บทที่ 3
การจากไปของไอดอล
หลังจากจบการแสดงเหล่านักแสดงก็ลงจากเวทีพวกเขาจำเป็ต้องออกจากพื้นที่โรงละครก่อนที่ผู้คนที่มาชมการแสดงจะหลั่งไหลกันออกมาดังนั้นนักแสดงทุกคนจึงต้องออกทางประตูหลัง
เป็เื่ธรรมดาที่เมื่อจบการแสดงแล้วทั้งเหล่านักแสดงและทีมงานก็จะมีงานเลี้ยงเล็กๆ เพื่อเป็การขอบคุณของผู้จัดและฉลองในความสำเร็จเป็ที่แน่นอนว่าหยางจื้อเจ๋อเองก็ต้องเข้าร่วมงานเลี้ยงนี้ด้วยจะขาดเขาไปได้ยังไงในเมื่อเขาเป็นักแสดงนำที่มีบทบาทสำคัญ
งานเลี้ยงถูกจัดขึ้นที่โรงแรมแห่งหนึ่งไม่ไกลจากโรงละครมากนักบรรยากาศของงานเลี้ยงเป็ไปอย่างสนุกสนานงานนี้ทุกคนต่างก็กินดื่มกันอย่างเต็มที่ยกเว้นก็แต่หยางจื้อเจ๋อที่จิบไวน์พอเป็พิธีเพราะพรุ่งนี้ต้องบินแต่เช้าเพื่อไปถ่ายทำซีรี่ย์ที่เหิงเตี้ยนต่อ
หยางจื้อเจ๋อเป็นักแสดงที่มีชื่อเสียงเป็อันดับต้นๆ ของจีน ตอนนี้อายุสามสิบสองปีแล้วหากจะเทียบดาราคนอื่นที่อายุน้อยกว่าเขาเองก็ยังคงได้รับความนิยมอยู่มากไม่ใช่แค่เพราะหน้าตาที่หล่อเหลาแต่เป็เพราะว่าเขาเป็คนที่มีความรับผิดชอบสูงมากตั้งใจทำงานเป็ที่สุดจนผลงานของเขาทุกเื่นั้นออกมาดีและเป็ที่ชื่นชอบของผู้ชมเป็อย่างยิ่งเขามีแฟนคลับมากมายเฉพาะแค่ในจีนก็ปาเข้าไปสามสิบกว่าล้านคนแล้วไหนจะแฟนคลับที่อยู่ในประเทศอื่น ๆ อีก
"คุณหยางครับผมไปเอากระป๋าที่บ้านมาเรียบร้อยแล้วนะครับ คุณหยางจะไปที่โรงแรมตอนนี้เลยไหม" ผู้จัดการส่วนตัวของหยางจื้อเจ๋อบอกกับเขา
เนื่องจากวันนี้งานเลี้ยงคงจะเลิกดึกชายหนุ่มจึงคิดว่าจะไปพักที่โรงแรมใกล้ๆ กับสนามบิน พรุ่งนี้เช้าจะได้เดินทางง่าย ๆอีกอย่างเขาเองก็จะได้มีเวลาพักผ่อนอย่างเต็มที่ด้วยดังนั้นจึงทำการเก็บกระเป๋าไว้ั้แ่เมื่อคืนแล้วให้ผู้จัดการไปเอาหลังจากที่เขาแสดงเสร็จ
นักแสดงหนุ่มยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาก็พบว่านี่เป็เวลาสามทุ่มกว่า "ยังหรอกพี่เหว่ยเดี๋ยวอยู่ในงานต่อสักพัก กลับเร็วเกินไปมันน่าเกลียด"
"ถ้าอย่างนั้นพี่กลับก่อนนะครับคุณหยางดูแลตัวเองด้วยอย่าดื่มเยอะล่ะ พรุ่งนี้เจอกันที่สนามบิน"
ผู้จัดการบอกพลางลุกจากเก้าอี้อู๋เหว่ยต้องรีบกลับเพราะว่าทั้งวันตัวเองมัวแต่ยุ่งอยู่กับงานเลยยังไม่ได้เก็บของเขาเองก็ต้องบินไปกับเ้านายในวันพรุ่งนี้ด้วยเพราะว่ามีเื่เอกสารสัญญาที่ต้องเซ็นต์กับผู้สร้าง
"ครับพรุ่งนี้เจอกันครับพี่" หยางจื้อเจ๋อตอบ
