หนึ่งสัปดาห์ต่อมา
.
.
ประเทศญี่ปุ่น
.
.
เขตโกโต
.
.
ณ ใจกลางเมืองโกโต เวลา 08:30 นาฬิกา
ปริ๊ด~~ปริ๊ด~~
'กำลังรีบไปครับ ครับๆรอสักครู่'
'นี่คุณไปเจอยัยนั่นอีกแล้วเหรอ! หึ ไม่ต้องมาพูดดีเลย เจอหน้าเมื่อไหร่โดนดีแน่!'
เสียงบีบแตรจากรถยนต์หลากหลายยี่ห้อส่งเสียงดังสนั่นอย่างไม่มีใครยอมใครเพื่อ้าเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางให้ทันเวลา ผู้คนที่เดินบนทางเท้าต่างมีท่าทีเร่งรีบด้วยเช่นกันจึงไม่ได้สนใจเสียงบีบแตรขณะต่างคนต่างเดินจ้ำอ้าวเพื่อไปยังจุดหมายของตนด้วยความรีบร้อนใจ แต่ภายในฝูงชนเ่าั้กลับมีชายหนุ่มสองคนกำลังเดินเอ้อระเหยขณะถือกระเป๋าเอกสารคนละใบเดินขนาบข้างกันพร้อมส่งเสียงพูดคุยอย่างสนุกสนาน
"หว่า...ที่นี่วุ่นวายมากเลยนะครับ"
"ก็เป็เื่ปกติของสังคมเมือง แต่รู้สึกที่นี่วุ่นวายกว่าซากะซะอีก (-_-)"
"พี่ฮาจิมะอาศัยอยู่ในเมืองั้แ่เกิดใช่มั้ยครับ?"
"อื้ม แต่อยู่ไปนานๆเข้าก็เบื่อ อยากลองออกไปใช้ชีวิตต่างจังหวัดบ้างจัง"
"อย่าเลยครับเชื่อผม ต่างจังหวัดลำบากกว่านี้อีก รถโดยสารก็มีน้อย เดินทางลำบาก ยิ่งถ้าบ้านอยู่ลึกเข้าไปยิ่งรันทดเข้าไปใหญ่ แต่ถ้าไปเที่ยวเฉยๆก็พอได้อยู่นะ"
"โยเป็เด็กต่างจังหวัดสินะ"
"ใช่ครับ ผมถึงไม่แนะนำถ้าพี่จะย้ายไปอยู่ต่างจังหวัด ลองไปเที่ยวดูก่อนถ้าไม่ชอบก็กลับมาอยู่ที่เดิมเถอะ"
ชายหนุ่มทั้งสองคนต่างพูดคุยกันอย่างเพลิดเพลินขณะเดินลัดเลาะไปตามซอกซอยแคบๆที่มีตึกแถวขนาดเล็กเรียงอัดแน่นอยู่ภายในซอย จากนั้นพวกเขาได้หยุดยืนหน้าบ้านของใครสักคนพร้อมกดออดเรียกเพื่อให้เ้าของบ้านรับรู้ว่าพวกเขาได้มาถึงแล้ว
"ค่า...อ๋อ! คนจากสุมิโตะใช่มั้ยจ้ะ?"
