ตอนที่ 17
เปิ่นหวางมาฝึกเย็บผ้า (1/2)
เสียงบริเวณหน้าจวนตระกูลไป๋ล้วนเงียบลงทันทีไม่มีแม้แต่เสียงพูดคุยของชาวบ้านที่ยังคงปักหลักมองเหตุการณ์หน้าจวน
ไป๋อวี้ที่กำลังยืนอยู่หน้าประตูใหญ่ของจวนอีกเพียงก้าวเดียวนางก็เข้าไปในจวนแล้วแต่เพราะสาวใช้ของมารดาเอ่ยออกมาเช่นนั้นนางจึงหยุดเท้าของตัวเองไว้ทัน
นางร้ายสาวหันใบหน้าไปมองน้องสาวต่างมารดาอย่างเชื่องช้าดวงตาสีดำขลับปรายตามองท่าทีตื่นตะลึงของคนด้านหลัง ริมฝีปากบางลอบยิ้มก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นสีหน้าเรียบเฉยอย่างรวดเร็วนางหันใบหน้ากลับไปแล้วก้าวเข้าไปในจวนผ่านประตูใหญ่อย่างสง่าผ่าเผย
นางควรให้บทเรียนน้องสาวบ้าง
ไม่ว่าเจ้าจะมาจากยุคที่มนุษย์เท่าเทียมกันเพียงใดแต่เมื่อเจ้าอยู่ที่นี่และ...ต้องยอมรับกฎของโลกใบนี้ !
อย่าคิดว่าทำความดีแล้วจะยกระดับของตนเองให้มาเทียบเท่ากับบุตรีของภรรยาเอกได้ต่อให้ไป๋ฮวาเก่งกาจเพียงใดหรือมีมนตราสูงส่งแค่ไหน แต่ความจริงที่ว่านางมีชาติกำเนิดจากอนุภรรยาผู้ต่ำต้อยก็คือความจริงที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ !
ไม่ว่าอย่างไร...ลูกอนุก็ยังเป็นลูกอนุอยู่ดี
“ตามกฎของจวนคุณหนูสี่ผู้เป็นบุตรีของอนุภรรยาไม่สามารถเข้าทางประตูใหญ่ของจวนได้เจ้าค่ะ”
สาวใช้คนเดิมเอ่ยด้วยน้ำเสียงดังไปทั่วบริเวณไป๋อวี้หันกลับไปมองงิ้วนอกจวนด้วยใบหน้าเรียบนิ่งและก็พบว่าไป๋ฮวามองมาที่ตนอยู่เช่นกันนางร้ายเชิดใบหน้างามขึ้นอย่างถือตัว ครานี้ยกยิ้มมุมปากให้ไป๋ฮวาอย่างจงใจ
ข้าไม่ได้รังแกเจ้าเป็นโลกใบนี้ต่างหากที่รังแกเจ้า!
“เช่นนี้ไม่รังแกคนเกินไปหรือนะเจ้าคะ”สาวใช้ของนางเอกเรียกร้อง
“บ้านมีกฎบ้านเมืองมีกฎเมือง คุณหนูสี่เป็นคนของตระกูลไป๋จะไม่ทำตามกฎหรือเจ้าคะ” วาจานอบน้อมแต่ดวงตาของสาวใช้มารดาจองหองมองไป๋ฮวาโดยไร้ความเคารพยำเกรง
“คุณหนูสี่ทำคุณประโยชน์ให้แก่บ้านเมืองกลับมาด้วยความเหนื่อยล้ายังจะรังแกกันอีกหรือ” คราวนี้เป็นเสี่ยวเถาที่เอ่ยปากให้แก่คุณหนูของตนที่ยังคงยืนนิ่ง
สองมือของไป๋ฮวากำแน่นด้วยความอดกลั้นดวงตาดอกท้อมองสบกับดวงตาสีดำสนิทของพี่สาวผู้ก้าวเข้าสู่ประตูใหญ่ของจวนโดยไร้ซึ่งอุปสรรครอยยิ้มเช่นนั้นที่นางได้รับจากไป๋อวี้มันทำให้ไป๋ฮวาต้องกำมือแน่นขึ้น
“แต่ถึงอย่างไรก็ต้องเข้าประตูเล็กเพราะคุณหนูสี่เป็นเพียงบุตรีของอนุภรรยาเท่านั้น”
สิ้นคำนั้นในใจของนางเอกสาวกู่ร้องกับตนเอง...เกิดเป็นลูกอนุภรรยามันผิดตรงไหน !
