ภายในห้องทำงาน จูเทาจ้องมองซูหยางด้วยสีหน้าพิลึกพิลั่น
ก่อนหน้านี้ซูหยางเพิ่งจะโน้มน้าวให้เขาเริ่มฝึกวิชาเข็มใหม่ มาตอนนี้ไม่โน้มน้าวให้เริ่มใหม่แล้ว แต่เปลี่ยนมาให้ฝึกควบคู่แทน
“คนแซ่ซูคุณ...”
ซูหยางปั้นหน้าขรึม “หืม?”
“อาจารย์... อาจารย์ซู ทำไมต้องบังคับให้ผมเรียนวิชาเข็มด้วย? ผมสงสัยว่าอาจารย์มีแรงจูงใจแฝง!”
“เธอมีพร์!” ซูหยางเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “พร์ที่เกี่ยวข้องกับวิชาเข็ม!”
“อาจารย์ไปเจอตอนไหน?”
“ฉันเป็ครู ย่อมเชี่ยวชาญการสังเกต” ซูหยางโพล่งออกมาทันที “ถึงนี่จะเป็วันแรกที่เรารู้จักกัน แต่ั้แ่วินาทีที่ฉันได้ััตัวเธอ ฉันก็รู้ทันทีว่าเธอมีพร์เกี่ยวกับวิชาเข็ม! นี่คือสัญชาตญาณของความเป็ครู!”
“นิ้วมือของเธอมีความยืดหยุ่นและคล่องแคล่วเหนือกว่าคนทั่วไป!”
จูเทาชะงักไปครู่หนึ่ง ก้มลงมองมือตัวเองโดยสัญชาตญาณ
“...”
มุมปากซูหยางกระตุก ดูเหมือนเด็กคนนี้จะมีอคติกับเื่ไม่ดีเข้าขั้นรุนแรงจริง ๆ
ซูหยางเคาะโต๊ะด้วยสีหน้าจริงจัง จูเทาถึงได้สติกลับมาแล้วถามด้วยความงุนงง “ผมมีชีวิตมาสิบหกปี ไม่ยักรู้เลยว่าตัวเองมีพร์วิชาเข็มอะไรนั่น ผมไม่เคยแม้แต่จะแตะต้องเข็มกับด้ายด้วยซ้ำ!”
ซูหยางรีบรับ่ต่อทันที “งั้นเธอก็ลองแตะเข็มกับด้ายดูหน่อยเป็ไง?”
จูเทาแสดงท่าทีไม่ยินยอมอย่างชัดเจน “ผมเป็ผู้ชายอกสามศอก จะมานั่งเล่นเข็มเล่นด้ายไม่กลัวคนเขาหัวเราะเยาะหรือไง!?”
ไม่ได้การ... แรงต้านยังมีสูงเกินไป
อย่างไรก็ตาม ซูหยางก็ไม่รีบร้อน เขาเอ่ยว่า “งั้นการฝึกฝนต่อจากนี้ของเธอคือสิ่งนี้!”
“อะไรนะ!?”
“เอาเสื้อผ้าขาด ๆ ในหอพักของเธอออกมาเย็บซ่อมด้วยตัวเอง”
วิทยาลัยวรยุทธ์เป็ระบบปิด นักเรียนทุกคนต้องอยู่หอพัก นอกจากวันหยุดราชการแล้ว ในหนึ่งเดือนจะให้หยุดแค่สองวัน
จูเทาเบิกตากว้าง “นี่ครูล้อเล่นหรือเปล่า!? ผมเย็บผ้าไม่เป็นะ!”
“ไม่เป็ก็เรียนสิ ในเน็ตมีสอนเยอะแยะ” ซูหยางขมวดคิ้วเอ่ย “คำไหนคำนั้น เธอเพิ่งบอกเองว่าจะฝึกตามคำสั่งของฉัน จะเบี้ยวเหรอ!?”
“ก็ได้ ๆ ๆ ผมเย็บก็ได้!”
“ครูจะไปตรวจที่หอพักเธอทุกคืน!” เพื่อป้องกันไม่ให้เ้านี่โยนเสื้อผ้าขาด ๆ ทิ้งเพื่อี้เี ซูหยางจึงเสริมทันทีว่า “ถ้าเธอไม่มีเสื้อผ้าขาด ๆ ก็ไม่เป็ไร ที่ห้องครูมีเพียบ!”
