สายลมโชยพัดเย็นะเืโชยเอากลิ่นดินและน้ำค้างยามดึกสงัดลอยเข้ามาปะทะใบหน้า ค่ำคืนนี้เป็คืนพิเศษ... คืนเกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาหรือราหูอมจันทร์ ท้องฟ้าสีดำมืดมิดไร้แสงดาริกา มีเพียงเศษเสี้ยวสีแดงส้มสลัวหมองของดวงจันทร์ที่ถูกเงาโลกกลืนกินไปเกือบหมดดวง ทั่วทั้งปริมณฑลหอดูดาวหลวงนอกกำแพงเมืองกรุงศรีอยุธยาจึงเงียบสงัดและเยือกเย็นจับจิตปานป่าช้า
บนชั้นสูงสุดของหอยันต์คำนวณดาวอันสูงตระหง่านท้าลมหนาว **'ขุนโชติ'** โหราจารย์หนุ่มใหญ่วัยยี่สิบเจ็ดปี ผู้จดจ่ออยู่กับการคำนวณดาราศาสตร์และวิถีดวงดาว ยืนนิ่งอยู่ข้างกระดานชนวนแผ่นใหญ่ ท่อนบนเปลือยเปล่าโชว์แผ่นอกกว้างกำยำสีคร้ามแดดและกล้ามหน้าท้องหนาแน่นแข็งแกร่งเป็ลอนคลื่นสวยงาม ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาสไตล์ชายไทยโบราณขมวดคิ้วแน่น ดวงตาคมกริบเพ่งมองสูตรคำนวณตำแหน่งดวงดาวเพื่อพยากรณ์ชะตาเมืองที่เขียนด้วยผงดินสอพองพรางถอนใจยาวด้วยความอ่อนล้า
ขุนโชติเป็อัจฉริยะด้านดาราศาสตร์ทว่าเขากลับมีชีวิตที่โดดเดี่ยวอ้างว้างและไม่มีใครเข้าใจ เพื่อนข้าราชบริพารในราชสำนักต่างพากันติฉินนินทาและมองว่าศาสตร์คำนวณเวลาของเขาเป็เื่เพ้อเจ้อไร้สาระ ลึก ๆ ในจิตใจอันแข็งแกร่งของขุนโชติโหยหาเพียงสูตรคำนวณวันเวลาและชะตาอนาคตขั้นสูงสุดสูตรลับที่จะทำนายททักพยากรณ์เหตุการณ์บ้านเมืองได้แม่นยำไม่มีวันผิดพลาด เพื่อพิสูจน์คุณค่าของตนเองและหลุดพ้นจากสายตาดูแคลนเ่าั้ และในค่ำคืนเหน็บหนาวอ้างว้างเช่นนี้ ความโดดเดี่ยวก็รุกรานจิตใจจนเขาโหยหาไออุ่นของสตรีมาแนบชิดโอบกอดเนื้อตัวอุ่น ๆ ร้อน ๆ บรรเทาความหนาวเยือกในหัวใจที่แห้งแล้ง
"วิถีดาวเดินคลาดเคลื่อนไปเส้นกึ่งองศา... หรือข้าจะไม่มีวันคำนวณกาลเวลาได้สำเร็จ" ขุนโชติทอดถอนหายใจพรางสลัดเศษผงดินสอพองทิ้งอย่างท้อแท้ อุปกรณ์ดูดาวทำด้วยทองเหลืองรอบตัวสะท้อนแสงไฟตะเกียงสลัวราวกับกำลังล้อเลียนความอ้างว้างของเขา
--- หญิงสาวผู้พลัดหลงในคืนราหูอมจันทร์ ---
