“อารักครับกางเกงๆๆๆ” เสียงร้องบอกพร้อมกับมือเล็กๆ ที่พยายามยกกางเกงขายาวตัวใหญ่สายไปมาเรียกรอยยิ้มให้คนมองอย่างเอ็นดู
“เอาใส่ตะกร้านี้เลยค่ะน้องจันทร์” ว่าแล้วก็หยิบตะกร้าให้เด็กชายใส่แต่ด้วยความที่ตัวเล็กและกางเกงตัวใหญ่เลยยกชายกางเกงให้สูงลงตะกร้าไม่ได้ทั้งที่เขย่งแล้วเขย่งอีกเป็เื่ให้แฝดผู้พี่ต้องมาจับขากางเกงใส่ลงตะกร้าให้ก่อนจะปล่อยกางเกงทั้งตัวลงตะกร้า มองดูแล้วคงจะเหนื่อยไม่น้อยเพราะหน้าขาวๆ ของเด็กชายขึ้นสีแดงระเรือง คนมองเลยอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปจับแก้มแดงๆ นั้น เรียกเสียงหัวเราะจากเด็กชายอย่างชอบใจเพราะรู้สึกจั๊กจี้
“อารักเสื้อตัวนี้ละครับ” คำถามของขุนอินทร์เรียกให้รักละจากแก้มแดงๆ หันมาสนใจสิ่งที่เด็กชายอีกคนถาม
“เสื้อสีเอาใส่ตะกร้านี้นะคะ” บอกทั้งตบมือลงบนตะกร้าที่อยู่ข้างตัว ทำให้ขุนอินทร์ยกเสื้อลงมาใส่ทั้งยังหยิบตัวอื่นๆ ที่เป็เสื้อสีใส่ลงไปด้วย แฝดน้องเมื่อเห็นแฝดพี่ทำก็อยากทำบ้างเลยตั้งใจมาช่วยแต่สายตาดวงน้อยก็เหลือบไปเห็นกางเกงชิ้นน้อยๆ สีขาวเลยหยิบขึ้นมาดูปรากฏว่า
“อารักดูๆ ลิงพ่อตัวใหญ๊ใหญ่” ว่าทั้งยกกางออกให้ดูทำเอาคนเป็พี่เลี้ยงใ
“น้องจันทร์!” มือขาวรีบไปแย่งจากมือของเด็กแสบทันที ให้ตายเถอะแค่เห็นสติของรักก็แถบจะหลุดลอยไปไกล หัวใจเต้นเร็วยิ่งกว่าไปวิ่งมาเสียอีกก็แค่ชั้นในของอีกคนทำไมเขาต้องใจเต้นขนาดนี้กันรู้สึกหน้าร้อนแปลกๆ
“อารักทำไมหน้าแด๊งแดงงงงงงง” ขุนอินทร์ว่าเสียงยาวเล่นเอาอารักของเขาสะดุ้งขึ้นมาอีกครั้งมือขาวยกขึ้นจับหน้าตัวเองอย่างลืมตัว สองพี่น้องฝาแฝดมองอารักอย่างงงๆ อารักของเขาเป็อะไรแล้วทำไมต้องเอาลิงพ่อไปแปะหน้าด้วยพี่อินทร์น้องจันทร์ไม่เข้าใจ
“ว๊าย!” เสียงร้องดังลั่นออกจากปากของรักทำเอาสองแสบที่มองอยู่สะดุ้งโหย่งแต่สายตาจับจ้องไปที่สิ่งของในมืออารักที่ถูกเ้าตัวโยนออกไปไกลก่อนจะหันกลับมามองอารักอีกครั้งมือเล็กๆ ยกขึ้นเกาหัวแกรกๆ ดวงตาเล็กสองดวงหันมาสบตากันเป็อันรู้กัน
อารักคงเหม็นลิงพ่อ
“เอ่อ เอ่อ...” กว่าจะเรียกสติตัวเองกลับมาได้ก็เล่นไปเสียหลายนาทีมองสองแสบแล้วต้องยกมือกุมขมับขุนอินทร์ขุนจันทร์จะคิดไงกัน
