49 1-2
ตอนที่ 77 อ้าปากเร็ว อ้ำ~
เหลิงหยุนเจียวถึงกับพูดไม่ออก “....”
พบเจอความหลงตัวเองเข้าขั้นกู่ไม่กลับถึงเพียงนี้ของไป๋ซือหมิงเข้าไป นางถึงกับต้องยอมใจ
“ว่าแต่พี่สาวถังเถิด ไฉนจึงได้ไปเป็นปฏิปักษ์กับคนตระกูลเหลิงได้? น่าจะต้องมีต้นสายปลายเหตุอันใดกระมัง?”
สิ้นเสียงไป๋ซือหมิงกล่าวจบ ก็เป็นเสียงร้องคร่ำครวญเจ็บปวดของเหลิงหงเฟยที่แผดสนั่นลั่นไปทั่วทั้งจวน ชวนให้รู้สึกน่ารำคาญอย่างบอกไม่ถูก
เหลิงหยุนเจียวปรายหางตาสาดใส่เหลิงหงเฟยที่กำลังนอนดิ้นเร่าอยู่กับพื้น ชักสีหน้าเย็นชาเหนื่อยหน่ายใจทีหนึ่ง แล้วจึงค่อยหันมากล่าวตอบไป๋ซือหมิงว่า
“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอันใดกับเจ้า”
ได้ยินคำตอบเช่นนี้ ไป๋ซือหมิงถึงกับต้องเม้มริมฝีปากงุ้ม สีหน้าความกระสันใคร่รู้พลันลดลงหนึ่งส่วนอย่างไม่สู้เต็มใจนัก แต่ก็ต้องจำยอมเพราะเกรงสตรีเบื้องหน้าจะพิโรธใส่
“ตุ้บ!”
เหลิงหยุนเจียวทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ด้วยความรื่นรมย์ใจ สายตาจับจ้องอยู่ที่ร่างของสองพ่อลูกซึ่งกำลังเกลือกกลิ้งไปมาอยู่บนพื้นไม่ต่างจากหนอนสะดุ้งน้ำร้อนสองตัว เห็นเช่นนั้นจึงหยิบเอาขวดยาถอนพิษออกมาวางกระแทกโต๊ะเสียงดังปัง
“ในเมื่อประมุขเหลิงลงนามสัญญากับข้าแล้ว จวนตระกูลเหลิงแห่งนี้และบ่าวรับใช้ทั้งหมด รวมไปถึงทรัพย์สินทุกอย่างล้วนแต่เป็นของข้าแล้วมิใช่รึ?”
“นังงูพิษ...เจ้าบังอาจนัก!?”
เหลิงหงเฟยพยายามข่มกลั้นความเจ็บปวดทรมานที่กำลังแผ่ซ่านอยู่ในร่างอย่างสุดกำลัง เพ่งสายตาหม่นมืดจ้องเขม็งใส่เหลิงหยุนเจียวด้วยความเกลียดชังสุดหัวใจ ท่าทางของเขายามนี้ไม่ต่างจากภูติผีร้ายที่ต้องการจะกินเลือดกินเนื้อของนางทั้งเป็น
เหลิงหยุนเจียวหยิบสัญญาฉบับดังกล่าวที่เพิ่งลงนามประทับลายนิ้วมือขึ้นมาโบกให้ดู โฉมงามนางนี้คลี่ยิ้มกว้างส่งให้ ทว่านี่กลับเป็นรอยยิ้มที่ดูมิใช่รอยยิ้มสักทีเดียว....
“เจ้าก็เห็นอยู่มิใช่รึ? ประมุขเหลิงเป็นผู้ประทับตรายินยอมด้วยตนเองเช่นนี้ ย่อมหมายความว่า นี่เป็นสัญญาที่เกิดจากความเต็มใจของบุคคลทั้งสองฝ่ายใช่หรือไม่?”
“หากเจ้าเก่งจริง...ก็จงถอนพิษให้ข้าแล้วมาสู้กันตัวต่อตัว!!”
เหลิงหยุนเจียวเพิ่งจะก้าวเข้าสู่ขอบเขตปราณจิตขั้นต้น ในขณะที่เหลิงหงเฟยซึ่งเป็นถึงศิษย์นิกายตะวันมรกต มีระดับลมปราณสูงถึงขอบเขตปราณจิตขั้นสุด และอีกเพียงก้าวเดียวก็จะทะลวงเข้าสู่ขอบเขตปราณถ่องแท้แล้ว
กล่าวคือ หากสัประยุทธ์กันตัวต่อตัว เหลิงหยุนเจียวย่อมมิใช่คู่ต่อสู้ของเขา
“ทุกคนต่างมีกลยุทธ์การต่อสู้เป็นของตัวเอง คุณชายเหลิง กับเพียงแค่ก้มหัวยอมรับต่อความพ่ายแพ้ มันจะยากอะไรหนักหนารึ?”
