บทที่ 10 ตำลึงเงินก้อนที่สอง
ซูชิ่นไม่เคยใจอ่อนกับศัตรู ยิ่งก่อนหน้านี้เฉิงซีอวี้กดขี่เ้าของร่างเดิมทั้งในที่ลับและที่แจ้งอยู่บ่อยครั้ง นางจึงตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะต้องรีดไถบางอย่างออกมาจากมือของเฉิงซีอวี้ให้ได้
เฉิงซีอวี้ถูกนางดึงไว้แน่นจนเริ่มรู้สึกเจ็บ สะบัดอย่างไรก็ไม่หลุด จึงได้แต่กัดฟันพูดว่า "เ้าปล่อยข้าก่อน!"
"ไม่ปล่อย ท่านอาของลูก เ้าช่วยสงสารเด็ก ๆ หน่อยเถิด"
"เยว่เยว่ โจวโจว รีบมาเร็ว ท่านอาเล็กของพวกเ้ามีของกิน" ซูชิ่นพูดพลางะโเรียก เด็กสองคนได้ยินเสียงจึงกำลังเดินมาทางนี้
เด็ก ๆ วิ่งเตาะแตะเข้ามาด้วยขาเล็ก ๆ แต่ไม่กล้าเข้าใกล้เฉิงซีอวี้มากนัก
"เด็กโง่ มัวยืนบื้ออยู่ทำไม รีบเรียกท่านอาเล็กเร็ว ท่านอาเล็กของเ้ามีของกินอยู่ในมือ รีบขอจากนางเสีย" ซูชิ่นส่งสายตาให้โจวโจว
โจวโจวฉลาดหลักแหลม แม้จะแอบกลัวเฉิงซีอวี้อยู่บ้าง แต่ในเมื่อท่านแม่เปิดปากแล้ว เขาก็ต้องให้ความร่วมมือ ดังนั้นโจวโจวจึงแผดเสียงร้องไห้โฮออกมา
"ท่านอาเล็ก ข้าหิว ขอของกินให้ข้าหน่อยเถิด"
แม้เยว่เยว่จะไม่คล่องแคล่วเท่าโจวโจว ทว่า นางมักจะทำตามพี่ชายเสมอ เมื่อเห็นพี่ชายร้องไห้ นางจึงส่งเสียงร้องโฮตามไปด้วย
ชั่วขณะหนึ่ง เสียงร้องไห้ดังกึกก้องจนทำให้ผู้คนจำนวนมากต้องหันมามอง
เฉิงซีอวี้มองดูเ้าตัวเล็กทั้งสองที่ร้องไห้โฮแต่ไม่มีน้ำตาด้วยความโมโห พลางกัดฟันเอ่ยว่า "หุบปาก!"
เด็กทั้งสองใจนเสียงร้องติดอยู่ที่ลำคอ
ซูชิ่นเห็นแบบนั้นก็ทำหน้าบึ้ง "เ้าจะดุเด็กทำไม? พวกเขาแค่หิวจัด เ้าเป็ถึงท่านอา ได้กินหรูอยู่สบายตามเ้านาย ทนเห็นหลานแท้ ๆ ของตัวเองอดอยากก็ช่างเถิด แต่นี่ยังจะมาดุพวกเขาอีก! ใจเ้าทำด้วยอะไร เ้ายังเป็อาแท้ ๆ ของพวกเขาอยู่อีกหรือ?"
"เยว่เยว่ โจวโจว ร้องสิ ร้องให้ดังกว่านี้ เมื่อก่อนเวลาท่านอาเล็กกลับบ้าน ของกินของใช้ล้วนเป็ท่านพ่อของพวกเ้าที่หามาได้ แต่ตอนนี้พวกเราตกยาก นางกลับไม่ยอมแบ่งของกินให้แม้แต่คำเดียว ช่างไร้น้ำใจสิ้นดี"
เด็กน้อยทั้งสองเอามือปิดหน้าแล้วร้องไห้โฮขึ้นมาอีกครั้ง
ผู้คนที่อยู่รอบข้างเริ่มมองเฉิงซีอวี้ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป
เฉิงซีอวี้กระทืบเท้าด้วยความโมโห อยากจะเดินหนีแต่ก็หนีไม่ได้ ไม่รู้ว่าซูชิ่นเหนียงผู้นี้กินดีหมีหัวใจเสือมาจากไหน ถึงกล้าทำให้นางต้องอับอายขายหน้าเช่นนี้!
ซูชิ่นเห็นว่าผู้คนเริ่มมามุงดูมากขึ้น จึงขยับเข้าไปใกล้เฉิงซีอวี้อีกก้าว และกระซิบเบา ๆ ว่า "เฉิงซีอวี้ เ้านายของเ้าก็น่าจะอยู่แถวนี้ใช่หรือไม่? หากพวกสาวใช้ในจวนมาเห็นเข้า ต่อไปพวกนางจะนินทาเ้าลับหลังอย่างไร? แล้วถ้าคุณชายสามที่เ้าปรนนิบัติมาเห็นเข้า..."
