หลังจากที่หนิงเหมยหลับไปนางไม่รู้ตัวเลยว่านางนั้นตายไปแล้ว ิญญาโปร่งแสงคล้ายแก้วโปร่งใสที่เปราะบางลอยไปมาก่อนจะก่อกำเนิดเป็รูปร่างสาวงามผอมเพรียวคล้ายเซียนบุปผาก็มิปาน หนิงเหมยรู้สึกเบาสบายคล้ายลอยอยู่นางค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบว่าตนเองลอยอยู่จริงๆนางแปลกใจและใในตอนแรกก่อนที่สายตาจะปะทะเข้ากับภาพเบื้องหน้ารั่วซีสาวใช้ตัวน้อยที่นั่งจับมือผอมแห้งและหยาบกร้านของนางอยู่เงียบๆด้วยความเศร้าไม่มีเสียงสะอื้นให้มีเพียงดวงตาที่เวทนาสงสารจากรั่วซีเท่านั้นที่แสดงผ่านดวงตาสุกใสนั่น หนิงเหมยคล้ายโดนแส้ฟาดเข้าอย่างจังจนมึงงงแต่ผ่านไปไม่นานนางก็สงบลงพร้อมถอนหายใจและคลี่ยิ้มออกมาคล้ายคนที่หลุดพ้นนางแหงนหน้ามองท้องฟ้าที่สดใสเสมือนต้อนรับนางสู่ความเป็อิสระ
"นี่สินะอิสระที่แท้จริงขอบคุณ์ที่กำหนดให้ข้าตายจากนี้จะลงทัณฑ์หรือให้ข้าไปรับโทษในนรกข้าก็ยินดีขอเพียงหลุดพ้นจากที่แห่งนี้ก็เพียงพอแล้ว"
นางพึมพำออกมาอย่างยินดีแต่ตอนนี้ไม่มีผู้ใดมาจับตัวนางหรือพานางไปที่ที่ควรไปนางสับสนเล็กน้อยก่อนจะคิดว่าคงยังไม่ถึงเวลาของนาง หนิงเหมยจึงได้กลายเป็ิญญาที่ลอยไปมาคอยดูรั่วซีจัดการหลุมฝังศพของนางโดยการไปอ้อนวอนยามที่เฝ้าทางออกด้านหลังของจวนอยู่นานสองนานจนนางอยากจะข่วนหน้ายามผู้นั้นนักถ้าไม่ติดว่านางไม่มีกายเนื้อละก็ จากที่อ้อนวอนอยู่นานยามผู้นั้นก็พยักหน้าตกลงโดยสาวน้อยได้ให้เงินเล็กน้อยเป็ค่าตอบแทน นางซึ้งใจนักที่อย่างน้อยรั่วซีก็ยังเวทนานาง หนิงเหมยวนเวียนดูพวกเขาจัดการหลุมฝังศพจนเสร็จยามผู้นั้นก็รีบกลับไป ส่วนสาวน้อยก็ยืนมองทุกอย่างอย่างเงียบๆก็จะถอนหายใจออกมาพร้อมคำพูดที่หวังว่าคนตายไปจะสามารถรับรู้ได้
"พี่สาวเ้าค่ะ ข้าทำได้เท่าที่สมารถทำให้พี่สาวได้แค่นี้นะเ้าค่ะหวังว่าโลกใหม่จะใจดีต่อพี่สาวนะเ้าค่ะอย่าได้พบเจอความทุกข์อีกเลย"