หยางจื้อเจ๋ออยู่ต่อให้งานเลี้ยงสักพัก ในระหว่างที่อยู่นั้นก็มีผู้ใหญ่หลายคนเข้ามาพูดคุยกับเขาเพื่อทาบทามให้เขาเล่นเป็พระเอกในซีรี่ย์เื่ที่พวกเขาจะสร้างต่อไปเขาเองก็พูดคุยกับผู้จัดพวกนั้นด้วยความยินดีแต่ว่าจะรับเล่นหรือไม่นั้นอีกเื่หนึ่งเขาเป็คนที่เลือกบทมาก เขาจะไม่เล่นเื่นั้น ๆ เพราะเพียงแค่เป็ซีรี่ย์แนวที่เป็กระแสแต่เขาจะรับเล่นก็ต่อเมื่อบทนั้นน่าสนใจท้าทาย และสามารถทำให้เขาพัฒนาฝีมือทางด้านการแสดงให้ดีขึ้นได้จริง ๆ
เขาขอตัวกลับก่อนงานเลี้ยงเลิกเล็กน้อยนี่ก็เป็เวลาเกือบจะเที่ยงคืนแล้วหากกลับดึกว่านี้เกรงว่าคงพักผ่อนไม่เต็มที่เมื่อกล่าวลาทุกคนเสร็จก็เดินมาขึ้นรถตู้ของตัวเองลุงเถียนคนขับรถสตาร์ทเครื่องรออยู่แล้ว
"ไปโรงแรมเลยใช่ไหมครับ" ลุงเถียนถามหลังจากที่หยางจื้อเจ๋อขึ้นมาบนรถ
"ครับลุงเถียนไม่ต้องแวะที่ไหนแล้ว" ชายหนุ่มตอบ
จากนั้นลุงเถียนก็ไม่รอช้ารีบขับรถออกจากโรงแรมทันทีเมื่อรถออกมาแล้วก็มีรถเก๋งอีกสี่ห้าคันขับตามมา เป็เื่ปกติที่หยางจื้อเจ๋อมักจะเจอพวกที่ขับรถตามมานี้ส่วนใหญ่ก็จะเป็พวกซาแซงที่อยากได้รูปได้ข้อมูลของเขาพวกนี้จะตามติดแทบจะตลอดเวลาทั้งตอนทำงาน ตอนกินข้าวตอนไปไหนมาไหนหรือแม้กระทั่งตอนกลับบ้านกล่าวได้ว่ารูปถ่ายของหยางจื้อเจ๋อหากพวกเขาสามารถถ่ายมาได้ไม่ว่าจะเป็ยังไงก็สามารถขายได้ทุกใบ
"เมื่อไหร่พวกเขาจะหยุดตามผมสักทีนะไม่เหนื่อยกันหรือยังไง" หยางจื้อเจ๋อบ่นให้ลุงเถียนฟังนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาบ่นแบบนี้เพราะเจอมาแทบทุกครั้งจนชีวิตแทบไม่เป็อันทำอะไรบางครั้งงานของเขาก็ถึงกับสะดุดเมื่อมีคนพวกนี้มาขวางทำให้เขาตกเครื่องบ้างรถของเขาไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้บ้าง ทำเอาทั้งชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัวปั่นป่วนไปหมดแต่เขาก็ไม่เคยว่าเลยสักครั้ง
"คิดในแง่ดีครับคุณหยางอย่างน้อยพวกเขาตามมาก ๆ คุณหยางก็ยิ่งดังขึ้น" ลุงเถียนบอกอย่างอารมณ์ดี
"อยู่กับลุงนี่ผมสดใสขึ้นเยอะเลยนะไม่ว่าเื่อะไรลุงก็มองในแง่ดีไปหมด" หยางจื้อเจ๋อว่า
ลุงเถียนหัวเราะเล็กน้อย "มองในแง่ดีไว้ก่อนดีกว่ามองในแง่ร้ายนะครับ”
เมื่อเป็ดาราที่มีชื่อเสียงโด่งดังมีแฟนคลับมากมายแต่ว่าทุกอย่างเมื่อมีบวกก็ต้องมีลบ มีขาวก็ต้องมีดำ เขาเองก็เช่นกันเขาไม่ได้มีแต่แฟนคลับดีดีที่ติดตามผลงานของเขาเท่านั้นเขายังมีพวกแอนตี้ที่คอยจะเล่นงานเขาด้วย บางคนถึงขั้นไม่ชอบเขาเอามาก ๆ อิจฉาอยากทำลายชีวิตของเขาแต่เขาไม่ได้เก็บเอามาใส่ใจเพราะไม่อย่างนั้นคงไม่เป็อันทำมาหากินแน่
