เนื่องจากวิทยาลัยชุนเหลียนมีขนาดใหญ่มาก บางครั้งคุณต้องเดินทางด้วยรถยนต์
นี่ไม่ใช่การกล่าวเกินจริง
เนื่องด้วยมันคือวิทยาลัยอันดับหนึ่งของเมือง แม้จะเทียบไม่ได้กับเมืองหลวงแต่ชุนเหลียนก็ถือว่ามีชื่อเสียงมาก
“ว่าแต่ที่บอกว่ารถเสียน่ะเื่จริงเหรอ?” ระหว่างนั่งอยู่บนรถ หลินอู๋เฉินหันไปถามสาวสวยด้วยรอยยิ้ม
“แล้วคิดว่ายังไง...” เหวินจิงย้อนถาม หัวเราะมุมปากคิกคัก
“แน่นอนว่านั่นเป็เื่โกหก ไม่แน่เธออาจหลงรักฉันั้แ่แรกเห็นเมื่อวาน เมื่อคืนนอนไม่หลับเช้านี้จึงอยากติดรถไปด้วย” หลินอู๋เฉินกล่าวติดตลก
เหวินจิงย่นจมูกน้อยๆ “เฮอะ! คนหลงตัวเอง ฉันไม่ได้ตกหลุมรักนายซะหน่อย ถึงแม้นายจะหน้าตาดีก็เถอะ แต่...ฉันชอบผู้ชายสูงกว่านี้ อย่างน้อยต้องร้อยแปดสิบขึ้น!”
หลินอู๋เฉินสูง 1.7 เมตร สำหรับชายจีนก็ไม่ถือว่าเตี้ยจนเกินไป เขายังถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่มาตรฐาน แต่สำหรับเหวินจิงนั้นต่าง หล่อนชอบคนที่สูงกว่านี้
“แน่นอนว่าความสูงเพิ่มได้ในอนาคต” หลินอู๋เฉินเสริม แม้เขาจะไม่ได้ชอบเธอแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าห้ามหยอกล้อ
“ฉันรู้ แต่อายุของนายก็ 19 ปีแล้วมั้ง การที่จะสูงถึงร้อยแปดสิบมันคงเป็เื่ยาก ดังนั้นเลิกฝันเถอะย่ะ!”
หลินอู๋เฉินไม่ได้โกรธ กลับกันยังมองว่าเป็เื่ตลก ด้วยการมีอยู่ของ'เว็บเทพา'ทุกอย่างมีขายตราบเท่าคุณมีเงินและระดับสมาชิกสูงพอ หลินอู๋เฉินเชื่อว่าสามารถใช้เงินหยวนเพิ่มความสูงได้ไม่ยาก
เห็นว่าเขาเอาแต่เงียบและยิ้ม เหวินจิงเริ่มรู้สึกไม่สบอารมณ์
“ฉันไม่ได้ชอบนาย จำไว้ซะด้วย ที่ขึ้นรถมาด้วยก็แค่อยากฟังเสียงเครื่องยนต์ ดูทักษะการขับรถของนาย แต่ดูเหมือนว่ารถจะไม่เคยถูกปรับจูนมาก่อน ทุกอย่างยังเหมือนเดิม อีกทั้งการขับรถของนายก็ธรรมดา มีหวังแบบนี้ได้แพ้แหงๆ”
“ไม่มีใครเผยเขี้ยวเล็บง่ายๆ หรอก” ใช่ก็อย่างที่หล่อนพูด แต่หลินอู๋เฉินสามารถซื้อทักษะนักแข่งอาชีพได้เพียงไม่กี่หยวน ดังนั้นจึงได้ยิ้มยียวนกวนประสาท
เหวินจิงย่นจมูกไม่พอใจ
พอรถขับมาถึงคณะของหล่อนก็รีบลงไปทันที
...
