ที่ค่ายทหารชายแดนบรรยากาศยามบ่ายเต็มไปด้วยฝุ่นดินและเสียงะโอันห้าวหาญ
หยางเซิ่งหรง แม่ทัพหนุ่มวัยสามสิบปี ผู้ซึ่งมีนามอันหมายถึงชัยชนะและความกล้าหาญ กำลังเดินตรวจกองทัพที่กำลังฝึกซ้อมอย่างเข้มข้น ร่างกายของเขาแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวที่เฝ้ามองแผ่นดิน มันคือภาพลักษณ์ของผู้นำที่ไม่เคยผ่อนปรนต่อความหย่อนยานใดๆ
แต่ทว่า วันนี้กลับแตกต่างไปจากทุกวัน
เขาสังเกตเห็นว่าสายตาของคนในกองทัพดูเหมือนจะจ้องมองเขามากเป็พิเศษ ไม่ใช่ด้วยความเคารพอย่างเคย แต่เป็ความสนใจที่แปลกประหลาดผสมกับความลับบางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้ความเหนื่อยล้าจากการฝึกซ้อม
หยางเซิ่งหรง (คิดในใจ) “เกิดอะไรขึ้นในค่ายนี้กันแน่หรือว่าข้าจะมองข้ามสิ่งใดไป”
เขาพยายามสลัดความคิดนั้นทิ้งไป มุ่งเน้นไปที่การจัดรูปขบวนและวินัยของทหารที่ยังคงต้องฝึกฝนอย่างหนักแม้ว่าชายแดนแห่งนี้จะสงบสุขมานานแล้วก็ตาม พวกชนเผ่าแห่งทุ่งราบไม่ได้บุกลงใต้มาหลายเดือนแล้ว ทำให้ทุกคนอยู่ในความประมาทมากเกินไป
หลังจากการฝึกซ้อมอันยาวนานสิ้นสุดลง หลี่ฉวน รองแม่ทัพคู่ใจของเขา ผู้ซึ่งมีร่างกายสูงใหญ่ แต่มีดวงตาที่ดูหมองคล้ำกว่าปกติก็เดินเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้มที่ฝืนทำ
“แม่ทัพใหญ่”หลี่ฉวนเอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงที่ดูเป็มิตรเกินจริง “คืนนี้ชายแดนสงบสุขแล้ว ท่านอนุญาตให้พวกเราจัดงานเลี้ยงเล็ก ๆได้หรือไม่”
หยางเซิ่งหรงขมวดคิ้วเล็กน้อย ปกติเขาไม่ชอบการดื่มกินในค่ายทหาร แต่่นี้งานเบาลงจริง ๆความตึงเครียดของกองทัพก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
“ได้สิ”หยางเซิ่งหรงตอบตกลงในที่สุด “แต่ขอให้มีเพียงแค่พวกนายกองและที่ปรึกษาเท่านั้น ห้ามมีการละเลยวินัยเป็อันขาด”
“แน่นอนขอรับ”หลี่ฉวนตอบรับด้วยรอยยิ้มที่แฝงด้วยความปีติยินดีจนเกินเหตุ
หยางเซิ่งหรงไม่ได้ใส่ใจในรายละเอียดเล็กน้อยนี้เลย เขาคิดเพียงแค่ว่าการผ่อนปรนบ้างเล็กน้อยคงไม่เป็ไร เขาไม่ได้รับรู้ถึงแผนการร้ายของปีศาจจิ้งจอกเก้าหางแม้แต่น้อย ว่าชะตาของเขาได้ถูกกำหนดให้เป็เหยื่ออย่างสมบูรณ์แล้ว
ด้านจื่อหลันที่กำลังทำกิจวัตรประจำวันเป็ปกติในเหมืองชายแดน จนกระทั่งตะวันลับขอบฟ้า
ตอนนี้เธอมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะระบบแจ้งภารกิจใหม่เข้ามา
[แจ้งเตือนระบบ:ภารกิจเร่งด่วน!]
