มู่เสวี่ยหลินมองหัวไชเท้าในมือด้วยความสับสน มันเป็หัวไชเท้าไม่สิควรเรียกว่าโสมมากกว่า เด็กสาวไม่เข้าใจว่าเหตุใดถึงมีโสมอยู่ในแปรงหัวไชเท้าได้ เห็นได้ชัดว่าใบของมันคือใบหัวไชเท้าแต่ตัวมันกลับ...
ย้อนกลับไปเมื่อครึ่งชั่วยามก่อน หลังจากได้เห็นผักมากมายในลานบ้านของศิษย์พี่ มู่เสวี่ยหลินก็เกิดอยากกินขึ้นมา ด้วยพลังนางในยามนี้ไม่จำเป็ต้องกินอาหาร แต่ทว่าบางครั้งนางก็จะกินเพื่อสนองความยากอย่างเช่นครั้งนี้
มู่เสวี่ยหลินใช้ใบหยกส่งข้อความไปหาศิษย์พี่กระต่ายเพื่อขอผัก ซึ่งอีกฝ่ายก็ตอบกลับมาว่าเก็บได้ตามสบาย
เมื่อได้รับอนุญาตจากศิษย์พี่ มู่เสวี่ยหลินจึงเดินไปเก็บผักแต่ละชนิดมาอย่างละนิดจนมาถึงแปรงแครอท นางก็คิดว่าจะเก็บไปมากหน่อยเพราะจะเอาไปดองด้วย โดยเฉพาะหัวไซร้เท้าที่เป็ของโปรดของนาง
แครอทของศิษย์พี่กระต่ายนั้นทั้งหัวใหญ่และอวบอ้วน มู่เสวี่ยหลินต้องใช้สองมือช่วยจึงสามารถดึงมันขึ้นมา เด็กสาวมองแครอทลูกใหญ่ด้วยดวงตาเป็ประกาย ในหัวนางยามนี้กำลังนึกถึงเมนูอร่อยๆมากมายที่ทำจากแครอท
“ไม่รู้ว่าศิษย์พี่ห้าจะชอบแครอทดองไหม” มู่เสวี่ยหลินพึมพำพร้อมกับเก็บแครอทต่อ
หลังจากเก็บได้จนพอแล้ว มู่เสวี่ยหลินก็เดินตรงไปยังแปรงหัวไชเท้า เมื่อมองดูใบหัวไชเท้าที่อวบอ้วนและชุ่มฉ่ำไปด้วยหยดน้ำ นางก็อดคิดไม่ได้ว่าศิษย์กระต่ายช่างสมกับที่เป็กระต่าย เขาทำฟาร์มเก่งมากจริงๆ
สวีหลิงเหยียน: …..??
หัวไชเท้ามีขนาดใหญ่พอๆกับแครอท มันขาวและอวบอ้วนดูน่าอร่อยเอามากๆ มู่เสวี่ยหลินเก็บไปก็กลืนน้ำลายไป ตอนนี้นางคิดถึงหัวไชเท้าหวานกรอบยิ่งนัก สองมือก็เคลื่อนไหวเร็วขึ้นเมื่อนึกถึงของอร่อย
มู่เสวี่ยหลินเก็บหัวไชเท้าอย่างมีความสุขจนกระทั่งมาถึงลูกสุดท้าย สองมือน้อยจับใบแล้วใช้แรงดึงมันขึ้นมา อย่างไรก็ตามเมื่อนางได้เห็นรูปร่างของหัวไชเท้าลูกนี้นางก็พูดไม่ออก
หัวไชเท้ามีรูปร่างคล้ายคนยิ่งนัก ยิ่งมองมู่เสวี่ยหลินก็ยิ่งประหลาดใจเพราะว่ามันมีสีขาวเหมือนกับหัวไชเท้า แต่ทว่ามันกลับเป็โสม ์ศิษย์พี่กระต่ายของนางสามารถปลูกหัวไชเท้าให้กลายเป็โสมได้จริงๆ
สวีหลิงเหยียนที่ไม่รู้เื่: ….??