รั่วซีหวังให้พี่สาวได้รับรู้นางไม่อยากให้พี่สาวต้องทนทุกข์เหมือนที่ผ่านมาเมื่อได้รู้จักก็ผูกพันธ์กันนางน่าสงสารนัก ข่าวลือที่ได้ฟังมาก็เลวร้ายเกินจริงไปมาก แต่เมื่อได้ัักลับพบแต่ความว่างเปล่าที่แสนเดียวดายเป็หญิงสาวที่โดดเดี่ยวยิ่งนัก นางถอนหายใจอีกครั้งก่อนถอนสายตากลับมาแล้วเดินหันหลังจากไปอย่างเงียบๆ หนิงเหมยยืนมองรั่วซีจากไปพร้อมกับรอยยิ้ม
"ข้ารับรู้แล้วสาวน้อยเ้าไม่ต้องห่วงข้าอีกแล้วตอนนี้ข้ามีความสุขมากกว่าเดิมอีกนะ"
หนิงเหมยพูดติดตลกพร้อมกับหัวเราะแ่เบาเมื่อไม่มีใครอยู่แล้วที่นี่ก็เงียบเหงาขึ้นมาแต่นางชื่นชอบยิ่งนักนางลอยไปนั่งบนกิ่งไม้ใหญ่ก่อนจะพิงลำต้นของมันแล้วฮำเพลงเบาๆ
"ท่านแม่ตอนนี้ท่านจะไปเกิดใหม่รึยังเ้าค่ะ ตอนนี้ข้านะตายแล้วกลายเป็ิญญาลอยไปลอยมาไม่มีจุดหมายแล้วนะท่านรู้รึเปล่า แต่ข้าไม่เสียใจหรอกเ้าค่ะเพราะข้าไม่มีอะไรให้อาวรณ์อีกแล้วเมื่อก่อนข้าโง่เง่ายิ่งนักที่คิดว่าเพราะเป็บุตรสาวของท่านแม่ทัพที่ยิ่งใหญ่จึงหลงระเริงทำนิสัยร้ายกาจไปมากมายสุดท้ายข้าก็เป็เพียงส่วนเกินที่ไม่มีใคร้านอกจากท่านแม่ กว่าข้าจะคิดได้ก็กลายเป็ิญญาไปแล้ว หึหึ ข้ายอมรับผลของการกระทำด้วยตัวเองทั้งหมดชาตินี้ไม่ตัดพ้อต่อว่ากับใครอีกแล้วเ้าค่ะ รอข้านะเ้าค่ะเดี๋ยวข้าก็จะเดินทางไปพบท่านที่โลกใหม่แล้วเ้าค่ะ"
หนิงเหมยพูดออกมาเสียงเบานางไม่รู้ว่าท่านแม่จะรับรู้หรือไม่นางแค่อยากบอกออกไปตอนมีชีวิตไม่เคยได้พูดเช่นนี้ช่างอกตัญญูยิ่งนักทุกอย่างเป็เพราะนางสุดท้ายคนที่ต้องทรมานเ็ปกว่านางก็คือท่านแม่ของนางเองหนิงเหมยนั่งเหม่อมองไปด้านนอกกำแพงอย่างไร้จุดหมายความโศกเศร้าอาดรูหลั่งไหลออกมาจากิญญาตนนี้สายลมที่พัดผ่านคล้ายปลอบปะโลมดวงิญญาตนนี้ให้หายเศร้า วันเวลาผันเปลี่ยนไปเรื่อยๆคล้ายไม่มีที่สิ้นสุด หลังจากที่ท่านแม่และหนิงเหมยตายไปกว่าผู้คนทางจวนใหญ่จะรับรู้ก็ผ่านไปหลายเดือนเมื่อแม่ครัวที่เห็นรั่วซีเคยนำอาหารไปให้สองแม่ลูกบ่อยๆนั่นเงียบผิดปกติไม่พูดจาและไม่นำอาหารและยาไปให้อีก ป้าเหยียนสี่นางเป็คนจิตใจดีพอเห็นก็ทำเป็ไม่เห็นนางก็สงสารอยู่เหมือนกันแต่นิสัยคุณหนูสามและมารดาของนางก็เหลือทนจริงๆ อย่างว่าทำอะไรก็ได้อย่างนั้น นางสงสัยจึงได้เรียกรั่วซีมาสอบถามก็รับรู้ว่าทั้งสองคนเสียชีวิตแล้วนางต่อว่ารั่วซีที่ทำไมไม่รีบมาบอก รั่วซีสับสนและงุนงงจึงได้ตอบกลับป้าเหยียนสี่ว่า