“ไอ้หมอนั่นเป็ใคร กล้ามากนะที่มาส่งหวานใจของฉัน!” เย่ฟานหนึ่งในลูกหลานคนรวยรุ่นที่สองแห่งวิทยาลัยชุนเหลียนรู้สึกไม่พอใจที่เห็นเหวินจิงลงมาจากรถชายอื่น
แม้ปากเขาจะพูดว่าเป็หวานใจลองเธอ แต่ในความจริงทั้งสองไม่เคยมีความสัมพันธ์รักใคร่
เป็แค่คนรู้จักผ่านพ่อแม่ทางธุรกิจ
“ไม่รู้เหมือนกันครับลูกพี่ ไม่คุ้นหน้าเลย ผมคิดว่ามันคงเป็คนรวยรุ่นที่สองที่มาใหม่” หนึ่งในลูกน้องกล่าวเสียงเบา
พวกเขาสามารถมีเื่กับใครก็ได้ แต่ไม่ใช่คนรวยรุ่นที่สอง
“งั้นก็ไปสืบข้อมูลของมัน ฉันอยากจะรู้นักว่าครอบครัวมันคือใคร!” เย่ฟานสั่งการไม่กี่ประโยค หลังจากนั้นจึงละสายตากลับมาแล้วย้ายก้นไปข้างๆ เหวินจิง ประจบสอพลอ เหมือนสุนัขเลีย
หลินอู๋เฉินที่อยู่ในรถเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง
เมื่อก่อนอาจมองว่าเป็เื่น่ากลัวเพราะไปขัดขาลูกหลานคนรวยรุ่นที่สอง แต่ตอนนี้พวกมันสำหรับเขาก็แค่'มด'
....
หลินอู๋เฉินเข้าเรียนตามปกติ และครั้งนี้มันต่างจากครั้งก่อนๆ เพราะข่าวลือได้แพร่กระจายทั่ววิทยาลัยอย่างรวดเร็ว เื่ที่เขากลายเป็คนร่ำรวยรุ่นที่สอง
เพื่อนๆ ในคณะที่ไม่เคยตีสนิทต่างก็เข้ามา หวังเอาอกเอาใจโดยเฉพาะผู้หญิง
“นักศึกษาเงียบๆ หน่อย!” อาจารย์มู่ตวาด เมื่อนักเรียนไม่อยู่นิ่งมัวแต่ทำตัวเป็ปลากระดี่ได้น้ำเข้าใกล้หลินอู๋เฉิน เห็นแล้วเธอรู้สึกไม่สบอารมณ์เลย
หลินอู๋เฉินเพียงยิ้มมุมปาก
สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันไม่เกี่ยวกับเขาเลย เป็พวกเธอต่างหากที่เข้ามาหาเอง
มู่เจาเจาเห็นเขาไม่มีความกลัว จึงชี้ด้วยไม้เรียว “หลินอู๋เฉิน ไหนลองออกมาอธิบายข้อนี้ซิ!”
นี่เป็วิชาหลักด้านภูมิศาสตร์ ซึ่งมีความซับซ้อนและต้องใช้ความสามารถ
มู่เจาเจารู้ว่าเขาเรียนไม่เก่งแต่ที่เรียกให้ออกมาก็เพราะอยากจะแกล้งเท่านั้นเอง
“ได้สิครับ แค่นี้เองง่ายๆ แม้แต่เด็กป.4 ยังทำได้เลย” หลินอู๋เฉินเดินมือล้วงกระเป๋าออกไปหน้าชั้น ซึ่งสร้างความโกรธให้กับมู่เจาเจาเป็อย่างยิ่ง
หลินอู๋เฉินเริ่มแสดงฝีมือ
ด้วยทักษะด้านภูมิศาตร์ที่เขาได้ซื้อมาเมื่อคืน ข้อมูลที่ต้องเขียนลงไปจึงเหมือนการคัดลอกจากความทรงจำ