“ในเมื่อศิษย์พี่บอกว่าเก็บได้งั้นก็ไม่น่าจะมีปัญหาละมั้ง”
มู่เสวี่ยหลินเก็บโสมลงแหวนแล้วเดินกลับ เรือนพักของศิษย์พี่เองก็เหมือนกับของนางที่มีสองชั้น ชั้นล่างมีห้องโถง ห้องรับแขก ห้องปรุงยาและห้องน้ำ ส่วนชั้นบนเป็ห้องนอน
เด็กสาวเดินตรงไปห้องปรุงยา เพราะที่นี่ไม่มีห้องครัวดังนั้นห้องที่มีไฟจึงมีแค่ห้องปรุงยา มู่เสวี่ยหลินยกเตาหลอมออกมา จากนั้นก็หยิบพวกเครื่องครัวออกมาจากมิติ
มิตินี้นางได้มาในระหว่างไปรับอุปกรณ์การเรียน แค่กๆ รับดาบ ซึ่งนางก็ไม่เคยรับรู้ถึงการมีอยู่ของมันเลยจนกระทั่งเืของนางหยดลงบนสร้อยคอ จากนั้นนางก็ได้มิติที่เต็มไปด้วยอาหารมา
จะว่าไปแล้วสร้อยคอเส้นนี้ก็ติดตัวนางมาั้แ่ชาติก่อนแล้ว นางจำได้ว่าอธิการบดีเคยบอกนางว่าสร้อยคอเส้นนี้อยู่กับนางมาั้แ่ตอนที่นางยังเป็เพียงทารก แต่น่าแปลกที่นางไม่เคยค้นพบการมีอยู่ของมันเลยทั้งที่นางก็เืออกบ่อยๆ หากภูตในมิติได้ยินมันจะต้องตอบว่าในเมื่อร่างนั้นไม่ใช่ของนางแล้วนางจะเปิดมิติได้เช่นไรกัน
ระหว่างที่หยิบเครื่องครัวและเครื่องปรุงออกมา มู่เสวี่ยหลินก็หยอกล้อไก่น้อยในมิติไปด้วย
“นายท่านข้าไม่ใช่อาหารนะ”
“ทั้งที่เป็ไก่นะรึ?”
“นายท่านต้องให้บอกอีกกี่ครั้งกันว่าข้าไม่ใช่ไก่แต่เป็ฟินิกส์”
“ฟินิกส์ที่มีรูปร่างและสีเหมือนลูกไก่ทั่วไปนะหรือ..”
ภูตประจำมิติกล่าวว่า “...” ์ข้าขอเปลี่ยนนายใหม่ตอนนี้ยังทันไหม
หลังจากแกล้งไก่เอ๊ยฟินิกส์จนพอใจแล้ว มู่เสวี่ยหลินก็ทำอาหารต่อ นางวางเครื่องครัวลงบนเตา จากนั้นก็นำส่วนผสมออกมาล้างให้สะอาด ความจริงนางสามารถใช้คาถาทำความสะอาดได้ แต่ความเคยชินในฐานะแม่ครัวไม่อนุญาตให้นางทำ
มู่เสวี่ยหลินนำวัตถุดิบไปล้างด้วยน้ำพุ์ อย่าถามนางว่าทำไมไม่ใช้น้ำธรรมดา ก็เพราะว่าไม่ว่าจะเป็ในมิติหรือข้างนอกการหาน้ำธรรมดานั้นยากเสียยิ่งกว่าน้ำพุ์เสียอีก
หลังจากล้างส่วนผสมเสร็จแล้ว มู่เสวี่ยหลินก็นำเนื้อมาจัดการต่อ เด็กสาวจัดการหั่นเนื้อและผักอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็นำกระทะมาวางบนเตาแล้วจุดไฟแต่ผัดอาหาร
เมนูในวันนี้มีไม่มากแค่อาหารห้าอย่างและซุปหนึ่งอย่าง วัตถุดิบส่วนใหญ่มาจากมิติ ส่วนผักที่เก็บมาวันนี้นางก็ใช้แค่ไม่กี่อย่าง