"สวัสดีครับคุณผู้หญิง ขอบคุณที่เลือกใช้บริการกับทางเรานะครับ (^^)"
"สวัสดีครับพี่สาว ยินดีที่ได้ร่วมงานนะครับ (^^)"
"ขอบคุณที่อุตส่าห์เดินทางมาตั้งไกลนะคะ ไม่ต้องพิธีอะไรมากหรอกเข้ามาเลยๆ"
เมื่อทางเ้าของบ้านเชิญชวนให้เข้าไปทำให้ชายหนุ่มทั้งสองคนก้าวเท้าเดินเข้าไปนั่งบนเก้าอี้อย่างเรียบร้อยพร้อมเริ่มทำหน้าที่ของตนอย่างขยันขันแข็ง บริษัท สุมิโตะ กรุ๊ป ประกอบธุรกิจให้คำปรึกษาทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็เื่เล็กยันเื่ใหญ่ก็สามารถจัดการปัญหาได้ทุกเมื่อ ขอแค่เรียกใช้บริการทางเราก็พร้อมออกไปหาคุณถึงที่หมายโดยไม่ต้องออกเดินทางให้เสียเวลา และเป็บริษัทเอกชนเพียงเ้าเดียวที่ได้รับมาตรฐานจากรัฐบาลว่าเป็องค์กรที่เชื่อถือได้ ดังนั้นจึงทำให้ชื่อเสียงของสุมิโตะได้รับความไว้วางใจและพร้อมรับฟังปัญหาจากทุกท่านอย่างเต็มที่
"ถ้าพร้อมแล้วเชิญเล่ามาได้เลยนะครับ"
"พวกเราจะคอยรับฟังพี่สาวทุกประโยคเองครับ (^^)"
ชายหนุ่มสองคนที่นั่งอยู่ตรงนี้มีนามว่า ฮาจิมะ โคตะ อายุ 25 ปี ตำแหน่งรองหัวหน้าฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์และพนักงานดีเด่นประจำปี ไม่ว่าจะงานเล็กหรืองานใหญ่เขาก็พร้อมรับทำเสมอทำให้เขาได้รับฉายาว่า เครื่องจักรเดินดิน พร้อมลูกมือของเขาอย่าง โยชิดะหรือโย อายุ 21 ปี นักศึกษาฝึกงานที่มาเรียนรู้งานหนึ่งปีเต็มจากมหาวิทยาลัยซากะ คณะนิเทศศาสตร์ สาขาการสื่อสารองค์กร วันนี้ทั้งสองคนมีภารกิจสำคัญทำให้มาหาลูกค้าถึงที่บ้านเพื่อรับฟังปัญหาและจัดการแก้ไขให้ทันท่วงที ทั้งสองคนจึงต้องช่วยกันฟังช่วยกันคิดขณะปล่อยให้ลูกค้าได้ระบายความในใจออกมาจนหมด
"ฮือ...แล้ววันก่อนสามีของฉันก็ไปหาผู้หญิงคนนั้นอีกแล้ว ยังไงวันนี้ไม่ฉันก็มันที่ต้องเจ็บตัวไปข้างหนึ่ง! ดังนั้นได้โปรดช่วยดิฉันด้วยนะคะ เห็นแก่คนโดนนอกใจด้วยเถอะค่ะ (ToT)"
"โอเคครับ ทางเราได้รับทราบปัญหาของคุณลูกค้าเรียบร้อยแล้ว ที่เหลือแค่รอให้ทางเราติดต่อกลับมาอีกภายในสามวันรับรองว่าได้ข่าวดีแน่นอนครับ"
"โอ้...ขอบคุณมากๆนะคะ ขอบคุณจริงๆ (ToT)"
"ไม่ร้องนะครับพี่สาว ยิ่งร้องยิ่งไม่สวยนะครับ ในเวลาแบบนี้พี่ต้องทำตัวให้สวยเริ่ดเข้าไว้ให้สามีเสียดายเล่นสิครับ เขาจะได้รู้สึกผิดและอาจกลับมาหาพี่สาวอีกก็ได้ (^^)"
"ถ้ามันกลับมาก็ดีสิ ฉันจะได้ตื้บมันเอง!"
"ไม่เอาสิครับ เื่แก้ปัญหาเดี๋ยวพวกเราจัดการเอง ตอนนี้พี่สาวต้องสวยเอาไว้ก่อนนะครับ"
"ฮือ...ขอบใจมากนะลูก (T.T)"
โยชิดะพยายามพูดปลอบขวัญหญิงสาวอย่างเป็กันเองขณะที่ฮาจิมะยังคงจดข้อความลงบนสมุดเล่มเล็กเพื่อนำส่งให้ฝ่ายปฏิบัติการรับทราบทีหลัง และเมื่อธุระสิ้นสุดลงพวกเขาทั้งสองคนจึงขอตัวลาจากลูกค้าผู้น่าสงสารพร้อมเดินออกจากที่นี่โดยใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงก็สามารถให้คำแนะนำกับลูกค้าได้อย่างครบถ้วน ดังนั้นเมื่อเวลาเหลือเยอะพวกเขาจึงตัดสินใจเดินไปนั่งทานกาแฟใกล้ๆตึกแถวฝั่งตรงข้ามพร้อมพูดคุยอย่างเบิกบานใจอีกครั้ง