เฉิงซีอวี้หน้าตาจัดว่าใช้ได้ ประกอบกับมีความทะเยอทะยานอยากปีนขึ้นที่สูง จึงพยายามหาทางปีนขึ้นเตียงของคุณชายสามมาโดยตลอด
คำพูดของซูชิ่นจี้จุดที่เฉิงซีอวี้ให้ความสำคัญที่สุด ทำให้สีหน้าของนางเปลี่ยนไปทันที
เมื่อเห็นว่านางกำลังจะด่าทอ ซูชิ่นเลยพูดด้วยน้ำเสียงเนิบนาบว่า "ไม่แน่ว่าคุณชายสามของเ้า อาจจะกำลังยืนมองอยู่ในกลุ่มคนนี้ก็ได้นะ"
เฉิงซีอวี้รีบกลืนคำด่าลงคอทันที พร้อมกับกัดฟันถามว่า "เ้า้าอะไรกันแน่?"
"แน่นอนว่าต้องเป็เงินสิ ข้ากับหลาน ๆ ของเ้าไม่ได้กินข้าวมาหลายวันแล้ว" ซูชิ่นยิ้มบาง
"ฝันไปเถอะ!" เฉิงซีอวี้ไม่มีทางยอมให้เด็ดขาด ก้อนเงินเพียงน้อยนิดของนางล้วนสะสมมาทีละอีแปะ
"อะไรนะ?!" ซูชิ่นแสร้งทำเป็ใและร้องเสียงดัง "เ้าจะให้พวกเราห้าตำลึงหรือ? เงินมากมายขนาดนี้ ข้า... ข้าจะกล้ารับได้อย่างไร? เยว่เยว่ โจวโจว รีบขอบคุณท่านอาของพวกเ้าเร็วเข้า นางจะให้พวกเราตั้งห้าตำลึงเงินแน่ะ เมื่อครู่แม่เข้าใจท่านอาของพวกเ้าผิดไป รีบขอโทษนางเร็ว"
เด็กทั้งสองหยุดร้องไห้ทันที แล้วก้มคำนับเฉิงซีอวี้
"ขอบคุณท่านอาเล็ก พวกเราเข้าใจท่านอาเล็กผิดไป ขออภัยด้วย"
เฉิงซีอวี้โมโหจนแทบกระอักเื
ห้าตำลึง! ซูชิ่นเหนียงผู้นี้ทำไมไม่ไปปล้นเสียเลย! อีกอย่าง นางก็ไม่อยากให้แม้แต่เหรียญเดียว!
เมื่อเห็นนางนิ่งไป ซูชิ่นจึงทำตาใสซื่อมองนาง "นี่ก็เริ่มมืดแล้ว เด็กสองคนยังหิวอยู่เลย เงินนี่..."
พูดจบก็กระซิบเบา ๆ ว่า "คนมองอยู่เยอะขนาดนี้ หากเ้าไม่ให้ เ้าว่าคุณชายสามจะมองเ้าอย่างไร? แต่ถ้าเ้าให้ คุณชายสามต้องมองเ้าในแง่ดีขึ้นแน่นอน เพราะสตรีที่มีน้ำใจกตัญญูเช่นเ้า ต่อให้จุดโคมไฟหาก็หายากยิ่ง"
เฉิงซีอวี้แทบอยากจะพ่นเืใส่ซูชิ่นเหนียงให้ตาย สรุปคืออีกฝ่ายข่มขู่รีดไถตำลึงเงินของนาง แต่กลับทำให้กลายเป็ว่านางเป็คนดีอย่างนั้นหรือ?
ขณะที่กำลังจะสะบัดมือซูชิ่นออก ก็เห็นชายรูปร่างท้วมในชุดสีขาวเดินออกมาจากกลุ่มคน "ซีอวี้ เ้ามาทำอะไรที่นี่?"
