ตอนที่ 3 (2)
บ่ายวันนั้นท้องฟ้ามืดครึ้ม ฝนจะตกมิตกแหล่จนชวนหงุดหงิด ตู้เจี้ยนโยวกำลังคิดจะไปห้องน้ำหลังจบคาบเรียน เขามักชินกับการไปห้องน้ำที่อยู่ไกลจากอาคารหลัก ที่นั่นคนน้อยและค่อนข้างสะอาด แต่คิดไม่ถึงว่าจะเจอเข้ากับนักเรียน ม.6 อีกสองสามคนที่ชอบมาหาเื่กันกำลังหลบอยู่ในนั้นเพื่อสูบบุหรี่ พอตู้เจี้ยนโยวเห็นว่ามีคนอยู่ข้างใน เดิมทีเตรียมจะหันหลังเดินกลับ คาดไม่ถึงว่าคนกลุ่มนั้นไม่คิดปล่อยเขาไป พวกนั้นดึงตู้เจี้ยนโยวที่อยู่หน้าประตูห้องน้ำไว้ ฉุดกระชากไปด้านใน พูดจาเสียดสี
หัวหน้าแก๊งเด็กอันธพาลพูดว่า “รุ่นน้อง ทำไมเห็นพวกเราก็จะไปเลยล่ะ ไม่ใช่ว่าอยากเข้าห้องน้ำเหรอ ไปเข้าสิ”
ตู้เจี้ยนโยวตอบ “ผมไม่เข้าแล้ว ใกล้เริ่มเรียนแล้ว ผมอยากกลับห้อง”
เด็กอันธพาลพูดอีกว่า “แบบนี้ได้ที่ไหน กลั้นฉี่ไม่ดีต่อร่างกายนะ! หรือเห็นพวกเราแล้วอายงั้นเหรอ”
เ้าแว่น “อย่าอายเลยน่า! ผู้ชายด้วยกันทั้งนั้น จะอายอะไร”
เ้าอ้วนดำ “พวกเราเป็ผู้ชาย หมอนี่ไม่ใช่ คงจะเป็ผู้หญิงล่ะมั้ง” แถมยังทำมือจีบนิ้ว
ตู้เจี้ยนโยว “...”
ทุกคนหัวเราะครืน
เด็กอันธพาลแสร้งทำเป็สงสัย “จริงเหรอเนี่ย หมอนี่เป็ผู้หญิงงั้นเหรอ! โรงเรียนชายล้วนของเราจะไปมีผู้หญิงได้ยังไง เื่พรรค์นี้พวกแกอย่าพูดพล่อยๆ ฉันว่าต้องตรวจดูให้ถี่ถ้วนสักหน่อยถึงจะได้” คนกลุ่มนั้นล้อมตู้เจี้ยนโยวโดยมีเด็กอันธพาลเป็คนนำ จากนั้นแสร้งทำท่าว่าจะเข้ามาลูบ
ตู้เจี้ยนโยวโพล่งถามอย่างตื่นตระหนก “จะทำอะไรน่ะ” ใจนเสียงสั่นและสูงขึ้นมาถึงระดับแปด
เ้าแว่น “ไม่ได้จะทำอะไร แค่อยากตรวจดูเท่านั้นเองว่านายเป็รุ่นน้องชายหรือรุ่นน้องหญิงกันแน่” หมอนั่นหัวเราะพร้อมกับยื่นมือมาจะคว้าตัวเขา
ตู้เจี้ยนโยวเบี่ยงหลบ ทว่าถูกอีกคนขวางและผลักกลับมา ออดเข้าเรียนดังขึ้นแล้ว แต่เขายังคงเอาตัวเองออกมาไม่ได้ ตู้เจี้ยนโยวคิดอย่างร้อนใจ ไม่รู้จะมีใครเอะใจว่าเขาไม่ได้กลับห้องเรียนและออกมาตามหาหรือเปล่า อืม โอกาสริบหรี่
ตู้เจี้ยนโยวถูกคนสามสี่คนล้อมไว้ตรงกลางและผลักไปผลักมาจนสะดุด แต่มีคนหนึ่งยื่นมือมาจับเอวกางเกงของเขาแล้วแกล้งทำเหมือนจะดึงลง ทำเอาตู้เจี้ยนโยวขอบตาแดง “ไม่เอา อย่าทำแบบนี้ ปล่อยผมไปเถอะ เข้าเรียนแล้ว ปล่อยผมกลับไป”
เ้าอ้วนดำ “อย่าอายไปเลยน่า! มานี่ พวกเราจะช่วยระบุว่ามันมีปัญหาที่ตรงไหนกันแน่” เสียงหัวเราะก๊ากดังขึ้นอีกระลอก
ตู้เจี้ยนโยวเห็นว่าคนน้อยย่อมไม่อาจสู้คนมาก ก็ได้! ตอนนั้นต่อให้สู้ตัวต่อตัวเขาก็สู้อีกฝ่ายไม่ได้ ตู้เจี้ยนโยวรู้สึกว่าอีกฝ่ายใกล้จะดึงกางเกงของตนลงมาแล้วจริงๆ ภายใต้สถานการณ์ที่สิ้นหวังนี้ เขาพลันหมอบลง และด้วยร่างกายที่โงนเงนจึงตัดสินใจนั่งกับพื้นไปเลยให้รู้แล้วรู้รอด
ชั่วเวลานี้เอง เด็กอันธพาลที่เป็หัวหน้าสาวเท้าเข้ามา คว้าผมของตู้เจี้ยนโยว บังคับให้เชิดหน้าขึ้นแล้วจับหันเข้าหาเป้าของตน ตู้เจี้ยนโยวเบิกตาโตด้วยความใ เงยหน้ามองอีกฝ่าย