"วันนี้งานเสร็จเร็วมากเลยนะครับ มีเวลาให้อู้เยอะเลย (^^)"
"ถ้าเมย์มาได้ยินประโยคเมื่อกี้โดยประเมินไม่ผ่านแน่ๆ"
"อ้า! อย่าเอาไปฟ้องพี่เมย์นะครับ ผมแค่ล้อเล่นเฉยๆเอง"
"ฮ่าๆๆไม่เอาไปบอกหรอก เดี๋ยวยัยนั้นถามมากอีก"
คนที่พวกเขากำลังพูดถึงกันก็คือ เมริกะหรือเมย์ อายุ 26 ปี ตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ผู้ชื่นชอบการออกเดทกับหนุ่มหล่อเพื่อหาสามีที่ดีในอนาคตอย่างไม่หยุดหย่อน เธอเป็พี่เลี้ยงของโยชิดะเพื่อประเมินการทำงานของเขาว่าผ่านหรือไม่ผ่านและเป็ผู้หญิงที่ชวนปวดหัวตลอดเวลา ชอบแลกตารางงานเพื่อไปออกเดทบ่อยๆหรือบางทีขอให้ช่วยเื่ยากเย็นก็ผ่านมาแล้ว ดังนั้นอย่าพูดคุยกับเธอเป็อันขาดถ้าไม่อยากมีเื่วุ่นวายเกิดขึ้นในชีวิต
"แต่พี่นาเบะ่นี้ใจดีขึ้นผิดปกตินะครับ อย่างวันก่อนผมทำงานผิดไปจุดหนึ่งพี่เขาก็ไม่โวยวายใส่แถมให้คำแนะนำซะดิบดีด้วย"
"แปลกนะ ปกตินาเบะขี้วีนจะตาย"
"นั่นสิครับ สงสัยมีเื่ดีๆเกิดขึ้นกับพี่เขามั่ง"
และอีกหนึ่งคนที่พวกเขาพูดถึงคือ นาเบะ พนักงานหญิงสุดเก่งของฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ที่ทำหน้าที่ได้ดีกว่าหัวหน้าอย่างเมริกะหลายร้อยเท่า เธอเป็คนเงียบๆเรียบร้อยแต่ถ้าโมโหเมื่อไหร่จะขี้วีนสุดๆจนคนรอบข้างไม่กล้าเถียงด้วย และยิ่งมีเมริกะเข้ามาสมทบด้วยยิ่งไม่มีช่องโหว่ให้หายใจอย่างแน่นอน ดังนั้นไม่ควรยุ่งกับสองสาวคนนี้เป็อันขาดแม้ต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม
"ว่าแต่แถวนี้เงียบมากเลยนะครับ (' ' )( ' ')"
"อืม...เงียบจริงด้วย"
ฮาจิมะที่ได้ยินโยชิดะพูดขึ้นจึงหันมองรอบๆตัวอย่างสงสัยด้วยอีกคน บริเวณนี้มีเพียงร้านกาแฟเท่านั้นที่เปิดให้บริการส่วนร้านอื่นๆปิดกิจการไปเป็ที่เรียบร้อยไม่ก็กลายเป็ตึกร้างไปโดยปริยาย ทั้งๆที่ร้านแถวนี้ติดถนนใหญ่แท้ๆแต่ทำไมไม่มีใครเดินผ่านไปผ่านมาเลยสักคนเดียวแถมบนถนนใหญ่ที่ควรมีรถยนต์บีบแตรใส่กันเหมือนเมื่อเช้าก็ไร้วี่แววของรถยนต์ทำให้รู้สึกตะหงิดใจอยู่เล็กน้อย ฮาจิมะเก็บความสงสัยเอาไว้ในใจขณะเดินถือถ้วยกาแฟร้อนออกมานั่งข้างนอกร้านกับโยชิดะที่ยังคงโยกตัวไปมาอย่างสงสัยใคร่รู้ ใจกลางเมืองแบบนี้แต่มีเพียงแค่พวกเขากับพนักงานหญิงที่มีสีหน้าเหนื่อยล้ายืนขายกาแฟในร้านเท่านั้นที่ยังคงอยู่ที่นี่ หรือวันนี้เป็วันพิเศษอะไรหรือเปล่านะ? อาจจะมีงานเทศกาลอะไรถึกนั้นแต่ก็ควรติดประกาศให้รับรู้สักหน่อย คนนอกแบบพวกเขาจะได้รับรู้และไม่ต้องมานั่งระแวงอยู่แบบนี้
โครม!!
"(' ' )?! / (0_0 )!"
