“ฉันแค่อยากให้คุณได้เห็นว่าฉันเข้มแข็งขึ้นมากแค่ไหน นับจากตอนที่เราจากกันเมื่อคราวนั้น แต่ตัวฉันในตอนนี้ก็ไม่ได้แตกต่างไปจากเมื่อก่อนเลยไม่เคย... เข้มแข็งขึ้นมาได้เลยสักนิด...”
แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างกรุกระจกใสบานใหญ่ห้องพักผู้ป่วยในชั้นบนสุดของโรงพยาบาลใหญ่ใจกลางเมืองเงียบสงบทั้งที่ยังไม่ถึงเวลาขึ้นวันใหม่อากาศภายในห้องเย็นเฉียบเพราะระบบปรับอากาศที่ควบคุมอุณหภูมิภายในห้องให้เหมาะกับสภาพของผู้พักฟื้นภายในมากที่สุด
ร่างของเด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีเหลืองทองนอนอยู่บนเตียงคนไข้มีเครื่องช่วยหายใจและอุปกรณ์ทางการแพทย์ห้อยระโยงระยางกราฟบนจอมอนิเตอร์แสดงผลขึ้นๆลงๆตามจังหวะการหายใจ ข้างเตียงเขาร่างบางของเด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนตัดสั้นนอนฟุบอยู่บนเก้าอี้นวมตัวหนา ใบหน้าเอียงซบไปกับท่อนแขนมือข้างหนึ่งกุมฝ่ามือของเด็กหนุ่มบนเตียงเอาไว้เธอหลับสนิทโดยไม่รู้สึกตัวเลยว่ามีใครบางคนกำลังย่างเท้าเข้ามาในห้อง
ประตูห้องปิดลงอย่างเงียบเชียบ ทันทีที่ผู้มาเยือนก้าวเท้าเข้ามาภายในเตียงผู้ป่วยก็สว่างไสวด้วยแสงสีม่วงเข้มจากวงแหวนเวทที่ปรากฏขึ้นบนพื้นเด็กหนุ่มบนเตียงคนไข้ยังไม่ฟื้นเช่นเดียวกับเด็กสาวที่ฟุบหลับอยู่ข้างเขาก็ยังไม่รู้สึกตัวตื่น ตราบจนเด็กหนุ่มแปลกหน้าทิ้งตัวลงนั่งตรงปลายเตียงและแสงสว่างจากวงแหวนเวทดับวูบไปคนทั้งคู่ก็ยังคงหลับใหลอยู่ในห้วงนิทราอย่างไม่รู้สึกตัว
เอเรียลจ้องมองไปยังร่างไร้สติของเท็ตสึยะรอยยิ้มระอาปรากฏขึ้นอยู่บนใบหน้าคมเข้มของเด็กหนุ่ม เขาถอนหายใจละสายตาจากคนป่วยหันมาจ้องคนที่นอนหลับสนิทอยู่ข้างๆเด็กหนุ่มจ้องมองดูเธออยู่เนิ่นนานด้วยแววตาโหยหา นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มอ่อนแสงลงโดยที่เจ้าตัวไม่ทันรู้ตัว
“ฉันพยายามดึงเธอออกมาจากการต่อสู้แล้วเธอก็ยังดึงดันจะเข้ามายุ่งกับมันอีกอย่างนั้นเหรอ”
เด็กหนุ่มเอ่ยถามเด็กสาวเสียงแผ่วเบาโดยไม่คาดหวังคำตอบฝ่ามือหยาบวางทาบลงบนเรือนผมสีน้ำตาลเส้นเล็กเนียนนุ่ม ลูบศีรษะเธออย่างอ่อนโยน
“จะเข้ามาขวางฉันถึงเมื่อไหร่กัน”
เขาถามเธอ จ้องมองเธอด้วยแววตาที่ปวดร้าว
“ถ้าปล่อยให้หมอนี่จำฉันไม่ได้ ก็จะได้ไม่ต้องมีใครเจ็บปวดแล้วแท้ๆจะพยายามไปเพื่ออะไร?”