“อารักเป็อะไรคร๊าบบบ” ขุนจันทร์ถามขึ้นมาอย่างสงสัย
“เอ่อ อารักไม่ได้เป็อะไรเรามาแยกผ้ากันต่อดีกว่าค่ะ” ตอบปัดไปแล้วหันมาช่วยเด็กทั้งสองแยกผ้ากันต่อ เธอไม่ได้บ้าพอที่จะบอกว่าสติหลุดเพราะเห็นชั้นในของพ่อเด็กทั้งสอง แถมยังเอามาแนบหน้าอีกถึงจะไม่ได้ตั้งใจก็เถอะพอนึกแล้วอยากจะมุดดินหนีใครรู้นี้อายยันชาติหน้า ไอ้รักนะไอ้รักทำไมแกมันประสาทขนาดนี้ ว่าแล้วก็อดยกมือมาทึ่งหัวตัวเองไม่ได้แต่เหมือนมันจะเป็การกระทำที่ไม่ควรเพราะสองแสบยิ่งมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ เข้าไปอีก พอๆๆ หลังจากพยายามสู้รบปรบมือกับความคิดตัวเองไปพักใหญ่ก็ดึงตัวเองกลับมาให้เป็ปกติถึงแม้ในใจจะยังปั่นป่วนอยู่ก็ตาม
“ต่อไปก็เสื้อผ้าของพี่อินทร์กับน้องจันทร์เอามาแยกเลยค่ะ”
ทั้งสามใช่เวลากับการแยกผ้าอยู่พักใหญ่ซึ่งส่วนใหญ่ก็เสียเวลากับการเล่นของสองแสบรักไม่ได้ว่าอะไรทำไปเล่นไปดีแล้วสองแสบได้รู้สึกสนุกกับการทำงาน
“เสร็จเรียบร้อยเราเอาผ้าไปซักกันดีกว่าค่ะปานี้ป้าอุ่นคงเตรียมน้ำไว้เรียบร้อยแล้ว” บอกทั้งหยิบตะกร้าผ้าขาวขึ้นมาถือไว้แล้วส่งตะกร้าชั้นในให้สองแสบถือเพราะตะกร้าเล็กกว่าเพื่อน รักมองดูเด็กทั้งสองที่ช่วยถือตะกร้าคนละข้างแล้วอดยิ้มไม่ได้ช่วยประคองกันใหญ่เลยทั้งที่ตะกร้าใบเล็กนิดเดียว ก่อนลงบันไดรักไม่ลืมทีจะแย่งตะกร้าจากสองแสบมาเพราะกลัวว่าจะเดินลำบากดีไม่ดีพลาดท่าตกบันไดแล้วคงจะแย่
“โอ๊ย!” เสียงร้องดังลั่นมาจากหลังบ้านทำให้รักหยุดชะงักก่อนจะนึกได้ว่าเป็ป้าอุ่นเลยรีบวิ่งไปหลังบ้านทันทีสองแสบก็วิ่งตามเธอมาติดๆ พอมาถึงได้ตะกร้าในมือรักแทบหลุดลอยรีบวิ่งไปดูร่างของหญิงสาวที่นอนโอดครวญอยู่บนพื้นอย่างใ
“ป้าอุ่น!” รักเรียกหญิงสาวอย่างตกก่อนจะรีบประคองร่างท่วมขึ้นแต่ทันทีที่จับเสียงร้องเ็ปก็ดังขึ้นจนทำให้รักษ์ไม่กล้าจับกลัวว่าจะไปโดนจุดที่ป้าอุ่นาเ็
“ยายอุ่น!” สองแสบที่พึ่งเดินมาถึงก็รีบถลาเข้ามาดูอย่างใ
“ป้าอุ่นๆ เป็ยังไงบ้างค่ะเจ็บตรงไหน” รักถามขึ้นมาอย่างร้อนรนรู้สึกทำอะไรไม่ค่อยถูก