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะประตูดังแ่สลับหนักหน่วงดังมาจากชั้นล่างสุดของหอยันต์ขัดสมาธิขุนโชติ โหราจารย์หนุ่มสะดุ้งชะงักงัน ในคืนราหูอมจันทร์วิกาลเช่นนี้ ประตูนอกกำแพงเมืองไม่ควรมีผู้ใดสัญจรผ่านไปมาได้ ขุนโชติหยิบโคมไฟและดาบพกประจำกายก้าวเท้าสืบลงตามขั้นบันไดไม้เนื้อแข็งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดอย่างระแวดระวังเงียบเชียบ เมื่อเปิดประตูบานใหญ่ขนาดั์ออก ลมหนาวชื้นน้ำค้างปะทะใบหน้าทันควัน และตรงบันไดหินขั้นแรกนั้นเอง มีร่างร่างหนึ่งทรุดตัวกอดอกสั่นเทาอยู่ปานลูกนกเปียกน้ำ
"ช่วย... ช่วยฉันด้วยเ้าค่ะ... ฉันหลงทางเดินป่ามืดค่ำหาทางกลับบ้านไม่ได้เ้าค่ะ" น้ำเสียงนุ่มนวลหวานใสสั่นสะท้านเอ่ยขึ้นอย่างเว้าวอนน่าเวทนา
ขุนโชติยกโคมไฟในมือขึ้นส่องดู ภาพตรงหน้าทำให้หัวใจโหราจารย์หนุ่มเต้นระทึกกระตุกไหวจนเกือบทำโคมไฟร่วงหลุดมือ ดาบในมือแทบลืมสิ้น หญิงสาวแปลกหน้ารูปร่างอวบสะพรั่งเย้ายวนตึงแน่นไปทุกสัดส่วน ผิวพรรณขาวเนียนละเอียดละมุนผุดผ่องตัดกับความมืดมิดยามราตรีกาล เสื้อสไบผ้าป่านบางเบาสีอ่อนเปียกชุ่มด้วยน้ำค้างหนาแนบชิดเนื้อตัว เผยเนินเนื้อเต้าอกอวบอัดเต่งตึงคู่โตชูยอดอกล้นทะลักงดงามชวนฝันชวนกำหนัดสะพรั่ง สะโพกผายกลมกลึงงอนงามคอดกิ่วรับกับ่เอวอวบแน่น ต้นขาเนียนสั่นเทาด้วยความเย็นเยือก ดวงตากลมโตคู่สวยหวานหยาดเยิ้มสะกดจิตสะกดใจชวนมอง
เธอคือ 'มารตี' แปลงกายในโฉมหญิงสาวต่างถิ่นนามว่า 'มะลิ'
กลิ่นกายเย้ายวนใจคล้ายดอกพิกุลร่วงผสมน้ำอบไทยโบราณผสมน้ำผึ้งป่าโชยรินออกมาจากกายชื้นน้ำค้างของมะลิ กลิ่นนั้นหอมสะกดจิตใจเพียงสูดดมครั้งเดียว เืในกายของขุนโชติก็พลันเดือดพล่านลุ่มหลงอย่างรวดเร็ว ความคิดระแวงสงสัยมลายหายไปสิ้น ขุนโชติรีบดึงร่างอวบหยุ่นนุ่มนิ่มเข้ามาในหอยันต์ด้านใน ปิดประตูลงกลอนไม้ป้องกันภัยหนาวทันที
หอยันต์คำนวณดาวแคบ ๆ บัดนี้เมื่อมีร่างอวบอัดยั่วยวนตัณหาของมะลิเบียดเสียดสีเข้ามาใกล้ชิด ทั่วทั้งอณูห้องก็อบอวลไปด้วยไอความร้อนรัญจวนใจ ขุนโชติรู้สึกร้อนรุ่มไปทั่วสรรพางค์กายอย่างประหลาด ความเงียบสงัดภายนอกถูกบดบังด้วยเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นรัวกระชั้น