ไม่มีคำตอบจากเจ้าของร่างที่ยังคงนอนหลับสนิทอยู่ข้างเตียงเขาอยากจะคลายมนตร์เสียให้รู้แล้วรู้รอดเผื่อว่าเธอจะฟื้นขึ้นมาตอบคำถามเขาได้แต่ถ้าทำอย่างนั้นจริงเขากลัวแค่ว่าเธอจะไม่ยอมตอบคำถามและดันทุรังทำให้เรื่องมันแย่ลงไปยิ่งกว่าเก่า เวลาที่เขาอยู่ที่นี่ลดน้อยลงไปทุกทีเมื่อผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธธันเดอร์ได้ความทรงจำทั้งหมดกลับคืนมาหากหมอนั่นฟื้น หน้าที่ของเขาคงเป็นอันต้องสิ้นสุดลง และคงต้องจากที่นี่ไปในไม่ช้า
“ขอรบกวนหน่อยนะคะ”
เสียงใสของเด็กสาวเอ่ยขึ้นเมื่อตอนที่เข็มนาฬิกาในห้องพักผู้ป่วยชั้นบนสุดเพิ่งเคลื่อนผ่านเลขสิบไปได้แค่ไม่กี่นาทีเธอถือวิสาสะเปิดประตูเข้ามาในห้องหลังจากที่ลองเคาะไปหลายครั้งแล้วไม่ได้ยินเสียงตอบรับ
ประตูห้องพักปิดลงเบาๆพร้อมกับใบหน้าอ่อนเยาว์ที่เหลียวกลับเข้ามามองในห้องปลายคิ้วมนเลิกขึ้นอย่างประหลาดใจเมื่อเห็นเงาตะคุ่มของร่างเล็กๆที่นั่งอยู่ปลายเตียงความสงสัยฉายชัดไปทั่วใบหน้า ผู้มาเยือนอีกคนที่อยู่ในห้องนี้ก่อนหน้าเธอดูคุ้นตาอย่างน่าประหลาด
ร่างของเด็กหนุ่มที่นั่งหันหลังให้ประตูค่อยๆหันมาหาเธอจำนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มคู่นั้นได้อย่างแม่นยำมันเรืองแสงอยู่ท่ามกลางความมืดมิดภายในห้องแสงจันทร์สลัวที่ถูกเมฆบังส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของเด็กหนุ่มจนเธอมองไม่ออกว่าเขาแสดงสีหน้าอย่างไรเพราะนัยน์ตาคู่นั้นไม่ได้ดูอบอุ่นและอ่อนโยนเหมือนอย่างทุกครั้งที่เธอเคยเห็น ประกายตาสีท้องฟ้ายามค่ำเหือดหายไปจากนัยน์ตาของเด็กหนุ่มและถูกแทนที่ด้วยสีน้ำเงินเข้มของท้องทะเลที่มืดมิดจนมองไม่เห็นก้นบึ้ง
“เอเรียล?”
มินาโยะอุทานอย่างประหลาดใจไม่คาดคิดมาก่อนว่าเขาจะมาเยี่ยมเท็ตสึยะในช่วงเวลาดึกดื่นแบบนี้
“ท...”
น้ำเสียงของเด็กสาวถูกกลืนหายลงคอเมื่อเมฆเคลื่อนตัวพ้นจากพระจันทร์แสงจันทร์สีเหลืองนวลสาดส่องเข้ามาในห้องกระทบร่างของเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงปลายเตียงเธอเห็นเขายิ้มด้วยรอยยิ้มที่แสนเศร้าแต่แววตาคู่นั้นกลับแสดงความมั่นใจในบางสิ่งที่เธอไม่อาจเข้าใจได้
ฟุบ!
