นางทำให้ห้องครัวในมิติพิเศษมีทุกอย่างครบครันทั้งหมดใช้เงินไปไม่ถึงสิบตำลึงด้วยซ้ำ พวกผ้าห่มผืนใหม่ที่ซื้อมานางคงต้องเก็บไว้ในมิติพิเศษไปก่อน เพราะไม่มีเหตุผลจะมาบอกทุกคนได้ยามนี้เซี่ยซือซือ้าเก็บงำเื่เงินก้อนนี้เอาไว้ นางไม่อยากเป็เศรษฐีใหม่ ที่คนอื่นต่างพุ่งความสนใจมาหาของแบบนี้มันต้องค่อยเป็ค่อยไป
นางเดินสำรวจในตำบลหานตงเพื่อหาช่องทางหาเงินในอนาคตในใจพลันสับสนนางจะสามารถสร้างรายได้จากอาชีพอะไรได้บ้างเอาล่ะตอนนี้นางยังคิดอะไรไม่ออก ใครใช้ให้นางเป็แค่พนักงานออฟฟิศธรรมดาล่ะหากนางปลูกของกินได้ในมิติพิเศษ นางจะเก็บเกี่ยวมันออกมาอย่างไรไม่ให้ผู้คนสงสัยเป็ปัญหาที่นางนอนคิดมาสองคืนแล้วก็ยังคิดไม่ตก
พลังวิเศษมักมากับปัญหาหากใช้พร่ำเพรื่อจนเกินเหตุถ้านางเอาเงินก้อนนี้ไปซื้อที่ดินปลูกบ้านหลังใหม่ แค่คิดผีโหยในบ้านใหญ่สกุลเซี่ยคงไม่ปล่อยให้พวกนางหลุดรอดไปแน่ให้ตัดขาดจากกันดันไม่มีเหตุผลเพียงพอให้ทำเช่นนั้นยิ่งยุคโบราณบูชาความกตัญญูแบบไม่สนใจเหตุผลแบบนี้แค่มีพ่อเฒ่าแม่เฒ่าทิ้งตัวลงไปกลิ้งเกลือกกับดินโคลน ก่นด่าบุตรหลานเื่เนรคุณบุตรหลานผู้นั้นก็จะถูกสาปแช่งจากผู้คนในทันที
เอาล่ะ ข้าไม่รีบข้ายังต้องเรียนรู้ภาษาโบราณพวกนั้นอีก นางหมายมั่นปั้นมือไว้หากถึงเวลาเหมาะสมนางจะขอให้ถานจ้าน สอนหนังสือนางกับน้องทั้งสองคน
“ซาลาเปาจ้า ซาลาเปาร้อน ๆ หอมอร่อยลูกละสองอีแปะเท่านั้น ซาลาเปาร้อน ๆ หอมอร่อย” เสียงสตรีนางหนึ่งะโขึ้นเรียกความสนใจจากผู้คนที่สัญจรผ่านไปมา นางเปิดฝาเข่งซาลาเปาออกควันกลุ่มหนึ่งก็ลอยขึ้น กลิ่นหอมของซาลาเปา กระตุ้นต่อมอยากอาหารของเซี่ยซือซือวันนี้นางยังไม่ได้กินข้าวเช้ามาเลย
“ท่านน้าซาลาเปาของท่านมีไส้อะไรบ้าง”นางเดินไปอยู่ด้านข้างเข่งซาลาเปา มองดูเ้าก้อนสีขาวอย่างสนใจ
“มีไส้ผัก ไส้หมู ไส้เนื้อไส้ผักหนึ่งอีแปะไส้หมูกับไส้เนื้อสองอีแปะ เ้ารับกี่ลูกดีแม่นางน้อย”
มีคนเรียกนางว่าแม่นางน้อยอีกแล้วแลดูน่ารักน่าเอ็นดูเชียว “เอาทั้งสามไส้อย่างละแปดลูกเ้าค่ะ”
“ได้ ๆ เดี๋ยวข้าห่อให้เ้าเดี๋ยวนี้”เ้าของร้านซาลาเปารีบห่อให้อย่างว่องไว ลูกค้าซื้อจำนวนเยอะแบบนี้หาได้ยากยิ่ง
