมัน
ลู่เฟิ่งเข้ามาถึงบริเวณส่วนกลางของหุบเขามาสู่สายหมอก สถานที่แห่งนี้มีต้นไม้ใหญ่มากกว่าด้านนอก
ลู่เฟิ่งมองดูรอบร่างกายของตนเอง ในตอนนี้ตัวของเขานั่งอยู่บนหลังของหมาป่า “ ประมาณนี้ก็น่าจะหลุดพ้นจากส่วนนอกของหุบเขาอสูรสายหมอกแล้ว ”
“ สัตว์อสูรที่อยู่ภายในบริเวณนี้ส่วนใหญ่จะเป็สัตว์อสูรระดับทั่วไป แต่ว่าพวกมันจะมีความแข็งแกร่งที่อยู่ในระดับ 5 ดาว”
“ แน่นอนว่าเป็สัตว์อสูรที่แข็งแกร่งกว่าด้านนอก ถ้าเกิดว่าฆ่าพวกมันแล้วก็การดูดซับเืของพวกมันก็จะทำให้สัตว์อสูรของข้าทะลวงระดับได้ง่ายขึ้น ”
ลู่เฟิ่งเริ่มทำการล่าสัตว์อสูรภายในบริเวณนั้น มันเป็อย่างที่เขานั้นคิดเอาไว้ซัดอสูรบริเวณส่วนกลางมันย่อมมีระดับที่สูงกว่า
งานดูดทรัพย์พวกเืของสัตว์อสูรพวกนี้จะทำให้สัตว์อสูรของเขาพัฒนาระดับขึ้นได้รวดเร็วมากกว่า
หลังจากนั้นลู่เฟิ่งก็ใช้เวลาอยู่ประมาณ 3-4 วันในการใช้สัตว์อสูรของตนเองล่าพวกสัตว์อสูรภายในบริเวณนั้น
เมื่อผ่านไปประมาณ 4 วันในตอนนี้ระดับของลู่เฟิ่งได้กลับมายืนอยู่ในระดับเดิมเรียบร้อยแล้ว
“ ถึงขอบเขตก่อพลังขั้น 7 เรียบร้อยแล้ว ”
“ ใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่วันก็กลับมายืนในระดับเดิมได้ถือว่ารวดเร็วมากกว่าภายในชีวิตก่อน ”
“ นั่นสินะก็ก่อนที่ตัวของข้าจะย้อนกลับมา ตัวของข้าตอนที่ได้รู้ถึงพลังหนี้ใหม่ๆก็ใช้เวลาไปมากกับการศึกษามัน ”
“ กว่าที่จะรู้ถึงความสามารถของมันได้อย่างแน่ชัด ”
“ มันจึงทำให้เสียเวลาไปนับปีกว่าที่จะเริ่มทำการฝึกฝน ในตอนนี้ตรงข้ารู้ถึงพลังพวกนี้อยู่แล้ว ”
“ แบบนั้นจึงสามารถทำการพัฒนาพวกมันได้อย่างรวดเร็ว ฝึกฝนนี่คงจะกินเวลาไม่นาน ”
“ คาดการณ์ว่าหลังจากที่ผ่านไป 1 เดือนกลับไปในครั้งนี้ตัวของข้าเองก็คงจะมีระดับที่สูงไม่ใช่น้อย ” ลู่เฟิ่งรู้ดีถึงพลังของตนเอง
ก่อนหน้านี้ตอนที่ลู่เฟิ่งรู้ถึงพลังของตนเอง เขายังไม่สามารถตระหนักรู้ได้ถึงความสามารถของพวกมัน
เพราะแบบนั้นจึงเสียเวลาไปมากภายในชีวิตก่อน แต่ว่าในตอนนี้มันแตกต่างกันออกไป ลู่เฟิ่งตระหนกรู้เกี่ยวกับความสามารถของตน
