แสงแรกของรุ่งอรุณสาดส่องผ่านช่องหน้าต่างที่ถูกบดบังด้วยแผ่นไม้
ทิ้งลำแสงบางๆ ลงบนพื้นห้องที่เต็มไปด้วยฝุ่น
เบอร์รี่สะดุ้งตื่นขึ้นมาในความเงียบ
เธอนอนขดตัวอยู่บนเตียงคนเดียว เนื้อตัวปวดเมื่อยไปหมด
เมื่อเธอลืมตาขึ้น ภาพแรกที่เห็นก็ทำให้เธอต้องหยุดหายใจไปชั่วขณะ
เจสสิก้ายังคงนั่งอยู่ที่เก้าอี้ตัวเดิม ข้างประตู ในท่าเฝ้ายามไม่ขยับเขยื้อน
ราวกับรูปสลักหินมีชีวิต
ตลอดทั้งคืน ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้หลับเลยแม้แต่นาทีเดียวงั้นเหรอ ₍ᐢ.ˬ.ᐢ₎
ความรู้สึกผิดและเป็ห่วงตีตื้นขึ้นมาในอก
เบอร์รี่ค่อยๆ ลุกขึ้นจากเตียงอย่างเงียบที่สุด
เธอหยิบโปรตีนบาร์แท่งสุดท้ายที่เหลืออยู่ในกระเป๋าของเธอออกมา
เดินเข้าไปหาเจสสิก้าแล้วยื่นมันให้อย่างเงียบๆ
เจสสิก้าละสายตาจากประตู
หันมามองเบอร์รี่แล้วมองโปรตีนบาร์ในมือนั้น
เธอไม่พูดอะไรแต่ก็ยอมรับมันไปแกะกินอย่างเงียบๆ
การกระทำเล็กๆ น้อยๆ นี้คือการสื่อสารที่ลึกซึ้งกว่าคำพูดนับพันคำ
“เราอยู่ที่นี่นานไม่ได้” เจสสิก้าเป็ฝ่ายทำลายความเงียบ
หลังจากกินโปรตีนบาร์หมด “ฉัน้าข้อมูล แผนผังของโรงพยาบาลทั้งหมด และอาจจะภาพจากกล้องวงจรปิด”
เบอร์รี่พยักหน้าทันที “ห้องควบคุมความปลอดภัย น่าจะอยู่ที่ชั้นหนึ่งของปีกอาคารบีค่ะ”
“ดี” เจสสิก้าลุกขึ้นยืน
ดาบคาตานะถูกชักออกมาจากฝักอย่างเงียบเชียบ “งั้นเป้าหมายของเราคือที่นั่น”
ทางเดินของโรงพยาบาลในยามเช้าตรู่ไม่ได้ดูน่ากลัวน้อยไปกว่าตอนกลางคืนเลยแม้แต่น้อย
ความเงียบที่โรยตัวอยู่นั้นหนักอึ้งและน่าขนลุก
ลำแสงจากไฟฉายของเบอร์รี่ส่องให้เห็นภาพสยดสยองเป็ระยะ
รอยเล็บที่ขูดขีดเป็ทางยาวบนผนัง
รถเข็นผู้ป่วยที่ล้มระเนระนาด
และคราบเืที่แห้งกรังจนกลายเป็สีน้ำตาลเข้ม
ครั้งนี้พวกเธอไม่ได้เดินอย่างไร้ทิศทางอีกต่อไป
เจสสิก้ารับบทแทงก์ยืนเลนหน้า เธอเคลื่อนไหวอย่างนุ่มนวลและเงียบกริบ
ดาบในมืออยู่ในท่าเตรียมพร้อมเสมอ
ขณะที่เบอร์รี่รับบทซัพพอร์ตคอยระวังหลัง
เธอส่องไฟฉายไปตามมุมมืดต่างๆ และสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัว
เจสสิก้าทำสัญลักษณ์มือ...
ข้างหน้ามีทางแยก
เบอร์รี่พยักหน้ารับแล้วชี้ไปทางซ้าย...
ทางนั้นปลอดภัยกว่า
พวกเธอเริ่มเรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกัน หายใจเป็จังหวะเดียวกัน
ขณะที่กำลังเดินไปตามทางเดินที่เงียบสงัด พวกเธอก็ได้ยินมัน
“อือ...อือออ...”
มันไม่ใช่เสียงคำรามอย่างดุร้ายของผู้ติดเชื้อที่พวกเธอเคยเจอ
หากแต่เป็เสียงครางที่ฟังดูเ็ปและโหยหา
ดังเล็ดลอดออกมาจากห้องผู้ป่วยเดี่ยวห้องหนึ่งที่ประตูแง้มอยู่
เจสสิก้าทำสัญญาณมือให้เดินต่อไปทันที 'อย่าสนใจ ไม่ใช่ธุระของเรา'
ทว่าเบอร์รี่กลับส่ายหน้า
เธอเดินเข้าไปใกล้เจสสิก้าแล้วกระซิบเสียงเบา “ถ้าข้างในมีคนรอดชีวิตที่าเ็อยู่ล่ะคะ? เราจะทิ้งเขาไปเหรอ?”