“นายท่านโสมที่อยู่ในแหวน”
“อยากได้หรือ”
“ข้าแค่จะบอกว่าท่านสามารถนำมันมาปลูกในมิติได้”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นมู่เสวี่ยหลินก็ไม่ได้ตอบอะไรอีก แต่นำโสมมาใส่ลงไปในมิติ เ้าไก่น้อยที่เห็นก็รีบวิ่งไปกอดมันอย่างมีความสุข เพราะนี่โสมหิมะเชียวนะโสมที่หายากยิ่งกว่าโสมทั่วไป เนื่องจากมันใบของมันมีรูปร่างคล้ายกับหัวไซร้เท้า ผู้บำเพ็ญส่วนใหญ่เลยมักจะมองข้ามมัน เลยทำให้ไม่ค่อยรับรู้ถึงการมีอยู่ของโสมล่ำค่ำอันนี้
“มันมีประโยชน์ไหม” มู่เสวี่ยหลินมองไก่น้อยที่กำลังกอดโสมด้วยความฉงน นางไม่คิดว่ามันจะเป็ล้ำค่าเนื่องจากศิษย์พี่กระต่ายมีอยู่เป็แปรง
“แน่นอนว่าย่อมมีอยู่แล้ว ด้วยคุณสมบัติที่สามารถช่วยเพิ่มความสำเร็จของโอสถและยกระดับคุณภาพมันเลยถือว่าเป็สมบัติของเหล่านักปรุงยาเลยก็ว่าได้ แต่ว่า..สำหรับนายท่านคงไม่จำเป็” ไก่น้อยพูดไปเสียงก็ยิ่งเบาโดยเฉพาะประโยคท้ายๆ ทำให้มู่เสวี่ยหลินไม่รู้ว่ามันพูดว่าอะไร
แต่อย่างน้อยนางก็พอจะรู้ว่าโสมอันนี้มีประโยชน์ เนื่องจากมันมีประโยชน์ถ้าอย่างนั้นก็ต้องแพงมากใช่หรือไม่? มู่เสวี่ยหลินคิดอย่างมีความสุขดูเหมือนว่านางจะช่องทางหารายได้เพิ่มอีกทางแล้ว
“ตั้งใจปลูกเข้าล่ะ”
“นายท่านวางใจเถอะ"
ไก่น้อยรับคำอย่างมีความสุข ส่วนในใจของมันก็กำลังคิดว่าจะเอาไปปลูกที่หน้าถ้ำของงูน้อยดีไหม โสมนี่จะได้กลายเป็โสมัซึ่งมีค่ายิ่งกว่าโสมหิมะ แถมยัง.. เมื่อนึกถึงความสามารถของโสมั ไก่น้อยก็ยิ่งมีความสุขขึ้นไปอีก ดังนั้นมันจึงเอาโสมหิมะหัวใหญ่ไปปลูกที่หน้าถ้ำของงูน้อย
มู่เสวี่ยหลินในเวลานี้ยังไม่รู้ว่าโสมหิมะของนางกำลังจะกลายเป็อย่างอื่น เด็กสาวคอยควบคุมไฟไม่แรงเกินไปในระหว่างทอดหมูกรอบ หลังจากทอดเสร็จนางก็ไปทำเมนูอื่นต่อ ระหว่างนั้นมู่เสวี่ยหลินก็ผสมแป้งสำหรับทำเค้กแครอทไปด้วย
มู่เสวี่ยหลินกะว่าจะทำไปให้ศิษย์พี่กระต่ายเป็การขอบคุณที่เขาให้นางเก็บผัก ส่วนของหวานสำหรับมื้อเย็นนางมีโยเกิร์ตในตู้เย็นอยู่ ซึ่งเื่นี้ก็ต้องขอบคุณมิติของนางที่ในนั้นมีบ้านของนางในชาติก่อนอยู่ แต่ทว่าน่าเสียดายที่พวกลูกๆของนางไม่ได้อยู่ในนั้น