ผ้าห่มที่เด็กสาวเตรียมมาให้คนในห้องตกลงข้างตัวฝ่ามือสองข้างของมินาโยะยกขึ้นมาแตะริมฝีปาก นัยน์ตาสีฟ้าใสเบิกโพลงกว้างร่างของเธอเซถลาถอยหลังไปชนประตู เอเรียลยังคงนั่งอยู่ตรงปลายเตียงส่งรอยยิ้มอบอุ่นมาให้เธอเหมือนเคย แต่เด็กสาวเพิ่งสังเกตเห็นเครื่องแบบที่เขาใส่มันไม่ใช่เครื่องแบบสีน้ำเงินเข้มของแผนกมัธยมต้นชิโรไดริหรือเครื่องแบบสีดำสนิทของผู้พิทักษ์ที่เธอคุ้นเคย
เอเรียลลุกขึ้นยืน ชายเสื้อคลุมสีขาวทิ้งตัวระไปตามท่อนขาเขาหันมาเผชิญหน้ากับเธอนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มเรืองแสงท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาในห้องมองเห็นเลื่อมสีดำที่ปักอยู่บนบ่าทั้งสองข้างของเด็กหนุ่มได้อย่างชัดเจน
“นักรบอเวจี... เอเรียลคุง... ทำไม?”
“ทำไมน่ะเหรอ” เอเรียลทวนคำน้ำเสียงราบเรียบรอยยิ้มยังคงปรากฏอยู่บนใบหน้าคมคายนั่น “ฉันเป็นของฉันแบบนี้มาตั้งแต่ต้นแล้ว”
เขาเอ่ยเหมือนเป็นเรื่องไม่สำคัญขณะที่ประสานสายตากับเธอ
“แต่เธอ... ทำไม?”
นัยน์ตาสีฟ้าใสของมินาโยะตวัดไปที่ร่างของเท็ตสึยะที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงคนไข้ก่อนจะหันมาสบตากับเด็กหนุ่มอีกคนในห้อง
“ฉันมาเยี่ยมเท็ตสึยะ” เอเรียลว่า
มินาโยะเคลื่อนตัวเข้าใกล้เท็ตสึยะทันที สายตายังคงไม่ละไปจากเด็กหนุ่มเอเรียลก้าวออกห่างจากเธอเป็นวงกลม ท่าทางขบขันกับการกระทำของเธอ
“ฉันไม่ทำอะไรหรอก อย่างน้อยก็ในตอนนี้”เด็กหนุ่มบอกพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง“แล้วหมอนั่นกับเธอคนนั้นก็จะนอนแบบนั้นต่อไปจนกว่าฉันจะไปจากที่นี่”
“เธอทำอะไรเขา?”
เด็กสาวถาม ริมฝีปากขบเม้มกันแน่น เธออยากขึ้นเสียงใส่เขาแต่เธอทำไม่ได้ ความเชื่อใจในตัวเด็กหนุ่มมีมากพอๆกับที่เธอมอบให้เท็ตสึยะหรือชินสำหรับเพื่อน เธอไว้ใจเขาอย่างเต็มที่แต่เธอไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าเขาจะกลายเป็นฝ่ายที่ยืนอยู่ตรงข้ามเธอได้เหมือนอย่างที่เขาเป็นอยู่ในตอนนี้
เจ็บ...
“แค่ทำให้หลับไปเท่านั้น”เอเรียลบอก “ฉันมีเรื่องอยากจะคุยกับเธอเป็นการส่วนตัว”
นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มตวัดไปที่บานประตูก่อนจะหันมาสบตากับเธออีกครั้ง
“กับฉัน?”