มู่เจาเจาที่้าแกล้งพลันมีสีหน้าตื่นตระหนก
หล่อนไม่คิดเลยว่าหลินอู๋เฉินนักศึกษาหลังห้อง จะเก่งมากขนาดนี้
ไม่เพียงแค่อาจารย์มู่ แม้แต่คนที่สนิทสนมกับหลินอู๋เฉินเองต่างก็ประหลาดใจ
“ไม่เลว แต่ทำไมเมื่อก่อนเธอถึงต้องแกล้งทำเป็ไม่เก่งด้วย” มู่เจาเจาถาม สายตาเต็มไปด้วยความชื่นชม
“เพราะเมื่อก่อนต้องปิดบังฐานะ เลยต้องแสร้งทำเป็อ่อนแอรวมถึงเื่การเรียน แต่ตอนนี้เมื่อทุกอย่างเปิดเผย มันก็เป็ปกติที่ทุกคนจะได้รู้ถึงความสามารถของฉัน” หลินอู๋เฉินมีน้ำเสียงเย่อหยิ่ง ซึ่งเื่นี้มูเจาเจาไม่ได้ตำหนิ กลับกันหล่อนมองว่ามันคู่ควรกับเขา
“งั้นก็ดีแล้ว แต่อาจารย์ยังมีเื่ที่สงสัยอยู่อีก หลังจากพักกลางวันหาเวลาไปคุยกับอาจารย์หน่อยได้ไหม” มู่เจาเจาอยากจะตบปากตัวเอง แต่เพราะความสามารถของนักศึกษาหล่อนจึงหลวมตัวพูดออกไป
หลินอู๋เฉินส่ายศีรษะ “ฉันไม่ว่าง ไว้โอกาสหน้าแล้วกันนะ”
กล่าวจบเขาเดินกลับไปนั่งที่ ทิ้งให้มู่เจาเจายืนกระทืบเท้าอยู่หน้าชั้นเรียน
“ลูกพี่อู๋เฉินสุดยอดไปเลยครับ มีนักศึกษาหลายคนที่อยากเข้าหาอาจารย์มู่ แต่ลูกพี่น่ะแตกต่าง นี่สิพลังของคนรวยรุ่นที่สอง!” ฉุนเซียวกล่าวคำเยินยอ รวมถึงเย่หานและเกาหยุนเซียว
เมื่อระดับฐานะที่แตกต่าง การใช้คำเดิมพูดกับหลินอู๋เฉินเห็นทีจะเป็การไม่ให้เกียรติ ดังนั้นจึงต้องพูดดีๆ
“ลูกพี่ ไหนๆ ลูกพี่ก็เป็ลูกหลานคนรวย ถ้ายังไง...ขอติดรถนั่งไปจีบสาวได้ไหมครับ” เย่หานอยากมีแฟนมานานแล้ว แต่เพราะหน้าตาไม่อำนวยจึงโสดถึงทุกวัน
ส่วนฉุนเซียวไม่เคยคิดเื่อย่างว่า นอกจากต้องทำงานพาร์ทไทม์หาเงินเติมเกม
“ได้สิ แต่ตอนนี้ฉันมีธุระ ไว้วันหลังจะให้ยืมรถแล้วกัน”
“ขอบคุณครับลูกพี่” เย่หานแทบน้ำตาไหล
หลินอู๋เฉินแม้จะเป็คนรวยก็ไม่ลืมพี่น้อง นี่สิความสัมพันธ์อันบริสุทธิ์
เย่หานสาบานในใจว่า ต่อให้ต้องบุกน้ำลุยไฟก็ต้องตอบแทนในความใจกว้างของหลินอู๋เฉิน
การเรียนรู้่เช้าผ่านไปอย่างน่าเบื่อหน่าย เพราะเนื้อหาในสมองของหลินอู๋เฉินมีความรู้ดังมหาสมุทร กล่าวด้วยความสัตย์จริงอาจารย์ในตอนนี้ไม่สามารถให้ความรู้แก่เขาได้
......