“โอ๊ย ที่แขนกับขาค่ะคุณรัก โอ๊ย” หญิงสาวบอกทั้งร้องโอดโอย
“ปะ ป้า ลุกไหวไหมครับมารักช่วย” ว่าแล้วก็เข้าไปช่วยพยุงแต่ก็ไม่เป็ผลเพราะป้าอุ่นเจ็บข้อเท้าแรงมากไหนจะที่แขนอีกแค่ขยับนิดก็เจ็บจนร้องเสียงดัง รักรู้สึกวุ่นวายใจมากเป็ห่วงก็เป็ห่วงแต่กลับช่วยอะไรไม่ได้เขาจะทำยังไงดีคิดไม่ตกจริงหันไปมองสองแสบก็เห็นนั่งดูยายอุ่นทั้งร้องไห้ไปด้วย
“จริงสิ พี่อินทร์น้องจันทร์ดูป้าอุ่นไว้นะอารักโทรบอกคุณพ่อก่อน” ว่าจบก็รีบวิ่งเข้าไปในบ้านหาโทรศัพท์ทันทีรนจนกดผิดกดถูกกว่าจะโทรออกได้ก็เสียเวลาเป็นาที เสียงรอสายยิ่งทำให้รักอยู่ไม่ติดทำไมไม่รับสักทีนะความกังวลทำให้น้ำตามันตีตื้นขึ้นมา รออยู่ครู่ใหญ่ปลายสายก็รับ
“คุณลมๆ” รักรีบกรอกเสียงเรียกทันทีทั้งที่อีกฝ่ายยังไม่ทันขานรับ
“ว่าไง” เสียงตอบรับจากปลายสายแทรกขึ้นมา
“ป้าอุ่นๆ ช่วยป้าอุ่นด้วย ฮึก” รักร้องบอกทั้งสะอื้นแค่อีกคนรับน้ำตาเขาก็ไหลจิตใจร้อนรนไปหมด
“เธอใจเย็นๆ มีเื่อะไร” ปลายสายบอกเมื่ออีกคนพูดไม่รู้เื่
“ป้าอุ่น ฮึก หกล่ม คุณรีบมาบ้านเร็ว กะ แกขยับไม่ค่อยได้เลย ฮึก” เสียงสั่นๆ ร้องบอกด้วยแรงสะอื้นแรงขึ้น
“ห่ะ! ใจเย็นๆ เดี๋ยวฉันรีบไป”
“คุณรีบมานะ ฮึก” ปลายสายตอบรับมานิดหน่อยก็วางไปรักเลยรีบเดินกลับไปหลังบ้านอีกครั้งเพื่อดูป้าอุ่น
“อารักยายอุ่นเจ็บ ฮึก” ขุนจันทร์บอกทั้งชี้ไปทางป้าอุ่นที่นอนอยู่บนพื้นทั้งน้ำตาข้างๆ มีขุนอินทร์ยืนร้องอยู่ด้วย
“ค่ะๆ ยายอุ่นเจ็บ ไม่ร้องนะมาดูยายอุ่นดีกว่าเดี๋ยวคุณพ่อมานะคะ ป้าอุ่นเป็ยังไงบ้างค่ะอดทนอีกนิดนะคพคุณลมกำลังมา” ทั้งสามนั่งมองดูคนเจ็บอย่างสงสารรักคอยพัดลมและส่งยาหอมให้ไม่ขาด ทำไมลมเลถึงไม่มาสักที
“ป้าไม่เป็อะไรมากค่ะ แค่เจ็บแขนกับขานิดหน่อยเอง” หญิงสาวร้องบอกเพราะไม่อยากให้ทั้งสามคนเป็กังวลไปมากกว่านี้ถึงตนเองจะเจ็บมากก็ตามแค่เห็นทั้งสามพร้อมใจกันร้องไห้คนแก่อย่างเธออดเสียใจไม่ได้
“ไม่ต้องมาหลอกหนูเลย” รักบอกเสียงงอนจนคนเจ็บถึงกับยิ้มออกมาทั้งยังเจ็บ
“รัก” เสียงเรียกดังจนรักต้องมองก่อนจะยิ้มออกมาอย่างดีใจ
“คุณลม”
