Ep. 39
3 อาทิตย์ ผ่านไป
บ้านเรนนี่ เวลา 20:40 น.
" แม่....ตอนที่แม่แต่งงานกับพ่อ แม่รู้สึกยังไงบ้างอ่ะ ร้องไห้มั้ย? "
" แม่หรือ ไม่ร้องหรอก แต่พ่อของลูกต่างหาก..เห็นแบบนั้น พ่อเขาเป็นคนอ่อนไหวนะ บ่อน้ำตาตื้นก็เท่านั้น คิดแล้วก็ขำ เมื่อก่อนสมัยพ่อของลูกจีบแม่น่ะ แม้แต่จดหมายสักฉบับก็ไม่เคยมี ทั้งยังปากแข็งก็ที่หนึ่ง จะจีบสาวทั้งทีก็เอาแต่ทำตัวแข็งทื่อไร้อารมณ์ซ้ำยังขี้เก๊กอีก ตอนคบกันแม่อ้อนขอจดหมายรักจากพ่อประจำ เห็นเพื่อนๆมีหนุ่มๆส่งจดหมายรักมาจีบโรยแป้งฝุ่นใส่ในซองมาหอมกรุ่น แม่ก็อยากจะมีโอกาสเปิดซองจดหมายรักอ่านหอมฟุ้งกลิ่นแป้งกับเขาบ้าง "
" แล้วพ่อยอมใจอ่อนเขียนจดหมายให้แม่บ้างมั้ยคะ? " เมื่อฉันถามไปอย่างนั้นแม่หัวเราะออกมาน้อยๆแล้วจึงเล่าต่อ
" หึหึ คืนก่อนวันแต่งงานน่ะ เสียงกุกกักดังขึ้นทางหน้าต่างห้องนอนแม่ พอเดินไปชะเง้อคอดูก็เห็นว่าพ่อเขาปีนต้นมะม่วงขึ้นมาหาแน่ะ "
" จริงหรอคะ? ฮ่าๆๆๆ พ่อทำแบบนั้นไปเพื่ออะไรกันคะ "
" ก็พ่อเขาน่ะเอาจดหมายรักที่เขียนเองกับมือมาให้แม่ในคืนก่อนวันแต่งงานน่ะสิ แต่เผอิญ ตาของลูกโผล่เข้ามาเจอพอดี พ่อเขาตกใจกลัวก็เลยร่วงตกต้นมะม่วงลงไปเลย "
" อ้าว~ เป็นงั้นไป ^^ แล้วยังไงต่อคะ แข้งขาพ่อหักหรือเปล่า "
" ไม่ได้เจ็บอะไรมากหรอก แต่พอเช้าวันงานมาถึง พ่อเขาก็ใส่ชุดเจ้าบ่าวเดินขากะเผลกอยู่อย่างนั้นทั้งวันจนเสร็จงานนั่นแหละ ฮ่าๆๆๆๆ แล้วลูกรู้มั้ยจดหมายฉบับแรกที่พ่อเขียนให้แม่น่ะ ที่แม่เคยขอว่าอยากได้จดหมายหอมๆอย่างคนอื่นเขาบ้าง ใครจะไปรู้ว่าพ่อของลูกเขาจะทึ่มถึงขนาดใส่น้ำอบมาแทนแป้งฝุ่นน่ะ เขาบอกว่าอยากให้จดหมายมีกลิ่นหอมตลอดไป แถมยังบอกด้วยนะว่าใส่ไปแค่นิดเดียว แต่น้ำอบนั้นมันทำให้กระดาษเปียกจนหมึกเลอะทั้งแผ่นตัวหนังสือก็เปื้อนหมดอ่านไม่ออกเลยสักตัว เห็นก็แต่รูปหัวใจดวงเล็กๆที่พ่อเขาวาดไว้น่ะ ฮ่าๆๆๆๆ " พ่อเนี่ยนะ?!? สมัยวัยรุ่นเขาเป็นคนแบบนี้หรอเนี่ย จะว่าไปก็คล้ายๆคุณสิงห์อยู่เหมือนกันนะ