เฉิงซีอวี้รีบเก็บสีหน้าโกรธแค้น แล้วย่อตัวคำนับชายผู้นั้นก่อนเอ่ยว่า "คุณชายสาม บ่าวมีธุระเล็กน้อยเ้าค่ะ จัดการเสร็จแล้วจะรีบกลับทันที"
ดวงตาของซูชิ่นเป็ประกาย คุณชายสามผู้นี้ช่างมาประจวบเหมาะเสียจริง
ใช่แล้ว นางมีความประทับใจแรกพบต่อคุณชายสามคนนี้มาก
ซูชิ่นหันไปพูดกับคุณชายสามด้วยท่าทางจริงจัง "ท่านคือคุณชายสามตระกูลฉินใช่หรือไม่? เหมือนกับที่ซีอวี้บอกไว้ไม่มีผิด เป็ผู้ที่มีสง่าราศี งดงามโดดเด่น ราวกับัในหมู่มนุษย์จริง ๆ"
คุณชายสามตระกูลฉินถูกชมอย่างกะทันหันจนรู้สึกขัดเขิน คำประจบสอพลอเขาได้ยินมานับไม่ถ้วน แต่ไม่เคยมีใครชมเขาด้วยท่าทางจริงจังเหมือนหญิงผู้นี้ ที่เห็นเพียงดวงตากลมโตคู่หนึ่งบนใบหน้า ความรู้สึกที่ดูจริงใจเช่นนี้ช่างแตกต่างจริง ๆ
"แม่นางท่านนี้คือ..."
ซูชิ่นไม่เปิดโอกาสให้เฉิงซีอวี้พูด และแนะนำตัวว่า "ข้าเป็พี่สะใภ้ของซีอวี้ ตั้งใจจะกลับบ้านเกิดแต่ไม่นึกว่าจะมาติดอยู่ที่นี่ ซีอวี้บังเอิญเจอข้ากับเด็กสองคน เห็นว่าพวกเราน่าสงสารจึงจะมอบเงินเพื่อช่วยเหลือห้าตำลึงเงิน ซึ่งมันมากเกินไป เพราะถึงอย่างไรนั่นก็เป็เงินที่ซีอวี้อุตส่าห์สะสมมาอย่างยากลำบาก แต่ซีอวี้เป็คนซื่อตรง บอกว่าต่อให้ตนเองลำบาก แต่จะให้เด็กสองคนลำบากไม่ได้ คุณชายสาม ท่านว่าสตรีที่ดีเช่นซีอวี้ ต่อให้จุดโคมไฟหาก็คงหายากใช่หรือไม่เ้าคะ?"
เมื่อถูกถามเช่นนี้ คุณชายสามตระกูลฉินจึงพยักหน้าตามสัญชาตญาณ "ใช่ ใช่ ซีอวี้ไม่เลว เป็คนดีจริง ๆ"
เฉิงซีอวี้เห็นเ้านายยอมรับนางต่อหน้าผู้คนมากมาย หัวใจของนางก็เต้นระรัว รู้สึกว่าตนเองได้แตะขอบตำแหน่งอี๋เหนียงเข้าให้แล้ว
ซูชิ่นแอบหยิกมือเฉิงซีอวี้หนึ่งที เป็สัญญาณให้รีบส่งเงินมา
เฉิงซีอวี้ได้สติกลับมาก็รู้สึกเสียดายเงินจนตัวสั่น
ห้าตำลึงเงิน... นางต้องสะสมนานแค่ไหนกัน
แต่ต่อหน้าคุณชายสาม นางไม่สามารถไม่ให้ได้ มิฉะนั้นภาพลักษณ์ที่เพิ่งสร้างขึ้นในใจของคุณชายสามจะพังทลายลงทั้งหมด
เฉิงซีอวี้ค่อย ๆ ล้วงเงินก้อนเล็กออกมาจากถุงผ้า ตัดสินใจครั้งใหญ่ก่อนจะยื่นให้ซูชิ่น
ไม่เป็ไร วันหน้านางจะต้องทวงคืนจากซูชิ่นเหนียงให้ครบทุกตำลึง ขาดแม้แต่อีแปะเดียวก็ไม่ได้!
"เ้าอย่าใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายล่ะ ใช้ให้ประหยัดหน่อย เข้าใจหรือไม่?"
"เข้าใจแล้ว นี่เป็เงินที่ได้มาจากหยาดเหงื่อแรงงานของเ้า ข้าจะใช้ทุกอีแปะให้คุ้มค่าที่สุด"
ซูชิ่นรับคำ พร้อมรับก้อนเงินมาแล้วรีบปล่อยมือทันที จากนั้นก็ก้มคำนับคุณชายสามตระกูลฉิน
"คุณชายสาม ซีอวี้บ้านข้าฝากไว้กับท่านแล้ว ขอให้ท่านช่วยดูแลนางให้มากด้วยนะเ้าคะ"
แล้วนางก็หันไปกำชับเฉิงซีอวี้ว่า "ต่อไปอยู่ที่บ้านตระกูลฉินก็ปรนนิบัติคุณชายสามให้ดี อย่ามัวแต่คิดเื่กลับบ้าน ทางบ้านทุกอย่างเรียบร้อยดี ไม่ต้องเป็ห่วง เอาล่ะ ข้าจะพาเด็ก ๆ ไปหาของกินก่อน แล้วเจอกันนะ"
เฉิงซีอวี้มองตามแผ่นหลังของซูชิ่นที่เดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง ก็กัดฟันจนแทบจะมีเืไหลออกมา