เจสสิก้าหันมามองเธอด้วยสายตาที่หงุดหงิด
แววตาของเบอร์รี่นั้นแน่วแน่
ความเป็พยาบาลของเธอมีอำนาจเหนือกว่าความกลัว
“เฮ้อ...” เจสสิก้าถอนหายใจออกมาอย่างขัดใจ “เช็คเร็วๆ ฉันจะเข้าไปเอง เธอรออยู่ตรงนี้”
เจสสิก้าค่อยๆ ผลักประตูให้เปิดกว้างขึ้นอย่างช้าๆ
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตา ทำให้แม้แต่นักฆ่าอย่างเธอก็ยังต้องชะงักไปชั่วขณะ
บนเตียงผู้ป่วย
มีร่างของสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ที่พวกเธอไม่เคยเห็นมาก่อน
ร่างกายของมันแห้งกรังจนหนังแทบจะติดกระดูก
และดูเหมือนจะถูกหลอมรวมเป็เนื้อเดียวกับเตียงเหล็ก
แขนขาของมันลีบยาวผิดธรรมชาติ มันไม่ได้แสดงท่าทีดุร้าย
กลับค่อยๆ ยื่นแขนยาวๆ นั้นออกมาหาเจสสิก้าพร้อมกับส่งเสียงครางโหยหวน
“เจสสิก้า!”
เบอร์รี่ที่แอบมองอยู่ตรงประตูด้วยความเป็ห่วง
ร้องออกมาด้วยความใ
เมื่อแขนยาวๆ อีกข้างของผู้โหยหาพุ่งออกมาจากใต้เตียงด้วยความเร็วสูง
คว้าเข้าที่ข้อเท้าของเธอเต็มๆ!
“อ๊ะ!” เธอถูกกระชากเข้าไปในห้องอย่างแรงจนล้มลงไปกองกับพื้น!
เจสสิก้าไม่มีเวลาให้ลังเล
ฉับ!
ดาบคาตานะในมือของเธอตวัดลงไปที่แขนของผู้โหยหาในเสี้ยววินาที
ทว่าภาพที่เกิดขึ้นต่อมานั้น เหนือความคาดหมาย
ทันทีที่ใบดาบตัดผ่านเนื้อของมัน
ไม่มีเืสาดกระเซ็นออกมาแม้แต่หยดเดียว
กลับมีควันสีดำลอยคลุ้งขึ้นมาพร้อมกับเสียงฉ่าาาาา!
เหมือนเสียงเหล็กร้อนๆ ที่โดนน้ำ
รอยตัดนั้นเรียบกริบและไหม้เกรียม ราวกับถูกตัดด้วยดาบเลเซอร์
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!”
ผู้โหยหาร้องกรีดเสียงแหลมด้วยความเ็ปที่ดูจะมากกว่าปกติ
มันชักแขนที่ขาดกลับเข้าไปในความมืดใต้เตียงอย่างรวดเร็ว
เบอร์รี่นอนมองภาพนั้นด้วยความอึ้ง
ดาบเล่มนั้น
มันไม่ใช่แค่อาวุธธรรมดา (。ŏ_ŏ)!
เจสสิก้ารีบวิ่งเข้ามาดึงเบอร์รี่ให้ลุกขึ้น ก่อนจะกระแทกประตูปิดแล้วใช้ตัวดันเอาไว้
“บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าสนใจ!” เธอตะคอกเสียงเข้ม
“ดาบของคุณ...มัน...”
เจสสิก้าไม่ตอบ แต่ดึงเบอร์รี่ให้วิ่งต่อไปตามทางเดินจนถึงเป้าหมาย
ประตูเหล็กหนาที่มีป้ายเขียนว่า ห้องควบคุมความปลอดภัย
ประตูบานนั้น
แง้มเปิดอยู่เล็กน้อย
ข้างในมีแสงไฟจากจอมอนิเตอร์วงจรปิดหลายสิบจอกำลังกะพริบอยู่
แต่สิ่งที่น่าขนลุกกว่านั้นก็คือ...
พวกเธอได้ยินเสียงคนกำลังผิวปากเป็ท่วงทำนองเพลงลูกทุ่งอย่างสบายอารมณ์
ดังออกมาจากข้างในห้องนั้น
“...โชคดีแค่ไหน ที่ได้เจอ...”
ให้ตายสิ!..พ..พวกเราไม่ได้อยู่ที่นี่กันแค่สองคนแล้ว ㅠㅠ