ละอองจันทร์ไม่รู้ว่าวันเวลาเวลาผ่านไปเนินนานแค่ไหน?
เธอรู้สึกเหมือนกับว่าลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอวกาศ มานานนับหมื่นปี แสนปี ล้านปี ล้านๆปี ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนตกอยู่ในความมืดมิด ไม่เห็นแม้เพียงเศษเสี้ยวของแสงสว่าง จนกระทั่ง.........
“คุณหนูใหญ่ฟื้นสิเ้าค่ะ” ฮือ ฮือ ฮือ…ฮือ~(ToT) “เป็เพราะหลี่ซือเอง...หลี่ซือดูแลคุณหนูใหญ่ไม่ดี หลี่ซือ...เองที่ไม่คอยจับตาดูคุณหนูใหญ่เอาไว้ให้ดีๆ เป็เพราะหลี่ซือเอง...หากหลี่ซือติดตามคุณหนูใหญ่ทุกที่ทุกเวลา คุณหนูใหญ่ก็คงไม่ตกลงไปในแม่น้ำหวงเหอ หากพบเจอคุณหนูใหญ่ช้ากว่านี้....ฮือ ฮือ…
ฮูหยินได้โปรดลงโทษหลี่ซือเป็เพราะหลี่ซือเอง.. ฮือ ฮือ...”
“ลี่ซือ!!! ลูกข้ายังไม่ตาย หากเ้ายังร้องไห้ฟูมฟายราวกับจะมีเื่อัปมงคลอยู่อย่างนี้ล่ะก็ ข้าจะให้พ่อบ้านเหวินนำเ้าออกไปโบยให้อย่างหนัก รอซวนซวนฟื้นก่อนเถิด แล้วข้าค่อยตัดสินโทษเ้า!!! หากไม่เป็เพราะว่าซวนซวนทั้งรัก ทั้งเอ็นดูเ้าป่านเ้าได้สิ้นชีพภายใต้ไม้พลองไปแล้ว”
“เ้าค่ะฮูหยินข้าแค่...ฮือๆกระซิกๆฮึบ (T~T) (T-T) (T^T)”
ใครกันซวนซวน....ใครกันคุณหนูใหญ่ ละอองจันทร์ตกอยู่ในพะวัง หลายๆครั้งที่ละอองจันทร์พยายามจะลืมตาเพื่อมองดู แต่พยายามเท่าไหร่ก็ไม่สำเร็จเสียที แล้วทำไมถึงทั้งปวดร้าว,เ็ป,รวดร้าวทรมานไปทั้งร่างกายแบบนี้ หนาวววว หนาวเหลือเกิน...
หรือว่านี่จะเป็ผลกระทบจากการทดลองเคลื่อนย้ายมิติ แต่ว่าไม่สิ ไม่น่าใช่สิ หากตอนนี้เราอยู่ในรูปแบบของมวลสารที่เป็กลุ่มก้อนพลังงานขนาดเล็ก เมื่อเป็เพียงสะสารก็ไม่สมควรที่จะมีความรู้สึกแต่นี่กลับ.....
ละอองจันทร์เผลอคิดไปในทิศทางที่เลวร้ายที่สุด หรือว่า!! การทดลองนี้ผิดพลาดจึงทำให้พลังงานที่ส่งต่อออกไปเชื่อมโยงมิติที่มีพลังงานมหาศาล ตีย้อนกลับเป็ผลให้ร่างกายแบกรับพลังงานนั้นไว้ไม่ไหว
ในทางที่เลวร้ายที่สุดร่างกายของเธอจะะเิเป็ชิ้นเนื้อ แต่หากการทดลองนี้ผิดพลาด แล้วเสียงนี่มาจากที่ไหนกัน ? ไหนจะคนที่ชื่อซวนซวน ไหนจะคนที่ชื่อคุณหนูใหญ่ ไหนจะคนที่ชื่อหลี่ซือ หากฟังดูแล้วก็คุ้นหูเหลือเกินราวกับว่าเคยได้ยินชื่อเหล่านี้มาจากไหน
แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกเสียที ขอนอนก่อนละกันไม่ไหวแล้วร่างกาย แต่ทำไมถึงรู้สึกหนาว หนาวเหลือเกิน
สติของละอองจันทร์ค่อยๆจางหายอีกครั้ง
3 วันผ่านไป
สติของละอองจันทร์ค่อยๆกลับคืนมาอีกครั้ง ในครั้งนี้ละอองจันทร์ไม่ได้รู้สึกหนาวหรือเ็ปเหมือนเช่นเคย เพียงแต่รู้สึกอ่อนล้าและไร้เรี่ยวแรง
ละอองจันทร์ค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมา เนื่องจากมีแสงแยงเข้าตาเธอจึงใช้ระยะเวลาหนึ่งในการปรับสายตาให้คงที่ แล้วจึงกวาดสายตามองไปทั่วห้อง เพียงแต่....ใครกัน ?