“ป้าเป็ยังไงบ้างครับ ไปโรงบาลกันครับ” ว่าจบก็รีบช้อนตัวคนเจ็บขึ้นแต่ต้องชักเมื่อคนเจ็บร้องเสียเสียงดังทำให้รู้ว่าตรงไหนไม่ควรจับ ลมเลค่อยๆ อุ้มร่างท้วมอย่างระวังก่อนจะพาไปยังรถที่จอดอยู่หน้าบ้าน รักเองก็รู้งานเปิดประตูรถรอเรียบร้อยลมเลค่อยๆ วางร่างคนเจ็บลงบนเบาะหลังอย่างระวัง
“อยู่นี้นะ” ลมเลบอกกับรักที่ยืนอยู่ใกล้ๆ โดยมีสองแสบเกาะเอวอยู่คนละข้าง “ไม่ต้องเป็ห่วง” บอกทั้งยกมือลูบผมนิ่มรักพยักหน้ารับด้วยสีหน้าที่ดีขึ้น เมื่อเห็นว่าอีกคนโอเคลมเลก็รีบตรงไปโรงพยาบาลทันที
ลมเลอยู่โรงพยาบาลนานหลายชั่วโมงกว่าจะเคลียร์ทุกอย่างเสร็จก็ปาไปเกือบเย็นก่อนจะขับรถกลับบ้านเมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรต้องเป็ห่วงแล้ว พอเสร็จเื่ก็ทำให้นึกถึงคนที่บ้านปานี้คงนั่งไม่ติดเลยรีบขับรถกลับ
“คุณลม” เมื่อเดินเข้าบ้านมารักก็เรียกขึ้นรีบวิ่งมาทางเขาทันที “ป้าอุ่นเป็ยังไงบ้างค่ะ”
“ปลอดภัยแล้ว” บอกทั้งเดินมานั่งที่โซฟาเพราะรู้สึกเพลีย รักเมื่อเห็นอย่างนั้นก็รีบไปหาน้ำเย็นมาหาอีกคนได้รู้สึกดีขึ้น
“แกเป็อะไรมากไหมค่ะ” วางแก้วน้ำลงก็ถามไถ่ถึงอาการของหญิงสาวด้วยความเป็ห่วง
“แขนหัก ข้อเท้าแพลงนอกนั้นไม่เป็อะไร” จิบน้ำไปอึกใหญ่ก่อนจะบอกความ
“ขะ แขนหักเลยหรือค่ะ คงเจ็บหน้าดูเลย” รักว่าด้วยสีหน้าเป็ห่วง ป้าอุ่นอายุมากแล้วแขนหักแบบนี้กว่าจะหายคงต้องใช้เวลานานกว่าปกติคิดแล้วอดเป็ห่วงไม่ได้
“ก็นะ แต่ตอนนี้แกดีขึ้นแล้วเลิกทำหน้าแบบนั้นสักที” ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อยู่ได้ ให้ตายเถอะเขาไม่ชอบจริงๆที่รักทำหน้าแบบนี้มันทำให้รู้สึกเป็ห่วง
“ค่ะ พรุ่งนี้ฉันไปเยี่ยมแกได้ไหม”
“ได้สิเดี๋ยวไปพร้อมกัน แล้วนี้สองแสบไปไหน” ถามหาลูกชายที่ั้แ่มาถึงยังไม่เห็นหน้า
“อาบน้ำอยู่ข้างบนนะคะเดี๋ยวคงลงมา”
“อืม” เกิดความเงียบขึ้นเมื่อไม่รู้ว่าจะคุยเื่อะไรอีกทั้งที่ทั้งสองต่างอยากคุยด้วยกันแท้ๆ แต่กลับไม่รู้ว่าจะชวนอีกฝ่ายคุยอะไรดีทำให้รู้สึกอึดอัดแปลกๆ
