บทที่ 26 การเลือกหนทางสู่ความตาย
ในเมืองใหญ่ต่าง ๆ ของต้าเฉียนล้วนมีที่ตั้งจวนที่ว่าการกรมปราบปีศาจ
สำหรับชาวบ้านทั่วไป จวนที่ว่าการกรมปราบปีศาจเป็สถานที่ที่ทำให้ผู้คนเปลี่ยนสีหน้าเมื่อพูดถึง
ที่นี่เต็มไปด้วยไอสังหารและกลิ่นคาวเื ตลอดทั้งปีมักได้ยินเสียงร้องครวญครางอันน่าสยองจากปีศาจร้าย ราวกับเป็นรกบนดิน
"ขออภัยด้วย กรมปราบปีศาจของเมืองเทียนเหอเปิดรับสมัครคนเพียงปีละครั้งเท่านั้น หากคุณชายรองลู่้าเข้าร่วมการทดสอบ โปรดกลับมาใหม่ใน่ฤดูเก็บเกี่ยวเถิด"
ตรงหน้าจวนที่ว่าการกรมปราบปีศาจ มีองครักษ์นายหนึ่งประสานมือคำนับอย่างสุภาพ เพื่อปฏิเสธคำร้องขอของลู่เยี่ย
ลู่เยี่ยเหลือบมองไปยังแม่นางนั่วนั่วที่อยู่ข้างกายอย่างเป็ธรรมชาติ
ราวกับจะบอกว่า เื่เล็กน้อยเช่นนี้ เ้าต้องจัดการได้อย่างแน่นอน ใช่หรือไม่?
"ให้ข้าซึ่งเป็สตรีออกหน้า เ้าช่างไร้ยางอายจริง ๆ!"
นั่วนั่วจ้องมองลู่เยี่ยอย่างดุดัน
ลู่เยี่ยถอนหายใจออกมา "หมอบอกว่าลำไส้และกระเพาะของข้าไม่ค่อยดี และยังกำชับว่าชาตินี้ข้าต้องกินข้าวนิ่มให้มาก ข้าก็ได้แต่จำใจทำตาม"
นั่วนั่ว "..."
นางอยากจะสะบัดหน้าหนีไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด แต่นี่เป็เื่ที่อาจารย์กำชับเอาไว้ จึงทำได้แค่จำยอม
"ไปบอกใต้เท้าของพวกเ้าให้จัดการ 'การทดสอบภายใน' สำหรับลู่เยี่ย!"
นั่วนั่วมีสีหน้าเ็า หยิบป้ายคำสั่งออกมาแผ่นหนึ่งแล้วส่งให้องครักษ์นายนั้น
ป้ายคำสั่งเป็สีเงิน ด้านหน้ามีลวดลาย 'ดาบและกระบี่ไขว้กัน ปีศาจและภูตผีก้มหัวยอมจำนน'
ด้านหลังสลักคำว่า 'ผู้บัญชาการแห่งกรมปราบปีศาจ'
"ผู้ใต้บังคับบัญชาคารวะท่านผู้บัญชาการ!"
องครักษ์รีบค้อมกายคำนับอย่างรวดเร็ว ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึงอย่างยิ่ง
เขาไม่เคยคิดเลยว่าหญิงสาวที่ดูน่ารักสดใสผู้นี้ จะเป็ถึงผู้บัญชาการอาภรณ์สีเงิน!
ตำแหน่งระดับนี้ สามารถดำรงตำแหน่งผู้บังคับบัญชาสูงสุดของจวนที่ว่าการกรมปราบปีศาจในเมืองใหญ่ได้เลย!