· ภารกิจ:ช่วยเหลือแม่ทัพชายแดน (หยางเซิ่งหรง)จากปีศาจจิ้งจอกเก้าหางที่กำลังจะดูดซับชะตาจอมทัพ
· ระดับความยาก: B+
· ผลตอบแทน:+200,000 แต้มบุญ
จื่อหลัน (คิดในใจ) “นางจิ้งจอกนั่นเริ่มเคลื่อนไหวอีกแล้วหรือนางวางแผนได้อย่างแยบยลจริง ๆ ที่เริ่มจากการดูดซับชะตาจอมทัพก่อน เพื่อจะได้สามารถดูดซับชะตาัได้ทันทีโดยไม่โดนทัณฑ์์เล่นงาน”
เธอรู้ด้วยตาทิพย์และหูทิพย์ว่าการจะช่วยเหลือแม่ทัพที่อยู่ในค่ายทหารที่ตอนนี้เต็มไปด้วยทหารที่ถูกครอบงำจิตใจโดยปีศาจจิ้งจอกเก้าหางนั้นไม่ใช่เื่ง่ายและเธอไม่สามารถทิ้งงานประจำที่เหมืองไปได้โดยไม่ให้ใครรู้
จื่อหลันตัดสินใจ ใช้อิทธิวิธีที่เธอได้รับจากการแลกเปลี่ยนมาสร้างร่างแยกไว้ แต่ร่างที่ถูกแยกออกมานั้นทำได้เพียงแค่กายเนื้อและการโต้ตอบเหมือนคนปกติเท่านั้น แต่พลังความสามารถในการใช้ฤทธิ์ทั้งหลายนั้นไม่สามารถใช้ได้
เธอจึงรวบรวมพลังปราณส่วนหนึ่งใส่ลงไปในร่างแยกของตัวเองให้เคลื่อนไหวอยู่ในที่พักของเธอเพื่อเตรียมอาหารสำหรับวันรุ่งขึ้น
ส่วนตัวจริงของเธอก็แอบออกไปจากเหมืองอย่างลับๆ โดยใช้อิทธิวิธีเหาะไปยังค่ายทหารที่อยู่ไม่ไกลจากเหมืองมากนัก
ที่ค่ายทหารใน่ค่ำคืน
กระโจมสำหรับจัดเลี้ยงถูกตั้งขึ้นอย่างเรียบง่าย แต่ภายในนั้นเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงกระทบจอกเหล้า
หยางเซิ่งหรง แม่ทัพหนุ่มนั่งเป็ประธานด้วยท่าทางผ่อนคลายเล็กน้อย หลี่ฉวน ผู้เป็รองแม่ทัพนั่งอยู่ทางฝั่งขวา และเสนาธิการผู้ดูแลด้านยุทธศาสตร์อยู่ฝั่งซ้าย ที่เหลือคือเหล่านายกองและที่ปรึกษาที่ร่วมดื่มกินอย่างสนุกสนาน
เมื่อมื้อค่ำดำเนินไปถึงจุดหนึ่ง หลี่ฉวนก็ปรบมือเป็สัญญาณ
นางคณิกาจากหอนางโลมในเมืองที่อยู่ใกล้เคียงจำนวนหนึ่งก็กรีดกรายเข้ามาทำการแสดงอย่างเย้ายวน ชิงหลิน (ปีศาจจิ้งจอกเก้าหางที่อยู่ในร่างของนางคณิกา)เดินนำหน้าเข้ามาด้วยความสง่างามที่เกินกว่าสตรีทั่วไป
สีหน้าของหยางเซิ่งหรงดูไม่ค่อยดีนัก เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าจะมีหญิงสาวเข้ามาในค่ายทหารที่ห้ามสตรีเข้ามาอย่างเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่เข้าร่วมมื้อค่ำนี้แน่นอน
“หยุดการแสดง”หยางเซิ่งหรงกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า เขามองไปที่หลี่ฉวนด้วยสายตาไม่พอใจ
แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะสนใจเหล่าหญิงสาวที่กำลังแสดงอยู่เสียมากกว่า นั่นยิ่งทำให้เขาโมโหจนต้อง กระแทกจอกเหล้าลงกับโต๊ะที่ทำจากไม้เนื้อแข็งจนโต๊ะหักเป็สองส่วนทันที
เสียงดังสนั่นทำให้การแสดงหยุดชะงักลงและภายในกระโจมก็เงียบลงทันที
หยางเซิ่งหรงชี้ไปที่เหล่าคณิกาที่ยืนอยู่และถามหลี่ฉวนด้วยความเดือดดาล “หลี่ฉวน เ้าทำอะไรลงไปทำไมถึงปล่อยให้สตรีเข้ามาในกองทัพได้”