--- ััอุ่นร้อนกระตุ้นสูตรดาราศาสตร์ ---
"ขอบคุณขุนพี่มากเ้าค่ะ... มะลิคิดว่าจะต้องหนาวตายอยู่กลางป่าละอองน้ำค้างเสียแล้ว" มะลิเอ่ยเสียงกระเส่าเบาหวิว พลางก้าวเท้าเข้ามาชิดหน้าอกกว้างเปลือยเปล่าของขุนหนุ่ม สองเต้าอวบใหญ่ตึงอัดแน่นเบียดบดหน้าท้องลอนคลื่นของขุนโชติจนขุนโชติััได้ถึงความอุ่นนิ่มแฝงความชูชันผ่านสไบบางชื้นที่แนบติดเนื้อผิวกาย
"เดี๋ยวก่อน... เช็ดตัวเช็ดเนื้อตัวเสียก่อนเถิดแม่คุณ ประเดี๋ยวจะไม่สบายไข้จับเอา" ขุนโชติเอ่ยเสียงแหบแห้งพร่ามัวสะกดกิเลสราคะที่เริ่มปะทุพลุ่งพล่าน เขาหยิบผ้าแห้งค่อย ๆ เช็ดหยาดน้ำค้างบนลาดไหล่บางและคอระหงส์ของมะลิอย่างแ่เบา ััผิวนุ่มเนียนปานเนื้อแป้งสาลีชั้นดีทำเอาโหราหนุ่มมือสั่นระรัวจนแทบทำผ้าหลุดมือ ความร้อนแรงปะทะกันกลางแสงไฟตะเกียงน้ำมันมะพร้าวที่สั่นไหววูบวาบตามจังหวะหายใจ
มะลิสบตากับขุนโชติด้วยแววตาหยาดเยิ้มฉ่ำปรือ ั์ตาเปล่งแสงมนตราสีม่วงอ่อนลึกลับลื่นไหล มือเรียวนุ่มเอื้อมไปจับมือหนาขรุขระของขุนโชติที่กำลังเช็ดตัวให้เธอ ค่อย ๆ เลื่อนมือเขาต่ำลงมาัับดเบี้ตรงยอดอกอวบเต่งตึงบดบี้จนขุนโชติััได้ถึงยอดอกที่แข็งเป็ไตชูชันสู้มือผ่านผ้าบางเปียกชุ่มทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
"ขุนพี่จ๋า... มะลิหนาวไปทั้งตัวแล้วเ้าค่ะ ผ้าแห้งก็ซับไม่อุ่นเลย... พี่ช่วยทำให้ร่างกายมะลิอบอุ่นขึ้นด้วยเนื้อตัวของพี่เถิดเ้าค่ะ" มะลิอ้อนเสียงสั่นสะท้านพลางกระซิบชิดใบหูเลียเม้มเบา ๆ ลมหายใจอุ่นเป่ารดจนโหราหนุ่มสะท้านกรามแน่น
ขุนโชติลมหายใจสะดุด ราคะครอบงำจิติญญาแกร่งจนพังทลาย มะลิเอื้อมมือดึงผ้าสไบบางชื้นของตนและผ้านุ่งปลดปล่อยออกสู่พื้น ร่างกายเปลือยเปล่าอวบสะพรั่งไร้อาภรณ์ใด ๆ ปรากฏสู่สายตาโคมไฟสีส้ม อกโตอวบอัดตึงแน่นชูยอดชมพูสั่นระริก สะโพกงอนงามบดเบียดเข้าหาหน้าขาสองของขุนโชติชวนกระสันเสียวถึงขีดสุด
"มะลิ... เ้าช่างงดงามราวกับเทพธิดาดาวดึงส์ลงมาจุติล่อลวงใจข้า" ขุนโชติพึมพำอย่างหลงใหลลุ่มหลงแทบสิ้นสติ
