เปรี้ยวปิดประตูห้องดัง ปัง!!! หัวใจยังเต้นโครมครามไม่หยุด
เธอถอดชุดหางเครื่องสีแดงเพลิงออกทิ้งกองไว้กับพื้นอย่างไม่ใยดี ห้องพักแคบๆ ที่มีแต่กลิ่นสบู่หอมจางๆ กลายเป็หลุมหลบภัยชั่วคราวจากสายตาคุกคามคู่นั้น
“บ้าชิปเป๋ง... ตาหมอนี่มันจะเอาไงกับกูวะ” เธอพึมพำขณะยืนจ้องกระจก เห็นตัวเองหน้าแดงซ่าน ริมฝีปากยังดูบวมเจ่อเล็กน้อยจากแรงอารมณ์ที่ไกรทิ้งไว้เมื่อกี้ “อุตส่าห์ตั้งใจจะเก็บไว้ให้ผู้ชายดีๆ สักคน... ไม่ใช่คนบ้ากามแบบนี้สักหน่อย”
เธอรีบกระโจนเข้าห้องน้ำ เปิดน้ำเย็นจัดราดรดตัวพยายามล้างเอากลิ่นเหล้า กลิ่นเหงื่อ และกลิ่นอายดิบเถื่อนของไกรออกไปให้พ้น แต่ยิ่งน้ำััผิวเธอกลับยิ่งนึกถึงฝ่ามือหยาบกร้านที่ลูบไล้โคนขา เสียงกระซิบแหบพร่าที่ข้างหู... ยิ่งพยายามลืม ร่างกายกลับยิ่งวูบวาบแปลกๆ ตรงท้องน้อยจนน่าใจหาย
“ไม่ๆๆ หยุดคิดเดี๋ยวนี้!” เปรี้ยวตบแก้มตัวเองเบาๆ เรียกสติ ก่อนจะรีบแต่งตัวใส่ชุดนอนตัวโคร่ง กอดหมอนข้างแน่น พยายามข่มตาหลับท่ามกลางภาพของไกรที่วนเวียนอยู่ในหัวจนดึกดื่น
เช้าวันต่อมา ~
เปรี้ยวพยายามทำตัวให้ปกติที่สุดขณะเดินเข้ามหาลัย เธอทักทายเพื่อน หัวเราะเฮฮาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่สายตากลับคอยระแวดระวังเหลือบมองรอบตัวตลอดเวลา กลัวว่าจะเจอหน้า "พี่ปีสอง" คนนั้นก่อนจะตั้งตัวทัน
คาบไทยศึกษาเริ่มตอนเก้าโมงเช้า ห้องเลคเชอร์ขนาดใหญ่เนืองแน่นไปด้วยนักศึกษาปีหนึ่ง
เปรี้ยวเลือกนั่งแถวกลางๆ ใกล้หน้าต่าง พยายามรวบรวมสมาธิจดตามอาจารย์ แต่ใจกลับลอยออกไปนอกหน้าต่างทุกวินาที
และแล้ว... ประตูห้องก็ถูกผลักออก
ไกรก้าวเข้ามาด้วยท่าทางสบายๆ สายตาคมกริบกวาดมองหาเป้าหมายทันทีที่เท้าเหยียบพรม
เขาอยู่ในชุดนักศึกษาที่ดูยับย่นเหมือนคนเพิ่งตื่น แต่กลับดูเซ็กซี่แบบดิบๆ อย่างบอกไม่ถูก
เขากระตุกยิ้มมุมปากเมื่อเห็นเป้าหมาย แล้วเดินตรงดิ่งมาที่แถวของเธอทันที
“สวัสดีครับ... น้องปีหนึ่ง” เขาพูดเสียงดังพอให้เพื่อนรอบข้างหันมามอง ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้างเธอหน้าตาเฉย ราวกับเก้าอี้ตัวนี้ถูกจองไว้ให้เขาคนเดียว
เปรี้ยวสะดุ้งสุดตัว เธอแอบมองเขาแวบหนึ่งแล้วรีบก้มหน้าจดเลคเชอร์ต่อ มือไม้เริ่มสั่นจนเขียนไม่เป็ตัว ไกรโน้มตัวลงมากระซิบข้างหู ลมหายใจร้อนๆ เป่ารดจนขนลุกเกรียว
“เมื่อคืนหลับสบายมั้ย... หรือฝันเปียกเหมือนที่พี่เตือนไว้?”