“กฎของค่ายทหารเ้าลืมไปแล้วหรือว่าเป็อย่างไร โทษเบาคือถูกปลด โทษหนักคือตัดหัว” หยางเซิ่งหรงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด“ข้าไม่อยากสั่งตัดหัวเ้าผู้ที่ไม่เคยทำผิดพลาดมาก่อน”
หลี่ฉวนไม่ได้มีสีหน้าหวาดกลัวใดๆ เลย อีกทั้งยังหัวเราะขึ้นพร้อมกับนายกองและที่ปรึกษาคนอื่นๆ แม้แต่เสนาธิการกองทัพก็หัวเราะไปพร้อมกับคนอื่น ๆ ราวกับกำลังดูการแสดงตลก
หยางเซิ่งหรงคิดว่าทุกคนกำลังแกล้งยั่วโมโหเขาเพื่อทดสอบความอดทนของเขา
“พวกเ้า…”เขาไม่ทันได้พูดจบ หลี่ฉวนก็สั่งให้นางคณิกาคนอื่นออกไปให้หมด ให้เหลือไว้เพียงชิงหลินที่ยืนอยู่ตรงกลาง
หยางเซิ่งหรงหันไปมองหลี่ฉวนด้วยความสงสัยถึงการกระทำอันแปลกประหลาด แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยปากถามอะไร เขาก็รู้สึกมึนหัวอย่างรุนแรง พลังปราณในร่างกายพลุ่งพล่านราวกับลาวาเดือด
เขารับรู้ได้ทันทีว่าตัวเองถูกยาปลุกกำหนัดแล้ว
“เ้าบังอาจ!”เขาพยายามจะใช้พลังปราณขับพิษออกจากร่างกายทันที
แต่ยังไม่ทันไรเขาก็ถูกหลี่ฉวนพุ่งเข้ามาสกัดจุดสำคัญที่แผ่นหลังอย่างรวดเร็วทำให้ไม่สามารถเดินลมปราณขับพิษได้อีกต่อไป
หยางเซิ่งหรงพูดได้เพียงแค่“นี่เ้า…..” ก่อนจะทรุดตัวลงอย่างหมดแรง ร่างกายของเขาตึงเครียดขึ้นอย่างรุนแรงและ้าปลดปล่อยความ้าทางร่างกายอย่างสิ้นหวัง
หลี่ฉวนและพวกที่ถูกครอบงำจิตใจต่างพากันหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง หลี่ฉวนพาคนอื่น ๆออกไปจากกระโจมและออกคำสั่งให้ทุกคนออกห่างจากกระโจมที่มีแม่ทัพอยู่ให้มากที่สุด โดยเหลือเพียงชิงหลิน (ปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง) กับหยางเซิ่งหรงให้อยู่กันสองต่อสอง
ชิงหลินเดินเข้าหาแม่ทัพหนุ่มที่นอนอยู่บนพื้นด้วยท่าทางเย้ายวนและอันตราย ดวงตาของนางส่องประกายด้วยความโลภ นางรู้ดีว่าชะตาจอมทัพนั้นคือพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่นางจะได้มา แต่นางยังได้ของแถมคือการได้ลิ้มรสร่างกายบริสุทธิ์ที่ไม่เคยผ่านสตรีผู้ใดมาก่อน ซึ่งร่างกายเช่นนี้จะมีพลังหยางบริสุทธิ์อยู่เต็มเปี่ยม แม้นางจะมีพลังหยิน แต่หากได้พลังหยางมาเติมเต็ม พลังตบะของนางก็จะก้าวหน้าขึ้นหลายปีแน่นอน
นางเลียริมฝีปากและค่อยๆ ปลดชุดเกราะที่แข็งแกร่งของแม่ทัพออกทีละชิ้น ตามด้วยปลดชุดชั้นในของเขาที่ตอนนี้อยู่ใต้ร่างของนาง
แต่ขณะที่นางกำลังจะถึงขั้นตอนสำคัญในการจะดูดซับชะตา แสงสีรุ้งอันบริสุทธิ์ก็พุ่งทะลุผ้ากระโจมเข้ามาทำลายความมืดมิดภายในกระโจมอย่างรุนแรง
ชิงหลินต้องกระโจนออกมาอยู่ด้านนอกกระโจมอย่างรวดเร็ว นางะโด้วยความโกรธเกรี้ยว “แกเป็ใคร บังอาจมาขัดขวางข้า”
หางทั้งเก้าอันยาวสลวยที่มีไอมารสีดำม่วงก็งอกสยายออกมาจากด้านหลังของนางอย่างน่าสะพรึงกลัว