"รีบไปรายงานเถิด ต้องเร็วหน่อย ข้าไม่มีเวลามากพอที่จะเสียไปกับที่นี่"
นั่วนั่วโบกมือ
องครักษ์ไม่รอช้า รีบหมุนตัววิ่งเข้าไปในจวนที่ว่าการกรมปราบปีศาจทันที
"ช่างสง่างามจริง ๆ!" ลู่เยี่ยชูนิ้วหัวแม่มือ
ตำแหน่งขุนนางในสามกรมแบ่งออกเป็ นายกองอาภรณ์สีเขียว ผู้บัญชาการอาภรณ์สีเงิน ผู้บัญชาการใหญ่อาภรณ์สีทอง แม่ทัพอาภรณ์สีแดง และมหาเสนาบดีอาภรณ์สีม่วง
ในกรมปราบปีศาจแม้แต่ตำแหน่งต่ำสุดอย่างนายกองอาภรณ์สีเขียวก็สามารถบัญชาการองครักษ์ปราบปีศาจได้เป็ร้อยนาย! มีอำนาจมหาศาล
แล้วไม่ต้องพูดถึงตำแหน่งผู้บัญชาการอาภรณ์สีเงินเลย
แม่นางนั่วนั่วแค่นเสียงเบา ๆ "อย่ามาประจบสอพลอ ข้าบอกเ้าไว้ก่อน ถึงเ้าจะพยายามเอาใจข้าสักเพียงใด เวลา 'ทดสอบภายใน' ข้าก็ไม่มีทางช่วยเ้าฝ่าฝืนกฎหรอก"
ลู่เยี่ยกลับรู้ชัดว่า การทดสอบของกรมปราบปีศาจนั้นเข้มงวดอย่างยิ่ง แทบจะไร้ความปราณีตุ่์ ทุกอย่างล้วนต้องพึ่งพากำลังความสามารถเท่านั้น
"การทดสอบภายในนี้มีข้อกำหนดอย่างไรบ้าง?"
ลู่เยี่ยฉวยโอกาสถาม
แม่นางนั่วนั่วมองด้วยสายตาแปลกประหลาด "การทดสอบภายในนั้นมีไว้เฉพาะสำหรับผู้มีพลังบำเพ็ญและผู้มีพร์เหนือคนธรรมดาเท่านั้น พูดง่าย ๆ ก็คือ 'การคัดเลือกพิเศษ' เพียงแค่ผ่านการทดสอบก็จะได้เลื่อนสามขั้นทันที!"
ลู่เยี่ยเอ่ยออกมาด้วยความประหลาดใจ "เลื่อนจากตำแหน่งองครักษ์ปราบปีศาจถึงสามขั้น นั่นมิใช่เป็ขั้นผู้บัญชาการใหญ่อาภรณ์สีทองแล้วหรือ? ตำแหน่งนั้นสูงกว่าเ้าอีกขั้นเชียวนะ!"
"ฝันไปเถอะ!"
แม่นางนั่วนั่วหัวเราะเยาะ แล้วกล่าวอย่างดูแคลนว่า "เป็การเลื่อนจากองครักษ์ปราบปีศาจขั้นเก้ามาเป็องครักษ์ปราบปีศาจขั้นหก! เ้าไม่รู้หรือว่าองครักษ์ปราบปีศาจยังแบ่งเป็เก้าระดับขั้นด้วยกัน?"
ลู่เยี่ย "......"
ดูเหมือนว่าตนจะคิดมากเกินไปแล้วจริง ๆ
"นอกจากนี้ ตำแหน่งนายกองอาภรณ์สีเขียวยังแบ่งเป็ยศหลักและยศรอง ส่วนผู้บัญชาการอาภรณ์สีเงินก็แบ่งเป็ผู้บัญชาการฝ่ายซ้าย ผู้บัญชาการฝ่ายขวา และผู้บัญชาการใหญ่..."
แม่นางนั่วนั่วฉวยโอกาสนี้ โจมตีลู่เยี่ยด้วยคำพูดอย่างดุเดือด "ข้าขอเตือนเ้าว่าอย่าได้คิดเกินตัว เ้าคิดว่าการเลื่อนตำแหน่งในกรมปราบปีศาจนั้นเป็เื่ง่ายดายถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?"