ขณะที่พวกเขากำลังนั่งดื่มกาแฟอย่างสบายใจก็ได้ยินเสียงโครมครามดังมาจากตึกฝั่งตรงข้ามซึ่งเป็โกดังร้างที่มีสติ๊กเกอร์สีแดงติดว่า ปิดกิจการ แปะบนกำแพงเต็มไปหมดจนแทบไม่มีพื้นที่ว่างเปล่า แต่แล้วประตูเหล็กขนาดใหญ่ขึ้นสนิมเล็กน้อยกำลังถูกเปิดออกอย่างเชื่องช้าทำให้ได้ยินเสียงลากล้อเลื่อนบดเบียดกับรางเหล็กจนแสบแก้วหูทำให้ฮาจิมะและโยชิดะรีบยกมือปิดหูขณะสายตายังคงจับจ้องไปทางนั้นตลอดเวลา เมื่อประตูถูกเปิดออกได้ปรากฎร่างของชายหนุ่มวัยกลางคนผมสีแดงเด่นสะดุดตาและการแต่งตัวแสนฉูดฉาดด้วยชุดสูทสีเขียวนีออนพยายามตะเกียกตะกายออกมาอย่างสุดชีวิตพร้อมวิ่งตรงมาทางนี้อย่างลนลาน นั้นทำให้ฮาจิมะกับโยชิดะต่างลุกขึ้นยืนด้วยความใขณะที่ชายหนุ่มคนนั้นพยายามขอความช่วยเหลือจากพวกเขาอย่างน่าเห็นใจ
"ฮ่ะ! คุณครับช่วยกระผมที ขอร้องละ!"
"เอ๋!? เอ่อ..."
"มาแอบตรงนี้ก่อนครับ"
"โย! ทำบ้าอะไร! อย่าไปยุ่งเื่ของเขาเลยดีกว่า"
"แต่เขาน่าสงสารออกนะครับ ดูสิ แผลเต็มตัวเลย" โยชิดะที่มีจิตใจอ่อนโยนมองสภาพร่างกายของชายหนุ่มตรงหน้าที่มีรอยแผลฟกช้ำบนใบหน้าอย่างเห็นได้ชัด เสื้อผ้าที่ใส่มีรอยเปื้อนและรอยขาดอย่างผิดปกติจนสภาพดูไม่จืดหนัก แม้ไม่อยากเข้าไปยุ่งกับเื่อันตรายแต่รุ่นน้องของผมกำลังขอความช่วยเหลือดังนั้นผมก็ควรทำหน้าที่รุ่นพี่ให้ถึงที่สุด นั้นทำให้ฮาจิมะถอนหายใจอย่างเป็กังวลก่อนจะช่วยกันหาที่ซ่อนให้ชายหนุ่มคนนี้เพื่อไม่ให้เขาโดนคนที่หมายจะเอาชีวิตตามมารังควานได้ ทั้งสองคนพาตัวชายหนุ่มคนนั้นมาซ่อนบริเวณข้างตึกร้างแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ในระยะสายตาของพวกเขาอย่างเหมาะเจาะ ระยะเวลาผ่านไปสักพักก็มีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งซึ่งแต่งตัวสีดำล้วนทุกคนกำลังเดินออกมาจากโกดังฝั่งตรงข้ามพร้อมสอดส่องหาอะไรสักอย่างซึ่งคาดว่าเป็ชายหนุ่มคนนี้แน่นอน เมื่อพวกเขาวนเวียนหาจนทั่วก็ไม่เจอจึงเดินมาหาพวกเราสองคนพร้อมถามคำถามสั้นๆออกมา
"โทษนะ เห็นผู้ชายผมแดงตัวสูงๆใส่ชุดสีเขียวนีออนผ่านมาแถวนี้บ้างมั้ย?"
"ไม่เห็นครับไม่เห็นเลยครับ ('0')" โยชิดะพยายามพูดบ่ายเบี่ยงขณะเหลือบมองที่ซ่อนของชายหนุ่มคนนั้นอย่างลนลาน ทำให้กลุ่มคนเ่าั้จ้องมองมาทางเขาอย่างจับผิดขณะเดินสำรวจรอบๆร้านกาแฟแห่งนี้อย่างว่องไว จากที่สังเกตได้สักพักโยชิดะเป็พวกโกหกไม่เก่ง เขาจะพูดเร็วและไม่รู้เื่เวลาโกหกเสมอ เมื่อไม่อยากให้รุ่นน้องตกอยู่ในอันตรายจึงออกตัวช่วยด้วยอีกแรง
"ใช่คนที่ใส่สูทสีเขียวหรือเปล่าครับ?"
"ใช่ๆ เขาอยู่ไหน?"