ท่าทางกระตือรือร้นขายของให้ลูกค้าแบบนี้คำพูดคำจาอ่อนหวานไพเราะ แม้ผมเผ้าแลดูยุ่งเหยิงเพราะเร่งรีบทำงานแต่เซี่ยซือซือกลับมองว่า ท่านน้าผู้นี้เป็สตรีที่งดงามยิ่งนักการเป็แม่ค้าต้องคล่องแคล่วแบบนี้สิถึงจะดึงดูดลูกค้าได้
“ได้แล้วแม่นางน้อยทั้งหมดสี่สิบอีแปะพอดี”
เซี่ยซือซือจ่ายเงินเสร็จก็เก็บซาลาเปาไว้ในมิติพิเศษ นางมองหาที่นั่งข้างทางก่อนหย่อนสะโพกลงนั่งแล้วหยิบซาลาเปาไส้ผักออกมากินหนึ่งลูก ซาลาเปาในยุคโบราณช่างแป้งบางไส้เยอะไม่เอาเปรียบผู้คนจริง ๆ ทั้งยังราคาถูกอีกด้วยนางกินต่อด้วยไส้เนื้อรสชาติดีเลิศจริง ๆ เพราะซาลาเปาลูกค่อนข้างใหญ่กินไปสองลูกนางก็อิ่มจนจุก
ยามอู่[1]เซี่ยซือซือเดินมาหยุดอยู่บริเวณที่วัวเทียมเกวียนของเฒ่าอวี่ไห่จอดรอ คนบนเกวียนมากันเกือบครบแล้วเหลือเพียงแม่เฒ่าจางที่ยังไม่เห็นมา
“อาซือเ้าเห็นแม่เฒ่าจางบ้างไหม”เฒ่าอวี่ไห่ถามหลังนางปีนขึ้นนั่งบนเกวียนแล้ว
“ไม่เห็นเลยเ้าค่ะ”
“แม่เฒ่าจางนี่อย่างไรนะถึงเวลากลับหมู่บ้านยังไม่มาอีกให้นางกลับเกวียนคนอื่นเถอะเฒ่าอวี่ไห่ไม่ต้องรอแล้ว”แม่ม่ายหวังทำน้ำเสียงหงุดหงิดใส่
“รออีกเดี๋ยวจะเป็ไรแม่ม่ายหวังเ้าจะรีบร้อนไปไหน” อวี่เฉินฟู่หันไปต่อว่าแม่ม่ายหวัง
“นั่นสิแม่เฒ่าจางอายุมากแล้วนางอาจจะเดินเหินไม่สะดวก เลยมาช้าก็เป็ได้เ้าก็อย่าใจจืดใจดำนักเลยคนหมู่บ้านเดียวกันแท้ ๆ”อวี่จงสหายร่วมล่าสัตว์ของอวี่เฉินฟู่เอ่ยสมทบขึ้น
“เช่นนั้นพวกเ้าสองคนก็ไปตามนางสิจะมามัวนั่งรออยู่ที่นี่ทำไม” แม่ม่ายหวังสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง
นายพรานทั้งสองใช่ว่าจะไม่อยากออกไปตามหาแม่เฒ่าจางแต่พวกเขาซื้อของกลับบ้านค่อนข้างเยอะ หากไปแล้วมีคนหยิบฉวยไปจะไปหาความผิดจากใครได้
“อันไหนของท่านลุงทั้งสองเ้าคะเดี๋ยวข้าดูให้เอง” เซี่ยซือซือรู้ความในใจของพวกเขาชาวบ้านเหล่านี้แม้แลดูหน้าซื่อ ทว่าบางคนก็ใจคดเพราะความยากจน
“เช่นนั้นรบกวนเ้าด้วยนะอาซือของพวกนี้เป็ของข้ากับของอาจง พวกข้าจะรีบไปรีบกลับ”อวี่เฉินฟู่ชี้สัมภาระของตนเองให้เซี่ยซือซือดูจากนั้นก็พาสหายลงไปตามหาแม่เฒ่าจาง