ใครที่มาปรับโหมดห้องทดลองของเธอเป็โหมดยุคจีนโบราณ แถมอุปกรณ์ในห้องของเธอยังหายไปไหนหมด มีเพียงข้าวของเครื่องใช้ที่ดูมีค่าราคาแพงของเก่าโบราณเข้ามาแทนที่ หรือแม้แต่เตียงนอนของเธอที่เป็เตียงปาปู้ที่มีขนาดใหญ่ที่เมื่อมองจากด้านนอก จะเป็เตียงสี่เสาขนาดใหญ่ มี 2 ชั้นและแกะสลักอย่างงดงาม อีกทั้งชุดที่เธอสวมใส่ก็ยังเป็แบบจีนโบราณที่มีลักษณะนุ่มลื่นขาวอมชมพูประกายมุขบางและเบาแต่มีน้ำหนักนุ่มสวมใส่แล้วสบายยิ่งนัก
เธอค่อยๆพยุงตัวเองลุกขึ้นนั่งบนเตียง สำรวจร่างกายตนเองแต่ก็ต้องใอีกครั้ง เมื่อมือนี้กลับไม่คล้ายมือเธอ เพราะมือของเธอนั้นเหี่ยวและย่นแต่มือนี้กลับดูขาวอวบ อ้วนกลมขาวซีดราวกับหิมะสั้นปุกลุกและดูอ่อนเยาว์ยิ่งนักราวกับมือของเด็กน้อย ละอองจันทร์เริ่มสังเกตุไปยังส่วนต่างๆของร่างกายไม่ว่าจะเป็แขน,ขา,ลำตัว,หรือเส้นผมก็ดูไม่คล้ายเธอเลยซักนิด แล้วทำไมร่างกายเธอจึงหดลงเช่นนี้ ราวกับเด็กน้อย
ละอองจันทร์เม่อลอยติดอยู่ในพะวัง จมอยู่กับวังวน ปิดกั้นทุกสิ่งทุกอย่างจากภายนอก
แกร๊ก แกร๊ก !!! เสียงเปิดประตูพร้อมกับเด็กน้อยอายุราวๆ 6-7 ปี เดินเข้ามา
“คุณหนูใหญ่!!! คุณหนูใหญ่ฟื้นแล้วหรือเ้าค่ะ ทำไมไม่เรียกหลี่ซือให้มารับใช้” พร้อมกับะโด้วยเสียงอันดัง
“พี่หลี่ถิงเ้าค่ะ คุณหนูใหญ่ฟื้นแล้ว รีบให้คนไปแจ้งฮูหญิงใหญ่เร็วเข้า คุณหนูใหญ่ฟื้นแล้วเ้าค่ะ”
เสียงะโที่ฟังดูทั้งร้อนล้นบวกกับความตื่นเต้นและดีใจ ปลุกให้ละอองจันทร์หลุดออกมาจากพะวัง
“คุณหนูใหญ่ รู้ไหมเ้าคะ!! ว่าคุณหนูใหญ่หลับไปนานมากกกกก จนหลี่ซือคิดว่าคุณหนูใหญ่จะไม่ฟื้นขึ้นมาเสียแล้ว” ฮือๆกระซิกๆ เสียงสะอื้นไห้ของเด็กน้อยขึ้นมาอีกครั้ง ฮือๆๆ โฮ่ๆๆ ~(ToT)
“ เป็เพราะหลี่ซือไม่ดีเอง จึงทำให้คุณหนูใหญ่ต้องเป็เช่นนี้ หากหลี่ซือติดตามคุณหนูให้ดีกว่านี้ คุณหนูใหญ่คงไม่ตกลงไปในแม่น้ำเหลือง เป็เพราะหลี่ซื่อเอง” ฮือๆ
ใบหน้าที่น้ำตายังไม่ทันแห้งกับกลายเป็ใบหน้าที่สดใส ยินดี และเปี่ยมสุขหัวเราะร่าขึ้นมาอีกครั้ง
“คราวนี้หลี่ซือรับรอง จะไม่ปล่อยให้คุณหนูใหญ่ต้องคลาดสายตาอีก จะติดตามคุณหนูเป็ดั่งแมลงวันตอมขี้วัวเลยเ้าค่ะ”
“ ห่ะ!!” เ้าซีซวนอุทาน
หลี่ซื่อขออภัยเ้าค่ะ คุณหนูงดงามราวกับเทพธิดานางฟ้านาง์ จะเปรียบคุณหนูเป็ดั่งขี้วัวได้เยี่ยงไร?”