“แต่เอาเถิด ถือเสียว่าทำบุญอนุเคราะห์ให้แก่สุนัขไร้บ้านสักครา ข้าจะมอบยาถอนพิษขวดนี้ให้แก่เจ้า จากนั้นจงไสหัวไปจากที่นี่ซะ จะไปที่ใดก็ไป”
เพียงเท่านี้ เหลิงหงเฟยก็ต้องทุกข์ทรมานกับพิษร้ายแรงในร่างกายที่กำลังกัดกร่อนกระดูกมากพอแล้ว ธารเหงื่อเย็นแตกพลั่กจนเปียกชุ่มไปทั้งตัว ยิ่งต้องมาทนฟังวาจาคำเสียดสีเหล่านี้อีก เขาก็ถึงขั้นกระอักเลือดออกมาคำโตด้วยความเจ็บแค้นปนละอายใจ
ในฐานะศิษย์แห่งนิกายตะวันมรกตอันยิ่งใหญ่ การที่เขาสามารถย่างเข้าใกล้ขอบเขตปราณถ่องแท้ได้ด้วยอายุเพียงเท่านี้ นับเป็นอัจฉริยะที่หาตัวจับได้ยาก ผู้คนต่างปฏิบัติต่อเขาอย่างดีเยี่ยงสมบัติล้ำค่า อีกทั้งยังขนานนามเขาว่าเป็น ดาวรุ่งดวงใหม่แห่งนิกายอีกด้วย
อย่างไรก็ตามแต่ เหลิงหงเฟยไม่คิดไม่ฝันมาก่อนว่า ตนจะมิสามารถสำแดงใช้พลังลมปราณได้อีกต่อไป และกลายมาเป็นเพียงเศษสวะชิ้นหนึ่งที่กำลังนอนดิ้นเร่าๆร้องครวญอยู่บนพื้นเช่นนี้
หากเรื่องเหล่านี้ถูกแพร่งพรายออกไป แล้วเขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด?
“คะ-..คุณหนูหก! ได้โปรดเถิด...มอบยาถอนพิษแก่ข้าด้วย!”
สุ้มเสียงหนึ่งดังขึ้นแทรก เหลิงหยุนเจียวกดสายตาก้มต่ำมองติดตามไป พบว่าเป็นเหลิงหยวนหลงที่กำลังคลานเข้ามาหาแทบเท้าของนาง
นี่สินะคือข้อดีของเหล่าคนเฒ่าชรา ไม่ยอมหัก แต่ยอมงอ!
เพราะคราก่อน เมื่อครั้งที่หลิงเจียวเจียวโดนยาพิษของนางเข้าไป ก็เป็นมันผู้นี้เช่นกันที่รีบเปลี่ยนสีหน้า เป็นยิ้มประจบประแจง กล่าวกับนางด้วยวาจานอบน้อมยิ่ง
แต่มันผู้นี้คิดจริงหรือว่า ครานี้จะสามารถใช้ได้ผล?
“หึหึ ยังคงเป็นประมุขเหลิงคนดีคนเดิมที่รู้จักมารยาท รู้ว่าเวลาใดควรนอบน้อมถ่อมตน คงจะเข้าใจสถานการณ์ยามนี้ดีแล้วใช่หรือไม่?”
เหลิงหยุนเจียวหยิบขวดยาถอนพิษบนโต๊ะขึ้นมา ใช้นิ้วดีดฝางัดจุกออกโดยไว พร้อมเทโอสถเม็ดหนึ่งออกมาชูขึ้นต่อหน้าเหลิงหยวนหลง ก่อนจะโน้มตัวยื่นส่งให้ด้วยรอยยิ้มแจ่มใสประหนึ่งว่ากำลังป้อนขนมเด็กน้อยอยู่
“อ้าปากเร็วเข้า อ้ากว้างๆ อ้ำ~”
เหลิงหยวนหลงแอบชะงักไปครึ่งจังหวะ “....”
นังงูพิษ! รอก่อนเถิด!!
เมื่อใดที่ท่านปรมาจารย์ซางซูมาถึงเมืองเฟิงหยวนแห่งนี้ ข้าอยากจะเห็นเสียจริงว่า เจ้ายังจะทำตัวหยิ่งผยองได้อีกสักกี่น้ำ!
ใบหน้าของเหลิงหยวนหลงบิดเบี้ยวน่าเกลียด รู้สึกอัปยศอดสูสุดหัวใจ แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังพยายามอ้าปากกว้างๆเพื่อรอรับการป้อนจากมือของเหลิงหยุนเจียว
ทันทีที่กลืนยาเม็ดนั้นลงไป ก็บังเกิดเป็นกระแสความอบอุ่นที่ไหลบ่าเข้าสู่ร่างกายและจิตใจอย่างมิอาจพรรณนาได้ บริเวณใดที่กระแสไออุ่นแล่นผ่าน บริเวณนั้นก็จะค่อยๆถูกเยียวยาฟื้นฟูจนหายดีเป็นปกติ อาการเจ็บปวดคล้ายกำลังถูกบางสิ่งกัดแทะไขกระดูกจึงเริ่มบรรเทาลงตามลำดับ
เหลิงหยวนหลงกำลังครุ่นคิดเรื่องต่อจากนี้ว่าจะจัดการอย่างไรต่อไป? หันไปเห็นเหลิงหงเฟยที่กำลังนอนกระวนกระวาย เสื้อผ้าเปียกเหงื่อโชกเช่นนั้น เขาก็พลันขมวดคิ้วถักแน่นด้วยความเป็นกังวล
“คุณหนูหก บุตรชายของข้าเพียงไม่รู้ประสีประสาเท่านั้น ได้โปรดยกโทษให้เขาด้วยเถิด! คุณหนูหกได้โปรด!”
เหลิงหยุนเจียวเขย่าขวดยาถอนพิษในมือ เสียงเม็ดโอสถก้อนกลมกระทบกระแทกกับขวดดังกรุ๊งกริ๊ง และไม่ว่าผู้ใดได้ยินเสียง ก็ย่อมพอจะคาดเดาจำนวนโอสถที่อยู่ภายในนั้นได้
เหลือโอสถอยู่ในขวดเพียงหนึ่งเม็ดเท่านั้น
“หากต้องการโอสถเม็ดนี้ก็ง่ายมาก เพียงตอบคำถามข้าสั้นๆสักข้อ”
เหลิงหยวนหลงรีบยืนขึ้นในทันทีที่ได้ยิน พร้อมก้มศีรษะโค้งคำนับให้ด้วยใบหน้าซีดเซียว