“แสงแฟลชไม่เคยอบอุ่น แต่มันเผยให้เห็นว่าใครยืนข้างเรา”
ฝนโปรยบาง ๆ ั้แ่บ่ายคล้ายฟ้าจำวันเก่าได้
แสงสะท้อนบนผิวน้ำบนถนนย่านคังนัมเต็มไปด้วยความสับสน เหมือนทุกหยดน้ำกำลังถามว่า
“ต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น?”
หน้าตึก KJ Tower
แผงกั้นที่ปกติสะอาดโล่ง กลับกลายเป็พื้นที่ที่เต็มไปด้วยนักข่าว
กล้องหลายสิบตัวตั้งเรียงเหมือนปืนไรเฟิลเล็งไปยังประตูบริษัท
แฟลชที่ยิงเป็ระยะ ๆ ทำให้บรรยากาศเหมือนอยู่ในสนามรบของความจริงและความลวง
มินอายืนหลบอยู่ข้างทางเข้า “พนักงานส่งของ” ด้านหลังตึก
ฮู้ดเสื้อแจ็กเก็ตของเธอเปียกจนหนัก
ฝนไม่แรง แต่พอจะทำให้รู้สึกหนาว
เธอกัดริมฝีปากตัวเองแน่น
ข้อความเตือนจากเบอร์ลับเมื่อคืนยังลอยอยู่ในหัว
“อย่ากลับไปที่บริษัทพรุ่งนี้ ถ้าไม่อยากตกเป็ข่าวอีก”
แต่เธอมา
เพราะหนี…ไม่เคยช่วยให้ความจริงเปลี่ยนไป
และเพราะเขาเพิ่งยืนปกป้องเธอต่อหน้าทั้งประเทศ
เมื่อคิดถึงคำพูดของแทจุนในงานแถลง
หัวใจของเธอเจ็บ แต่ยังอุ่นอยู่ลึก ๆ
“ผมไม่ปฏิเสธ”
“เธอไม่ได้ทำอะไรผิด”
“ผมจะไม่ให้ใครใช้ชื่อของเธอทำร้ายเธออีก”
เพียงเท่านั้น…เธอก็ไม่มีเหตุผลที่จะถอยอีก
มินอาหันตัวจะเดินกลับซอยด้านหลังให้พ้นจากสายตานักข่าว
แต่เสียงฝีเท้าหนักดังเร็วขึ้นจากด้านหลัง
คว้า—
ข้อมือของเธอถูกจับไว้
แรงไม่มาก แต่มั่นคงจนหัวใจสะดุ้งวูบ
เสียงทุ้มเรียกเธออย่างรีบร้อน
“มินอา!”
เธอหันกลับไป
พบ คังแทจุน ยืนหอบเบา ๆ
สูทที่เคยเรียบเนี้ยบเปียกน้ำจนสีเข้มขึ้น
ละอองฝนเกาะเส้นผมจนหยดไหลตามกรอบหน้า
“ทำไมคุณมาที่นี่คนเดียว?” เขาถามเสียงตึง
“ประตูหน้ามีนักข่าวเต็ม—”
“ฉันไม่อยากให้ใครเห็นค่ะ…”
เสียงของเธอเล็กเหมือนคนหมดแรง
แทจุนมองเธอด้วยแววตาที่ปนทั้งโกรธ—ห่วง—และเจ็บ
“เธอไม่ควรต้องเดินหนีเหมือนคนทำผิด”
เขากำหลังมือเธอเบา ๆ ราวกับจะย้ำว่า
เธอยังอยู่ตรงนี้
และเขาอยู่กับเธอ
จังหวะนั้นเอง
เสียงะโจากนักข่าวดังเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ
“ตรงนั้น! ผู้หญิงคนนั้น!”
“ฮันมินอาหรือเปล่า!?”
“คุณคัง! อย่าขยับ! ขอสัมภาษณ์หน่อย!”
แฟลชเริ่มยิงเข้ามาแม้ถึงจะยังไม่ถึงกันโดยตรง
เหมือนฝนอีกชุดหนึ่งกำลังเทลงมา
แต่ครั้งนี้มันไม่เย็น—it burned.