“เจ้า!”
“ช่างเถิดเสี่ยวจื่อเสี่ยวเถา” ไป๋ฮวาเอ่ยปรามสาวใช้ของตน นางละสายตาจากไป๋อวี้ร่างบางในชุดสาวใช้ก้าวนำสาวใช้ของตนไปทางด้านประตูเล็กที่อยู่ไม่ไกลกันมาก
แต่ละก้าวของไป๋ฮวาช่างหนักอึ้งความคับแค้นฝังลงในจิตใจ นางจะไม่มีวันลืมความอัปยศในครั้งนี้สักวันนางจะเข้าไปในจวนแห่งนี้ทางประตูใหญ่ให้ได้ ! จะทำให้คนที่รังแกนางไม่กล้าแม้แต่ส่งเสียงยามนางก้าวเท้าเข้าประตูนั้น
นางขอสาบาน !
“ช้าก่อนน้องสี่”
ไป๋อวี้ร้องขึ้นด้วยน้ำเสียงเสียงหวานใสเมื่อไป๋ฮวาหันไปทางต้นเสียงก็พบกับพี่สาวต่างมารดาเดินเข้ามาหาด้วยใบหน้าแย้มยิ้มสองมือของนางถูกไป๋อวี้กอบกุม
“ตอนนี้ท่านแม่กำลังรอเจี่ยเจียเองก็อยากรีบเข้าไปคาระวะท่าน..”
ไป๋ฮวาขมวดคิ้วใส่นาง
“..อย่างไรเสียก็ครอบครัวเดียวกันอย่าได้มาเสียเวลากับเรื่องนี้เลย”
ไป๋อวี้ไม่รู้ว่าผู้คนจะมองเรื่องนี้เช่นไรจะเอาไปพูดต่อในด้านไหน แต่นางจึงคิดแผนการนี้ขึ้นมาสด ๆ ร้อน ๆเพื่อเปลี่ยนให้เรื่องนี้เป็นเรื่องดีกับตัวนางเองดีกว่าถูกดึงไปนินทาว่าอยู่ในเหตุการณ์แต่กลับใจแคบ ซึ่งทำให้นางร้ายสาวอุ่นใจกว่ามาก
ต้องขอโทษไป๋ฮวาด้วยที่ไป๋อวี้ผู้นี้สนใจชื่อเสียงของตนจนกล้าให้เจ้าล้ำเส้นของชนชั้น…อย่างไรนางเอกก็ได้บทเรียนไปแล้วไป๋อวี้ไม่จำเป็นจะต้องเคร่งครัดเพียงนั้น
“ไปเถอะน้องสี่ไปคารวะท่านแม่ของเรากัน”
ภาพคุณหนูรองมองน้องสาวด้วยแววตาอ่อนโยนริมฝีปากแย้มยิ้มจนปรากฏลักยิ้มข้างแก้มอันทรงเสน่ห์ประกอบกับเครื่องหน้าที่งดงามไร้เครื่องประทินโฉมทำให้นางคล้ายนางเซียนผู้เมตตามือบางของผู้เป็นพี่จับจูงมือน้องสาวต่างมารดาที่มีใบหน้าเรียวเล็กและริมฝีปากแดงเป็นธรรมชาติรับกับจมูกโด่งรั้นอันทำให้เกิดความงามปานล่มเมือง
เมื่อเทียบดูแล้วผู้เป็นน้องมีความงดงามด้อยกว่าผู้เป็นพี่สาวอยู่สองส่วนแต่ดวงตาดอกท้อที่น่าหลงใหลนั้นช่างล่อลวงชวนให้หัวใจเต้นอยู่ไม่น้อย
