ใต้แสงเมืองที่ไม่มีเธอ Under the City Lights (จบบริบูรณ์)

    ตอนที่ 10 — ใต้แสงแฟลชในเมืองที่ไม่หลับ


    “แสงแฟลชไม่เคยอบอุ่น แต่มันเผยให้เห็นว่าใครยืนข้างเรา”


    ฝนโปรยบาง ๆ ๻ั้๫แ๻่บ่ายคล้ายฟ้าจำวันเก่าได้

    แสงสะท้อนบนผิวน้ำบนถนนย่านคังนัมเต็มไปด้วยความสับสน เหมือนทุกหยดน้ำกำลังถามว่า

    “ต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น?”

    หน้าตึก KJ Tower

    แผงกั้นที่ปกติสะอาดโล่ง กลับกลายเป็๞พื้นที่ที่เต็มไปด้วยนักข่าว

    กล้องหลายสิบตัวตั้งเรียงเหมือนปืนไรเฟิลเล็งไปยังประตูบริษัท

    แฟลชที่ยิงเป็๞ระยะ ๆ ทำให้บรรยากาศเหมือนอยู่ในสนามรบของความจริงและความลวง

    มินอายืนหลบอยู่ข้างทางเข้า “พนักงานส่งของ” ด้านหลังตึก

    ฮู้ดเสื้อแจ็กเก็ตของเธอเปียกจนหนัก

    ฝนไม่แรง แต่พอจะทำให้รู้สึกหนาว

    เธอกัดริมฝีปากตัวเองแน่น

    ข้อความเตือนจากเบอร์ลับเมื่อคืนยังลอยอยู่ในหัว

    “อย่ากลับไปที่บริษัทพรุ่งนี้ ถ้าไม่อยากตกเป็๞ข่าวอีก”

    แต่เธอมา

    เพราะหนี…ไม่เคยช่วยให้ความจริงเปลี่ยนไป

    และเพราะเขาเพิ่งยืนปกป้องเธอต่อหน้าทั้งประเทศ

    เมื่อคิดถึงคำพูดของแทจุนในงานแถลง

    หัวใจของเธอเจ็บ แต่ยังอุ่นอยู่ลึก ๆ

    “ผมไม่ปฏิเสธ”

    “เธอไม่ได้ทำอะไรผิด”

    “ผมจะไม่ให้ใครใช้ชื่อของเธอทำร้ายเธออีก”

    เพียงเท่านั้น…เธอก็ไม่มีเหตุผลที่จะถอยอีก

    มินอาหันตัวจะเดินกลับซอยด้านหลังให้พ้นจากสายตานักข่าว

    แต่เสียงฝีเท้าหนักดังเร็วขึ้นจากด้านหลัง

    คว้า—

    ข้อมือของเธอถูกจับไว้

    แรงไม่มาก แต่มั่นคงจนหัวใจสะดุ้งวูบ

    เสียงทุ้มเรียกเธออย่างรีบร้อน

    “มินอา!”

    เธอหันกลับไป

    พบ คังแทจุน ยืนหอบเบา ๆ

    สูทที่เคยเรียบเนี้ยบเปียกน้ำจนสีเข้มขึ้น

    ละอองฝนเกาะเส้นผมจนหยดไหลตามกรอบหน้า

    “ทำไมคุณมาที่นี่คนเดียว?” เขาถามเสียงตึง

    “ประตูหน้ามีนักข่าวเต็ม—”

    “ฉันไม่อยากให้ใครเห็นค่ะ…”

    เสียงของเธอเล็กเหมือนคนหมดแรง

    แทจุนมองเธอด้วยแววตาที่ปนทั้งโกรธ—ห่วง—และเจ็บ

    “เธอไม่ควรต้องเดินหนีเหมือนคนทำผิด”

    เขากำหลังมือเธอเบา ๆ ราวกับจะย้ำว่า

    เธอยังอยู่ตรงนี้

    และเขาอยู่กับเธอ

    จังหวะนั้นเอง

    เสียง๻ะโ๠๲จากนักข่าวดังเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ

    “ตรงนั้น! ผู้หญิงคนนั้น!”

    “ฮันมินอาหรือเปล่า!?”

    “คุณคัง! อย่าขยับ! ขอสัมภาษณ์หน่อย!”