เขาหัวเราะหึๆ ในลำคอ มือข้างหนึ่งพาดพนักเก้าอี้โอบไหล่เธอไว้หลวมๆ ส่วนมืออีกข้างกลับซนเลื่อนลงไปใต้โต๊ะ วางทาบลงบนต้นขาเนียนแล้วเริ่มลูบไล้ช้าๆ อย่างย่ามใจเหมือนเมื่อคืนไม่มีผิด
“วันนี้พี่แต่งตัวเรียบร้อยนะ...” เขาขยับปากมาชิดหูเธออีกนิด “แต่ข้างใน... พี่แม่งคิดถึงเื่เมื่อคืนจนใจจะขาดแล้วว่ะเปรี้ยว”
อาจารย์ยังคงสอนต่อไป แต่ไกรกลับไม่หยุดแค่การััภายนอก เขาเบียดตัวเข้าหาจนไหล่ต่อไหล่ชนกัน แล้วกระซิบขู่เสียงพร่า
“จบคาบนี้พี่จะพาไปกินข้าว... แต่ถ้ามึงยังทำหน้ายั่วกูไม่เลิกแบบนี้ พี่อาจจะเปลี่ยนใจพามึงไปห้องน้ำหลังตึกแทน!”
นิ้วหนากดเน้นลงที่ต้นขาด้านใน ก่อนจะเลื่อนสูงขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบจะพ้นขอบกระโปรงทรงเอสั้นกุด
“บอกพี่มาสิเปรี้ยว... วันนี้จะยอมให้แค่จับขา หรือจะให้พี่ ‘สอน’ อย่างอื่นที่มันลึกซึ้งกว่านี้?”
อาจารย์ที่กำลังร่ายยาวเื่วรรณคดีไทยโบราณหยุด กึก!! หันขวับ มาทางแถวกลางห้อง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นจ้องเขม็งมาที่เปรี้ยวกับไกรอย่างเอาเื่
“ไกร! เปรี้ยว! ถ้าจะจีบกันให้ออกไปนอกห้อง! อย่ามานั่งกระซิบกระซาบส่งเสียงดังรบกวนคนอื่น!”
เสียงอาจารย์ประกาศก้องจนห้องเรียนที่เคยมีเสียงจ้อกแจ้กเงียบกริบลงทันตา
นักศึกษาเกือบร้อยชีวิตหันขวับ มามองเป็ตาเดียว บางคนแอบยิ้มล้อเลียน บางคนถึงกับกลั้นหัวเราะจนตัวสั่น
เปรี้ยวสะดุ้งสุดตัว หน้าแดงซ่านจนแทบะเิ มือที่กำลังถือปากกาสั่นระริกจนมันร่วงหล่นลงพื้นเสียงดัง แก๊ก! เธอรีบก้มหน้าจนคางชิดอก ผมหางม้าตกลงมาปรกหน้าปรกตาเพื่อบดบังความอายที่พุ่งทะลักจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี หัวใจเต้นรัวแรงจนเจ็บหน้าอก ความอายแปรเปลี่ยนเป็ความแค้นเคืองที่สุมอยู่ในอก
“ทำไมต้องมาดุหนูด้วย...” เธอคิดในใจพลางเม้มปากจนห่อเื “ไอ้หมอนี่แท้ๆ ที่เริ่มก่อน ทำไมต้องมาซวยเพราะมันด้วย!”
ทว่าไกรที่นั่งข้างๆ กลับนิ่งสนิท เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้พลางกระตุกยิ้มมุมปากอย่างไม่ทุกข์ร้อน สายตาหมาป่าเหลือบมองเหยื่อที่กำลังตัวสั่นด้วยความโกรธระคนอาย แล้วความหื่นกระหายในดวงตาก็ยิ่งทวีคูณ
อาจารย์ยังไม่จบ
“ไกร! ปีสองแล้วนะทำตัวเป็เด็กเล่นขายของไปได้ ถ้าจะจีบเด็กปีหนึ่งก็ไปจีบข้างนอก อย่ามาเสียเวลานั่งเรียน!”
