กลางป่าแห่งหนึ่ง สถานที่ซึ่งยังอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพรรณนานา ในส่วนลึกที่มนุษย์แทบไม่เคยย่างกรายเข้าไป ทว่าบริเวณแห่งนี้กลับมีร่างของกลุ่มคนที่มารวมตัวกันอย่างน่าสงสัยปรากฏขึ้น ฝ่ายหนึ่งคือเด็กสาวในชุดสีขาวตัดกับสีเขียวอ่อนซึ่งดูผิดที่ผิดทางเมื่อเทียบกับสภาพแวดล้อมโดยรอบ ตามมาด้วยเหล่าบริวารของเธออีกหลายชีวิตที่ยากจะบอกว่าพวกเขาคือ "ตัวอะไร" หากใช้คำว่าประหลาดหรือพิสดารก็ดูไม่เกินความจริงนัก กลุ่มของหญิงผู้นี้กำลังจับจ้องไปทางชายฉกรรจ์สามคนที่ถูกพันธนาการทั้งมือและเท้าเอาไว้จนสิ้นอิสรภาพ
เด็กสาวผมดำผู้เป็นนายกำลังครุ่นคิดอย่างหนัก เธอต้องตัดสินใจว่าจะจัดการกับชายทั้งสามอย่างไร พวกเขาคือโจรป่าผู้บุกรุกอาณาเขตของเธอหลายต่อหลายครั้ง แม้ว่า "คนของเธอ" สามารถจับกุมผู้บุกรุกเหล่านี้ได้ทุกครา แต่เด็กสาวก็ทำได้เพียงปล่อยพวกเขากลับไปโดยไม่เคยจัดการอะไรให้เด็ดขาด
“คราวนี้จะปล่อยไปไม่ได้แล้วนะครับ พวกนี้ไม่รู้จักเข็ดหลาบหรอก ถ้าคราวนี้รอดไปได้ เดี๋ยวก็ต้องย้อนกลับมาอีก" หนึ่งในบริวารของเด็กสาวเตือน ดูผิวเผินแล้วเขาเป็นชายหนุ่มตาหน้าดีในชุดเครื่องแบบพ่อบ้านตามสมัยนิยม แต่บางสิ่งบางอย่างที่มนุษย์ไม่ควรจะมีทำให้เหล่าอาคันตุกะมองเขาอย่างไม่ไว้ใจ สิ่งนั้นยังคงโบกขยับไปมาอย่างน่าหวาดหวั่นจากเบื้องหลังของเขา
“หรือจะจับไปส่งหมู่บ้านที่อยู่ข้างนอกดี" บริวารอีกคนว่าขึ้นบ้าง คราวนี้เป็นเด็กสาวในชุดหญิงรับใช้สีดำขาว เธอเองก็ไม่ต่างจากคนแรก หากมองแค่บางส่วน เธอคือสาวใช้หน้าตาสะสวย แต่เธอมีบางสิ่งที่มองเพียงปราดเดียวก็รู้ว่า... มันเป็นสิ่งที่มนุษย์ไม่ควรมี
“ทำได้ที่ไหนล่ะครับ ถ้าทำแบบนั้นคนในหมู่บ้านก็รู้ว่าพวกเรามาสร้างปราสาทอยู่กลางป่าแบบนี้" พ่อบ้านหนุ่มผมทองท้วง "เชือดทิ้งให้หมดนี่แหละดีที่สุด"
เด็กสาวผู้เป็นนายเอียงคอหลับตาครุ่นคิดหน้ามุ่ย เธอปล่อยพวกเขาไปไม่ได้ แต่เธอก็ไม่ชอบความรุนแรง มันจะมีวิธีอะไรดี ๆ บ้างไหมนะที่จะยุติปัญหาเหล่านี้ได้โดยที่ไม่มีใครต้องเจ็บตัว เธอเอียงคอสลับไปมาได้ไม่นานก็นึกขึ้นได้ว่าของที่เธอนำติดตัวมาอาจจะใช้ได้ก็ได้ เด็กสาวรีบค้นถุงย่ามอันโปรดเพื่อค้นหาของที่ว่า ซึ่งหากเพ่งมองดูดี ๆ แล้วในย่ามของเธอล้วนแต่เต็มไปด้วยขวดแก้วที่บรรจุของเหลวหลายหลากสีสัน
“ใช้เจ้านี่ก็แล้วกันค่ะ" เด็กสาวหยิบขวดใสใบนึงขึ้นมาอวด ตัวขวดแก้วกับจุกไม้ที่เป็นฝาปิดไม่ได้ดูแปลกตาอะไรแต่ของเหลวเรืองแสงสีเขียวที่อยู่ข้างในไม่ว่าจะดูอย่างไรก็ไม่ใช่สิ่งปกติแน่นอน
โจรทั้งหลายที่ถูกจับมัดพยายามดิ้นรนเมื่อเห็นยาประหลาดในมือเธอ พวกเขาไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไร แต่ก็มั่นใจว่ามันไม่ใช่เรื่องดีสำหรับพวกตนอย่างแน่นอน โจรแต่ละคนแม้จะมีรูปร่างสูงใหญ่และร่างกายเต็มไปด้วยกล้ามมัด แต่พวกเขาก็ไม่สามารถสู้แรงของบริวารเด็กสาวได้ พวกมันต่างก็ถูกพ่อบ้านหนุ่มและแม่บ้านสาวบังคับจับง้างปากพร้อมอุดจมูกทีละคน ๆ และกรอกตัวยาสีเขียวเหล่านั้นโดยไม่อาจต้านแรงได้เลย
