หยางซูฉีลืมตาขึ้นมาด้วยความมึนงง เธอเหม่อมองไปรอบๆพลางนิ่วหน้าด้วยความสับสน ก่อนหมดสติไปเธอจำได้ว่าเพื่อช่วยให้เหล่าสหายที่เข้าร่วมปฏิบัติการปฏิบัติภาระกิจได้สำเร็จ เธอจึงต้องใช้ตนเองเป็เหยื่อล่อจนพลาดถูกคมะุของผู้ก่อการร้ายเข้าที่หน้าอก ขณะที่เธอกำลังคิดทบทวนก็ยกมือขึ้นมาลูบที่หน้าอกเพื่อสำรวจาแ กลับไม่มีร่องรอยของอาการาเ็เลยสักนิด มีเพียงเสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่ที่ดูอย่างไรก็แปลกประหลาด
ยามนี้หน้าอกของเธอไม่มีาแจากคมะุแต่แผ่นหลังกลับมีอาการแสบร้อนรุนแรง เมื่อขยับตัวก็พลันรู้สึกถึงความร้าวระบมที่แผ่นหลัง แม้ว่าตอนนี้จะมีที่นอนอันหนานุ่มรองรับแผ่นหลังของเธออยู่แต่กลับไม่สามารถช่วยลดทอนความร้าวระบมเท่าใดนัก หยางซูฉีคิดพลางนิ่วหน้าอาการาเ็นี้น่าจะเกิดจากการถูกเฆี่ยนตีและขณะนี้น่าจะกำลังอักเสบอยู่จนทำให้ร่างกายของเธอในเวลานี้ทั้งมีไข้และอ่อนแรง
หยางซูฉีเหลือบมองม่านมุ้งคลุมเตียงที่ปักลายอย่างปราณีตและสวยงาม แล้วก็เหลือบมองการตกแต่งของห้องด้วยความประหลาดใจ ห้องแห่งนี้มีกลิ่นอายของความโบราณอยู่มาก ทั้งม่านมุ้งและเครื่องเรือนรวมไปถึงชุดที่เธอกำลังสวมใส่อยู่ในตอนนี้ด้วย
“ฉีเอ๋อ! ลูกแม่เ้าเป็อย่างไรบ้าง” หญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งแต่งกายด้วยชุดจีนโบราณเดินเข้ามาดูเธอด้วยสีหน้าห่วงใย เมื่อผู้หญิงคนนั้นเห็นว่าหยางซูฉีได้สติแล้วก็นั่งลงบนเตียงแล้วโน้มตัวลงมาเข้ามาโอบกอดหยางซูฉีที่กำลังนอนอยู่บนเตียงจนแผ่นหลังที่ได้รับาเ็ของเธอได้รับความกระทบกระเทือนจนเธอต้องร้องครางออกมาอย่างไม่อาจจะอดกลั้นได้
“แม่รองการที่ท่านทำเช่นนั้นยิ่งเป็การทำให้น้องยิ่งได้รับาเ็มากขึ้นนะเ้าคะ” น้ำเสียงราบเรียบที่ดังอยู่ทางด้านหลังทำให้ผู้หญิงที่กำลังสวมกอดหยางซูฉีหยุดชะงักแล้วหันไปพูดกับผู้หญิงที่ยืนอยู่กลางห้องด้วยน้ำเสียงประชดประชัน
“นางถูกลงโทษจนาเ็ถึงขนาดนี้ก็สาแก่ใจของเ้าแล้วมิใช่หรือ หยางซูเจินในฐานะแม่เลี้ยงของเ้าข้าจำได้ว่าไม่เคยทำไม่ดีต่อเ้าเลยสักครั้ง ฉีเอ๋อของข้าก็นับว่าเป็น้องสาวต่างมารดาของเ้าต่อให้นางทำผิดต่อเ้าก่อนก็ไม่ควรลงมือกับนางอย่างรุนแรงถึงขั้นนี้กระมัง โธ่! ฉีเอ๋อของแม่ต่อไปเ้าต้องไปใช้ชีวิตอย่างยากลำบากถึงปานนั้นแล้วเ้าจะมีชีวิตรอดได้อย่างไรกัน” เสียงร้องไห้ของหญิงวัยกลางคนผู้นั้นทำให้หยางซูฉีรู้สึกอึดอัดใจเป็อย่างมาก ยังดีที่ผู้หญิงคนนั้นไม่มากดทับร่างกายของเธออย่างเมื่อครู่นี้อีกแล้ว