“ท่านปู่ท่านยายไปขายสิ่งใดในตำบลหรือเ้าคะ”ระหว่างรอเซี่ยซือซือก็หันไปถามเฒ่าอวี่ไห่
“จะไปขายอะไรได้นอกจากจะไปขอเงินลูกสาวน่ะสิ” แม่ม่ายหวังเอ่ยเยาะขึ้นปากนางบิดเบี้ยวปานนางมารร้าย
“เ้าก็พูดไปเรื่อยนะแม่ม่ายหวังแม่เฒ่าจางจะไปเยี่ยมลูกสาวบ้างจะเป็ไรนางอยู่ตัวคนเดียวก็ต้องคิดถึงลูกหลานบ้างสิ” เฒ่าอวี่ไห่กลอกตาใส่แม่ม่ายหวังั้แ่ขึ้นรถมาก็บ่นอยากกลับหมู่บ้านเร็ว ๆไม่มีน้ำจิตน้ำใจรอคอยผู้อื่นแม้แต่น้อย
ราวหนึ่งเค่อนายพรานทั้งสองได้แบกแม่เฒ่าจางกลับมาขึ้นเกวียนสีหน้าของนางแลดูอิดโรยเป็อย่างมาก อีกทั้งดูเหมือนจะได้รับาเ็กลับมาอีกด้วย
“นางถูกลูกสาวผลักจนล้มหัวกระแทกขอบประตูซ้ำยังไม่ยอมพานางไปหาหมออีก พวกข้าสองคนไปเจอนางที่หน้าบ้านของลูกเขยนาง”อวี่เฉินฟู่ส่ายหน้าให้กับความอกตัญญูของลูกสาวแม่เฒ่าจาง
“ข้าบอกแล้วไงว่านางไปขอเงินลูกสาวของนางแน่ๆ ไม่เช่นนั้นจะถูกลูกสาวผลักออกมาเช่นนี้หรือ”
“เ้าหุบปากเสียแม่ม่ายหวังคนไม่สบายอยู่ยังจะมาซ้ำเติมกันอีก” อวี่จงส่ายหน้าให้นางอย่างเอือมระอาช่วยกันประคองแม่เฒ่าจาง ที่ตอนนี้หน้าซีดหน้าเซียวอยู่ด้านข้างเซี่ยซือซือ
“ท่านยายท่านดื่มน้ำก่อนเ้าค่ะจะได้สดชื่น” เซี่ยซือซือแอบหยดน้ำพุวิเศษลงในกระบอกน้ำไม้ไผ่ไปหนึ่งหยด
แม่เฒ่าจางดื่มไปแล้วพลันรู้สึกเนื้อตัวโปร่งสบายขึ้นนางสามารถนั่งตัวตรงได้ตามปกติ อาการปวดศีรษะก็หายเป็ปลิดทิ้ง “ข้าไม่เป็ไรแล้วกลับหมู่บ้านกันเถอะ”
เฒ่าอวี่ไห่ขึ้นประจำตำแหน่งขับวัวเทียมเกวียนกลับหมู่บ้านระหว่างทางแม่เฒ่าจางไม่พูดไม่จาเอาแต่นั่งนิ่งในความทรงจำของเซี่ยซือซือแม่เฒ่าจางผู้นี้ยากจนนักครั้นลูกสาวเพียงคนเดียวแต่งงานออกไป ก็ไม่สนใจไยดีนางอีกครอบครัวของลูกสาวนั้นยังมีหลานอีกสี่คน ไม่มีเงินทองพอจะมาจุนเจือมารดาอย่างนางได้
เมื่อวัวเทียมเกวียนมาถึงหน้าหมู่บ้านตระกูลแซ่อวี่ทุกคนต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน เฒ่าอวี่ไห่เป็สหายเก่าของแม่เฒ่าจางแม้นางไม่ได้จ่ายค่าเกวียนเขาก็ไม่ทวงถาม เพราะนั่นหมายความว่านางไม่มีแล้วจริง ๆเมื่อทุกคนเดินแยกย้ายกันไปหมดแล้ว เซี่ยซือซือจึงเข้าไปหาแม่เฒ่าจางพร้อมกับยัดซาลาเปาสามลูกใหญ่ใส่มือนางไป