ไก่น้อยบอกนางว่าหลังจากตายแล้ว ก็มีบ้านและข้าวของของนางปรากฏขึ้นในมิติ แต่ว่าพวกสัตว์ตัวน้อยของน้อยในบ้านกลับหายไปคาดว่าพวกมันน่าจะถูกย้ายไปก่อนที่มิติจะเก็บของในบ้านหมด
มู่เสวี่ยหลินจึงที่ได้ฟังก็หดหู่ไปหลายวัน เนื่องจากเด็กๆพวกนั้นเป็ลูกน้อยที่นางรักมาก พวกมันคือครอบครัวคนสำคัญของนาง ดังนั้นเมื่อได้รู้ว่าตนเองจะไม่ได้เจอกับพวกเด็กๆอีกแล้วก็ทำเอามู่เสวี่ยหลินซึมไปหลายวัน
อย่างไรก็ตามนั้นเป็เื่ในอดีต ตอนนี้มาสนใจอาหารในหม้อก่อนดีกว่า อาหารเลิศรสมากมายถูกจัดวางไว้บนโต๊ะอย่างสวยงาม นอกจากอาหารแล้วก็ยังมีเบียร์ใช่แล้วเบียร์ มีเพียงแค่สิ่งนี้เท่านั้นที่ทำให้นางรู้สึกขอบคุณมิติมาก เพราะไม่เพียงแต่เอาของมามันยังระบบเติมอัตโนมัติให้อีกถึงแม้จะใช้เวลาสามวันก็เถอะ
มู่เสวี่ยหลินกินดื่มที่นี่ อีกด้านนึงสวีหลิงเหยียนที่กำลังกลับบ้านพร้อมกับท่านอาตนก็นึกได้ว่าตนลืมของขวัญที่ให้น้องชายไว้ที่เรือนพัก เขาจึงบอกให้ท่านอาพาตนกลับไปเอาซึ่งบังเอิญมาถึงในจังหวะที่มู่เสวี่ยหลินกำลังกินดื่มพอดี
มู่เสวี่ยหลินที่ยกแก้วเบียร์ค้างไว้: ....
สวีหลิงเหยียนที่กลับมาเอาของ “...”
“เสี่ยวหลินดื่มสุราในสำนักมันผิดกฎนะ^^” อาจารย์สวีเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มที่ทำเอามู่เสวี่ยหลินรู้สึกขนลุก
มู่เสวี่ยหลินที่อยากปฏิเสธแต่หลักฐานคามือ “...”
“แต่ไม่ต้องกังวลไปถ้าเสี่ยวหลินยอมแบ่งให้-”
“ท่านอาจารย์เชิญนั่งเ้าค่ะ” ไม่รอให้อาจารย์สวีเอ่ยจบมู่เสวี่ยหลินก็เชิญอีกฝ่าย ด้วยกลัวช้ากว่านี้ตนจะถูกลงโทษ อย่างไรก็ตามมู่เสวี่ยหลินก็ไม่รู้ว่าตนนั้นถูกหลอก กฎที่อาจารย์สวีเอ่ยถึงนั้นไม่มีอยู่จริง ซึ่งสวีหลิงเหยียนก็รู้เื่นี้
“เด็กดี”
อาจารย์สวีไม่ได้ปฏิเสธคำเชิญของมู่เสวี่ยหลิน เขานั่งลงบนที่นั่งของนางแล้วหยิบกระป๋องเบียร์มารินใส่จอกเหล้าของตนเอง โดยมีสวีหลิงเหยียนมองตามแววตาวาววับ
“ศิษย์พี่ห้าท่านจะ-”
“ขอบคุณศิษย์น้อง” กล่าวจบเขาก็ะโขึ้นไปบนโต๊ะแล้วยกแก้วเบียร์ที่มู่เสวี่ยหลินยังดื่มไม่หมดขึ้นมาดื่มโดยไม่สนใจว่ามันคือแก้วที่นางใช้
มู่เสวี่ยหลินที่้าจะบอกว่ามากินข้าวด้วยกันไหม “...”