มินาโยะทวนคำ
“ใช่”
เอเรียลพยักหน้ารับ
“ฉันคิดว่าเวลาของฉันคงหมดลงแล้วล่ะตั้งแต่ที่ผู้หญิงคนนี้ปรากฏตัวขึ้นที่นี่”
นัยน์ตาของเด็กหนุ่มจ้องมองไปยังร่างของโมโมกะที่หลับสนิทอยู่ข้างเตียงเท็ตสึยะ
“เธอส่งมอบความทรงจำกลับคืนให้ผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธธันเดอร์ไปแล้วถึงจะแกล้งทำตัวเป็นมิยาซาวะ เอเรียล ต่อไปก็คงจะไม่มีประโยชน์อยู่ดีทันทีที่หมอนี่ฟื้นคงต้องตามล่าฉันแน่”
มินาโยะเลิกคิ้วสูง เธอไม่เข้าใจที่ไม่เขาพูดไม่รู้ด้วยซ้ำว่าความทรงจำที่เอเรียลพูดถึงนั้นหมายถึงอะไรและเกี่ยวข้องยังไงกับเด็กสาวแปลกหน้าข้างหลังเธอนี่และที่สำคัญ... ทำไมถ้าเท็ตสึยะจำเรื่องทุกอย่างได้เขาถึงต้องตามหาเอเรียลด้วย
“ฉันเคยสู้กับเท็ตสึยะในสงครามวันสิ้นโลก” เอเรียลบอก“แล้วก็เป็นคนที่ฆ่าหมอนี่พร้อมกับคนรักในสงครามครั้งนั้น”
เด็กหนุ่มพยักพเยิดหน้าไปทางโมโมกะ
“เธอเคยเป็นน้องสาวฉัน”
นัยน์ตาสีฟ้าใสของมินาโยะเบิกกว้างอีกครั้ง สมองของเธอกำลังปวดร้าวเพราะต้องประมวลผลอย่างหนัก
คนรัก...? น้องสาว...?
“นักรบอเวจีกับผู้พิทักษ์ทุกคนมีความเกี่ยวข้องกัน ไม่ทางสายเลือดก็สายสัมพันธ์”เด็กหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มยังคงสว่างไสวแต่รอยยิ้มที่เธอเคยเห็นเสมอนั้นเริ่มเหือดหายไปจากใบหน้า“ผู้พิทักษ์กับนักรบอเวจีของเอิร์ธสตาร์เป็นพี่น้องกัน เช่นเดียวกันกับเอิร์ธซัน”
เด็กหนุ่มเอนตัวพิงตู้เก็บของอีกฟากของห้องด้วยท่าทีสบายๆต่างกับเธอที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่
“รัชทายาทของเอิร์ธธันเดอร์มีเพื่อนสนิทเป็นนักรบอเวจีเอิร์ธไฟเยอร์กับเอิร์ธฟรีชเซอร์เป็นลูกพี่ลูกน้องส่วนเอิร์ธวอเทอร์กับเอิร์ธมิเรอร์...”
เด็กหนุ่มหยุดพูดไปนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มหลุบต่ำลงมองพื้นก่อนจะเงยหน้ากรอกตาขึ้นมองเพดาน
“...เป็นคนรัก”
คนรัก?
มินาโยะทวนคำในใจ คนรัก...? เอิร์ธวอเทอร์...
หมายความว่าเมื่อในอดีตคนรักของโทวะเป็นนักรบอเวจีอย่างนั้นเหรอคนรักที่ว่าหมายถึงนานะจังงั้นเหรอ?
“แล้วเธอล่ะ เป็นแบบไหน?”
เอเรียลหันมาถามเธอ เอนตัวพิงตู้เก็บของอย่างรอคอย
“เห็นได้ชัดเลยว่าเธอน่ะแตกต่างออกไป เธอกับพี่สาวของเธอ”
เอเรียลว่า
“ทำไมกันล่ะ?จู่ๆคนที่จะต้องเป็นนักรบอเวจีทำไมถึงกลายเป็นผู้พิทักษ์ไปได้แถมยังไม่ใช่ผู้พิทักษ์ของบ้านเกิดตัวเองอีกด้วย เธอเคยสงสัยไหมว่าทำไม?”