ตอนเที่ยงหลินอู๋เฉินขับรถออกไปจากวิทยาลัยเหลียนชุน
เนื่องจากเขามีนัดกับป่านหลงวิลล่า จึงต้องไปทำธุระให้เรียบร้อย
แต่ก่อนไปเขาได้พบกับคนส่งพัสดุ มาส่งเสื้อผ้าแบรนด์ดังที่ซื้อเมื่อวาน
ขับรถไม่นานก็มาถึงที่หมาย
“สวัสดีครับท่าน ป่านหลงวิลล่าเป็พื้นที่ส่วนบุคคล นอกจากมีบัตรแสดงตนหรือไม่ก็คนด้านใน...” อาจเพราะยามหน้าประตูเห็นเป็รถราคาแพงจึงไม่กล้าดูถูก เพียงกล่าวถามด้วยความสุภาพ
หลินอู๋เฉินโบกมือ “ไปเรียกผู้จัดการมา บอกว่าหลินอู๋เฉินมาหา”
“เข้าใจแล้วครับ” แม้เขาจะเย่อหยิ่งและทำเหมือนทุกคนเป็แมลง แต่ก็ไม่มีใครกล้าขัด
อย่างรวดเร็วมีผู้หญิงคนหนึ่งเดินมา
หล่อนอยู่ในชุดสูทสีดำเรียบหรู ผมถูกรวบเป็หางม้าั์ตาคู่นั้นทรงเสน่ห์
“สวัสดีค่ะคุณหลิน ตอนนี้วิลล่าของคุณถูกทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว คุณจะเข้าไปอยู่เลยไหมคะ” ลู่ซินหยีรู้ว่าหลินอู๋เฉินจะเข้ามาั้แ่เมื่อวานแล้ว เพียงแต่เมื่อเห็นหน้าตาเ้าของวิลลาสามหลังก็อดไม่ได้ที่จะประหลาดใจ
ต้องรู้ก่อนนะว่าวิลล่าหนึ่งหลังราคาสี่ล้านหยวน แต่เขาซื้อทั้งหมดสามหลังด้วยเงินสดในทีเดียว
ตอนแรกคิดว่าจะเป็ตาแก่ซื้อเอาไว้แอบเมียน้อย แต่ในความจริงกลับเป็ชายหนุ่มคนหนึ่ง
ทันใดนั้นลู่ซินหยีคิดได้ว่านี่อาจเป็โอกาสตีสนิทกับคนรวย ไม่แน่อาจทำให้เขาประทับใจ จนยอมตกลงปลงใจเป็แฟนด้วย
“ฉันจะเข้าไปอยู่วันนี้” หลินอู๋เฉินชี้ไปที่เบาะข้างๆ “ขึ้นมาสิ ฉันไม่รู้ว่าวิลล่าอยู่ตรงไหน”
“ได้ค่ะ” ลู่ซินหยีตอบด้วยความยินดี
หากเป็ตาแก่หล่อนคงรู้สึกไม่โอเค แต่นี่เป็เด็กหนุ่มร่ำรวยความหมายย่อมต่างกันอยู่แล้ว
Lamborghini คันสีแดงขับเข้าไปในป่านหลงวิลล่า
หลังจากมองดูบรรยากาศที่นี่ดีกว่ารูปถ่ายเยอะเลย แม้จะไม่ดีที่สุดในเมืองชุนเหลียนแต่ก็ไม่ได้แย่ และจากภาพรวมมันอยู่ใกล้กับวิทยาลัย เดินทางได้สะดวกสบายไม่ต้องใช้เวลานาน
“คุณหลินจะพาที่บ้านมาอยู่ด้วยเหรอคะ ถึงได้ซื้อวิลล่าสามหลัง” นี่เป็คำถามคาใจสำหรับลู่ซินหยีมานานแล้ว พอขึ้นรถมาจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม
“ฉันซื้อมาจอดรถ”
“เอ๋...” ลู่ซินหยีตกตะลึง ไม่คิดเลยว่าจะได้รับคำตอบแบบนี้
เธอเคยคุยกับคนรวยมาเยอะ ประเภทอวดรวยมองปราดเดียวก็เห็นไส้เห็นพุง
แต่สำหรับหลินอู๋เฉินนั้นต่าง นี่สินะคนรวยตัวจริง
“คุณหลินไม่กลัวรถหายเหรอคะ ถ้าหากมีคนอาศัยอยู่ในวิลล่าคอยดูรถให้ จะปลอดภัยกว่าหรือเปล่า”
สำหรับคำพูดนั้นหลินอู๋เฉินย้อนถามว่า “นั่นขึ้นอยู่กับเธอมีความสามารภ ทำให้ฉันประทับใจหรือเปล่า”