เพราะแบบนั้นการที่จะพัฒนาพวกมันมันไม่ใช่เื่ที่ยากเย็นเลย นี่หลังจากที่สูญเสียขอบเขตไปเพียงแค่ไม่กี่วัน
สามารถกลับมายืนในจุดเดิมได้อย่างง่ายดาย “ แต่วันนี้ก็ยังไม่พอหรอก ”
“ ข้าจำเป็จะต้องทะลวงให้มีระดับที่สูงมากกว่านี้อีก ”
“ ยังพอเหลือเวลาอีกประมาณ 1 เดือน ”
“ ใน่เวลาที่เหลือถ้าเกิดว่าไม่มีอะไรผิดพลาด ข้าเองก็คงจะสามารถทำให้พลังของตนเองขึ้นไปยืนอยู่ในระดับขอบเขตที่เหนือกว่าระดับก่อพลังได้ ”
ลู่เฟิ่งมั่นใจในการพัฒนาของตนเองใน่แรกเป็อย่างมาก เพราะว่าการพัฒนาระดับของตนเองใน่แรกสำหรับตัวของลู่เฟิ่งไม่ใช่เื่ที่ยากเย็นเลยแม้แต่น้อย
เขาน่าจะสามารถทะลวงขึ้นไปถึงระดับสร้างพลังได้ ระดับของผู้ฝึกฝนวรยุทธถ้าคนที่มีพร์ จะพัฒนาระดับผ่านระดับสร้างพลังได้ใน่วัย 16 ถือว่าหายากแล้ว
คนส่วนใหญ่กว่าที่จะไปถึงระดับสร้างพลังได้ พวกเขาเองก็น่าจะมีอายุประมาณ 18 ปี คนที่มีพร์ส่วนใหญ่ถ้าเกิดว่าอายุเท่ากับลู่เฟิ่ง ระดับของพวกเขาในตอนนี้ก็น่าจะอยู่ในระดับก่อพลัง
แต่ว่านั่นมันคือผู้ที่มีพร์ธรรมดา ลู่เฟิ่งรู้ดีคนที่มีเชื้อสายราชวงศ์พวกเขามีระดับที่สูงกว่านั้นมาก
อย่างองค์ชายใหญ่ที่เป็โอรสคนโตของจักรพรรดิลู่เซียน ใน่วัย 16 ปี เขาทะลวงขึ้นไปถึงระดับสร้างพลัง
เพราะแบบนั้นการจะทะลวงขึ้นมาในระดับนี้สำหรับลู่เฟิ่งมันก็ไม่ใช่เื่น่าแปลก ด้วยพลังของลู่เฟิ่งในตอนนี้เขามั่นใจว่าในปีนี้เขาคงจะสามารถทะลวงขึ้นไปสู่ระดับที่สูงที่สุดจากที่ผู้คนเคยทำมา
จะกลายเป็อัจฉริยะมากที่สุดภายในรุ่นเดียวกัน ลู่เฟิ่งมั่นใจว่าอย่างไรเสียตัวเองก็สามารถทำได้อย่างแน่นอน
แต่ว่านั่นมันไม่ใช่สิ่งที่ตัวของเขาสนใจในตอนนี้ ลู่เฟิ่งรู้ดีว่าความแข็งแกร่งที่แท้จริงของตนมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับขอบเขตบ่มเพาะ
แต่ว่าความแข็งแกร่งของเขามันขึ้นอยู่กับพวกสัตว์อสูรที่สร้างขึ้นมาต่างหาก
ลู่เฟิ่งตั้งเป้าหมายอย่างจริงจังจากนั้นก็เริ่มทำการล่าภายในป่าแห่งนี้อย่างบ้าคลั่ง
ลู่เฟิ่งไม่จำเป็จะต้องกังวลเกี่ยวกับเื่จำนวนของสัตว์อสูร สัตว์อสูรเป็สัตว์ที่มันแปลกประหลาดเป็อย่างมาก
