
พระจันทร์เต็มดวงสีเงินส่องสว่างท่ามกลางท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้มราวกับผืนผ้ากำมะหยี่ที่พร่างพราวไปด้วยประกายสีเงินจากดวงดาวนับล้านในยามราตรีอันเงียบสงัดยอดปราสาทหลังคาสีฟ้าทรงสี่เหลี่ยมสูงเด่นสง่าอยู่กลางคูน้ำที่ขุดเป็คลองขนาดย่อมล้อมรอบปราสาทมีแสงจากตะเกียงส่องสว่างลอดผ่านช่องหน้าต่างบานใหญ่หลายบานทำให้ดูไม่เงียบเหงามีการจัดวางเวรยามตามประตูทางเข้าและประตูห้องทั้งภายนอกภายในรอบนอกคูน้ำเต็มไปด้วยบ้านเรือนของชาวเมืองที่ตอนนี้ไม่มีคนออกมาเดินข้างนอกให้เห็นเลย
ไม่นานนักก็มีเสียงระฆังเตือนดังขึ้นจากยอดปราสาทเป็เสียงเตือนถึงผู้บุกรุกจากภายนอกที่ไม่มีมานานมากแล้ว ทหารยามต่างโกลาหลบางส่วนวิ่งหาตัวผู้บุกรุกกันเป็การใหญ่
ภายในห้องนอนทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่ที่มีเพดานสูงจนมองเห็นโคมไฟคริสตัลห้อยระย้าอยู่ไกลลิบหญิงสาวผมสีน้ำตาลเข้มตื่นขึ้นเพราะเสียงระฆังเธอลุกขึ้นนั่งงัวเงียบนเตียงพลางมองออกไปนอกช่องหน้าต่าง ท้องฟ้าและแสงจันทร์ภายนอกไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงแต่เสียงฝีเท้าของทหารนอกห้องนั้นวุ่นวายจนน่าตื่นตระหนก
แคเรนอยู่ในชุดนอนแขนตุ๊กตาสีขาวชายกระโปรงลูกไม้ยาวเกือบถึงพื้นเมื่อลงเดินบนพื้นห้องเธอเดินผ่านโต๊ะเครื่องแป้งและตู้เสื้อผ้าที่ทำจากไม้ไปจนถึงโต๊ะเก้าอี้ขนาดเล็กที่มุมห้องใกล้ประตูทางเข้าหญิงสาวแนบหูเข้ากับประตูห้องเพื่อฟังความเคลื่อนไหวภายนอกทันใดประตูก็ถูกกระแทกอย่างแรงทำให้หญิงสาวผงะถอยหลังด้วยความใ
ประตูยังคงถูกแรงกระแทกจนสั่นะเืไม่หยุดหญิงสาวหันหลังตั้งท่าจะวิ่งไปที่กลางห้องแต่ประตูกลับถูกพังเข้ามาเสียก่อนมือเย็นเยียบคว้าแขนของเธอแน่นจากด้านหลัง
หญิงสาวถูกกระชากตัวให้หันมาเผชิญหน้ากับคนร้ายซึ่งสวมเสื้อคลุมมีหมวกฮู้ดสีดำปิดบังศีรษะเอาไว้จมูกและปากคลุมด้วยผ้าสีดำทำให้เธอมองไม่เห็นใบหน้าของคนร้าย แต่ชั่วพริบตาหนึ่งเธอมองเข้าไปภายในดวงตาสีน้ำตาลเข้มมันขุ่นมัวไร้แววของสิ่งมีชีวิต มือข้างหนึ่งของมันเงื้อมีดตั้งท่าจะแทงเข้าใส่เธอหญิงสาวใกรีดร้องเสียงดัง
ในขณะที่เธอกำลังจะถูกแทงกลับมีคมดาบสีเงินแทงทะลุผ่านร่างของคนร้ายในชุดคลุมดำทำให้มือของเขาอ่อนแรงปล่อยแขนหญิงสาวในทันทีชุดนอนสีขาวถูกโลหิตสีแดงฉานของคนร้ายละเลงเป็รอยสาดกระเซ็นเมื่อหลุดจากคนร้ายได้เธอก็รีบถอยหนีจนล้มลงนั่งบั้นท้ายกระแทกกับพื้นพรมสีน้ำเงินในห้องนอนร่างของคนร้ายล้มลงนอนบนพื้นทำให้เธอขยับถอยออกมาอีกเพื่อให้พ้นจากระยะที่คนร้ายล้มลง