"หากขุนพี่ช่วยรักมะลิมอบััอุ่นร้อนกระตุ้นสวาทบนเตียงไม้ในคืนราหูอมจันทร์นี้... สูตรพยากรณ์กาลเวลาดาราศาสตร์และวันเวลาที่พี่ตามหาจะแจ่มชัดทันที มะลิจะช่วยพี่เองเ้าค่ะผัวขา" มะลิเผยยิ้มยั่วยวน ลากตัวเขาลงไปนอนราบบนเบาะปูลาดเตียงไม้ไผ่หนานุ่มข้างกระดานชนวนดาริกา
--- รสสวาทลบภาพดารารัญจวน ---
แสงสีส้มสลัวจากโคมไฟสะท้อนสองเรือนร่างเปลือยเปล่ากอดก่ายััเสียดสีเนื้อนุ่มแกร่ง ขุนโชติโน้มตัวคร่อมทับร่างอวบอิ่มของมะลิ ก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาวระหงดูดเม้มผิวเนียนเนื้อนุ่มจนเกิดรอยรักสีแดงเด่น กลิ่นกายพิกุลแก้วผสมน้ำอบไทยโบราณยั่วเย้าจนเขาสติกระเจิง ปากหนาบดจูบกลีบปากอวบอิ่มอย่างรุนแรงกระหายอยาก ลิ้นหนาสอดลึกเข้าไปเกี่ยวกระหวัดลิ้นเล็กอย่างเชี่ยวชาญรุกรานชิงน้ำหวาน มะลิจูบตอบเร่าร้อนส่งเสียงครางอื้ออึงในลำคอ อกกว้างของเขากระทบก้อนเนื้อเต้านมใหญ่อวบหยุ่นจนบดบี้ตึงแน่นขยับบิดเบี้ยว
มือหนาเค้นขยำหน้าอกใหญ่ล้นมือ บีบเค้นเนื้อนมนุ่มจนเนื้อเต้าปลิ้นตามซอกนิ้ว ปลายนิ้วโป้งขยี้ปัดผ่านปทุมถันสีหวานชูชันจนมะลิแอ่นกายรับครางกระเส่า "อ๊า... ขุนพี่จ๋า... เสียว... บีบนมมะลิแรง ๆ เลยเ้าค่ะ อย่าเบามือนะเ้าคะผัวจ๋า"
ขุนโชติทนความเสียวซ่านรัญจวนใจไม่ไหว ปลดผ้าผูกเอวโยนอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายออก เผยแก่นกายแกร่งอวบหนาใหญ่โตยาวเหยียดที่แข็งเป๊กชี้เด่นแดงก่ำปูดโปนด้วยเส้นเืร้อนผ่าวเต็มพิกัด มะลิปรือตามองแท่งรักนั้นด้วยจิตใคร่เสน่หาปนสะใจ เธอกางเรียวขาอวบตึงทั้งสองข้างกว้างออก เผยร่องรักสีหวานอวบอูมที่มีน้ำกามหล่อลื่นหลั่งไหลชุ่มกลีบเนื้อเนียนละเอียดแฉะใสชวนเสียวเยิ้มหยดเปียกเสื่อ
ขุนโชติคุกเข่าระหว่างเรียวขานุ่ม จับหัวแก่นกายจ่อปากทางรักเปียกชุ่ม บดหัวหยักถูไถเม็ดกระสันสีชมพูระเรื่อของมะลิจนหญิงสาวสะโพกร่อนรั้นแอ่นรับสั่นสะท้านครางเสียงสั่นระรัวถี่ "อูย... เสียวรูรักเหลือเกินขุนพี่... แทงตัวตนขุนพี่เข้ามาเลยเ้าค่ะ... เอาให้มิดโคนควยใหญ่ของพี่โชติเลยจ้ะผัวขา! อัดเข้ามาแรง ๆ เลยจ้ะ!"
สวบ... อึก!
"โอ๊ยย! อ๊า!"