ความงามของสองดรุณีน้อยแห่งตระกูลไป๋ที่จับจูงมือกันก้าวเข้าจวนทางด้านประตูใหญ่ทำให้ชาวบ้านที่เฝ้ามองอยู่ลืมงิ้วที่เกิดขึ้นไปชั่วขณะ ยิ่งรอยยิ้มของคุณหนูรองที่มีให้แก่น้องสาวยิ่งทำให้หัวใจเต้นแรงไม่หยุด
“ข้ามีคำตอบที่เจ้าเอ่ยถามทางสายตา”
ไป๋อวี้ปล่อยมือของไป๋ฮวาทันทีที่เดินเข้ามาในจวนจนลับสายตาของคนภายนอกแล้วทั้งสองมุ่งหน้าไปที่เรือนใหญ่แต่ไป๋อวี้หยุดเดินขณะที่พวกนางกำลังเดินอยู่ตรงทางเดินอันร่มรื่นของจวนแล้วเอ่ยกับไป๋ฮวาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
มือเรียวขาวโบกเล็กน้อยเป็นเชิงไล่สาวใช้ทั้งหมดออกจากบริเวณนี้ไป๋ฮวาเองก็พยักหน้าให้สาวใช้ของตนถอยร่นออกไปเช่นกัน ทั้งสองร่างยืนประจันหน้ากันโดยไร้รอยยิ้มหรือหน้ากากของความเสแสร้งอีกต่อไป
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร” ไป๋ฮวาที่อดทนอดกลั้นอยู่เอ่ยถามเสียงห้วน
“มีสิ่งหนึ่งที่พี่สาวเช่นข้าอยากจะสั่งสอนเจ้า”
“สิ่งใด”
“ในโลกนี้...”ไป๋อวี้สบตากับไป๋ฮวา “..ไม่มีความเท่าเทียมใดๆ ที่เจ้าเคยรู้จัก กำแพงของชนชั้นคือสิ่งที่เจ้าปีนข้ามมันไม่ได้ !”
“เจ้ารู้...” ไป๋ฮวาพึมพำแผ่วเบา
ไป๋อวี้รีบเอ่ยขัดความคิดในหัวของคนตรงหน้า“เจ้าคงโทษโชคชะตาว่าเพียงเกิดเป็นลูกอนุภรรยาแล้วเจ้าผิดอันใดใช่หรือไม่ ?”
“หึ!” ไป๋ฮวาเค้นเสียงเพียงสบตากันนางก็ถูกไป๋อวี้มองออกง่ายเช่นนั้นเลยหรือ
“เจ้าไม่ควรโทษที่โชคชะตาน้องสาวคนดีของข้า...” สองเท้าก้าวเข้าประชิดร่างของไป๋ฮวาที่ยืนนิ่ง ดวงตาหงส์จ้องมองผู้ฟังด้วยแววตาร้ายกาจไป๋อวี้เลื่อนใบหน้าเข้าใกล้ไป๋ฮวาแล้วกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น
“เจ้าควรโทษมารดาของเจ้าที่ให้กำเนิดเจ้าเพื่อต้องมารองรับสถานะเช่นนี้ต่างหาก ! ”
ไป๋ฮวาจ้องใบหน้าที่เลื่อนออกห่างด้วยแววตาของความโกรธ
ไป๋อวี้ยักไหล่แล้วมุ่งหน้าไปที่เรือนใหญ่โดยไม่สนใจสายตาโกรธแค้นนั่น
หากมารดาเจ้าไม่ยั่วยวนบิดาข้าเจ้าก็คงไม่ต้องเกิดมาเจอเรื่องเช่นนี้หรอกน้องสาวที่รัก !
.
.
.