เื้ัร่างที่ล้มลงนั้นคือชายหนุ่มรูปงามในชุดเกราะสีเงินผมสีน้ำตาลแดงเป็ประกายเมื่อต้องแสงจากโคมไฟบนเพดานเขากำลังดึงดาบออกจากร่างคนร้ายและสะบัดเืไปทางกำแพงก่อนเก็บดาบเข้าฝักสีดำที่เหน็บไว้ข้างลำตัวดวงตาสีเขียวมรกตบนใบหน้าคมสันแต่มีความละม้ายคล้ายผู้หญิงอยู่ในที เขายิ้มนิดหนึ่งเหมือน้าจะปลอบขวัญหญิงสาว
“ขออภัยด้วยข้ามาช่วยช้าไป ท่านหญิงแคเรน”
สีหน้าของหญิงสาวยังคงใอยู่แม้แต่แรงจะยืนขึ้นยังแทบไม่มีเธอพยายามรวบรวมความกล้ากล่าวถามเขาด้วยน้ำเสียงแ่เบา “ท่านเป็ใคร”
“นามของข้าคือดอว์น เวนดีส หนึ่งในตระกูลอัศวินราชองครักษ์คู่บัลลังก์แห่งราชวงส์แอนเชสก้า”
หลังจากเขาประกาศนามของตนเองทำให้เธอรู้สึกโล่งใจอย่างมากเธอลุกขึ้นยืนแต่ขาสั่นเทาเพราะความกลัวทำให้เผลอนั่งลงกับพื้นอีกครั้งหนึ่งชายหนุ่มก้าวเข้ามาพลางยื่นมือให้เธอ
“ท่านลุกไหวหรือไม่”
แคเรนยื่นมือไปจับมือของเขาเพื่อพยุงตัวเองลุกขึ้น“ข้าไม่เป็ไร ขอบคุณที่มาช่วย”
หญิงสาวมองดูทหารห้าคนที่ยืนอยู่ข้างหลังดอว์นซึ่งต่างจัดการกับคนร้ายในชุดคลุมสีดำอีกสองคนจนล้มลงนอนกับพื้นเืสีแดงไหลนองซึมลงบนพรม
“แล้วข้างนอกเป็ยังไงบ้างราชินีล่ะ”
“ตระกูลชาฟเวิร์นไปอารักขาองค์ราชินีอยู่ท่านไม่ต้องเป็กังวลไป”
สีหน้าของแคเรนดูจะเบาใจลงได้แต่เพียงไม่นานใบหน้าของเธอก็ซีดลงอีกครั้งเมื่อคนร้ายในชุดคลุมดำที่ควรจะนอนตายอยู่บนพื้นกลับลุกขึ้นยืนทั้งที่พึ่งถูกฟันไปไม่นานกองเืยังเจิ่งนองอยู่ที่เดิม เหล่าทหารรวมถึงดอว์นเองก็ผงะใทำให้ฟาดดาบลงผิดจังหวะพวกคนร้ายจึงฉวยโอกาสเบี่ยงตัวหลบดาบอย่างรวดเร็วแล้ววิ่งหนีะโออกทางช่องหน้าต่างหายไปกับความมืดในรัตติกาล
ดอว์นรีบวิ่งไปชะโงกดูที่หน้าต่างเห็นร่างของคนร้ายทั้งสามนอนผิดรูปอยู่บนพื้นหญ้าในสวนหลังปราสาทซึ่งเป็ธรรมดาของคนที่ะโจากอาคารสูงขนาดนี้แต่ที่ไม่ปกติคือผ่านไปสักพักร่างกายของทั้งสามคนก็บิดหมุนกลับมาอยู่ในสภาพเดิมแล้วลุกขึ้นวิ่งต่อไปได้ดอว์นหันกลับมากล่าวกับทหารของเขา
“นี่เองสาเหตุที่ถูกเรียกว่ากองทัพะรีบไปค้นหาคนร้ายที่เหลือ ถ้าจับได้สักคนอาจจะได้รู้ความลับของพวกมัน” ดอว์นรู้อยู่แก่ใจว่ายากที่จะจับตัวได้เพราะพวกมันเคลื่อนไหวร่างกายได้คล่องแคล่วว่องไวกว่าคนทั่วไปมากเขาหันมามองแคเรนซึ่งยืนนิ่งอยู่กับที่ เธอกล่าวทั้งที่ยังเรียกสติไม่ได้
“มือสังหารพวกนี้มันอะไรกัน…ทำไมถึงถูกฆ่าแล้วแต่ยังลุกขึ้นได้อีก”