ทำไมจะไม่สงสัยล่ะ... มินาโยะตอบคำถามเด็กหนุ่มในใจเธอเองก็ไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเธอมากพอๆกับที่เขาไม่รู้นั่นแหละ
“ย้อนกลับไปเมื่อหกปีก่อน ที่สนามเด็กเล่นในวันนั้น...”
เด็กหนุ่มเล่าย้อนความจู่ๆความทรงจำที่เธอหวาดกลัวที่สุดก็แล่นวาบเข้ามาในหัว ภาพของสนามเด็กเล่นในเงาหิมะที่ถูกทิ้งร้างเด็กหนุ่มแปลกหน้าสองคนที่เธอพบในวันนั้นก่อนที่ความทรงจำทั้งหมดจะถูกลบหายไป
เจ้าของนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มที่จ้องมองมา...
“อ้อ... ใช่แล้วล่ะ นั่นฉันเอง”
เอเรียลพูดขึ้นราวกับรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่
“ใช่แล้ว ฉันกับเรด พวกเราถูกส่งไปที่นั่นทันทีที่มั่นใจว่าเป็นเธอพวกเรารู้เรื่องที่เกิดขึ้นก่อนสงครามวันสิ้นโลกเรื่องที่ไวโอเลตจัดการกับพี่สาวของเธอกับผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธฟลาวเวอร์ไปก่อนที่สงครามจะเริ่มในสงครามครั้งนั้น เมตาเรียพุ่งเป้าไปที่เอิร์ธมูนด้วยเป้าหมายอะไรบางอย่างแต่คนที่ปรากฏตัวออกมาตอนนั้นกลับเป็นเธอ ทำไมล่ะ?ทั้งๆที่รัชทายาทแห่งเอิร์ธมูนน่าจะตายไปแล้วทำไมถึงได้มีรัชทายาทอีกคนปรากฏตัวอยู่ที่เอิร์ธมูนในสงครามวันสิ้นโลกได้นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เรารู้ว่าเอิร์ธมูนมีรัชทายาทสองคนเหมือนอย่างที่เอิร์ธสตาร์มี แต่ข้อมูลที่เรามีในตอนนั้นมันน้อยเกินไปฉันเข้าไปไม่ถึงในปราสาทฉันไม่รู้ว่าในคืนนั้นเกิดอะไรขึ้นที่เอิร์ธมูนบ้างก่อนที่ฉันจะตายและพวกเราทั้งหมดถูกส่งมายังโลกนี้”
เอเรียลว่า และเริ่มเดินไปเดินมาในห้อง
“ฉันไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร” เอเรียลบอก “ระหว่างเธอกับพี่สาว เพราะพวกเธอสองคนเหมือนกันมากแล้วการกลับมาเกิดใหม่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีลักษณะภายนอกเหมือนเดิมทุกอย่างแน่นอนว่าทั้งหน้าตาและนิสัย ตัวฉันเองเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ถึงเรื่องนั้นเรารู้ว่ารัชทายาทของเอิร์ธมูนมีสองคนแต่เราไม่รู้เลยว่าคนที่ปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเราในตอนนั้นเป็นใครเพราะงั้นเมื่อหกปีก่อน ฉันกับเรดถึงได้ไปเจอเธอ ไปพิสูจน์ว่าเธอเป็นใครกันแน่แต่หมอนั่นก็มาขวาง ปิดผนึกความทรงจำของเธอไว้ กันพวกเราออกไป และใส่ความทรงจำของเบริลให้เธอแทนตอนนั้นฉันไม่ได้เอะใจเลยสักนิด พวกเราอดทนรอมาเกือบหกปีกว่าที่ผนึกนั่นจะเริ่มคลายแล้วก็เป็นเธอเองนั่นแหละที่ทำให้เราเห็นความผิดปกติในความทรงจำนั่น”