ต่อให้เขาไม่สนใจก็จริงแต่พวกแอนตี้พวกนี้ก็ยังรังควานอยู่อย่างเช่นวันนี้มีรถเก๋งหนึ่งคันที่กำลังตามมา
ลุงเถียนขับรถในระดับความเร็วที่ค่อนข้างเร็วพอสมควรเพราะเวลาทุกวินาทีของเ้านายนั้นมีค่าและนี่ก็เลยเวลาเที่ยงคืนแล้วสมควรเป็เวลาพักผ่อนดังนั้นลุงเถียนจึงเร่งความเร็วขึ้นอีกเพื่อที่จะให้ถึงโรงแรมเร็วๆ แต่ว่าจากเดิมที่ถนนโล่งก็ปรากฏรถเก๋งคันหนึ่งวิ่งแซงขึ้นมา
รถทั้งสองคันขับอยู่ไล่เรี่ยกันสักพักลุงเถียนเริ่มรู้สึกแปลกใจว่าทำไมรถเก๋งคันนี้ถึงไม่แซงไปสักทีเอาแต่ขับหยั่งเชิงกับเขาอยู่ได้
"คุณหยางครับรถเก๋งคันที่อยู่ข้าง ๆ นี่ดูแปลก ๆ นะครับ จะใช่พวกซาแซงหรือเปล่า" ลุงเถียนถาม
"ช่างมันเถอะลุงเถียนเขาอยากตามก็ปล่อยให้เขาตามไป เดี๋ยวเราถึงที่เขาก็กลับไปเองแหละ" หยางจื้อเจ๋อบอกทั้งน้ำเสียงและสีหน้าไม่ได้กังวลอะไรเพราะเจอเื่แบบนี้มาจนชินแล้ว
"ลุงว่ามันไม่ใช่แค่ตามแล้วนะครับแต่ว่า…เฮ้ย!" ลุงเถียนพูดยังไม่ทันจบก็ต้องร้องอุทานออกมาด้วยความใ
อยู่ดี ๆรถเก๋งคันนั้นก็หักเลี้ยวขวากระทันหันเข้ามาปาดหน้ารถตู้ของหยางจื้อเจ๋อลุงเถียนใมากจึงหักรถเลี้ยว รถตู้วิ่งลงข้างทางด้วยความเร็วสูงลุงเถียนไม่สามารถควบคุมรถได้ทำให้รถพุ่งไปชนเข้ากับต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่อยู่ข้างทางเข้าอย่างจัง
เสียงโครมดังสนั่นลุงเถียนที่เป็คนขับถูกถุงลมนิรภัยยันตัวเอาแต่ด้วยแรงกระแทกทำให้ด้านหน้าของรถตู้บุบเข้ามาทับขาลุงเถียนจนไม่สามารถเอาตัวเองออกมาจากรถได้ด้วยความที่ยังมีสติอยู่จึงเงยหน้าขึ้นมาจะถามหยางจื้อเจ๋อว่าเป็ยังไงบ้างแต่ภาพที่อยู่ต่อหน้าก็ทำเอาลุงเถียนหัวใจสลายลงตรงนั้น
ตรงหน้าเป็ร่างของหยางจื้อเจ๋อที่เต็มไปด้วยเืนอนอยู่บนกระโปรงรถส่วนที่ติดกับต้นไม้แรงกระแทกในการชนนั้นแรงมากจนหยางจื้อเจ๋อที่นั่งอยู่เบาะหลังคนขับกระเด็นทะลุกระจกหน้าออกมาแล้วกระแทกเข้ากับต้นไม้อย่างแรงตอนนี้ยังไม่รู้ว่าเป็ตายร้ายดีอย่างไรเพราะลุงเถียนเองก็ไม่สามารถขยับไปช่วยเ้านายได้
"คุณหยางครับได้ยินผมไหม"
หยางจื้อเจ๋อไม่ตอบไม่เพียงแต่ไม่มีเสียงตอบเท่านั้นแต่ว่าไม่มีสัญญาณใด ๆ ส่งมาจากตัวเขาเลย
รถฉุกเฉินมาถึงนำพาเอาร่างของหยางจื้อเจ๋อไปโรงพยาบาลตอนที่เอาเขาขึ้นรถไปนั้นยังมีลมหายใจอยู่แต่ว่าก็รวยรินเต็มทีโรงพยาบาลอยู่ห่างจากที่นี่ประมาณหนึ่งพยาบาลที่อยู่บนรถพยายามช่วยเขาอย่างเต็มที่เพื่อที่จะยื้อชีวิตเขาไว้ก่อนที่จะถึงมือหมอแต่ก็ไม่สามารถยื้อเอาไว้ได้เมื่อเขาหมดลมหายใจอยู่บนรถฉุกเฉินไปแล้ว