“เอ่อ อย่างนั้นฉันขอตัวไปทำอาหารเย็นก่อนนะคะ” ว่าจบก็รีบลุกขึ้นเดินทันทีและด้วยความรีบร้อนรักสะดุดเท้าตัวเองจนเสียหลัก ใจนต้องหลับตาสนิทยอมรับความเจ็บที่จะได้รับแต่ก่อนที่ร่างกายจะตกถึงพื้นก็มีมือหนารั้งไว้แล้วกระชากเข้าหาตัวแต่เหมือนจะออกแรงมากไปหน่อยทำให้รักกระแทกเข้ากับอกอีกคนอย่างจังจนร่างสูงเสียหลักลงไปนั่งบนโซฟาโดยมีร่างของรักตามติดมาด้วย ยามที่สายตาทั้งสองสบกันราวกับทั้งโลกหยุดนิ่ง ััได้เพียงลมหายใจที่รดหน้าอยู่ในระยะประชิด ราวกับมีแรงดึงดูดบางอย่างให้ทั้งสองต้องเลื่อนใบหน้าเข้าหาอย่างลืมตัว ความมัวเมาที่เกิดขึ้นส่งผลให้ทั้งสองตกอยู่ในห้วงของความรู้สึกและปล่อยให้มันนำพาไป ปากหนาค่อยๆ แตะลงบนปากอิ่มอย่างแ่เบาค่อยๆซึมซับความรู้สึก รสชาติที่ได้ลิ่มลองมันหอมหวานจนอดไม่ได้ที่อยากลิ่มลองมากว่านี้ ปากหนาค่อยๆ กดหนักขึ้นก่อนจะดูดรั้งกลีบปากอิ่มอย่าง้า ลิ้นร้อนไล่วนกลีบปากไปทั่วก่อนจะค่อยๆ แทรกผ่านกลีบปากอิ่มเข้ามา
“พ่อ!” เสียงร้องเรียกปลุกให้ทั้งคู่ต้องหลุดจากภวังค์ลิ้นร้อนที่แทรกค้างไว้ถอยออกอย่างเสียดายพร้อมกับร่างของคน้าดีดออกรวดเร็วราวกับโดนของร้อนสติที่หลุดลอยกับมาอีกครั้ง
“อะไรของพวกเอ็ง เสียงดัง” ลมเลเอ็ดขึ้นเมื่อตั้งสติได้พยายามทำท่านิ่งทั้งที่ใจเต้นแรงไม่หยุด ต่างกับอีกคนที่ยืนตัวแข็งหน้าแดงแถมยังหลบหน้าเขาอีก
“พ่อกัดปากอารักทำไม” ขุนอินทร์ว่าทำเอาเ้าของชื่อสะดุ้งใจที่เต้นแรงอยู่แล้วเหมือนยิ่งทำงานหนักขึ้นไปอีกอยากจะพูดอะไรสักอย่างแต่มันหาคำพูดไม่เจอ
“พ่อนิสัยไม่ดีทำอารัก ดูๆปากบวมเลย” ขุนจันทร์บ่นคนเป็พ่อก่อนจะเดินเข้ามากอดอารักของเขา
“เอ่อ เอ่อ” รักพยายามจะพูดแต่ไม่รู้จะพูดอะไรมันตื้อไปหมด สติกลับมาสติ
“หึหึ ใครว่าพ่อกัด” ลมเลพูดทั้งเหล่มองรักอย่างเ้าเล่ห์ “พ่อชิมต่างหาก หวานดี หึหึ” ว่าจบก็รีบลุกขึ้นเดินหนีมาทันทีเื่ไรจะอยู่ให้อีกคนรู้ว่าเขาก็เขินเหมือนกันแค่นี้ก็เก๊กจะแย่อยู่แล้ว แต่มันก็หวานจริงๆนั้นแหละหอมมากด้วย หึหึ
“คุณลม!”
.........................................................................
มาแว้ววววว มาต่อกันเลยยยย อ่านให้สนุกนะคะ รักทุกคนนนนนนนนนนนนนนนนน
ตอนนี้ก็เรื่อยๆๆๆๆ หรือเปล่า ใครชอบโปรดบอกมาาาาาาา