“...” จูเทาตอบเสียงขุ่น “มี”
“งั้นก็ดี” ซูหยางโบกมือ “เอาล่ะ ไม่มีอะไรแล้วเธอกลับไปได้ ครูจะโคจรลมปราณ ถ้ามีอะไรก็มาเรียกที่ห้องทำงาน”
เมื่อจูเทาเดินออกจากห้องทำงานไปด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ ซูหยางก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ
เขาเองก็ไม่แน่ใจว่าภารกิจการฝึกที่ตั้งไว้จะได้ผลหรือไม่
เพียงแต่รู้สึกว่าในเมื่อค่าความเข้ากันสูงขนาดนี้ บางทีอาจจะได้รับผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึง
ถ้าไม่ได้ผลค่อยเปลี่ยนวิธี
เดินหน้าไปทีละก้าว
เขาส่ายหัวเล็กน้อยเพื่อไล่ความคิดฟุ้งซ่าน กดตั้งเวลาในโทรศัพท์ แล้วซูหยางก็เริ่มนั่งสมาธิโคจรลมปราณในห้องทำงาน เพื่อให้แน่ใจว่าปราณในร่างกายมีการหมุนเวียนที่แข็งแรงในทุก ๆ วัน
เขาหลับตาลง ผ่อนคลายจิตใจ เพียงครู่เดียวซูหยางก็ััได้ถึงกระแสปราณที่บางเบาราวกับเส้นไหมเคลื่อนที่อยู่ในร่างกาย
ความเร็วไม่เร็วไม่ช้า
ใช้เวลาประมาณสิบนาทีจากจุดตันเถียนล่างผ่านจุดไป่ฮุ่ย บนกลางกระหม่อม และอีกสิบนาทีเคลื่อนมาถึงจุดหุ้ยอินด้านล่างสุด ก่อนจะกลับคืนสู่จุดตันเถียนล่าง ถือเป็การจบหนึ่ง โคจรจักรวาลน้อย
ซูหยางลืมตาขึ้น กดหยุดเวลา หนึ่งรอบโคจรจักรวาลน้อยใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมง ทั่วร่างเขาเต็มไปด้วยเหงื่อโชก
“ยังคงช้าเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน...”
ซูหยางแอบยิ้มขื่น พร์วรยุทธ์ของเขานั้นธรรมดาสามัญจริง ๆ
ค่าเฉลี่ยทั่วประเทศของหนึ่งรอบโคจรจักรวาลน้อยอยู่ที่ 21 นาที 36 วินาที
เขาช้ากว่าไปเจ็ดนาที ถือเป็อีกวันที่ทำตัวเลขถ่วงค่าเฉลี่ยของประชาชนทั้งประเทศ
ทำได้เพียงตั้งใจสอนนักเรียนให้ดี เพื่อที่เขาจะได้ฝืนลิขิตเปลี่ยนชะตา ได้แต่งงานกับเทพยุทธ์สาวสุดสวย และกลับบ้านเกิดอย่างภาคภูมิ
ซูหยางเต็มไปด้วยความหวังในอนาคต เขาเปิดคอมพิวเตอร์ทันทีเพื่อตรวจสอบข้อมูลที่คัดลอกมาของเข็มสลักเมฆาปะชะตาฟ้า เขาต้องวางแผนการฝึกที่สมเหตุสมผลและมีประสิทธิภาพเตรียมไว้ก่อนที่จูเทาจะเริ่มฝึกวิชาเข็ม
ไม่รู้ตัวเลยว่าเวลาล่วงเลยไปจนเข้าสู่ยามค่ำคืน
หอพักอาจารย์และหอพักนักเรียนของโรงเรียนมัธยมปลายวรยุทธ์ตงไห่แห่งที่สามตั้งอยู่บริเวณเดียวกัน และเป็ห้องเดี่ยวทั้งหมด เพื่อจัดสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบสำหรับการโคจรลมปราณ
นักเรียนวรยุทธ์ส่วนใหญ่เมื่อกลับถึงหอพักก็จะนั่งสมาธิโคจรลมปราณเพื่อทบทวนการฝึกซ้อม มีเพียงนักเรียนห้อง 5 เท่านั้นที่ต่างออกไป เมื่อกลับถึงหอพักพวกเขาก็จะรวมตัวกันเล่นเกม
ฝึกยุทธ์เหรอ?
ฝึกกะผีน่ะสิ!
ทุกคนในห้อง 5 ลืมไปแล้วว่าครั้งสุดท้ายที่ตั้งใจฝึกยุทธ์จริง ๆ คือเมื่อไหร่
พวกเขาถูกความจริงกระแทกจนล้มคว่ำมานานแล้ว
คนอื่นอาจจะยิ่งล้มยิ่งแกร่ง ล้มตรงไหนลุกตรงนั้น แต่คนห้อง 5 คือล้มตรงไหนนอนแม่งตรงนั้นเลย
เพราะลุกขึ้นมาก็ไม่มีประโยชน์
ครอบครัวทุ่มทรัพยากรลงไปตั้งมากมายก็ได้แค่ระดับจิติญญายุทธ์ขั้นแปด พวกเขารู้ระดับตัวเองดีว่าได้กลายเป็เบี้ยทิ้งของตระกูลไปแล้ว ไม่มีใครสนใจพวกเขาหรอก
แทนที่จะเสียเวลาไปกับการฝึกยุทธ์ สู้เอาเวลามาหาความสุขให้ชีวิต อยากเล่นก็เล่น อยากกินก็กินดีกว่า
สมาชิกห้อง 5 มารวมตัวกันที่ห้องของหลี่อีิ ถือโทรศัพท์ตั้งวงเล่นเกมกันอย่างเมามัน
“ทำไมไม่เห็นเงาเทาจื่อเลย?”