"ก็ไม่มีผู้ไดสนใจพวกเขาสองแม่ลูกนี่เ้าค่ะท่านป้าข้าไม่เคยเห็นใครไปเยี่ยมสักคนข้าก็นึกว่าทั้งสองคนโดนทิ้งให้อยู่ด้านหลังกำแพงจวนไปตลอดชีวิตซะอีก"
คำพูดของรั่วซีทำเอาทุกคนสะอึก แต่ไม่ว่าอย่างไรทั้งสองคนก็เป็ภรรยาและลูกสาวและเป็คนตระกูลลู่แล้วถ้าไม่แจ้งข่าวก็จะเกิดข้อครหาว่าตระกูลลู่จิตใจอำมหิตปล่อยคนตายไม่ดูดำดูดีได้ ป้าเหยียนสี่ต่อว่ารั่วซีเล็กน้อยก่อนจะรีบไปบอกกล่าวกับท่านพ่อบ้านให้แจ้งเรือนใหญ่ให้รับรู้ หนิงเหมยที่วันๆเอาแต่นั่งเล่นและนั่งเหม่อแรกๆก็สนุกดีหลังๆก็เริ่มเบื่อหน่าย บางทีนางลอยไปยังเรือนใหญ่ในจวนดูคนอื่นๆแก้เหงาก็ได้รับรู้เื่ราวต่างๆมากมาย จริงๆแล้วไม่มีใครรู้ว่านางและท่านแม่ตายไปแล้วช่างดีจริงๆ แต่มันก็ไม่ส่งผลต่อนางอีกแล้ว แต่ที่ทำให้นางต้องต้องตกตะลึงก็คือ นิสัยใจคอของ ฮูหยินใหญ่ชิงหนี่และลูกสาวทั้งสองคนของนางนี้แหละจากที่เบื้องหน้าอ่อนโยนและชอบกดขี่นางสองแม่ลูกแต่ไม่คิดว่าฮูหยินใหญ่จะอำมหิตถึงขั้นวางยาพิษท่านแม่ั้แ่คลอดข้าออกมานางเริ่มเข้าใจแล้วทำไมร่างกายท่านแม่อ่อนแอแบบนั้น
พี่หญิงใหญ่และพี่หญิงรองก็เหมือนกันรับรู้ทุกอย่างที่แม่ตนเองกระทำ หนิงเหมยขมวดคิ้วด้วยความสับสนทำไมพวกนางถึงได้เกลียดชังพวกข้าถึงขนาดนี้ จากพี่สาวที่สง่างามเฉยชากลับโหดร้ายและเกลียดชังนาง พี่รองก็เช่นกันนิสัยอ่อนโยนบอบบางน่าเอ็นดูนั่นมลายหายไปกับตาเมื่อนางเผยนิสัยที่แท้จริงออกมาร้ายกาจกว่าข้ามากนัก ทำเอานางยืนมึน อยู่ภายในห้องของฮูหยินใหญ่ที่เรียกลูกสาวทั้งสองคนเข้ามาหา
"หึ! สุดท้ายก็ตายทั้งแม่ทั้งลูกพวกมันยังทรมานน้อยไปหน่อยถ้าข้ารู้จะได้ทรมานพวกมันให้มากกว่านี้" ชิงหนี่พูดออกมาด้วยความเกลียดชัง
"นั่นสิเ้าค่ะ ท่านแม่พวกมันทรมานน้อยไปจริงๆกับสิ่งที่พวกมันทำกับพวกเราท่านแม่น่าจะให้ยาพิษนังอนุชั้นต่ำนั่นมากๆหน่อย" หนิงหวงพูดออกมาอย่างเ็าและไม่แยแสไดๆ