แก่นกายแกร่งใหญ่ั์ทะลวงผ่านร่องกามคับแน่นรวดเดียวจนสุดโคน ขาทั้งสองบดเบียดเนื้อต่อเนื้อดังปั่กแน่นปึ้ก รูรักบีบรัดรัดรึงท่อนรักแ่าประหนึ่งจะดูดกลืนตัวตนของขุนหนุ่ม ขุนโชติครางซี้ดสั่นระริกเสียวสะท้านหัวเอ็นกาย ก้มลงซุกไซ้หน้าอกอวบดูดกินยอดปทุมถันกวาดกลืนน้ำลายสลับซ้ายขวาอย่างกระหายหื่น สะโพกหนาเริ่มขยับสับสอบเข้าออกเน้น ๆ เป็จังหวะหนักหน่วงดุดันและร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ร่างของมะลิโยกคลอนตามแรงส่งดังระงมทั่วหอดูดาวไม้เก่าที่สั่นะเืตามแรงอารมณ์
ตับ! ตับ! ตับ! ตับ!
"ซี้ด... รูของเ้าตอดควยพี่แน่นเหลือเกินมะลิ... ซี้ด... เสียวหัวใจจะขาดแล้วแม่คุณ! รูหีเ้าช่างร้อนผ่าวตอดรับหัวเอ็นข้าดีแท้!" ขุนโชติสบถดิบหยาบกามารมณ์สั่นคลอนลั่นห้อง
"อ๊า อ๊ะ ขุนพี่โชติขา... อัดกระแทกกามเข้ามาลึก ๆ เลยเ้าค่ะ... เอาให้รูหีมะลิแหกกระจายไปเลยผัวขา! อูย... ควยขุนพี่มันร้อนผ่าวครูดจุดเสียวข้างในจนเสร็จระรัวแล้วเ้าค่ะ... ซี้ด... กระแทกเข้ามาแรง ๆ เลยจ้ะผัวจ๋า! กระเด้าเข้ามาถี่ ๆ อีก!" มารตีร้องคราง Dirty Talk ยั่วยวนสะกดใจ ยิ่งปลุกความคลั่งไคล้ในเพศรสในกายขุนโชติให้เตลิดเปิดเปิงรัวเร็วพุ่งชนขอบกำแพงราคะ
ขุนโชติจับขาทั้งสองข้างของมะลิพาดเอวหนา ยกสะโพกงอนงามผายขึ้นลอยเด่นสู้แรงขยับกระแทกกระทั้นซอยรัวไม่ยั้ง เสียงเนื้อกระทบกันดังพั่บ ๆ ลั่นห้องคำนวณดาว ทรวงอกคู่งามของมะลิโยนคลอนกระเพื่อมส่ายไปมาตามแรงส่งปานคลื่นทะเลคลั่ง ขุนโชติโหมกระหน่ำแรงสะโพกสอบซอยกระเด้าเข้าออกรวดเร็วป่าเถื่อนไร้ความปราณี บดขยี้ปุ่มกระสันเม็ดแดงเด่นจนน้ำรักใสสาดไหลกระฉอกผสมปนเปนองไหลนองเปรอะเปื้อนขอบขา
พั่บ พั่บ พั่บ พั่บ ปั่ก!
"กรี๊ด! เสียว... เสียวรูจะทนไม่ไหวแล้วขุนพี่... มะลิเสร็จสมแล้วเ้าค่ะ... อ๊า ๆ ๆ! แตกแล้ว รูรักแตกรสแล้วเ้าค่ะ!"
"พี่ก็จะแตกแล้วมะลิ! แตกใส่รูรักแม่คุณเลยนะโว้ย! ซี้ด... อูย... ซี้ดดด!"