เด็กสาวมองกระต่ายที่ดื่มเบียร์ด้วยความกังวล นางไม่รู้ว่ากระต่ายดื่มเบียร์ได้หรือไม่ อย่างไรก็ตามเมื่อนึกได้ว่าศิษย์พี่ไม่ใช่กระต่ายธรรมดามู่เสวี่ยหลินก็ไม่กังวลอีก
นางหยิบเก้าอี้มาวางแล้วนั่งลงกินข้าวต่อ อาจารย์สวีที่กำลังลิ้มรสสุราที่เคยไม่กินมาก่อน ก็มองมู่เสวี่ยหลินที่กำลังกินขาไก่ทอดด้วยความสนใจ เขาจึงเลียนแบบวิธีการกินของนางโดยการกินกับข้าวก่อนจะตามด้วยเบียร์
“รสชาติไม่เลว”
เซียนหนุ่มรู้สึกว่าสุราของมู่เสวี่ยหลินนั้นรสชาติดีไม่แพ้สุราิญญา ดังนั้นเขาจึงดื่มมากขึ้นและกินอาหารเพิ่มด้วย ความเร็วของคู่อาหลานนั้นเรียกได้ว่าไม่ช้า มู่เสวี่ยหลินที่กินช้าจึงแย่งอาหารไม่ทันพวกเขา
“ฝีมือการทำอาหารของเ้าไม่เลวเลย” กล่าวจบก็โยนถุงจัดเก็บให้มู่เสวี่ยหลินอีกใบ
“ศิษย์น้องผักพวกนั้นศิษย์พี่ยกให้ เ้าสามารถเก็บได้ตามสบายเลย” สวีหลิงเหยียนเอ่ยพลางลูบท้องกลมๆของตนอย่างมีความสุข
เ้ากระต่ายน้อยกำลังคิดว่าเขาควรเอาพวกสัตว์ิญญามาเลี้ยงด้วยดีไหม แต่ทว่าก็ได้แค่คิดประการแรกเขาไม่ได้อยู่ที่นี่บ่อย หากเอามาก็เกรงว่าจะไม่มีเวลาดูแล ประการที่สองขืนเขาทำเช่นนั้นจริงๆคงไม่พ้นโดนบิดามารดาดุ
อย่างไรก็ตามสวีหลิงเหยียนก็ไม่ได้คิดมากเนื่องจากเขาเลี้ยงมันไม่ได้ แต่เขาสามารถเอามันมาให้ศิษย์น้องได้ เมื่อเป็เช่นนี้แล้วเขาก็ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกดุอีก เขานั้นช่างเป็กระต่ายที่ฉลาดจริงๆ สวีหลิงเหยียนนึกในใจ ส่วนอาจารย์สวีที่เห็นก็ส่ายหัวด้วยความเอือมระอา ก่อนจะเดินไปหยิบเขาขึ้นมาอุ้มแล้วเดินขึ้นชั้นบน
มู่เสวี่ยหลินที่ถูกทิ้ง นางก็ไม่ได้สนใจมากนัก เพราะยามนี้นางกำลังนับหินเทพในถุงอยู่
แถม
มู่เสวี่ยหลิน: หินหนึ่งก้อน หินสองก้อน ฮิฮิ เงินเต็มไปหมดเลย//ยิ้ม
สวีหลิงเหยียน: ศิษย์น้องจะชอบหมูดำดินไหม
ตอนนี้ก็มาเปิดเผยไอเทมลับอีกอย่างของยัยน้องกันค่ะ แอบมีบอกใบ้ตัวตนน้องด้วยซึ่งกว่าจะเฉลยก็อีก(ไม่)นาน ส่วนตอนนี้มาดูยัยน้องใช้ชีวิตชิวๆโดนอาจารย์หลอกไปก่อน5555+