เอเรียลหยุดพูดมินาโยะรู้ได้ในทันทีว่าเขาหมายถึงอะไร
วันที่เธอได้พบกับพี่มาซารุอีกครั้งในวันนั้นความทรงจำของเธอมันเริ่มสับสน เธอมองเห็นเบริลขณะเดียวกันเธอก็มองเห็นผู้หญิงอีกคนที่มีความเกี่ยวข้องกับเบริลอย่างลึกซึ้ง
“ใช่ มันประหลาดเกินไป”เอเรียลว่าขณะที่จับตามองทุกปฏิกิริยาของเธอ “เธอกับเบริลที่เราเห็นผ่านความทรงจำไม่ได้เหมือนกันเลยเจ้าหญิงแห่งเอิร์ธมูนที่เราเห็นเป็นเด็กผู้หญิงที่มีบุคลิกแตกต่างจากเธอโดยสิ้นเชิงพวกเธอสองคนแตกต่างกันเกินไปแน่นอนว่าสภาพแวดล้อมที่เราเห็นในความทรงจำของเธอมันทำให้เราเริ่มสงสัยว่าบางทีเบริลอาจจะไม่ใช่เธอก็ได้แล้วเธอก็ทำให้เราเห็นตัวตนที่แท้จริงของเธออีกคนคนที่ถูกขังให้อยู่ห่างจากโลกภายนอก เราเริ่มเอะใจว่าบางทีเธออาจจะไม่ใช่เบริล แต่เป็นเจ้าหญิงบนยอดหอคอยทีนี้แหละปัญหา... เราไม่รู้ว่าฝ่ายไหนคือผู้พิทักษ์ ฝ่ายไหนคือนักรบอเวจีเพราะงานพิธีสืบรัชทายาทของเบริลในความทรงจำที่เรดเห็นมันมีบางอย่างผิดปกติ เบริลไม่ได้รับเลือกให้เป็นผู้พิทักษ์ถ้าอย่างนั้นเธอก็เป็นนักรบอเวจีงั้นก็แสดงว่าเจ้าหญิงที่ถูกขังไว้บนยอดหอคอยนั่นเป็นผู้พิทักษ์น่ะสิแต่ทำไมเอิร์ธมูนต้องขังผู้พิทักษ์ของตัวเองไว้บนยอดหอคอยด้วยล่ะ?”
นั่นสิ... ทำไม?
เอเรียลเอ่ยต่อไปพร้อมกับจับตาดูท่าทีของมินาโยะไปด้วย
“ไวโอเลตก็เลยส่งบลูมาเป็นนักรบอเวจีคนสุดท้ายที่จะช่วยพิสูจน์ว่าเธอเป็นใครกันแน่บลูอยู่ใกล้ชิดกับเมตาเรียยิ่งกว่าใครและไวโอเลตเชื่อว่าเด็กคนนั้นมีอะไรบางอย่างที่เหมือนกับเธอการต่อสู้ของเธอกับบลูจบลงตรงที่เธอกลายเป็นผู้พิทักษ์ แต่เรื่องราวมันยิ่งซับซ้อนไปกว่านั้นเมื่อเธอกลายเป็นผู้พิทักษ์ของเอิร์ธสตาร์แทนที่จะเป็นของเอิร์ธมูน ประหลาดใจใช่ไหม?”
มินาโยะเห็นด้วยกับความคิดของเขาเรื่องที่เธอกลายเป็นผู้พิทักษ์ที่ถูกขังไว้บนยอดหอคอยนั่นเป็นอีกประเด็นหนึ่งล่ะแต่การที่เธอกลายเป็นผู้พิทักษ์ของเอิร์ธสตาร์โดยที่เธอไม่สามารถอธิบายเหตุผลได้เลยว่าทำไมนี่สิที่ทำให้เด็กสาวไม่เข้าใจ
วันที่พี่มาซารุลบความทรงจำออกไปจากตัวเธอนอกจากความทรงจำของเบริลที่ใส่เข้ามาแทนที่แล้ว เขาทำอย่างอื่นด้วยหรือเปล่า?