" แต่จดหมายฉบับนั้นมันก็ยังหอมอยู่จริงๆด้วยนะ แม่เก็บใส่กล่องไว้ ทุกครั้งที่เปิดกล่องออกก็ยังมีกลิ่นหอม บางทีตัวอักษรมันก็ไม่อาจสลักไว้ในใจเราได้ตลอดเวลา แต่กลิ่นจดหมายของพ่อมันฝังลึกอยู่ในใจแม่เสมอเลยนะ " ก็คงเหมือนกับที่ฉันชอบดมกลิ่นคุณสิงห์แล้วก็จำกลิ่นเขาได้จนขึ้นใจนั่นแหละมั้ง >< จะว่าไปฟังๆดูแล้วคนสมัยก่อนเขาก็น่ารักดีนะ มีจดหมายรักอะไรแบบนี้ด้วยอ่ะ แล้วที่แม่พูดก็ถูก กลิ่นเขามันฝังอยู่ในใจฉันด้วยหละ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็จำได้
พรุ่งนี้แล้วที่วันแต่งงานของฉันจะเกิดขึ้น คืนนี้ฉันก็เลยขอมานอนกับแม่ มันรู้สึกใจหายอยู่เหมือนกันนะอยากนอนกอดแม่นานๆ แล้วอีกอย่างฉันก็อยากขอโทษพ่อกับแม่มากๆด้วยที่ฉันเป็นลูกสาวที่อาจจะไม่ได้ทำให้ท่านทั้งสองภูมิใจสักเท่าไหร่ ก็ฉันน่ะเรียนก็เพิ่งจะจบ งานยังไม่ได้ทำ ยังไม่ได้มีโอกาสตอบแทน เลี้ยงดูท่านเลย ก็จะออกเรือนไปก่อนซะล่ะ มันผิดแผนจากที่ฉันตั้งใจเอาไว้หมดเลย แล้วแถมยังท้องก่อนแต่งอีก ถึงแม้ว่าทั้งพ่อและแม่ไม่ได้ว่าหรือดุฉันก็เถอะ
" แม่คะ....หนูขอโทษนะคะ "
" หืมม...ขอโทษเรื่องอะไรลูก? " แม่หันมามองฉันที่นอนกอดท่านไว้แน่น
" ขอโทษที่หนูเป็นแบบนี้.. " อยู่ๆฉันก็เริ่มน้ำตาซึม ฝ่ามืออุ่นๆของแม่ที่โอบฉันไว้ก็เริ่มขยับลูบขึ้นลงเบาๆเป็นการปลอบ
" หนูกำลังโทษตัวเองเรื่องที่หนูกำลังท้องโดยที่ไม่ได้ทำให้ถูกต้องตามขนบธรรมเนียมอย่างนั้นหรือ? " ฉันพยักหน้าขึ้นลงที่จริงมันไม่ใช่แค่เรื่องนั้นหรอก แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ
" รู้ไหม..แม่ไม่ได้โกรธหนูเลยนะ แล้วอีกอย่างพ่อสิงห์เขาก็ดูเป็นคนดี ดูแลลูกของแม่ได้ ส่วนคนอื่นเขาจะว่ายังไงก็ช่างเขาปะไร แม่ไม่สนใจหรอก แค่ลูกของแม่มีความสุขก็พอ ดีสะอีกแม่จะได้อุ้มหลานเร็วๆด้วยเพราะฉะนั้นหนูต้องมีความสุขนะลูก "
" ฮึก~ หนูรักแม่นะคะ ฮืออ~ "
" อะไรกันขี้แงเสียจริงโตจนจะเป็นคนแล้ว ถ้ายังไม่เลิกร้อง พรุ่งนี้ใส่ชุดเจ้าสาวแล้วไม่สวยแม่ไม่รู้ด้วยนะ " แม่เช็ดน้ำตาที่แก้มฉันแล้วตบหลังเบาๆเหมือนกับกำลังกล่อมลูกน้อยนอน นั่นมันยิ่งทำให้ฉันกระชับกอดแม่ให้แน่นขึ้นอีก
" หนูรักแม่ค่ะ รักพ่อด้วย " ถึงแม้ตอนนี้พ่อจะนอนอยู่อีกห้องหนึ่งแต่ฉันก็อยากจะพูด
" แม่ก็รักหนูเสมอ เด็กน้อยของแม่ "
เวลา 04:00 น.