"คิก คิก ท่านแม่ ท่านพี่แต่ที่ผ่านมาเราก็ทำให้นังลูกอนุชั้นต่ำนั่นตกต่ำและร้ายกาจจนมีแต่คนเกลียดชังไม่น้อยนะเ้าค่ะ อีกอย่างพวกนางแม่ลูกก็ทำให้ท่านแม่ และพวกเราสองคนดูเป็คนที่ดีและมีจิตใจเมตตานะเ้าค่ะ"หนิงอ้ายพูดออกมาด้วยเสียงติดตลกไม่ได้แยแสว่าจะเป็การพูดถึงคนตายอย่างไร
"เอาเถิดไหนๆพวกมันก็ตายไปแล้วอย่าไปพูดถึงให้เป็เสนียดเลยเดี๋ยวท่านพ่อพวกเ้าเข้ามาได้ยินภาพลักษณ์ของพวกเ้าและข้าจะพังทลายไม่เหลือ"
"เ้าค่ะ เ้าค่ะ"
"แล้วกับเ้ามู่เฉินนั่นเ้าจริงจังหรือไม่"
"อี๋..ไม่เ้าค่ะผู้ชายใจโลเลเช่นนั้นข้าไม่สนใจหรอกเ้าค่ะข้าแค่แกล้งนังหนิงเหมยให้มันรู้สึกสูญเสียทุกอย่างจนคลั่งตายต่างหาก"
"หึ เช่นนั้นก็ดีตัดขาดซะอย่าติดต่อกันอีกเดี๋ยวจะบานปลาย พวกเ้าทั้งสองคนต้องได้บุคคลที่เหมาะสมทั้งฐานะและหน้าตา"
ทั้งสองพี่น้องต่างรับคำด้วยความคิดที่ถูกปลูกฝังจากชิงหนี่ว่าลูกภรรยาเอกต้องได้ทุกอย่างต้องเด่นกว่าใครเก่งกว่าใคร มารยาททางสังคม ศิลป์ศาสตร์ทั้ง 4 ล้วนแตกฉาน เป็ยอดพธูแห่งเมืองผิงอันของแท้ทั้งรูปโฉมและฐานะทำให้ตระกูลอื่นต่างหมายปองให้บุตรชายของตนเอง แต่เพราะยิ่งเป็บุคคลที่เพรียบพร้อมคนที่เหมาะสมก็ต้องโดดเด่นเช่นกัน ชิงหนี่คาดหวังไว้สูงว่าอยากให้ลูกของนางเกี่ยวดองกับเชื้อพระวงศ์ ภายนอกโดดเด่นเท่าไหร่แต่ไม่มีใครล่วงรู้ว่าภายในจากดอกบัวสวยสง่าจะกลายเป็ดอกไม้พิษไปได้พวกนางเก็บงำด้านมืดได้อย่างแเี
ชิงหนี่คิดอย่างเยือกเย็น ถ้าตอนนั้นท่านพี่ไม่รับนังแพศยานั่นมาละก็นางคงไม่ทำเื่พวกนี้ให้มือตนเองต้องเปือนโคลนตมพวกนี้หรอกกล้าเหยียบย่ำน้ำใจนางทั้งที่สัญญากันไว้แล้วด้วยหน้าตาและกฏเกณที่สามีสามารถมี สามภรรยา สี่อนุได้ ทำให้นางต้องทนเป็ภรรยาที่แสนดีใจกว้างเสมือนถูกสามีทำร้ายน้ำใจ แต่ด้วยสามีเฝ้าวอนอธิบายและประพฤติตัวดีไม่ได้สนใจนังนั่นนางจึงได้สงบลง นางจิกหัวให้นังอนุนั่นอยู่ในที่ที่ต่ำที่สุดเหมือนคนใช้คนหนึ่งก็มิปานแต่ด้วยมารยาและนิสัยต่ำช้าจึงทำให้ตนเองเป็ของท่านพี่และคลอดมารหัวขนนั่นออกมานางทั้งลงโทษและลงมือทรมานนางสารพัดวิธีแต่สุดท้ายนางก็ตั้งครรภ์และแอบนำหมอตำแยจากด้านนอกมาทำคลอดทำให้หมอตำแยนำไปเล่าไปทั่วเมืองท่านพี่จึงต้องจำใจรับเป็บุตรสาวคนที่สาม