มินอาถอยหลังหนึ่งก้าว
ใบหน้าเธอซีด เธอหลบสายตาอย่างลนลาน
ลมหายใจสั่นจนแทบยืนไม่อยู่
แทจุนเห็นแบบนั้น
เขาไม่ต้องคิดสักวินาทีเดียว
“มานี่”
เขาดึงเธอเข้ามาในอ้อมแขน
กอดไว้เต็มแรง
เหมือนเป็กำแพงมนุษย์ที่ยอมรับสายฝนและแสงแฟลชแทนเธอ
เสียงนักข่าวะเิดังขึ้นทันที
“คุณคัง! คุณยอมรับใช่ไหม!?”
“นี่คือการคบกันในที่ทำงาน?”
“เด็กฝึกงานมีส่วนเกี่ยวข้องกับแบบแปลนรั่วหรือไม่?”
แทจุนตวัดสายตามองฝูงนักข่าวอย่างไม่หลบ
“พอได้แล้ว!”
น้ำเสียงเขาคล้ายฟ้าผ่าลงกลางฝน
นักข่าวถึงกับหยุดชั่ววูบ
เขาขยับตัวเล็กน้อยเพื่อบังเธอให้มิดยิ่งขึ้น
“อย่าทำร้ายเธอด้วยคำถามพวกนั้นอีก!”
มินอาได้ยินเสียงเขาในระยะที่หัวใจใกล้จนแทบัักัน
ทุกคำที่เขาพูดสั่นะเืถึงตรงอกของเธอ
แทจุนหันมาหาเธอ
สายตาอ่อนลงจนเหมือนคนละคนกับเมื่อกี้
“ผมขอโทษนะมินอา…ที่ปล่อยให้มันมาถึงจุดนี้”
น้ำตาเธอไหลโดยไม่รู้ตัว
ฝนทำให้แยกไม่ออกว่าอะไรเป็น้ำอะไรเป็ใจ
แต่เธอส่ายหน้าเบา ๆ
“ไม่ค่ะ…คุณไม่ต้องขอโทษเลย”
เสียงเธอสั่นจนแทบฟังไม่ออก
“เพราะคุณคือคนเดียวที่ยืนข้างฉันั้แ่แรกต่างหาก”
คำพูดนั้นเหมือนกระแทกอะไรบางอย่างในใจของแทจุน
เขาเม้มปากแน่นราวกับกำลังกลั้นทุกอย่างไว้
แล้วเขากระซิบ
“ให้ผมทำสิ่งหนึ่งได้ไหม”
มินอานิ่ง
หัวใจเต้นแรงเหมือนถูกดึงออกจากอก
เธอไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาหมายถึงคืออะไร
แต่สายตาของเขา—มันทำให้เธอเชื่อใจ
เธอพยักหน้า
แทจุนค่อย ๆ ยกมือแตะแก้มเธอ
ปลายนิ้วอุ่นแม้ในฝนเย็นจัด
เขาก้มหน้า…
จุมพิตแก้มเธออย่างอ่อนโยนที่สุด—
เหมือนกลัวว่าแรงเกินไปจะทำให้เธอแตกสลาย
แฟลชทั้งถนนะเิขึ้นพร้อมกัน
เสียงนักข่าวโวยวายดังระลอกใหญ่
แต่โลกของมินอาไม่เหลือเสียงใดอีกแล้ว
มีเพียงัันั้น
และคำเดียวที่ก้องในหัว
“เขาเลือกฉัน…ต่อหน้าทุกคน”
แทจุนผละออกช้า ๆ
แต่ยังไม่ปล่อยมือเธอ
“ผมจะรับผิดชอบทุกอย่างเอง”
เสียงเขาแม้เบาแต่มั่นคงจนเธอขนลุก
“แต่เธอ…อย่าหนีผมนะ”
มินอาหลับตาแน่น
ไม่ใช่เพราะกลัว
แต่เพราะเธอไม่เคยได้รับคำวิงวอนแบบนี้จากใครมาก่อนในชีวิต
“ฉันไม่หนีค่ะ”
เขายิ้ม—เศร้าแต่จริงใจ
ก่อนกระชับมือเธอ แล้วพาเดินฝ่ากลุ่มนักข่าวออกไป
ใต้ร่มใบเล็กที่เขากางคลุมเธอทั้งหมด
ฝนยังตก
แสงแฟลชยังสะท้อนทุกมุม
แต่ในร่มนั้น
เหมือนโลกที่โหดร้ายข้างนอกไม่สามารถเข้ามาแตะเธอได้อีก
เสียงวิจารณ์จากผู้บริหารดังั้แ่เขาเปิดประตูเข้าไป
โต๊ะยาวกลางห้องรายล้อมด้วยสายตาไม่เป็มิตร
“คุณทำให้บริษัทปั่นป่วน!”