ตอนนี้เพื่อนๆฉัน ทั้งยัยพริ้ม ยัยลมหนาวแล้วก็ยัยเมษา มาพร้อมกันที่บ้านฉันแต่เช้ามืด พวกมันเพิ่งจะมาถึงกันเมื่อกี๊นี่แหละ คุณสิงห์กับคุณทัดก็อยู่นี่ด้วย ส่วนเพื่อนเขากับคุณปู่น่าจะตามมาทีหลัง สาเหตุที่ทุกคนมารวมกันที่นี่ก็เพราะว่างานแต่งงานเล็กๆจะถูกจัดขึ้นภายในบริเวณบ้านของฉันยังไงล่ะ
ดูเหมือนว่าทุกคนตอนนี้กำลังวุ่นวาย แม่กับเพื่อนสนิทของแม่ก็ช่วยกันเตรียมงานอยู่ข้างล่างถึงแม้มันจะถูกเซตไว้รอตั้งแต่เมื่อวานแล้วก็เถอะ ส่วนฉันและแก๊งค์เพื่อนก็กำลังแต่งตัวกันอยู่ คนหนึ่งทำผม อีกคนจัดชุด อีกคนแต่งหน้า ไม่ต้องจ้างช่างให้เสียตังค์เลยแฮะ เพื่อนทำให้หมด ดีจริงๆ ฮ่า ฮ่า ฮ่า
ตอนนี้เริ่มจะเช้าแล้ว พระอาทิตย์กำลังจะโผล่ขึ้นฉายแสงอรุณรุ่ง หญิงสาวที่สะท้อนกระจกแต่งตัวครบเครื่องในชุดไทยแบบเบี่ยงสไบสีชมพูอ่อนพร้อมเหล่าเพื่อนสาวยืนอยู่ด้านหลังส่งยิ้มให้ผ่านเงาสะท้อนจากกระจกนั้น วันนี้เป็นวันที่ฉันมีความสุขมากและจะจดจำมันไว้ตลอดไป
งานภายในวันนี้ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว เจ้าบ่าวของฉันเวลาที่เขาอยู่ในชุดไทยราชปะแตนสีขาวแบบนี้ก็ดูหล่อไปอีกแบบนะเนี่ย ผู้ชายคนนี้จะทำให้ฉันหลงไปถึงไหนกันนะ ฉันแหงนหน้ามองใบหน้าเกลี้ยงเกลาของคุณสิงห์ที่ยืนอยู่เคียงข้าง
" คุณสิงห์ครับ.............. "
" สั่งคนของเราให้เฝ้าระวัง ตรวจตราความเรียบร้อยให้ทั่วงาน " อยู่ๆพอคุณทัดมา ก็คุยกระซิบกระซาบกัน สีหน้าของเขาดูเคร่งเครียดขึ้นมาเล็กน้อย จะบอกว่านอกจากผู้ใหญ่ที่สนิทของพ่อแม่ แล้วก็ของคุณปู่ เพื่อนคุณสิงห์ที่ชื่อกองทัพ เพื่อนฉันแล้วก็พวกพี่อ้อย แต่ก็ยังมีกลุ่มผู้ชายใส่สูทสีดำอยู่ภายในงานประมาณสิบกว่าคน ฉันดูออกแหละว่าคงจะเป็นคนของคุณสิงห์ แต่ทุกคนในงานคงจะเข้าใจว่าเป็นแขกหรือไม่ก็เพื่อนฝั่งเจ้าบ่าวล่ะมั้ง เพราะดูแต่ละคนยังรื่นเริงกันปกติ ไม่มีใครแสดงอาการหวาดกลัวหรือสงสัยอะไร ถึงแม้ว่าพวกผู้ชายเหล่านั้นจะไม่ค่อยยิ้มกันก็เถอะ หวังว่างานมงคลวันนี้ของฉันคงจะผ่านพ้นไปด้วยดีนะ ขออย่าให้มีอุปสรรคอะไรเลย.....