“ท่านยายข้าขอบคุณท่านที่ช่วยข้ากับน้องสาวไว้คราวก่อนซาลาเปาสามลูกนี้ไม่ได้ราคาค่างวดอะไร ท่านอย่าได้รังเกียจเลยนะเ้าคะ”
“ทำเช่นนั้นได้อย่างไร เ้ายังมีน้อง ๆอยู่ด้วย”
“ส่วนนั้นข้าซื้อไปฝากพวกเขาแล้วเ้าค่ะ”นางเดินเข้าไปใกล้ ๆ แล้วกระซิบตรงหูของแม่เฒ่าจาง “ข้ามีความลับจะบอกท่านยายวันนี้ข้าเจอเศรษฐีใจดีด้วย คนผู้นี้เหมาเห็ดเยื่อไผ่ของข้าไปหมดตะกร้าให้ราคาสูงกว่าที่อื่นเป็เท่าตัว ซ้ำยังมอบรางวัลให้ข้าอีกตั้งห้าสิบอีแปะซาลาเปาพวกนี้ข้าใช้เงินรางวัลซื้อมา ท่านยายอย่าได้เกรงใจเด็ดขาด”
ได้ยินดังนั้นแม่เฒ่าจางพลันยิ้มออก“เ้านี่มันดวงดีจริง ๆ อาซือ เช่นนั้นข้าไม่เกรงใจแล้วกัน ขอบใจเ้ามาก”
“ท่านยายเดินกลับบ้านดี ๆ นะเ้าคะ”
แม่เฒ่าจางยกมือโบกให้นางกลับบ้านได้แล้ว
เซี่ยซือซือเดินผ่านหน้าบ้านสกุลเซี่ยเห็นนางหลินป้าสะใภ้ใหญ่ของนาง กำลังเกาะขอบรั้วคุยกับเพื่อนบ้านอยู่ในมือของนางมีเมล็ดแตงโมอยู่หนึ่งกำ พูดไปก็พ่นเปลือกหล่นเต็มพื้นครั้นเห็นนางเข้าปากของนางหลินก็บิดเบี้ยว ชี้มาทางนางพร้อมถ่มน้ำลายลงพื้นไปด้วย
ไร้อารยธรรมสุด ๆ
เซี่ยซือซือเดินผ่านนางไปอย่างรวดเร็วได้ยินเสียงด่าทอตามหลังมา แม้ฟังไม่ได้ศัพท์แต่รู้ว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นที่บ้านสกุลถานอย่างแน่นอน เซี่ยซือซือรีบซอยฝีเท้าให้เร็วขึ้นเป็จริงอย่างที่นางคิด มีชาวบ้านมุงอยู่หน้าบ้านนับสิบคน
“ซือซือมาแล้วเ้ารีบเข้าไปดูน้องสาวของเ้าเร็วเข้า !”ชาวบ้านคนหนึ่งะโบอกนาง
“อาซาน !”เซี่ยซือซือแทบจะวิ่งตัวปลิวเข้าไปในบ้าน นางรีบวางตะกร้าบนหลังลงที่ห้องครัวแล้วมุ่งหน้าไปที่ห้องนอนของน้องสาว
ครั้นเปิดประตูเข้าห้องไปก็ต้องตกตะลึงเซี่ยซานซานนอนลืมตาอยู่บนเตียง ด้านข้างมีน้องเล็กยืนมองตาปริบ ๆ อยู่ท่านหมออวี่กำลังตรวจอาการให้เซี่ยซานซานอยู่
“อาซานเ้าฟื้นแล้วหรือ”เซี่ยซือซือทำหน้าปั้นยาก นางยิ้มแบบฝืน ๆ เล็กน้อยตกลงกันว่าจะฟื้นตอนนางกลับมาไม่ใช่หรือ เหตุใดถึงได้ฟื้นขึ้นมาก่อนเวลาเล่า
[1] ยามอู่ คือเวลา 11.00-12.59น.