นางคิดด้วยความแค้นถึงท่านพี่จะไม่สนใจใยดีนางจริงๆแต่ด้วยหน้าตาที่สวยงดงามโดดเด่นบุตรสาวนางก็ได้รับสืบทอดมาไม่ตกหล่นใบหน้าที่งดงามเย็นตายิ่งมองยิ่งสบายใจทำให้ลูกๆของนางกลายเป็ความงามที่เห็นได้ดาษดื่นนางจึงต้องหาวิธีสั่งสอนให้ลูกของนางทำตัวดีและทำให้นังลูกอนุนั่นตกต่ำและมีนิสัยร้ายกาจ หึ สุดท้ายก็ถูกรังเกียจไปทั่วเมืองดังที่นางหวังไว้ชีวิตพวกมันแม่ลูกยิ่งตกต่ำ ชิงหนี่ยิ่งมีความสุข
เื่ราวทั้งหมดที่ได้รับรู้ทำให้หนิงเหมยรู้สึกโกรธพวกเขาและโกรธตนเองที่โง่เง่าเป็ตุ๊กตาให้สองพี่น้องชักใยเล่นสนุกสนานจนตนเองกลายเป็ตุ๊กตาผีในสายตาคนอื่นท่านแม่เหตุไดท่านจึงต้องดึงดันแต่งเข้ามาให้ท่านพ่อด้วยบุรุษผู้นี้มีอะไรดีเ้าค่ะ หนิงเหมยจากโกรธแค้นชั่วครู่ทุกอย่างก็กลับมาเป็ปกตินางเข้าใจทุกอย่างแล้วเพราะท่านแม่และตัวนางที่ดึงดันจนทำร้ายตนเองตอนนี้นางตายไปแล้วนางเหนื่อยล้าเกินกว่าจะมาแค้นเคืองอีกแล้วิญญาของนางค่อยๆลอยออกมากลับไปยังที่ที่ตนเองคุ้นเคย ทุกอย่างถูกกำหนดไว้แล้วบุรุษที่นางเคยคิดว่ามีความรักให้กันอย่างมู่เฉินก็แค่บุรุษที่ตระกูลไม่้าเลยส่งนางให้แต่งออกไปแทน ด้วยความเกลียดชังก็แค่หมากทำให้นางต้องร้ายกาจตามราวีหึงหวงอย่างคนไร้สติ ความรักหรือไม่เคยมีอยู่จริงั้แ่ต้น หึหึ หนิงเหมยเ้าช่างโง่เขลาและอ่อนแอ
หนิงเหมยนั่งพิงต้นไม้ใหญ่อยู่เช่นเดิมด้วยความเฉยชาไม่รับรู้ต่อสิ่งได นางได้กลายเป็ิญญาที่โดดเดี่ยวและเ็าไปแล้ว เมื่อทุกคนทราบการตายของนางและท่านแม่ท่านพ่อไม่พูดอะไรสักคำ ไม่มีใครพูดอะไรแค่เดินมาตรวจสอบให้แน่ใจแล้วให้พ่อบ้านทำพิธีเล็กๆตามตำแหน่งเท่านั้นที่แห่งนี้ถูกปิดตายไม่มีใครเอ่ยถึงสองแม่ลูกอีกเลย แต่ชื่อเสียงวีรกรรมที่หนิงเหมยทำเอาไว้กลับกลายเป็เื่เล่าสนุกสนานให้ผู้คนหัวเราะเยาะไปทั่วเมืองขนาดตายแล้ว์ยังคงเกลียดชังให้ผู้คนเกลียดชังและลบหลู่พวกนาง หนิงเหมยเงยหน้ามองบนฟ้า