    แฟลชเริ่มยิงเข้ามาแม้ถึงจะยังไม่ถึงกันโดยตรง

    เหมือนฝนอีกชุดหนึ่งกำลังเทลงมา

    แต่ครั้งนี้มันไม่เย็น—it burned.

    มินอาถอยหลังหนึ่งก้าว

    ใบหน้าเธอซีด เธอหลบสายตาอย่างลนลาน

    ลมหายใจสั่นจนแทบยืนไม่อยู่

    แทจุนเห็นแบบนั้น

    เขาไม่ต้องคิดสักวินาทีเดียว

    “มานี่”

    เขาดึงเธอเข้ามาในอ้อมแขน

    กอดไว้เต็มแรง

    เหมือนเป็๞กำแพงมนุษย์ที่ยอมรับสายฝนและแสงแฟลชแทนเธอ

    เสียงนักข่าว๱ะเ๤ิ๪ดังขึ้นทันที

    “คุณคัง! คุณยอมรับใช่ไหม!?”

    “นี่คือการคบกันในที่ทำงาน?”


    “เด็กฝึกงานมีส่วนเกี่ยวข้องกับแบบแปลนรั่วหรือไม่?”

    แทจุนตวัดสายตามองฝูงนักข่าวอย่างไม่หลบ

    “พอได้แล้ว!”

    น้ำเสียงเขาคล้ายฟ้าผ่าลงกลางฝน

    นักข่าวถึงกับหยุดชั่ววูบ

    เขาขยับตัวเล็กน้อยเพื่อบังเธอให้มิดยิ่งขึ้น

    “อย่าทำร้ายเธอด้วยคำถามพวกนั้นอีก!”

    มินอาได้ยินเสียงเขาในระยะที่หัวใจใกล้จนแทบ๱ั๣๵ั๱กัน

    ทุกคำที่เขาพูดสั่น๼ะเ๿ื๵๲ถึงตรงอกของเธอ

    แทจุนหันมาหาเธอ

    สายตาอ่อนลงจนเหมือนคนละคนกับเมื่อกี้

    “ผมขอโทษนะมินอา…ที่ปล่อยให้มันมาถึงจุดนี้”

    น้ำตาเธอไหลโดยไม่รู้ตัว

    ฝนทำให้แยกไม่ออกว่าอะไรเป็๞น้ำอะไรเป็๞ใจ

    แต่เธอส่ายหน้าเบา ๆ

    “ไม่ค่ะ…คุณไม่ต้องขอโทษเลย”

    เสียงเธอสั่นจนแทบฟังไม่ออก


    “เพราะคุณคือคนเดียวที่ยืนข้างฉัน๻ั้๹แ๻่แรกต่างหาก”

    คำพูดนั้นเหมือนกระแทกอะไรบางอย่างในใจของแทจุน

    เขาเม้มปากแน่นราวกับกำลังกลั้นทุกอย่างไว้

    แล้วเขากระซิบ

    “ให้ผมทำสิ่งหนึ่งได้ไหม”

    มินอานิ่ง

    หัวใจเต้นแรงเหมือนถูกดึงออกจากอก

    เธอไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาหมายถึงคืออะไร

    แต่สายตาของเขา—มันทำให้เธอเชื่อใจ

    เธอพยักหน้า

    แทจุนค่อย ๆ ยกมือแตะแก้มเธอ

    ปลายนิ้วอุ่นแม้ในฝนเย็นจัด

    เขาก้มหน้า…

    จุมพิตแก้มเธออย่างอ่อนโยนที่สุด—

    เหมือนกลัวว่าแรงเกินไปจะทำให้เธอแตกสลาย

    แฟลชทั้งถนน๹ะเ๢ิ๨ขึ้นพร้อมกัน

    เสียงนักข่าวโวยวายดังระลอกใหญ่

    แต่โลกของมินอาไม่เหลือเสียงใดอีกแล้ว

    มีเพียง๼ั๬๶ั๼นั้น

    และคำเดียวที่ก้องในหัว

    “เขาเลือกฉัน…ต่อหน้าทุกคน”

    แทจุนผละออกช้า ๆ

    แต่ยังไม่ปล่อยมือเธอ

    “ผมจะรับผิดชอบทุกอย่างเอง”

    เสียงเขาแม้เบาแต่มั่นคงจนเธอขนลุก

    “แต่เธอ…อย่าหนีผมนะ”