"แม้แต่ข้าเองก็ต้องใช้เวลาถึงสามปีเต็ม ๆ เพื่อสั่งสมผลงานการต่อสู้มากมาย จึงจะได้สวมอาภรณ์สีเงินนี้ และดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการฝ่ายซ้ายแห่งกรมปราบปีศาจ!"
"ส่วนเ้านั้น จงทำตัวให้เรียบร้อยและเริ่มต้นจากขั้นต่ำสุดเป็องครักษ์ปราบปีศาจไปก่อนเถิด!"
หลังจากที่ได้สาดคำพูดใส่หน้าลู่เยี่ยเป็ชุดใหญ่ นั่วนั่วก็รู้สึกโล่งอกขึ้นมาก
ลู่เยี่ยนวดขมับของตนเบา ๆ ความจริงเขาก็เคยได้ยินมาบ้างแล้วว่า ในกรมปราบปีศาจของต้าเฉียน ตำแหน่งที่มีจำนวนคนมากที่สุดก็คือองครักษ์ปราบปีศาจ
ผู้ที่สามารถดำรงตำแหน่งหนึ่งตำแหน่งใดได้จริง ๆ ในที่สุดแล้วก็มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น
"อีกอย่างนะ การทดสอบภายในของกรมปราบปีศาจนั้น ยากกว่าการทดสอบที่เปิดให้สาธารณชนที่จัดขึ้นปีละครั้งมากนัก เ้าจงระวังไว้ให้ดี"
นั่วนั่วเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี แต่แววตาของนางกลับเผยความเ้าเล่ห์ออกมาเล็กน้อย
"อย่าคิดว่าข้ากำลังขู่เ้า ในการทดสอบภายในของกรมปราบปีศาจใน่สิบปีที่ผ่านมา มักจะมีเพียงหนึ่งคนจากหนึ่งร้อยคนเท่านั้นที่สามารถผ่านได้!"
ั์ตาอันงดงามของนั่วนั่วจ้องมองใบหน้าของลู่เยี่ย จากนั้นนางก็กล่าวว่า "ข้ารู้ว่าความสามารถของเ้าไม่เลว แต่การทดสอบภายใน มิได้ประเมินเพียงแค่ความสามารถเพียงอย่างเดียว"
"ยังต้องมีการทดสอบการสังหารปีศาจ ทักษะการลงทัณฑ์ การผ่าพิสูจน์ การฝึกฝนจิตใจ และสุดท้ายยังต้องทำภารกิจปราบปรามปีศาจให้สำเร็จด้วย ต้องมีผลการทดสอบทุกด้านผ่านเกณฑ์ทั้งหมดเท่านั้น จึงจะได้รับสิทธิ์พิเศษและเข้าร่วมกรมปราบปีศาจ!"
พูดมากมายเช่นนี้ นั่วนั่วตั้งใจจะมองหาความกังวลและความประหม่าบนใบหน้าของลู่เยี่ย เพื่อจะถือโอกาสเยาะเย้ยเขา แต่ไม่คิดว่าลู่เยี่ยจะมีท่าทีสงบนิ่งั้แ่ต้นจนจบเช่นนี้ หลังจากฟังจบก็ยังยิ้มพลางพูดว่า "ฟังดูน่าสนใจทีเดียว"
"น่าสนใจ?"
ทันใดนั้น เสียงหัวเราะอย่างสดใสก็ดังขึ้น "คุณชายรองลู่ช่างมีจิตใจกล้าหาญเหลือเกิน! ข้ารอคอยอย่างยิ่งที่จะได้เห็นว่าคุณชายรองลู่จะทำให้พวกเราได้เปิดหูเปิดตาในวันนี้ได้อย่างไร!"