“แค่ก...แก เอาอะไรมาให้พวกข้ากิน" โจรคนแรกร้องคำรามมากด้วยโทสะหลังจากถูกบังคับให้ดื่มของเหลวพิลึกนั่น เขาพยายามจะสำรอกสิ่งที่ถูกบังคับให้กลืนลงไป แต่ความรู้สึกปวดเกร็งตลอดเส้นทางที่ยาเหล่านั้นไหลผ่านทำให้ชายผู้เกรี้ยวกราดไม่เหลือแรงพอแม้แต่จะขย้อนมันกลับออกมาด้วยซ้ำ
“ยาพิษ! พวกเราตายแน่ ๆ บ้าเอ้ย" โจรอีกคนคร่ำครวญ ความกลัวตายทำให้เขาตัวสั่นราวกับลูกนก เขาร้องไห้ออกมาโดยไม่อายว่าคนผู้อยู่ตรงหน้าเป็นเพียงเด็กสาวที่มีอายุเพียงครึ่งเดียวของเขาเท่านั้น
“ได้โปรด พวกข้าจะเลิกเป็นโจรแล้ว ขอยาแก้พิษให้พวกเราเถอะ" โจรคนสุดท้ายที่ค่อนข้างมีสติครบถ้วนที่สุดในสามคนพยายามคว้าฟางเส้นสุดท้ายเอาไว้ เขาร้องขอแม้จะรู้ว่าคำพูดแบบเดียวกันนี้เคยใช้กับเด็กสาวมาก่อนแล้วมันยากที่จะได้ผลในครั้งนี้
ต่างคนต่างแหกปากร้องโอดครวญ มีทั้งเสียงก่นด่าสาปแช่ง ทั้งเสียงร้องขอความเมตตา หรือตะโกนสาบานว่าจะกลับมาล้างแค้นพวกเธออย่างสาสม แต่เด็กสาวกลับยิ้มตอบอย่างอ่อนโยน
“ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ ไม่ใช่ยาพิษหรอกค่ะ พวกท่านทุกคนจะไม่ตาย"
ทันทีที่สิ้นประโยคของเด็กสาวก็ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดของชายทั้งสาม ผิวหนังปริแตกแยกออก ร่างกายแต่ละคนบิดไปมาอย่างผิดธรรมชาติ แขนขาแตกแขนงเป็นรยางค์นับสิบ ใบหน้ายืดตืดกับลำตัวที่เหยียดสูงขึ้น จากผิวคล้ำกรำแดดนั้นเข้มขึ้นกระทั่งกลายเป็นสีน้ำตาล ขาค่อย ๆ หยั่งลึกลงไปในผืนดิน เลือดที่ทะลักออกมาจับตัวเป็นก้อนและแปรเปลี่ยนเป็นใบไม้สีเขียวสดตามกิ่งก้านต่าง ๆ
พวกเขากำลังกลายเป็นต้นไม้! ต้นไม้ที่ยังมีเค้าโครงใบหน้าของมนุษย์หลงเหลืออยู่!
“โชคดีนะคะที่วันนี้ติดเอายานี่มาด้วย" เด็กสาวผู้เป็นนายยิ้มดีใจเมื่อเห็นผลงานของเธอประสบผลสำเร็จงดงาม
“กลายเป็นต้นไม้แบบนี้ก็ออกปล้นไม่ได้อีกแล้ว แบบนี้ก็ดีเหมือนกันครับ" พ่อบ้านหนุ่มว่าพลางลองทุบต้นไม้ที่อยู่ใกล้มือเพื่อตรวจสอบ ผิวสัมผัสอีกทั้งลวดลายไม้นั้นแยกไม่ออกเลยว่าอดีตคือร่างมนุษย์มาก่อน มันดูไม่แตกต่างจากต้นไม้ปกติเลย ยกเว้นเพียง...
“อือออ... อาาา...” ต้นไม้มนุษย์เหล่านั้นยังพยายามจะเปล่งเสียงแต่ในสภาพนี้จึงยิ่งดูน่าเวทนา พวกเขาทำได้เพียงแค่นั้น แม้ว่าอยากจะร้องตะโกนขอความช่วยเหลือสักเท่าไหร่ก็ไร้ประโยชน์
“โชคดีจังเลยเนอะ อย่างน้อยก็ไม่ต้องถูกฆ่าแล้ว" เด็กสาวยิ้มให้มนุษย์ต้นไม้อย่างอ่อนโยนแต่อีกฝ่ายกลับรู้สึกอยากจะฉีกเธอเป็นชิ้น ๆ ด้วยความอาฆาต
“จบไปอีกเรื่องโดยไม่ต้องฆ่าแกงกัน เก่งมากเลยนะคะ" สาวใช้ชมเชยพลางลูบหัวนายของเธอด้วยความเอ็นดู ฝ่ายผู้เป็นนายก็ไม่ได้รังเกียจมีเพียงแต่บ่นอุบอิบเพราะกลัวว่าผมหน้าม้าของเธอจะเสียทรงเอาเท่านั้น
นีเน นักเล่นแร่แปรธาตุแห่งอีโทเรีย