สิงห์ || Part ||
" เรนนี่ เธอต้องอยู่ติดกับฉันตลอดเลยนะ ห้ามห่างฉันเด็ดขาดเข้าใจมั้ย? " เธอดูมีสีหน้ากังวลขึ้นมาเล็กน้อย แต่สักพักก็คลี่ยิ้มออกมา ผมรู้ว่าเธออาจกำลังทุกข์ใจแต่คงไม่อยากให้สถานการณ์วันนี้มันตึงเครียด ผมเห็นถึงความอดทนและความพยายามของเธอ เธอก็เป็นซะอย่างนี้จะไม่ให้ผมหลงได้ไง ผมเลือกคนไม่ผิดจริงๆ
" แล้วถ้าคุณไปห้องน้ำล่ะคะ เรนนี่ต้องไปด้วยหรือไง " เธอพูดเสียงเย้าแล้วยิ้มกว้าง ผมมองรอยยิ้มของเธอค้างอยู่อย่างนั้น จนอดใจไม่ไหวก้มหน้ากดจูบลงที่หน้านูนของเธอหนักๆ เมื่อไหร่จะได้เวลาเข้าหอนะ สิงห์น้อยคิดถึงเรนนี่ใจจะขาดแล้วโว้ย
" ฉันไปห้องน้ำเธอก็ต้องไปด้วย ไปด้วยทุกที่นั่นแหละ ไม่ว่าฉันจะไปฉี่หรือไปขี้เธอก็ต้องไปด้วย เข้าใจมั้ย~ "
" อี๋~~~ คนบ้า! น่าเกลียดที่สุด " ผมยักคิ้วกวนๆกลับไปให้เธอแล้วดึงมือเธอมาคล้องไว้ที่แขนผม สายตาก็กวาดมองไปรอบๆงานอย่างต้องการจะตรวจตราความเรียบร้อย
เมื่อกี๊ไอ้ทัดมาบอกว่าเห็นรถตู้คนของไอ้มังกรจอดอยู่หน้าบ้านเรนนี่ มันจะตามรังควานผมไปถึงไหน คิดไม่ผิดจริงๆ เพราะผมรู้ไง วันนี้ถึงได้เกณฑ์คนที่ฝีมือดีที่สุดของผมมาด้วย
" เรนนี่ มึงไม่ไปนั่งพักก่อนวะ เห็นยืนตั้งนานแล้วนะ เดี๋ยวก็เป็นลมเป็นแล้งไปซะก่อนหรอก "
" ไม่เป็นไรมึง กูไหว " กลุ่มเพื่อนๆของเธอเดินเข้ามาหา มีทั้งน้องพริ้มเพรา น้องเมษา แล้วก็น้อง..ลมหนาว ทำไมเธอมองหน้าผมแบบนั้นวะ ผมเผลอไปทำอะไรให้เธอไม่พอใจรึเปล่า ถึงได้จ้องผมตาขวางขนาดนั้น ทำตัวไม่ค่อยจะถูกนะเนี่ยกู...ถ้าเพื่อนเมียไม่ปลื้มนี่ผมก็อึดอัดนะครับ
" คุณสิงห์ เรนนี่ ยินดีด้วยนะคะ "
" ยินดีด้วยนะคะ เจ้าสาวสวยนะเนี่ย เจ้าบ่าวก็หล่อค่ะ " คุณอ้อยกับพวกคุณต่ายก็มาด้วย
" พี่ถ่ายรูปให้ไหม? รูปละ20บาท เพราะถ่ายสองคน เฮ้ย 30บาท สิ ตัวน้อยในท้องอีกคนหนึ่ง "
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า!! พี่โจ้~ " พนักงานผู้ชายที่ชื่อโจ้กับเมียผม คุยกันอย่างสนุกแล้วตามด้วยเสียงหัวเราะที่เข้าใจกันอยู่แค่สองคน จนผมต้องเหลือบตามองนั่นแหละ เมียผมถึงค่อยหยุด แล้วหุบปากเงียบ
" ทุกคน!!! มาถ่ายรูปรวมกัน มา! เจ้าบ่าว เจ้าสาว เพื่อนๆด้วย! " เสียงไอ้กองทัพร้องเรียกให้พวกเราไปถ่ายรูปรวมกัน
" เอ้า ขยับเข้าชิดกันหน่อยครับ โอเค มองกล้องนะครับผม หนึ่ง สอง สาม! "
แช๊ะ แช๊ะ แช๊ะ!!