“แท้จริงแล้วคุณหนูไป๋ฉลาดในเรื่องร้ายกาจแต่โง่งมในเรื่องดีงามนี่เอง”
ไป๋อวี้ที่เดินออกมาเพียงลำพังได้ไม่ไกลนักก็ถูกหยุดด้วยประโยคทิ่มแทงที่ไล่หลังตนเมื่อหันตัวกลับไปก็พบร่างสูงใหญ่ของบุรุษเพียงผู้เดียวที่กล้ากล่าวหาว่านางโง่งม
“ทะ...ท่าน!”
เป็นโอวหยางเฟยหลงที่อยู่ตรงหน้านางคล้ายว่าเขาอยู่ที่นี่นานแล้วและด้วยวรยุทธ์คงทำให้ร่างสูงได้ยินเรื่องที่นางเอ่ยกับไป๋ฮวาอย่างแน่นอน
“ถวายพระพรหวางเย่เพคะ” ตัวโง่งมรีบเก็บอาการตกตะลึงแล้วยอบตัวให้แบบที่ดูอย่างไรแล้วก็ไม่ค่อยเต็มใจนัก
โอวหยางเฟยหลงเกลียดชังการเข้าใกล้สตรีเพราะพวกนางล้วนมากมารยาเขาเบื่อกิริยามารยาทเรียบร้อยเขินอายที่ถูกปรุงแต่งมาแบบที่หาดูได้ง่ายในหมู่สตรีชนชั้นสูงเขาจึงไม่ใคร่เข้าใกล้สตรีใดจนเป็นที่เลื่องลือ เพราะพวกนางช่างคล้ายพระมารดาของเขายิ่ง...
หากว่ากันตามตรงแล้วโอวหยางเฟยหลงเคยพบไป๋อวี้มาแล้วบ่อยครั้งแม้ไม่ได้พูดคุยใกล้ชิดกันแต่เขารู้ดีว่านางไม่ต่างจากสตรีชนชั้นสูงผู้อื่น แต่ครั้งที่บาดเจ็บจนต้องพึ่งพามนตราของนางทำให้เขาเห็นความเป็นธรรมชาติบางอย่างของนางและทำให้มังกรดำเกิดสนใจน้องสาวของสหายจนมองข้ามเรื่องมารยาเล็กน้อยนั้นได้
แต่ไม่คิดว่าไป๋อวี้ผู้นี้จะมีด้านที่ร้ายกาจทั้งยังใช้กับน้องสาวของตนเช่นนั้นผู้สูงศักดิ์ที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดจึงแกล้งนิ่งเงียบและปล่อยให้นางยอบตัวอยู่เช่นนั้น
สตรีร้ายกาจควรได้รับการสั่งสอน
“ไป๋อวี้ถวายพระพรหวางเย่เพคะ” นางร้ายสาวเอ่ยอีกครั้งเผื่อว่าเขาจะสนใจบอกให้นางลุกขึ้นเสียที เหตุใดนางจะไม้รู้ว่าโอวหยางเฟยหลงกำลังแกล้งนาง
“...”
“...”
“ลุกขึ้นเถอะ”น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่กลับแฝงแววดุดันเอาไว้
โกรธอันใดนางอีก !
“อวี้เอ๋อร์ขอบังอาจถามว่าหวางเย่เสด็จมาทำอันใดที่จวนนี้เพคะ”ไป๋อวี้เลือกแทนตัวด้วยชื่อให้ดูน่ารักอ่อนหวานเผื่อมังกรดำผู้นี้จะลดบรรยากาศมืดดำรอบตัวลงไปบ้างแต่คำตอบที่นางได้รับกลับทำให้โฉมงามถึงกับอ้าปากค้าง
“เปิ่นหวางมาฝึกเย็บผ้า”
--- จบตอน ---
E-Book >> https://joo.gl/vnW56T
สนใจรูปเล่มหรือพูดคุยกับนักเขียน
Facebook: หงเฟย 弘飛
Twitter: @hongfei_writer
#นางร้ายสายสวย #หงเฟยคนสวน
-------------