จื่อหลันปรากฏตัวขึ้นอย่างสง่างามข้างๆ ร่างของแม่ทัพหนุ่มผู้ไร้สติ ในตอนนี้เธอแผ่รัศมีสีทองอันบริสุทธิ์ออกมา โคมเป่าเหลียนเติงในมือของเธอส่องแสงสีรุ้งเจิดจ้า เมื่อรวมกันแล้วทำให้เธอตอนนี้เหมือนกับ เทพธิดาผู้ทรงอำนาจที่ลงมาจาก์
หยางเซิ่งหรง แม่ทัพหนุ่มที่ถูกยาปลุกกำหนัดเล่นงานจนสติสัมปชัญญะขาดผึง เมื่อเขาเห็นสตรีงดงามที่มีแสงแผ่ออกมาจากร่างกายเช่นนี้ สติของเขาก็ขาดผึงไปอย่างสมบูรณ์และตกหลุมรักสตรีที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเขาทันที
จื่อหลัน (คิดในใจ) “ข้าไม่มีเวลาเล่นเกมนี้แล้ว ต้องจัดการก่อนที่พวกทหารที่ถูกครอบงำจะเคลื่อนไหว”
จื่อหลันไม่รอช้า เธอเหาะเข้าไปหาปีศาจจิ้งจอกเก้าหางที่กำลังโกรธแค้นทันที
ปีศาจจิ้งจอกเก้าหางรู้ดีว่าไม่สามารถปะทะกับสตรีตรงหน้าได้โดยตรง เพราะเพียงแค่พลังของโคมเป่าเหลียนเติงที่สตรีตรงหน้าถืออยู่ก็ทำให้นางรู้สึกหวาดกลัวไม่น้อยและนางเพิ่งเสียพลังไปกับการดูดซับชะตารองแม่ทัพ
นางรีบสั่งการด้วยพลังจิต ให้ทหารทั้งกองทัพ รวมถึงหลี่ฉวนรองแม่ทัพและนายกองพุ่งเข้าโจมตีสตรีถือโคมพร้อมกันเพื่อซื้อเวลาให้นางหลบหนี
จื่อหลันใช้อิทธิวิธีที่เพิ่งได้รับมาอย่างเต็มที่ เธอใช้ไฟศักดิ์สิทธิ์จากในโคมล้อมเป็กรงเพลิงสีทองขังปีศาจจิ้งจอกเอาไว้ในทันที
ก่อนจะเริ่มสวดมหากรุณาธารณีสูตรด้วยเสียงที่ก้องกังวานและเต็มไปด้วยเมตตา เพื่อขจัดมนตราที่ครอบงำจิตใจของกองทัพทหาร
เมื่อเสียงสวดพระสูตรดังขึ้น เหล่าผู้ที่ถูกมนตราเข้าครอบงำก็กรีดร้องด้วยความเ็ปในหัวพร้อมกับไอมารสีม่วงดำระเหยออกจากร่างของพวกเขาทุกคน หลี่ฉวนและนายกองต่างล้มลงกับพื้นด้วยความอ่อนแรงเมื่อจิตใจของพวกเขาหลุดเป็อิสระจากมนตราของปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง
ปีศาจจิ้งจอกที่เห็นท่าไม่ดีว่ามนตราของนางกำลังสลายไปอย่างรวดเร็วและกรงเพลิงกำลังจะเผาผลาญแก่นแท้ของนาง นางจึงใช้วิชาลับที่ต้องใช้แก่นเืของนางในการฝ่ากรงเพลิงออกไปอย่างรวดเร็วราวกับเงา!
นางทิ้งร่างของชิงหลินที่เป็เพียงโฮสต์ที่อ่อนแอและหมดประโยชน์แล้ว ก่อนจะพุ่งเข้าไปกลางหน้าผากของหยางเซิ่งหรงแม่ทัพหนุ่มที่กำลังอ่อนแรงและสติหลุดลอยอยู่
“อ๊ากกกก”เสียงร้องแหบห้าวดังขึ้น ร่างของหยางเซิ่งหรงเหยียดเกร็ง ปากอ้าค้าง ดวงตาเหลือกขาว ก่อนจะคลายตัวลง
จื่อหลันที่รู้สึกว่าเสียท่าให้กับปีศาจจิ้งจอกเก้าหางแล้ว ก็หันหลังกลับมาด้วยความตื่นตระหนก
แต่สิ่งที่เธอเห็นคือ หยางเซิ่งหรงแม่ทัพหนุ่มค่อย ๆ ยืนขึ้น ใบหน้าที่ก้มหน้าอยู่ของเขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น ตอนนี้ใบหน้าที่แสนหล่อเหลาคมเข้มและสุขุมตลอดมากลับแสดงสีหน้าบ้าคลั่ง ดวงตาของเขาส่องประกายสีทองประหลาดด้วยพลังของปีศาจที่เข้าสิง เขากระชากง้าวประจำกายของเขาขึ้นมาอย่างรุนแรงและคว้าง้าวพุ่งเข้าโจมตีเธออย่างบ้าคลั่ง!