ผมโอบไหล่เรนนี่ไว้แล้วเอียงหัวลงไปซบกับเธอ ก่อนจะฉีกยิ้มกว้าง แล้วเปลี่ยนเป็นฉกเข้าหอมที่แก้มเธอเร็วๆ ไม่รู้เหมือนกันว่ากล้องจะจับภาพนี้ไว้ได้รึเปล่า
" อีกครั้งหนึ่งนะครับทุกคน! หนึ่ง สอง สาม! "
ทันทีที่กดชัตเตอร์แบบตั้งเวลาไว้ ตากล้องหนุ่มก็รีบวิ่งเข้าไปร่วมเฟรมกล้องด้วย และด้วยความเร่งรีบจึงเผลอกระแทกเข้ากับร่างบางหนึ่งในเพื่อนสนิทของเจ้าสาว หนำซ้ำเท้าใหญ่ยังเหยียบเข้าที่เท้าบางของเธอที่อยู่ในร้องเท้าส้นสูงคู่เล็กนั้นอย่างเต็มแรง จนหญิงสาวเผลอร้องออกมาอย่างหัวเสีย
" โอ้ยย!!! นี่คุณ! เหยียบเท้าฉัน! " หญิงสาวหันหน้าไปเหวี่ยงใส่หนุ่มตากล้อง ส่วนฝ่ายเขาเองก็หน้าเหวอแต่แล้วก็ยิ้มกรุ่มกริ่มไปให้ พร้อมกำลังจะกล่าวคำขอโทษ กล้องที่ตั้งเวลาไว้ก็จับภาพนั้นเข้าพอดี คือภาพที่ทุกคนในงานฉีกยิ้มให้กล้อง ยกเว้นคู่สองหนุ่มสาวเจ้ากรรมหันมองหน้ากัน อีกคนหน้าเหวี่ยงสุดขีดส่วนอีกคนก็ทำหน้าทะเล้นใส่
แช๊ะ แช๊ะ แช๊ะ!!
งานภายในวันนี้เสร็จสิ้นไปด้วยดี ความสุข ความปลื้มปริ่มเปี่ยมอยู่เต็มอกของทั้งคู่บ่าวสาว ชีวิตคู่ที่กำลังเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการพร้อมอีกหนึ่งชีวิตที่กำลังจะลืมตาดูโลกภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า เขาจะมาเพื่อเติมเต็มคำว่าครอบครัวให้สมบูรณ์
..................................................................................
บทส่งท้าย
ภายในงานวันนั้น เมื่อตอนกลางวัน ระหว่างที่ทุกคนในงานกำลังรื่นเริงพร้อมแสดงความยินดีให้กับคู่บ่าวสาว แต่สำหรับลมหนาวเธอสังเกตุเห็นว่ากลุ่มผู้ชายในชุดสูทสีดำเหล่านี้ที่อยู่ในงานอาจจะไม่ใช่แขกธรรมดาหรือแขกทั่วไป เพราะท่าทางของพวกเขา ที่คอยสอดส่ายสายตาไปมาทั่วงาน ท่าทีของพวกเขาทำให้เธอนึกไปถึงวันนั้นที่เธอโดนจับตัวไปให้ผู้ชายแปลกหน้าคนนั้นปู้ยี้ปู้ยำกับร่างกายของเธอ วันนั้นในคฤหาสน์หลังใหญ่เธอก็สังเกตุเห็นว่าลูกน้องของเขามีท่าทีแบบคนพวกนี้เหมือนกัน คือสายตาไม่ค่อยอยู่นิ่งแล้วก็ไม่ค่อยจะยิ้ม ทำเป็นอยู่แค่หน้าโหดกับหน้านิ่ง
เธอคิดไปถึงวันนั้น มันอาจจะไม่ใช่การเข้าใจผิด คนพวกนั้นตั้งใจจับจะเพื่อนเธอ ชื่อคุณสิงห์ที่เธอได้ยินในวันนั้นก็คือคุณสิงห์คนเดียวกันนี่แหละ ไม่ใช่คนละคนเหมือนอย่างที่เธอเข้าใจในตอนแรก สามีของเพื่อนเธอคือพวกคนไม่ดีและเขาเป็นศัตรูกับผู้ชายคนนั้น ยิ่งคิดได้แบบนี้เธอก็นึกสงสารและเห็นใจเพื่อนรัก เพื่อนเธอคงยังไม่รู้เรื่องว่ากำลังโดนสามีหลอก เธอคิดอย่างหนักใจ
ทันใดนั้นเธอเห็นรถตู้สีดำสนิทจอดอยู่ที่หน้าบ้าน ใจเธอคิดว่าคงต้องเป็นคนของเขาแน่ๆ เห็นเพื่อนรักที่อยู่ในชุดเจ้าสาวยิ้มแย้มอย่างมีความสุขก็ไม่อยากเห็นเพื่อนต้องเศร้าในวันสำคัญของเธอ คิดชั่งใจอยู่นานสุดท้ายก็หลบเลี่ยงตัวออกมานอกงานแล้วเดินตรงไปที่รถตู้สีดำคันนั้น ที่ตอนนี้มันจอดอยู่ไกลจากหน้าบ้านไปนิดหน่อยเพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกต
" ฉัน..ขอคุยกับเจ้านายของพวกคุณหน่อย " เมื่อเดินไปใกล้ เห็นกลุ่มชายชุดดำ สอง สาม คนยื่นอยู่ข้างรถคันนั้น จึงเอ่ยถึงความตัวการของตัวเองทันที เขาเหล่านั้นมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ก่อนจะเอ่ยบอกเจ้านายที่นั่งรออยู่ในรถ รอเวลาเหมาะสมที่จะป่วนศัตรูเบอร์หนึ่งเขาตน
" นายครับ มีคนมาขอพบคนครับ "
" ใคร? "
" ฉันเอง! " เมื่อได้ยินเสียงของคนที่อยากจะพบดังมาจากในรถ เธอจึงเดินเข้าไปแสดงตัวให้เขาเห็น ว่าเป็นเธอเองที่ต้องการอยากจะเจอเขา
" อ่าว ว่าไงสาวน้อย มีธุระอะไรกับฉันงั้นหรอ? หรือว่าติดใจ...รสชาติผัวคนแรก~ " ได้ยินประโยคนั้นหญิงสาวก็ได้แต่กัดฟัน กำมือแน่นอย่างต้องการข่มอารมณ์ไว้ แล้วเอ่ยถามสิ่งที่อยากรู้
" พวกคุณมาที่นี่วันนี้ เพื่อจะมาจับตัวเพื่อนฉันใช่มั้ย? คุณและสามีของเธอมีปัญหากันก็ไปเคลียร์กันเองสิ ทำไมต้องลากเพื่อนฉันไปเกี่ยวด้วย! เพื่อนฉันไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยสักหน่อย!! "
" เธอเป็นผู้หญิง ไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้หรอก โลกสวยอย่างเธอจะไปรู้เรื่องอะไร "
" อย่ายุ่งกับเพื่อนฉันเลยนะคะ ถือว่าฉัน....ขอร้อง "
" ............... "
" ตอนนี้เธอกำลังท้อง ไม่สงสารผู้หญิงก็ช่วยเห็นแก่เด็กตาดำๆบ้าง~ "
" ................... "
" ถ้าคุณยังพอมีความเป็นคนอยู่....... "
" ก็ได้!! ฉันจะไม่ยุ่งกับเมียของมัน! " สาวเจ้ายังไม่ทันจะพูดจบประโยคดี เขาก็พูดสวนขึ้นมาเสียงดัง
" แต่เธอ...คืนนี้เสร็จจากงานน่าคลื้นไส้นั่นแล้ว เธอต้องมาหาฉัน! "
" .................. "
" ฉันจะให้คนมารอรับเธอที่นี่! "
" ......................... "
" หรือเธอ..จะไม่มาก็ได้นะ แต่เพื่อนเธอจะอยู่ไม่สุขแน่ "
" ก็ได้!! ตกลงค่ะ..ฉันจะไปพบคุณ "
" หึ ก็แค่นั้น เฮ้ย! พวกมึง กลับ!! " เขาหันไปสั่งลูกน้อง จากนั้นรถตู้สีดำก็เคลื่อนตัวออกไป เธอมองตามรถคันนั้นขับออกไปจนลับตา ก่อนเงยหน้าขึ้นมองฟ้ากักเก็บน้ำตาที่จะหลั่งรินออกมาให้กลับเข้าไปที่เดิม ยืนปรับอารมณ์และสีหน้าอยู่สักพัก พอเริ่มดีขึ้นเธอจึงเดินกลับเข้าไปสบทบกับคนในงานอีกครั้งด้วยสีหน้าปั้นยิ้ม ทั้งที่ในใจนั้นแสนจะหนักอึ้ง ชีวิตเธอต้องพบเจออะไรบ้างต่อจากนี้ ใครเล่าจะรู้ได้.....
ดำเนินมาจนถึงตอนสุดท้าย ขอบคุณนักอ่านทุกคนที่ติดตามกันมาตั้งแต่ตอนแรกนะคะ และฝากติดตามเป็นกำลังใจให้หนูลมหนาวในเรื่องต่อไปด้วยนะคะ อ้ออ คุณกองทัพด้วย จะจับคู่ใครนั้น ต้องติดตามตามกันต่อไปนะคะ ^^ ขอขอบพระคุณอีกครั้งค่า
ปล. ยังมีตอนพิเศษของเรื่องนี้ให้ติดตามกันนะคะ