เด็กอันธพาลเอียงคอ ยิ้มให้ตู้เจี้ยนโยวพร้อมยักคิ้ว แถมยังขยับสะโพกเข้าหาสองทีอย่างมุ่งร้าย เกือบกระแทกโดนหน้าอยู่แล้ว ทว่าเขาเกร็งคอและรีบถอยห่างเพื่อรักษาระยะ แทบจะร้องไห้ด้วยตาแดงๆ นั่น เขาด่าอย่างขยะแขยง “โรคจิต พวกแกมันโรคจิต”
เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกระลอก มีคนเลียนน้ำเสียงของเขาอย่างเย้ยหยัน “โรคจิต...โรคจิต...รู้รึเปล่าว่าคนอย่างแกต่างหากถึงเรียกว่าโรคจิตน่ะ ไอ้กะเทย ไอ้ตุ๊ด แกชอบผู้ชายเหมือนผู้หญิงใช่ไหมล่ะ เคยโดนขี่มาก่อนรึเปล่า อยากลองดูหน่อยไหม” กลุ่มนักเรียนมัธยมปลาย อันที่จริงก็ยังคงโง่เขลาเบาปัญญา ดูหนังไม่กี่เื่ก็อยากลองเล่นเป็อันธพาล คำสกปรกที่ปากพ่นออกมานั้นจริงๆ แล้วตัวเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังพูดจาไร้สาระอะไรอยู่ ตอนแรกเป็แค่กลุ่มที่รวมตัวกันเพื่อแกล้งเขาเท่านั้น แต่กลับกลายเป็ว่ายิ่งพูดยิ่งไม่มีอะไรมาหยุดปากได้
ตู้เจี้ยนโยวตัวแข็งทื่อ สองมือจับเอวกางเกงไว้แน่น หลับตาลงอย่างสิ้นหวัง เป็ครั้งแรกที่ได้ยินถ้อยคำดูถูกขนาดนี้ เขาโกรธจนตัวสั่น ใกล้จะหายใจไม่ออกแล้ว
และท่ามกลางเสียงหัวเราะเย้ยหยันของคนกลุ่มนี้เอง จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงดังปึง พวกเด็กอันธพาลใ แม้แต่ตู้เจี้ยนโยวก็ลืมตาดูว่าเกิดอะไรขึ้น
เห็นเพียงประตูห้องน้ำด้านในสุดถูกผลักออกเต็มแรง ก่อนที่คนคนหนึ่งจะเดินออกมา อีกฝ่ายเดินไปทาง...อ่างล้างมือที่อยู่ข้างๆ พวกเขาอย่างหมดความอดทน จากนั้นเปิดน้ำและล้างมือ
“อยากขี้เงียบๆ สักหน่อยยังทำไม่ได้ เสียงดังฉิบหาย”
ตอนนี้เด็กอันธพาลปล่อยผมของตู้เจี้ยนโยวแล้ว ก่อนจะเอ่ยตอบฝ่ายตรงข้ามด้วยท่าทีกระอักกระอ่วนว่า “อันจื่อ”
อันจื่อ อันจื่อเฉิง นักเรียน ม.5 ตู้เจี้ยนโยวเคยได้ยินชื่อมาก่อน อีกฝ่ายเป็บุคคลที่มีอิทธิพลห้าอันดับแรกของชั้นปีและอยู่ในทีมบาสเกตบอลของโรงเรียน ซึ่งเป็นักเรียนที่มีความประพฤติดีและเรียนเก่งที่คนเขาเล่าลือกันนั่นเอง แต่ไม่รู้ว่าทำไมนักเลงกลุ่มนี้ถึงมีท่าทางหวาดกลัวอีกฝ่ายหน่อยๆ
ตู้เจี้ยนโยวไม่รู้ แต่เด็กอันธพาลรู้ ตอนที่อันจื่อเฉิงเพิ่งเข้าโรงเรียนนี้ เด็กอันธพาลเคยหาเื่เ้าตัว ส่วนเหตุผลน่ะเหรอ มีเหตุผลที่ไหนกัน ก็อาจเหมือนการมาหาเื่ตู้เจี้ยนโยวในตอนนี้นั่นแหละ เห็นว่าคนเขาหน้าขาวผ่องดูสุภาพเรียบร้อยก็รู้สึกว่าน่าแกล้งละนะ! แต่ตอนนั้นดันไม่รู้ว่าพ่อของอันจื่อเฉิงเป็ครูสอนศิลปะการต่อสู้คาราเต้ เ้าตัวเรียนการชกจากพ่อมาั้แ่อายุสี่ขวบ ทักษะคาราเต้สิบกว่าปีไม่ใช่แค่คำคุย ตอนนั้นสู้หนึ่งต่อหก แค่ไม่นานก็จัดการจนทุกคนนอนแผ่หมดแล้ว เดิมทีเด็กอันธพาลยังไม่ยอม คิดจะลากพี่ชายตัวเองที่เรียนคาราเต้มาเหมือนกันไปช่วยแก้แค้นแทน ทว่าพอพูดไปกลับถูกพี่ชายซ้ำเข้าให้อีกที ที่แท้พ่อของอันจื่อเฉิงก็คือครูสอนคาราเต้ที่พี่ชายเรียนด้วย เนื่องจากพี่ชายเข้าสำนักช้าจึงยังต้องเรียกอันจื่อเฉิงว่ารุ่นพี่ด้วยซ้ำ พี่ชายเด็กอันธพาลเลยต้องลากตัวต้นเหตุมาขอโทษถึงบ้าน นับจากนั้นเมื่อเ้าเด็กอันธพาลเห็นอันจื่อเฉิงก็จะเลี่ยงเดินอ้อมไปอีกทาง