ใบหน้าที่บัดเดี๋ยวเศร้าบัดเดี๋ยวยิ้ม อารมณ์ที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาพร้อมกับเื่ราวที่ได้ยินของเด็กน้อยหลี่ซือที่ตรงหน้านั้นถึงกับทำให้ละอองจันทร์สับสน
ด้วยความสงสัยละอองจันทร์จึงเอ๋ยปากถามว่า “ใครกันคุณหนูใหญ่ของแม่หนู ฉันไม่เห็นว่าจะมีคุณหนูใหญ่ที่ไหนทั้งนั้น ที่ฉันเห็นก็มีเพียงแต่ฉันและแม่หนูเท่านั้น เป็อะไรหรือป่าวปะเดี๋ยวเศร้า ปะเดี๋ยวยิ้ม มีอะไรค่อยๆพูด ค่อยๆจา”
ว่าแต่แม่หนูคนนี้เขามาในห้องทดลองนี้ได้ยังไง?ละอองจันทร์คิดในใจ
“อะไรนะเ้าค่ะ!!! หรือว่าคุณหนูใหญ่จะจำตนเองไม่ได้เสียแล้ว คุณหนูใหญ่ก็คือคุณหนูใหญ่จ้าวซีซวนบุตรีจวนแม่ทัพยังไงล่ะเ้าค่ะ ”
ละอองจันทร์รู้สึกสับสนมึนงงไปชั่วขณะ และคล้ายกับว่าเด็กสาวที่อยู่ตรงหน้าเธอตรงนี้จะเข้าใจผิดว่าเธอคือคุณหนูใหญ่ผู้นั้นไม่ได้การล่ะ “กระจกมีกระจกหรือไม่”
“นี่เ้าค่ะ”
ละอองจันทร์จ้องมองเข้าไปในกระจก พร้อมกับตกอยู่ในพะวังห้วงความคิดของตนอีกครั้ง เมื่อเธอจ้องมองเข้าไปในกระจกเธอก็แน่ใจแล้วว่าภาพที่ปรากฎตรงหน้าไม่ใช่ตัวเธอแต่กลับเป็หญิงสาวอีกคนที่อยู่ในความฝันของเธอตลอดมา หญิงสาวผู้ที่ทำให้ตัวเธอพยายามทำการทดลองครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อทำการเปลี่ยนแปลงและแทรกแซงโชคชะตาไม่ให้โหดร้ายดั่งเดิม โดยการย้อนอดีตและมิติเวลาเข้าไปในความฝัน ในรูปแบบของกลุ่มก้อนพลังงานที่มีความคิด เป็เหมือนดั่งระบบที่มีตัวตนคอยให้คำแนะนำ,สั่งสอน,ตักเตือนและรับฟังในขณะที่หญิงสาวคนนั้นหลับไหล แต่ทำไมกลุ่มก้อนพลังงานนั้นกลับกลายเป็ว่าเข้ามาอยู่ในร่างของหญิงสาวและมีความรู้สึกนึกคิดแทน?
“คุณหนูใหญ่ หนูใหญ่เ้าค่ะ หลี่ซือเก็บกระจกได้หรือยังเ้าค่ะ?” เสียงของหลี่ซื่อปลุกให้ละอองจันทร์ออกจากพะวัง
ละอองจันทร์พยักหน้าเอ๋ยถาม “ทำไม่ข้าถึงป่วยเยี่ยงนี้”
เมื่อละอองจันทร์ได้ฟังเื่ราวจากหลี่ซือก็จดจำได้ว่าในภาพฝันมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นจริง เธอระลึกได้ว่า
….