"/พี่ฮาจิมะทำอะไรนะครับ!/"
"เห็นเขาทำท่าใกลัววิ่งไปทางสะพานลอยแล้วครับ" ผมชี้นิ้วไปทางถนนใหญ่ที่เห็นสะพานลอยไกลๆจากตรงนี้ นั้นทำให้กลุ่มคนเ่าั้รีบวิ่งไปทางที่ว่าอย่างรีบร้อนก่อนที่ชายหนุ่มคนเดิมเข้ามากล่าวขอบคุณอย่างนอบน้อมพร้อมส่งยิ้มบางๆออกมา
"ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือครับ (^^)"
"ไม่เป็ไรครับ" เมื่อกล่าวลาเสร็จเขาจึงรีบตามเพื่อนๆของเขาไปทางที่ว่าอย่างรวดเร็ว จากนั้นโยชิดะทำท่าส่งสัญญาณให้ชายหนุ่มชุดเขียวนีออนค่อยๆออกมาจากจุดซ่อนแอบ ชายหนุ่มชะเง้อหัวออกมาดูอย่างเลิ่กลั่กก่อนจะก้มหัวขอบคุณพวกเราไวๆและวิ่งหนีไปทางตรงข้ามกับคนที่มาตามหาเขาอย่างสุดกำลัง พวกเราจึงถอนหายใจอย่างโล่งอกก่อนจะเข้ามาพูดคุยอย่างใกลัวสุดขีด
"มะ เมื่อกี้ผมนึกว่าจะไม่รอดซะแล้ว"
"วันหลังทำอะไรปรึกษากันก่อนนะโย (-*-)"
"ขอโทษนะครับพี่ฮาจิมะ ก็เขาน่าสงสารนี่นา (ToT)"
"เฮ้อ...เอาเถอะ อย่างน้อยก็รอดตัวไปได้"
"แต่คนพวกนั้นเป็ใครกันครับ? น่าสงสัย--"
ปึก!
ตุบ!
"โย!!"
จู่ๆร่างกายของโยชิดะก็ถูกกระแทกบริเวณศีรษะอย่างแรงจนต้องทรุดตัวลงนอนกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรงโดยฝีมือของชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ที่มีแว่นกันแดดปิดบังดวงตาเอาไว้ ผมสีทองอร่ามจัดทรงมาอย่างดีตัดกับผิวแทนอาบแดดที่ไม่ค่อยเห็นนักในประเทศแห่งนี้ทำให้เขาเด่นสะดุดตากว่าใครๆ
ข้างกายของเขามีชายหนุ่มชุดสูทสีเขียวนีออนถูกลากมากับพื้นซึ่งอยู่ในสภาพสะบักสะบอมอย่างน่าเห็นใจ เขาโยนร่างของชายหนุ่มลงกองกับพื้นขณะก้าวเท้าเดินเข้ามาหาฮาจิมะอย่างแรงกล้า เมื่อเห็นแบบนั้นทำให้ฮาจิมะใกลัวสุดขีดขณะเดินถอยหลังออกมาอย่างร้อนรนก่อนจะสะดุดกับขอบฟุตบาททำให้เขาลงไปกองกับพื้นอย่างทุลักทุเลขณะที่สายตายังคงจ้องมองอีกฝ่ายด้วยความเกรงกลัว
ริมฝีปากหนาไร้รอยยิ้มโดยสิ้นเชิงขบกรามเล็กน้อยขณะจับจ้องมาทางฮาจิมะอย่างไม่สบอารมณ์พร้อมถกแขนเสื้อเชิ้ตสีแดงเข้มขึ้นเล็กน้อยทำให้เห็นกล้ามเนื้อแขนที่พร้อมขย้ำคอเหยื่อได้ทุกเมื่อกำลังยื่นออกมาคว้าคอเสื้อของฮาจิมะจนตัวลอยก่อนจะได้ยินเสียงทุ้มต่ำสำเนียงไม่ชัดจากอีกฝ่ายช้าๆ
"คิดจะหนีเหรอ..."
"อึก..ปล่อย!"
ตุบ!!
"อ๊อก--"
ขณะที่ฮาจิมะกำลังตะเกียกตะกายดิ้นจากการรัดคอของอีกฝ่ายก็ถูกเข่ากระทุ้งท้องน้อยเข้าเต็มๆจนเผลอร้องเสียงหลงออกมา ความเ็ปแสนสาหัสที่ได้รับทำให้ฮาจิมะอ่อนแรงลงก่อนจะถูกชายร่างใหญ่โยนร่างของเขาลงบนพื้นอย่างแรงพร้อมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อโทรเรียกคนของเขาให้มาทางนี้ ฮาจิมะที่สติเริ่มเลือนลางเหลือบมองร่างของโยชิดะอย่างเป็ห่วงก่อนจะค่อยๆหลับตาลงจนสติสัมปชัญญะไม่เหลือแหล่...
.
.
.