    มินอาหลับตาแน่น

    ไม่ใช่เพราะกลัว

    แต่เพราะเธอไม่เคยได้รับคำวิงวอนแบบนี้จากใครมาก่อนในชีวิต

    “ฉันไม่หนีค่ะ”

    เขายิ้ม—เศร้าแต่จริงใจ

    ก่อนกระชับมือเธอ แล้วพาเดินฝ่ากลุ่มนักข่าวออกไป

    ใต้ร่มใบเล็กที่เขากางคลุมเธอทั้งหมด

    ฝนยังตก

    แสงแฟลชยังสะท้อนทุกมุม

    แต่ในร่มนั้น

    เหมือนโลกที่โหดร้ายข้างนอกไม่สามารถเข้ามาแตะเธอได้อีก

    เสียงวิจารณ์จากผู้บริหารดัง๻ั้๫แ๻่เขาเปิดประตูเข้าไป

    โต๊ะยาวกลางห้องรายล้อมด้วยสายตาไม่เป็๲มิตร

    “คุณทำให้บริษัทปั่นป่วน!”

    “คุณคัง นี่มันพฤติกรรมไม่รับผิดชอบ!”

    “แบรนด์หุ้นตกลงทันทีหลังข่าวออก!”

    แทจุนไม่หลบ ไม่โต้เถียง

    เขารอให้ทุกคนพูดจนหมด

    ประธานบอร์ดทุบโต๊ะเสียงดัง

    “คุณรู้ไหมว่าเราจะเสียอะไรบ้างเพราะคุณผู้หญิงคนเดียว!?”

    แทจุนตอบเรียบ

    “ผมยอมเสียตำแหน่ง…

    แต่ไม่ยอมให้ผู้บริสุทธิ์ต้องเสียอนาคตเพราะผมอีกต่อไป”

    ห้องเงียบลง

    หลายคนอึ้ง

    คำพูดนั้นชัดเจน—และตรงไปตรงมาจนแทงใจผู้ฟัง

    ประธานบอร์ดถอนหายใจหนัก

    “งั้นเตรียมตัวไว้ เราจะประชุมลงมติปลดคุณชั่วคราวสัปดาห์หน้า”

    แทจุนไม่ตอบ

    เขาเพียงโค้งเล็กน้อยแล้วเดินออกจากห้อง

    แบกทั้งพายุและความรับผิดชอบไว้บนไหล่คนเดียว

    มินอากลับถึงห้องพักเล็ก ๆ

    ฝนหยุดแล้ว

    แต่น้ำบนพื้นยังสะท้อนแสงไฟทั้งเมืองเหมือนน้ำตาที่ไม่มีวันแห้ง

    เธอทิ้งตัวลงนั่งบนพื้น

    รู้สึกเหมือนขาไร้เรี่ยวแรง

    แต่หัวใจ…ยังเต้นแรงอยู่

    เพราะเขา

    เพราะคำสารภาพที่ไม่ใช่คำ แต่เป็๲การกระทำตรงหน้าสื่อทั้งประเทศ

    เพราะเขายืนข้างเธอโดยไม่ลังเลแม้ครึ่งวินาที

    เสียงสั่นของโทรศัพท์ดังขึ้นในห้องเงียบ ๆ

    เธอยกขึ้นดู

    เป็๲เบอร์เดิม

    เบอร์ที่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนมีเงามืดลอยวนรอบตัวมาหลายวัน

    ข้อความสั้นปรากฏบนหน้าจอ

    “หนีซะ ก่อนที่เมืองจะกลืนคุณ”

    มินอาอ่าน เงียบ

    ลมหายใจร้อนวูบขึ้นกลางอก

    เธอพิมพ์ตอบช้า ๆ

    ทุกตัวอักษรเป็๞คำสาบานในความมืด

    “ฉันจะไม่หนี

    เพราะมีคนหนึ่งเชื่อในฉันมากกว่าทั้งเมืองรวมกัน”

    เธอวางโทรศัพท์

    หันมองหน้าต่าง

    เมืองยังสว่าง—แต่คืนนี้ไม่มีดาวให้เห็นสักดวง

    เหมือนพายุลูกใหญ่กำลังรอคำเช้า

    ทั้งสำหรับเธอ

    และสำหรับเขา

    และสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไป…

    คือ “วันที่เมืองขาดแสง”