อย่างอื่นที่นอกเหนือไปจากการปิดบังความจริงเรื่องของเธอไว้
แล้วจู่ๆเด็กสาวก็นึกถึงรอยสักสีดำสนิทที่แขนของเขาเมื่อก่อนตอนที่อยู่ที่เอิร์ธมูนเขาไม่เคยมีรอยสักนั่นแม้แต่ในตอนที่กลับมาเกิดใหม่และเธอยังมีความทรงจำของตัวเองอยู่กับตัวด้วยเช่นกันรอยสักนั่นเกิดขึ้นมาตอนไหน? ความทรงจำล่าสุดที่ได้กลับคืนมาใช่ครั้งสุดท้ายที่เขาพยายามจะลบความทรงจำของเธอออกไปหรือเปล่า?นั่นเป็นครั้งสุดท้ายหรือเปล่านะที่เขากลายเป็นผู้พิทักษ์ของเอิร์ธสตาร์ก่อนที่พลังนั่นจะมาอยู่ในตัวเธอ
มีแต่เรื่องที่เธอไม่เข้าใจ
“ฉัน...เคยพูดถึงเรื่องความสัมพันธ์ของเธอกับพี่สาว” เอเรียลเอ่ยขึ้นและยิ้มให้เธอครั้งหนึ่ง “ว่ามันเป็นรูปแบบความสัมพันธ์ที่แตกต่างออกไปเธอเคยสงสัยไหมว่าทำไมตัวเองถึงได้ถูกขังอยู่บนยอดหอคอย ในขณะที่พี่สาวเธอได้รับอิสรภาพและอาการที่เธอเป็นอยู่ทุกครั้งที่ได้สบกับนัยน์ตาสีแดงสดของใครสักคนนั่นมันคืออะไรกันแน่?”
มินาโยะเม้มริมฝีปากแน่น
เอเรียลเดินไปยืนอยู่ตรงหน้าต่างแสงจันทร์ที่ส่องลอดผ่านเข้ามาจากทางด้านหลังทำให้ร่างของเด็กหนุ่มเลือนพร่าใบหน้าของเขาถูกซ่อนไว้ในด้านที่แสงของพระจันทร์ส่องไปไม่ถึงนั่นทำให้นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มของเด็กหนุ่มดูโดดเด่นขึ้น
“เธอรู้อยู่แล้ว...เหตผุลที่ทำให้เธอถูกขังไว้บนยอดหอคอย เพราะเธอได้ยินเสียงอะไรบางอย่างเป็นคำพูดซ้ำๆที่ดังก้องอยู่ในหัว แต่เบริลพี่สาวไม่เคยมีอาการนั้นทำไมถึงเป็นเธอล่ะ? ทำไมถึงมีแต่เธอเท่านั้นที่สามารถเชื่อมต่อกับเมตาเรียได้ทำไมผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธมูนถึงได้มีสายสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงกับเมตาเรียแทนที่จะเป็นนักรบอเวจีอย่างพี่สาวเธอตัวเธอน่ะเกี่ยวข้องยังไงกับเมตาเรียกันแน่?”
เอเรียลกระตุกรอยยิ้มหยัน น้ำเสียงที่เขาเอ่ยถามแฝงไปด้วยความมั่นใจในบางสิ่งบางอย่าง
“วันนี้เราจะได้เห็นกันตัวตนที่แท้จริงของเธอ”
“แกจะได้เห็นก็ต่อเมื่อแกเอาชนะพวกเราได้แล้วเท่านั้นเอเรียล!”
เสียงหนึ่งดังขึ้นที่กรอบประตู