"์ ทำไมถึงกำหนดให้ชีวิตข้าเป็นี้ ทำไม ตอนนี้ข้าตายแล้วก็ยังต้องวนเวียนอยู่ที่แห่งนี้รับรู้เื่ราวจนตอนนี้จิตใจข้าด้านชาไม่รู้สึกอะไรแล้วเมื่อไหร่จะมารับข้าไปรับโทษหรือให้ไปเกิดใหม่สักที"
นางเอ่ยออกมาด้วยเสียงที่เบาหวิวคล้ายเสียงกระซิบด้วยน้ำเสียงตัดพ้อต่อ์ที่ปล่อยให้นางต้องวนเวียนอยู่เช่นนี้
้า์
"นี่ท่าน! ท่านทำอะไรลงไปที่จริงชะตานางไม่ได้เป็เข่นนี้นิ บอกมาว่าทำทำอะไร"
เทพจันทราเค้นถามเทพชะตาที่กำหนดชะตาชีวิตมนุษย์ตามบันทึก์ แต่คราวนี้บันทึกชะตาของเซียนบุปผาเหมยลี่ที่ต้องลงไปเผชิญด่านเคราะห์ที่โลกมนุษย์เกิดความผิดพลาดเขาไม่สามารถจับคู่นางกับแม่ทัพ์ได้เพราะชะตานางผิดเพี้ยนไปเขาจะไปรายงานกับเง็กเซียนยังไง ท่านแม่ทัพก็ลงไปเผชิญด่านเคราะห์แล้วด้วย
"เอ่อ..ข้าไม่ได้ตั้งใจตอนนั้นข้าเมาเพราะดื่มกับเ้านั่นแหละทำให้ข้าขีดเขียนชะตาของนางผิดไปทำให้นางต้องไปเกิดเป็บุตรคนธรรมดาและด้วยต้องเผชิญเคราะห์เลยมีชีวิตที่น่าอดสูเล็กน้อย"
"เล็กน้อย! เล็กบ้านเ้าสิ แหกตาดูสิว่านางตายก่อนกำหนดเป็ิญญาเร่ร่อนแล้วแล้วท่านแม่ทัพ์ก็ลงไปแล้วคราวนี้จะได้เจอกันเหรอห้ะ! แล้วเ้ายังเขียนให้นางไปหลงชอบผู้ชายคนอื่นอีกเ้าอยากโดนเฟยหลงบั่นศรีษะเ้ารึไง"
เทพจันทราพูดด้วยความหงุดหงิด เทพชะตาอ้าปากค้างเขาไม่ได้ตั้งใจจริงๆแต่ตอนนี้เหมยลี่ก็กลายเป็ิญญาเร่ร่อนแล้วเขาจะทำยังไงดี
"เอ่อ..เทพจันทราถ้าอย่างนั้นท่านช่วยข้าสักหน่อยได้หรือไม่เราเอาิญญาของนางกลับไปเพื่อแก้ไขชะตาของนางได้หรือไม่"
เทพจันทรานิ่งคิด ตอนนี้จะเกิดใหม่ก็ไม่ได้เข้าร่างผู้อื่นก็ไม่ได้แต่ถ้าให้นางย้อนกลับไปตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ โดยให้ความทรงจำติดไปด้วยอาจจะได้เขาหันไปมองเทพชะต
าก่อนจะหิ้วคอเสื้อลากกันลงไปยังโลกมนุษย์ก่อนที่ท่านแม่ทัพ์จะพิโรธ ฮึ่ยแค่คิดก็ขนลุกแล้วหวังว่าจะทันการณ์นะ