ชายวัยกลางคนร่างอ้วนในอาภรณ์สีเขียวหัวเราะพลางเดินออกมาจากจวนที่ว่าการกรมปราบปีศาจ
คำพูดนั้นเอ่ยกับลู่เยี่ย แต่หลังจากชายวัยกลางคนอาภรณ์สีเขียวออกมาแล้ว เขากลับรีบตรงเข้าไปคารวะนั่วนั่วเป็คนแรกทันที แล้วกล่าวว่า "ผู้ใต้บังคับบัญชา ฟางเป่ยเจิ้น นายกองกรมปราบปีศาจแห่งเมืองเทียนเหอ ขอคารวะท่านผู้บัญชาการ!"
นั่วนั่วขมวดคิ้วงามอย่างไม่พอใจแล้วกล่าวว่า "ผู้บัญชาการฝ่ายซ้ายหลี่ฮั่นซานอยู่ที่ใด เหตุใดเขาจึงไม่มาต้อนรับข้าด้วยตัวเอง แต่กลับส่งเ้าที่เป็นายกองมาแทน?"
ลู่เยี่ยมองดูเหตุการณ์อย่างเ็า
ตำแหน่งขุนนางในสามกรมของต้าเฉียนนั้นเข้มงวด และให้ความสำคัญกับการให้เกียรติที่ทัดเทียมกัน
นั่วนั่วในฐานะผู้บัญชาการอาภรณ์สีเงินเหมือนกัน นางได้มาเยือนด้วยตนเอง แต่หลี่ฮั่นซานกลับไม่ออกมาต้อนรับเอง เห็นได้ชัดว่าทำให้นั่วนั่วรู้สึกว่าตนถูกดูแคลน!
"ขอใต้เท้าโปรดระงับโทสะ"
ฟางเป่ยเจิ้นผู้มีรูปร่างอ้วนท้วมรีบอธิบาย "ท่านใต้เท้าหลี่ร่างกายไม่ค่อยดี บัดนี้กำลังพักผ่อนอยู่ในห้องภายในจวนที่ว่าการ ไม่สะดวกที่จะต้อนรับแขก"
หลังจากหยุดไปชั่วครู่ ฟางเป่ยเจิ้นก็กล่าวว่า "อย่างไรก็ตาม ท่านใต้เท้าหลี่ได้ทราบจุดประสงค์การมาของท่านและคุณชายรองลู่แล้ว จึงสั่งกำชับให้ข้าร่วมมือกับพวกท่านอย่างเต็มที่!"
ว่าแล้ว ฟางเป่ยเจิ้นก็มองไปที่ลู่เยี่ยด้วยรอยยิ้ม "หากคุณชายรองลู่พร้อมแล้ว ตอนนี้ก็สามารถตามข้าเข้าไปในจวนที่ว่าการเพื่อทำการทดสอบภายในได้เลย!"
คำพูดทั้งหมดของเขาแสดงท่าทีจริงใจไร้ที่ติ ทำให้นั่วนั่วไม่มีโอกาสได้โวยวายอีกต่อไป
ลู่เยี่ยจึงกล่าวขึ้นทันทีว่า "หากข้าจำไม่ผิด ท่านเป็คนของตระกูลฟางใช่หรือไม่?"
ั์ตาเล็กของฟางเป่ยเจิ้นหรี่ลงเล็กน้อย พลางหัวเราะก่อนจะเอ่ยว่า "ใช่!"
ลู่เยี่ยถามอีกว่า "ผู้บัญชาการหลี่ฮั่นซานร่างกายไม่ค่อยดี เป็เพราะความเ็ปจากการสูญเสียบุตรชายใช่หรือไม่?"
สีหน้าของฟางเป่ยเจิ้นเปลี่ยนไปเล็กน้อย พลางฝืนยิ้มอย่างยากลำบาก "เื่นี้ข้ามิอาจทราบได้"
ลู่เยี่ยยิ้ม "ข้าทราบก็พอแล้ว"
ตอนที่มาถึงจวนที่ว่าการกรมปราบปีศาจ เขาก็ได้สืบทราบมาว่า ผู้บัญชาการอาภรณ์สีเงินหลี่ฮั่นซานก็คือบิดาของหลี่ทั่ว!