“อยู่ข้างห้อง ห้องตัวเองนั่นแหละ”
“ทำไมไม่ออกมาเล่นด้วยกันวะ?”
“มันบอกว่าขอปิดด่านฝึกยุทธ์ ให้พวกเราเล่นกันไปก่อน”
ทุกคนหยุดชะงักมือที่กำลังเล่นเกม ทำสีหน้าพิลึก
“วันนี้ไอ้คนแซ่ซูเรียกมันไปคุยอะไรที่ห้องทำงานบ้าง?”
“ไม่รู้ดิ มันไม่ยอมบอก”
หลี่อีิมองดูขยะจากขนมที่ทุกคนกินทิ้งไว้จนห้องสกปรกเลอะเทอะไปหมด เขารู้สึกโมโหจนทนไม่ไหว ทันใดนั้นเขาก็... ยื่นถังขยะเข้าไปให้
“พี่ครับ ถังขยะอยู่นี่ครับ”
“ทิ้งนี่เลยครับ ทิ้งนี่เลย”
ในฐานะจุดต่ำสุดของห่วงโซ่อาหารในห้อง 5 หลี่อีิรู้สึกคับแค้นใจมาก
ถ้าเทียบพละกำลัง เขาติดหนึ่งในสามของห้อง 5 แน่ ๆ
แต่ถ้าเทียบพื้นเพครอบครัว เขาคือน้องเล็กสุดที่ไม่กล้าหือกับใครสักคน ต่อให้โดนอัดก็ต้องกล้ำกลืนฝืนทน
ทุกครั้งที่รวมตัวกันต้องเป็ห้องของเขา และจบลงด้วยกองขยะเต็มพื้น
หลี่อีิเป็พวกเกลียดความสกปรก สิ่งที่เขาทนไม่ได้ที่สุดคือการทิ้งขยะไม่เป็ที่ แต่ก็ได้แค่โกรธอยู่ในใจไม่กล้าพูดออกมา
พวกแกรอฉันก่อนเถอะ! ทีใครทีมัน! สักวันหนึ่ง เมื่อวิชาเท้าของฉันบรรลุถึงขั้นสุดยอด ฉันจะรับขยะที่พวกมึงโยนทิ้งไว้ให้ได้หมดทุกลูก ไม่ยอมให้ขยะแม้แต่ชิ้นเดียวตกลงถึงพื้นเด็ดขาด!
ที่ห้องข้าง ๆ จูเทานั่งอยู่บนเก้าอี้ มือซ้ายถือเข็ม มือขวาถือด้ายเส้นเล็ก ตรงหน้ามีโทรศัพท์ที่กำลังเปิดคลิปเสียงดังว่า “เอาล่ะครับทุกคน วิธีเย็บด้วยมือแบบที่ใคร ๆ ก็ทำได้มาแล้ว! อย่างที่ทราบกันดี วิธีเย็บด้วยมือพื้นฐานแบ่งออกเป็ การขมวดปมเริ่มเข็ม การเย็บด้นตะลุย การเย็บด้นถอยหลัง และการขมวดปมจบเข็ม...”
จูเทาตั้งใจดูคลิปสอนหนึ่งรอบ จากนั้นก็เอาปลายด้ายเข้าปากเพื่อให้เปียกนิดหน่อยก่อนจะเริ่มร้อยด้ายเข้าเข็ม
เขาสามารถร้อยด้ายผ่านรูเข็มไปได้อย่างง่ายดายโดยไม่มีอุปสรรคใด ๆ เลย
นี่เป็ครั้งแรกในชีวิตที่จูเทาลองเย็บซ่อมเสื้อผ้าด้วยตัวเอง มันราบรื่นอย่างคาดไม่ถึง เพียงไม่กี่นาที รอยขาดก็ถูกซ่อมแซมจนเสร็จ แถมถ้าไม่สังเกตดี ๆ ก็แทบจะมองไม่เห็นร่องรอยการเย็บเลย
และที่สำคัญ... เขารู้สึกถึงความสำเร็จอย่างบอกไม่ถูก
“ก็นึกว่าจะยากซะอีก! ง่ายนิดเดียวเองนี่หว่า!”
“เดี๋ยวนะ! ไม่ใช่สิ!”
จูเทาเพิ่งรู้สึกตัว ทำสีหน้ามึนงง
“ไอ้การเย็บผ้านี่มันไปเกี่ยวอะไรกับวิชาเข็มอาวุธลับตรงไหนวะ?”