ขุนโชติขยับกระแทกสะโพกสอบซอยสะโพกถี่กระชั้นชุดสุดท้ายอย่างพายุบ้าโหมซัด กระทุ้งโคนท่อนเนื้ออุ่นใหญ่จมลึกแนบชิดคาไว้แน่นเกร็งสะโพกคาโคน ก่อนจะฉีดพ่นน้ำรักอุ่นร้อนขาวข้นปริมาณมหาศาลทะลักทะลวงเข้าสู่ขอบร่องรักช่องทางนุ่มลึกของมะลิระลอกแล้วระลอกเล่าจนร้อนระอุซ่านเสียว มะลิตัวเกร็งกระตุกกอดรัดเขาแน่นกรีดร้องครางลั่นเสร็จสมอารมณ์รักไปพร้อม ๆ กันชวนฝัน น้ำรักเอ่อล้นไหลชุ่มง่ามขาเตียงไม้ไผ่หยดติ่งลงพื้นหอยันต์คำนวณ
--- มนตราสีม่วงกลางหุบเขาสงัด ---
พายุราคะสงบลง ลมหนาวภายนอกพัดมาเบา ๆ ผสมแสงจันทร์สีแดงส้มสลัวที่กำลังพ้นเงาราหูอมจันทร์ ท้องฟ้าเปิดกว้างเผยแสงดาวดารารัญจวนใจ สองร่างนอนกอดก่ายตระกองกอดกันอุ่นร้อนบนเบาะหนานุ่ม ขุนโชตินอนซบใบหน้าคร้ามแดดลงบนยอดอกอวบใหญ่นุ่มนิ่มของมะลิ หายใจแ่เบาโรยริน ใบหน้ามีรอยยิ้มปิติอิ่มเอมใจปลดแอกความโดดเดี่ยวอ้างว้างที่แบกรับมาตลอดชีวิตข้าราชบริพารคำนวณดาว
มะลิ (มารตี) ลูบไล้หลังแกร่งและเส้นผมของขุนโชติเบา ๆ ดวงตาสีม่วงฉายประกายแววมนตราวารีเข้มเจิดจ้าลึกลับ ยามค่ำคืนสลัดคราบมนุษย์ เธอซับสูดกลืนไอพลังราคะสีชมพูเข้มที่แผ่ออกจากร่างกายขุนโชติเข้าสู่จิติญญาตนอย่างหิวกระหายกอบโกยราคะบริสุทธิ์ แต้มสะสมพลังราคะสะสมของเธอเพิ่มขึ้นอีก 100 แต้มกลายเป็ 300 แต้มเต็มบริบูรณ์ตามเกณฑ์เทพกาลเวลา
ในยามหลับลึก ขุนโชติรู้สึกถึงความอุ่นระอุแล่นพล่านในสมอง ปัญญาดาราศาสตร์และศาสตร์การคำนวณวันเวลากาลชะตาที่เคยติดขัดสับสนพลันโปร่งโล่งกระจ่างแจ้ง สูตรลับคำนวณสูตรดาราเลิศล้ำปรากฏขึ้นในใจเขาทันทีอย่างแม่นยำไม่มีวันพลาด พร้อมความรู้สึกอบอุ่นจิตใจหมดสิ้นความอ้างว้างโดดเดี่ยวไปตลอดชีวิต
มารตีขยับตัวลุกขึ้นยืนช้า ๆ จัดแจงสวมเสื้อสไบแต่งกายเรียบร้อย เรือนร่างอวบสะพรั่งของเธอเปล่งประกายน้ำนวลผุดผ่องอวบอิ่มยิ่งกว่าเดิมจากการสะสมพลังราคะแต้มที่สาม เธอเปิดประตูไม้ใหญ่ก้าวเดินออกจากหอยันต์คำนวณดาว หายลับไปกับความมืดมิดยามวิกาลของอยุธยา ทิ้งไว้เพียงแสงดาวรัญจวนใจ...
(ตอนที่สามเสร็จสมบูรณ์ มารตีสะสมพลังราคะเพิ่มขึ้น 100 แต้ม รวมเป็ 300 แต้ม)