และหลี่ทั่วนั้นก็เพิ่งตายภายใต้น้ำมือของเขาไปเมื่อวานนี้
ตอนนี้เมื่อรู้ว่าศัตรูที่สังหารบุตรชายกำลังมาเยือนถึงหน้าประตู ทว่า หลี่ฮั่นซานกลับเลือกที่จะหลบเลี่ยงการพบหน้า ท่าทีเช่นนี้ช่างชวนให้ครุ่นคิดอย่างยิ่ง
"เ้ากังวลว่าพวกเขาจะถือโอกาสสร้างเื่วุ่นวายหรือ?"
แม่นางนั่วนั่วกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ "วางใจเถิด มีข้าอยู่ คอยดูเถิดว่าพวกเขาเ่าั้จะกล้าก่อความวุ่นวายในการทดสอบหรือไม่"
ฟางเป่ยเจิ้นหัวเราะพลางกล่าวว่า "ใต้เท้ากล่าวเกินไปแล้ว ต่อให้ข้ามีความกล้าถึงร้อยเท่าก็ไม่กล้าทำลายกฎระเบียบของกรมปราบปีศาจ!"
ว่าแล้วเขาก็พาลู่เยี่ยและนั่วนั่วเข้าไปในจวนที่ว่าการกรมปราบปีศาจ จนมาถึงห้องโถงใหญ่ที่มีแสงสลัว
"โฮก!"
เพิ่งเดินเข้าห้องโถงใหญ่ได้ไม่นาน เสียงคำรามอันทรงพลังของสัตว์อสูรที่แทงทะลุแก้วหูก็ดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน
ในสายตาของลู่เยี่ย ร่างมหึมาของสัตว์ร้ายตัวหนึ่งพุ่งตรงเข้ามาพร้อมกับกลิ่นคาวเืและความอำมหิต ปากกว้างเหมือนชามเื มีเขี้ยวยาวซ้อนกันขาวโพลนและน่าหวาดกลัว
กรงเล็บคมกริบเปล่งประกายสีดำสนิท ฉีกอากาศได้อย่างง่ายดาย
ร่างบอบบางของนั่วนั่วเกร็งขึ้นอย่างตึงเครียด นางเกือบจะลงมือโดยไม่รู้ตัว แต่แขนของนางกลับถูกลู่เยี่ยจับไว้เสียก่อน "ไม่เป็ไร"
สิ้นเสียง
ปัง!
ในระยะห่างจากลู่เยี่ยเพียงไม่ถึงหนึ่งฉื่อ สัตว์ร้ายขนาดมหึมาที่กระโจนเข้ามาได้ร่วงลงกระแทกพื้นอย่างรุนแรง
ตามมาด้วยเสียงโซ่เหล็กกระทบพื้นทันที
มันคือสัตว์อสูรที่มีลักษณะคล้ายหมาป่า ขนสีดำสนิท มีขนาดเทียบเท่าลูกวัว ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยาแ ลำคอถูกล่ามด้วยโซ่สีดำไว้อย่างแ่า
โซ่ตรวนที่ปลายอีกด้านหนึ่งถูกผูกไว้กับเสาทองสัมฤทธิ์ในหนึ่งห้องโถงใหญ่
"ขออภัย ขออภัย ไม่ได้ทำให้ท่านทั้งสองใใช่หรือไม่?"
ฟางเป่ยเจิ้นะโเตะส่งสัตว์อสูรตัวนั้นปลิวไป แล้วแสดงสีหน้าที่เต็มไปด้วยความห่วงใย
นั่วนั่วแค่นเสียงเ็า "แค่สัตว์อสูรตัวเล็ก ๆ ที่ถูกล่ามโซ่เท่านั้น เ้าคิดว่าข้าจะใงั้นหรือ?"
มาถึงก็จะแสดงอำนาจให้ข้าดูอย่างนั้นหรือ?
ลู่เยี่ยเหลือบมองไปยังฟางเป่ยเจิ้นหนึ่งที
ดีมาก เ้าได้เลือกหนทางสู่ความตายแล้ว!