เปรี้ยวเหลืออด เธอหันขวับไปจ้องหน้าไกร ดวงตาคลอน้ำตาด้วยความโมโหจัด “พี่ไกร!” เธอเค้นเสียงแหลมแต่พยายามกดต่ำให้เบาที่สุด “พี่หยุดได้แล้วนะ! หนูอายจะตายอยู่แล้ว!”
ไกรเลิกคิ้วขึ้นสูง มองใบหน้าแดงก่ำที่แสนจะยั่วยวนนั่นด้วยสายตาที่ปิดความ้าไม่มิด เขาโน้มตัวเข้าหาจนหน้าผากเกือบชนกัน ลมหายใจร้อนฉ่าเป่ารดผิวแก้มเนียน
“โกรธพี่เหรอ... แม่ง น่ารักชิบหายเลยว่ะเปรี้ยว” เสียงเขาทุ้มต่ำและแหบพร่า “ยิ่งมึงโกรธ กูยิ่งอยากจะกดมึงลงกับโต๊ะเลคเชอร์นี่ แล้วจูบปิดปากมึงให้เงียบไปเลย!”
เปรี้ยวสะบัดหน้าหนีด้วยความขยะแขยงระคนหวั่นใจ ตัวสั่นเทาพูดเสียงสั่นเครือ “พี่... พี่มันบ้าไปแล้ว! บอกแล้วไงว่าหนูไม่อยากยุ่งกับพี่!”
ไกรหัวเราะหึๆ ในลำคอ ไม่สนสายตาคนทั้งห้องที่ยังจับจ้อง “ไม่อยากยุ่ง... แต่ตัวมึงสั่นระริกทุกครั้งที่พี่แตะเนี่ยนะ?”
มือหนาเอื้อมลงใต้โต๊ะ คว้าข้อมือเล็กไว้แน่น บีบคลึงเบาๆ แต่แข็งแกร่งจนเธอสะบัดไม่หลุด “หรือมึงแค่ปากแข็ง... แต่ข้างในมันเรียกร้องอยากให้พี่ทำมากกว่านี้?”
อาจารย์แฝดเสียงไอขู่เสียงดัง “ อะแห่ม!! สองคนนั้น! ถ้ายังไม่หยุดจ๋อแจ๋ อาจารย์จะเชิญไปยืนจูบกันหน้าห้องนะ!”
เปรี้ยวรีบกระชากมือออก หันหน้ากลับไปตั้งใจดูสไลด์หน้าห้องทั้งที่พร่ามัวเพราะน้ำตาที่เอ่อคลอ เธอเจ็บใจจนพูดไม่ออก เกลียดความหน้าด้านของเขา เกลียดที่เขาทำให้เธอตกเป็เป้าสายตา
แต่ลึกๆ ลงไปในช่องท้อง ความร้อนวูบวาบจากการถูกััเมื่อครู่กลับยังคงเต้นตุบๆ ย้ำเตือนสัญชาตญาณบางอย่าง
ไกรถอยออกไปเพียงนิดเดียว แต่สายตายังคงโลมเลียไปตามซอกคอขาวไม่วางตา เขาเอนกายอย่างผู้ชนะก่อนกระซิบสั่งลาทิ้งท้าย
“จบคาบนี้... พี่จะไปขอโทษมึงหน้าห้องน้ำชั้นล่างนะเปรี้ยว แต่พี่ไม่ได้ขอโทษด้วยปากเปล่าหรอก...” เขาเว้นจังหวะพลางสูดกลิ่นหอมจากตัวเธอ “พี่จะทำให้มึงลืมความอายเมื่อกี้... แล้วครางเรียกแต่ชื่อพี่แทน!”
เวลาที่เหลือในคาบเรียนสำหรับเปรี้ยวไม่ต่างจากนรกที่แสนยาวนาน ส่วนสำหรับไกร... มันคือ่เวลาอุ่นเครื่องก่อนจะถึงเวลาขย้ำเหยื่อจริง!