“คุณคัง นี่มันพฤติกรรมไม่รับผิดชอบ!”
“แบรนด์หุ้นตกลงทันทีหลังข่าวออก!”
แทจุนไม่หลบ ไม่โต้เถียง
เขารอให้ทุกคนพูดจนหมด
ประธานบอร์ดทุบโต๊ะเสียงดัง
“คุณรู้ไหมว่าเราจะเสียอะไรบ้างเพราะคุณผู้หญิงคนเดียว!?”
แทจุนตอบเรียบ
“ผมยอมเสียตำแหน่ง…
แต่ไม่ยอมให้ผู้บริสุทธิ์ต้องเสียอนาคตเพราะผมอีกต่อไป”
ห้องเงียบลง
หลายคนอึ้ง
คำพูดนั้นชัดเจน—และตรงไปตรงมาจนแทงใจผู้ฟัง
ประธานบอร์ดถอนหายใจหนัก
“งั้นเตรียมตัวไว้ เราจะประชุมลงมติปลดคุณชั่วคราวสัปดาห์หน้า”
แทจุนไม่ตอบ
เขาเพียงโค้งเล็กน้อยแล้วเดินออกจากห้อง
แบกทั้งพายุและความรับผิดชอบไว้บนไหล่คนเดียว
มินอากลับถึงห้องพักเล็ก ๆ
ฝนหยุดแล้ว
แต่น้ำบนพื้นยังสะท้อนแสงไฟทั้งเมืองเหมือนน้ำตาที่ไม่มีวันแห้ง
เธอทิ้งตัวลงนั่งบนพื้น
รู้สึกเหมือนขาไร้เรี่ยวแรง
แต่หัวใจ…ยังเต้นแรงอยู่
เพราะเขา
เพราะคำสารภาพที่ไม่ใช่คำ แต่เป็การกระทำตรงหน้าสื่อทั้งประเทศ
เพราะเขายืนข้างเธอโดยไม่ลังเลแม้ครึ่งวินาที
เสียงสั่นของโทรศัพท์ดังขึ้นในห้องเงียบ ๆ
เธอยกขึ้นดู
เป็เบอร์เดิม
เบอร์ที่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนมีเงามืดลอยวนรอบตัวมาหลายวัน
ข้อความสั้นปรากฏบนหน้าจอ
“หนีซะ ก่อนที่เมืองจะกลืนคุณ”
มินอาอ่าน เงียบ
ลมหายใจร้อนวูบขึ้นกลางอก
เธอพิมพ์ตอบช้า ๆ
ทุกตัวอักษรเป็คำสาบานในความมืด
“ฉันจะไม่หนี
เพราะมีคนหนึ่งเชื่อในฉันมากกว่าทั้งเมืองรวมกัน”
เธอวางโทรศัพท์
หันมองหน้าต่าง
เมืองยังสว่าง—แต่คืนนี้ไม่มีดาวให้เห็นสักดวง
เหมือนพายุลูกใหญ่กำลังรอคำเช้า
ทั้งสำหรับเธอ
และสำหรับเขา
และสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไป…
คือ “วันที่เมืองขาดแสง”