มันเป็เหมือนกับสิ่งที่เป็ทรัพยากรของทวีปแห่งนี้ ์จึงทำการสร้างมันขึ้นมาให้มีการเพาะพันธุ์อย่างรวดเร็ว
จำนวนที่ทำการล่าไปใน่หลายวันที่ผ่านมา คาดการณ์ว่าใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือนพวกสัตว์อสูรเองก็น่าจะสามารถกลับมามีจำนวนเท่าเดิมได้
อีกอย่างบริเวณส่วนกลางของหุบเขาอสูรสายหมอกไม่ค่อยมีคนเดินทางเข้ามาสักเท่าไร จึงทำให้สัตว์อสูรเพิ่มจำนวนขึ้นในหลาย 10 ปีที่ผ่านมา
จำนวนของพวกมันถึงแม้ว่าลู่เฟิ่ง ทำการล่าภายในหุบเขาแห่งนี้สักปีนึงพวกมันเองก็ไม่มีทางสูญพันธุ์อย่างแน่นอน
ชอบแบบนั้นเลยไม่จำเป็จะต้องกังวลเกี่ยวกับเื่นี้ ลู่เฟิ่งให้สัตว์อสูรทั้งสองของตนเองล่าภายในป่าแห่งนี้อย่างต่อเนื่อง
หลังจากนั้นมันก็ผ่านไปประมาณครึ่งเดือน
เวลานั้นผ่านไปอย่างรวดเร็ว ลู่เฟิ่งอยู่ภายในหุบเขาและศูนย์สายหมอกแห่งนี้มาได้ประมาณ 1 เดือนครึ่งแล้ว
แสงแดดส่องคันบ้านเมฆลงมากระทบใบหน้า บุรุษที่แต่งกายด้วยชุดผ้าอันเรียบง่ายนั่งอยู่บนโขดหินที่มีลำธารไหลผ่าน
ผมที่ยาวและยุ่งเหยิงหนวดเคราที่เริ่มปรากฏขึ้นมาอ่อนๆบริเวณใบหน้าของบุรุษหนุ่ม ที่นั่งอยู่บนโขดหินนั่นก็คือลู่เฟิ่ง
ในตอนนี้ลู่เฟิ่งที่กำลังนั่งอยู่บนโขดหินรวบรวมพลังปราณจากธรรมชาติเข้ามาสู่ร่างกายของตนเอง
ลมหายใจของเขาในตอนนี้กำลังโคจรไปมาอย่างเป็จังหวะ หลังจากนั้นพลังเศษเสี้ยวหนึ่งภายในร่างกายก็ปะทุออกมา
มันทำให้พลังรอบร่างกายที่ของพุ่งอยู่ะเิไปด้วย น้ำจากลำธารที่กำลังไหลมันได้ถูกะเิออก “ ปั้ง!! ”
ร่างของลู่เฟิ่งก็ห่อหุ้มด้วยพลังที่แข็งแกร่งมากกว่าเดิม ดวงตาทั้งสองข้างค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ “ ผ่านไปครึ่งเดือนแล้ว ”
“ ผ่านไปครึ่งเดือนแล้วจากขอบเขตก่อพลังขั้นที่ 7 ตอนนี้ในที่สุดก็ขึ้นมาอยู่ในขอบเขตสร้างพลังขั้นที่ 4 ”
ใน่ครึ่งเดือนที่ผ่านมาลู่เฟิ่งพัฒนาไปมาก ไม่เพียงแค่ตัวของเขาเท่านั้นสัตว์อสูรเองก็พัฒนาไปด้วยเช่นอันเดียวกัน
“ คงจะได้เวลาแล้ว จะหุบเขาแห่งนี้ ” ลู่เฟิ่ง้าที่จะออกจากหุบเขาแห่งนี้แล้วหลังจากผ่านไปเพียงแค่ครึ่งเดือนเท่านั้น
จบบท