“นางถูกลงโทษเช่นนี้นับว่าท่านพ่อลงโทษนางสถานเบาแล้ว หากให้ข้าลงมือนางคงไม่ได้มานอนรักษาตัวอยู่เช่นนี้แน่” หญิงสาวที่ถูกเรียกว่าหยางซูเจินพูดด้วยน้ำเสียงไม่ยินดียินร้าย แต่หยางซูฉีที่นอนอยู่บนเตียงกลับทำหน้านิ่วพลางคิดว่าชื่อของผู้หญิงคนนี้ทำไมฟังดูแล้วจึงรู้สึกว่าคุ้นๆเหมือนเธอเคยอ่านผ่านตาที่ไหนมาก่อน
“แล้วที่ท่านเอ่ยมาเมื่อครู่ว่าท่านไม่เคยทำไม่ดีต่อข้า ใช่ท่านไม่เคยทำไม่ดีต่อข้าแต่ก็ไม่เคยทำดีกับข้าเลยสักครั้ง ในสายตาของท่านข้าเป็เพียงอากาศธาตุอยู่อย่างไร้ตัวตนในจวนแห่งนี้ เื่นั้นข้าก็พอยอมรับได้แต่จะให้ข้าเสียสละคู่หมั้นของตนให้แก่นางข้ายอมไม่ได้เช่นกัน” หญิงสาวผู้นั้นเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน นางเดินเข้ามาใกล้แล้วจ้องมองหยางซูฉีด้วยแววตาเ็า
“หยางซูฉีหากเ้าไม่คิดให้ร้ายข้ายามนี้เ้าก็คงไม่ต้องลงเอยเช่นนี้ ท่านพ่อลงโทษเ้าเพียงเท่านี้ก็นับว่าเขาปรานีต่อเ้ามากแล้ว” เอ่ยจบหญิงสาวที่ชื่อหยางซูเจินก็เดินจากไป ทิ้งให้หยางซูฉีนอนมึนงงอยู่บนที่นอน
“ฉีเอ๋อของแม่จะทำอย่างไรกันดี อีกไม่กี่วันท่านพ่อของเ้าก็จะส่งเ้าขึ้นเกี้ยวแต่งไปกับเ้าคนบ้านป่าผู้นั้นแล้ว ฉีเอ๋อนะฉีเอ๋อหากเ้าปรึกษาแม่สักนิดเ้าก็คงจะไม่ต้องลงเอยเช่นนี้” เอ่ยจบหญิงวัยกลางคนก็ร้องไห้ออกมาด้วยเสียงที่ไม่เบาเลย หยางซูฉีได้แต่นิ่วหน้าแล้วจึงได้เอ่ยถามออกมาในครั้งแรก
“แต่งงาน แต่งกับใคร?” ได้ยินหยางซูฉีเอ่ยปากถามเช่นนี้หญิงวัยกลางคนที่กำลังร้องไห้อยู่ก็หันมาตอบเธอด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“จะเป็ผู้ใดไปได้เล่า เ้าอยู่กับเขาสองต่อสองทั้งคืนเช่นนั้นหากไม่แต่งกับเขาแล้วเ้ายังจะแต่งกับผู้ใดได้อีก ฉีเอ๋อแม่รู้ว่าเ้ายากจะทำใจยอมรับได้ แต่เื่นี้เกินความสามารถของแม่แล้วจริงๆ” พูดจบผู้หญิงคนนั้นก็นั่งร้องไห้ต่อ ถึงแม้ว่าหยางซูฉีจะรู้สึกสับสนมากเพียงใดแต่ก็ไม่อาจจะสอบถามได้มากกว่านี้ เธอจึงพยายามสงบจิตสงบใจแล้วพยายามหลับตาพักผ่อนอีกครั้ง ด้วยคิดว่าตอนนี้เธออาจจะกำลังฝันหรือเพ้อเพราะพิษไข้อยู่ก็เป็ได้