ดอว์นเห็นเธอท่าทางสับสนจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้ม“ข้าจะให้ทหารพาท่านไปอยู่ในที่ปลอดภัยก่อน หากจบเื่แล้วค่อยกลับมา”
“ช่วยพาข้าไปหาคาร์ลพาฟเนอร์หน่อย เขาเป็สหายข้า ข้าอยากให้แน่ใจว่าเขาปลอดภัยดี” แคเรนแทรกขึ้น
ดอว์นหันไปส่งสัญญาณมือให้ทหารทั้งห้าคนแยกแถวปล่อยให้แคเรนเดินอยู่ตรงกลางแล้วคุ้มกันเธอเดินออกมาที่ระเบียงทางเดินข้างนอกห้องนอนซึ่งขนาบข้างด้วยประตูห้องหลายบานทางฝั่งซ้ายและช่องหน้าต่างขนาดใหญ่ทางฝั่งขวาเพื่อตรงไปยังทางลงบันไดที่สุดทางเดิน
ตอนที่กำลังจะเดินลงบันไดนั่นเองจึงได้พบกับคนร้ายในชุดคลุมดำอีกห้าคนที่อยู่ๆก็กระโจนขึ้นมาพร้อมกับมีดสั้นคนละสองเล่มในมือ พวกมันลงมือรวดเร็วปาดคอทหารทั้งหมดแล้ววิ่งกรูเข้ามาหาดอว์นซึ่งยืนบังร่างผอมบางของแคเรนเอาไว้ดอว์นถือดาบแทงเข้ากลางอกของคนร้ายฝั่งซ้ายก่อนจะกระชากดาบฟันยาวผ่าเข้าที่ข้างเอวของคนร้ายฝั่งขวาอีกสองคนจนขาดเป็สองท่อนดาบคมกริบตัดผ่านทุกอย่างที่ขวางทางราวกับตัดกระสอบทรายแต่ของเหลวที่ไหลทะลักออกมาคือเืสีแดงฉานซึ่งเจิ่งนองเต็มพื้นไปหมด
จังหวะนั้นเองที่คนร้ายอีกสองคนกระโจนเข้าใส่ดอว์นพร้อมกันแคเรนซึ่งมองเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดรู้สึกถึงพลังบางอย่างเดือดพล่านไหลผ่านเส้นเืของเธอหล่อเลี้ยงไปทั่วร่างกายดวงตาของเธอเปลี่ยนจากสีเทอร์คอยส์กลายเป็สีแดงเืทันใดดาบในมือของดอว์นก็เปลี่ยนรูปร่างกลายเป็ลูกเหล็กจำนวนมากวิ่งทะลุเข้าร่างของคนร้ายทั้งสองหลายจุดราวกับะุปืนที่ยิงรัวออกไปในคราวเดียวร่างของคนร้ายร่วงลงนอนกองกับพื้นแน่นิ่งไป
ดอว์นมองดูลูกเหล็กหลายอันที่กระจายออกไปกลับมารวมกันเปลี่ยนรูปร่างเป็คมดาบบนด้ามจับในมือของเขาอีกครั้งด้วยความแปลกใจก่อนกล่าวกับเธอ“สายเืของราชวงศ์แอนเชสก้า ควบคุมโลหะวิสทานัม”
ั์ตาของแคเรนกลับเป็เหมือนเดิมอีกครั้งเธอเองก็ยังนิ่งตะลึงกับเื่ที่พึ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ดอว์นหันไปเผชิญหน้ากับเธอก่อนจับมือของเธอหงายขึ้นอย่างแ่เบา
“ขออภัยแต่ข้าคงต้องเสียมารยาทแล้ว”
ดอว์นกล่าวก่อนจะใช้ดาบในมือปาดลงที่ฝ่ามือของแคเรนจนเป็แผลตื้นหยดเืไหลลงมาตามแขนทำให้เธอรีบชักมือกลับด้วยความเ็ปแคเรนเห็นดอว์นใช้ริมฝีปากประกบลงบนคมดาบที่ชุ่มไปด้วยเืของเธอราวกับเขากำลังดื่มมันเข้าไปเธอทั้งสับสนและโกรธจึงขึ้นเสียงกับเขา
“เ้าทำอะไรน่ะ”
“เป็วิธีทำพันธะไอรอนบอนด์มีแต่วิธีนี้ข้าจึงจะยืมพลังจากท่านได้”